คนมีส่วนร่วมตัดสินจำคุกพ่อครู จะรู้ไหมว่าเขาทำผิด.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.77 KB
วันที่แก้ไข24 มีนาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

คนมีส่วนร่วมตัดสินจำคุกพ่อครู จะรู้ไหมว่าเขาทำผิด _สว่างแสง ขวัญดาว : ลูกมีความสงสัย จะเรียนถามให้พ่อครูช่วยไขปัญหาที่ลูกค้างคาใจอยู่ คือเมื่อปี 2532 ตอนที่พ่อครูถูกจับเข้าคุก ลูกยังเด็กอยู่ ไม่ค่อยรู้เรื่องราวอะไร ตอนนั้นแม่ของลูกก็มาปฏิบัติธรรมตามพ่อครู แต่พ่อของลูกคัดค้านไม่เห็นด้วยกับแม่ ว่าพ่อครูเป็นเทวทัตมาเกิด และเป็นพระคอมมิวนิสต์ มาถึงวันนี้เห็นว่า เขาจับพ่อครูเข้าคุกเพราะเขาเข้าใจว่า พ่อครูไม่ใช่ศาสนาพุทธแท้ๆ มาถึงวันนี้ เวลาผ่านไปเกือบ 33 ปีแล้ว ชาวอโศกกลับเข้มแข็งขึ้นมาตามลำดับ เกิดระบบสาธารณะโภคี อันเป็นผลที่เกิดจากการปฏิบัติที่ถูกทางตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ อันเป็นที่พึ่งของชาวอโศกและเผื่อแผ่ไปยังสังคมได้กว้างขึ้น ลูกอยากเรียนถามพ่อครูว่า ตอนนั้นใครจับพ่อครูเข้าคุกคะ เขาจะบาปไหมคะ เพราะเขาอาจทำเอง หรือมีใครสั่งเขามา และตอนนี้เขายังมีชีวิตอยู่ไหม และตอนนี้เขารู้หรือไม่ว่าพ่อครูไม่ผิด น้อมกราบพ่อครูสุดเศียรเกล้าค่ะ พ่อครูว่า...คุณคนนี้เข้าใจว่าผู้สามารถทำระบบสาธารณโภคีให้เกิดมาเป็น phenomenon เป็นปรากฏการณ์จริงขึ้นมาให้สังคม มันไม่ใช่เรื่องธรรมดา ยิ่งในยุคนี้ ยุคทุนนิยมสามานย์ จัดจ้านหนักหนาขนาดนี้ เรายังสามารถทำ ยิ่งกว่า สาธารณโภคีนี่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าคอมมิวนิสต์ ในประเด็นอย่างไร ประเด็นที่ว่าคอมมิวนิสต์เขาต้องการที่จะควบคุมเงินกองกลาง ค่าใช้จ่าย แล้วก็บริหารเงินกองกลางค่าใช้จ่าย เป็นเงินกองกลางจากประชาชน โดยพยายามให้จ่ายภาษี อย่างซื่อสัตย์สมควรที่สุด คนรายได้มากได้เปรียบมาก คนเสียภาษีให้แก่รัฐได้มาก คนรายได้น้อยลงก็เสียภาษีน้อยลงตามสัจจะความจริง คนที่รายได้ไม่ถึงเสียภาษีก็ไม่ต้องเสียภาษี ลักษณะก็คล้ายๆกับประชาธิปไตยแต่เขาเข้มงวดมีกฎเหล็กบังคับจัดจ้านกว่าประ

อ่านต่อ

ชาธิปไตย วิธีการต่างกันเท่านั้นเอง เจตนาเหมือนกัน แล้วเขาก็ทำได้สำเร็จ โดยการบังคับออกเป็นกฎหมาย คนก็ต้องทำตาม เขาก็ต้องเช็คความเป็นจริงว่าคนไหนได้รายได้เท่าไหร่จริงๆ แล้วอย่าให้เลี่ยงภาษี อย่าให้หนีภาษี คนเรามันก็มีเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้เลี่ยงภาษีทั้งนั้น แต่ถ้าเข้มงวดก็เก็บเข้ากองกลางได้มากเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากสาธารณโภคีตรงที่ ประชากรหรือสมาชิกประชาชนชาวสาธารณโภคีนั้น สมัครใจมาเสียสละ จ่ายภาษีให้แก่ส่วนกลาง 100% แล้วก็บริหารเงินกองกลางออกไป ชนิดที่เข้าใจอีกชั้นหนึ่งว่า แม้แต่ในของพวกเราใช้จ่ายอย่างนี้ ก็ยังสามารถที่จะสะพัดเงินกองกลางนี้เผื่อแผ่ข้างนอกเขาอีก ไม่ได้หวงแหน ไม่ได้เข้มงวดกวดขันจนเกินการ สามารถที่จะไปช่วยข้างนอกเขาได้อีก เราไม่สะสม กองกลางไม่สะสมก้อนเงินไว้มาก เชื่อมั่นในความขยันกับสมรรถนะของประชากรสังคม ประชากรสังคมสาธารณโภคีนั้น มีสมรรถนะ มีความรู้ความสามารถ มีความขยันพากเพียร ทำงานทุกวัน จึงมีแรงงาน มีผลของแรงงาน มีผลผลิตออกมา พออยู่พอกิน เหลือกินเหลือใช้ได้แจกจ่ายเขาอยู่ ยืนยันความจริงอันนี้ นี่คือประสิทธิภาพของคน ที่มีจิตเป็นปัญญาเป็นความเฉลียวฉลาดชนิด โลกุตระ ปัญญาโลกุตระเฉลียวฉลาดอย่างไร เป็นความเฉลียวฉลาดชนิดที่ไม่มีตัวตน ถึงมีก็ลดให้ได้มากๆ สุดท้ายสุดยอดของความเป็นปัญญาคือ เฉลียวฉลาดไม่มีตัวตน มีแต่เกื้อกูลเผื่อแผ่ ปัญญาชนิดนั้นคือ สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ นี่คือ คุณลักษณะปัญญาของพระพุทธเจ้า เดี๋ยววันนี้ จะได้พูดถึงเรื่องปัญญา 8 อาตมามาขยายความตามภูมิของอาตมาเอง ขยายไปแล้ว ได้เล่ม 1 เขากำลัง edit พิมพ์กันอยู่ อาตมาเขียนได้ 443 หน้า เล่ม 2 มากกว่านั้น มัน 700 กว่าหน้าแล้ว อาจต้องตัดเป็นเล่ม 3 ตอนนี้ rewrite หน้า 200 กว่า กว่าจะถึงหน้า 700 มันต้องเกิน 800 หน้า ก็พยายามบอกว่าจะไม่ขยายก็อดไม่ได้ เติมนิดหน่อยนี่แหละ น้ำหยดลงหิน ทุกวันหินมันยังกร่อน (พ่อครูไอตัดออกด้วย) ที่จับอาตมาเข้าคุกคือ ตำรวจ ส่วนคนสั่งมีหลายคน อำนาจสั่งการหลายคน เป็นพระตายไปแล้วก็มีหลายองค์ เป็นพระเป็นภิกษุ เหลืออยู่ยังไม่ตาย ก็มี ออกความเห็น จับโพธิรักษ์อาตมาก็ถูกจับ ไปว่าความคดีเขาก็ดี เขาจะไปก็ไปสู้ความกัน ไปนอนอยู่โรงเรียนพลตำรวจบางเขนอยู่ 2 คืน มีตำรวจเฝ้าหน้าประตู เราก็นอนอยู่ในนั้นสบายๆ ไม่ต้องเฝ้าหรอกเราไม่ออกไปหรอก แต่เขาต้องทำตามหน้าที่ อยู่ 2 คืนแล้วก็ได้ประกันตัวออกมา ก็มาสู้ความสุดท้ายแพ้อีก ก็ไม่ต้องไปออกชื่อหรอกว่าใครบ้าง เขาจะบาปไหม คิดเอาเองก็แล้วกันอาตมาพูดไปจะหาว่าใส่ความ เขาจะบาปไหมคิดเอาเอง มีผู้ร่วมคิดกัน เพราะว่ามันไปขัดแย้งกับผู้ที่เป็นหมู่ใหญ่ ที่เห็นด้วยเห็นดีเห็นงามที่จะจัดการอาตมา เขาส่วนนั้น หลายคนก็ตายไปแล้วตอนนี้เขายังมีชีวิตอยู่ไหม ก็เหลือน้อยคนแล้ว อาตมาไม่รู้ว่าเขารู้หรือไม่ว่าอาตมาไม่ผิด เป็นคำถามที่ อาตมาก็เคยสะกิดๆในใจเหมือนกันว่าเขาจะรู้บ้างไหมหนอ อาตมายืนยันว่าอาตมาไม่ผิด เขาผิดกัน เขาจะรู้ไหม ถ้าเขารู้เขาก็จะต้อง มาร่วมมือกับอาตมาใช่ไหม เพราะเขารู้ว่าเขาผิด ทำเล่นไม่ได้ กรรมเป็นกรรมอันทำกรรมวิบากเป็นเรื่องจริง ไปขัดแย้งไปคัดค้านต่อสู้กับสิ่งที่ถูกต้อง เป็นกบฏต่อสิ่งที่ถูกต้องอยู่นั้น ก็เป็นคะแนนลบ ไม่ใช่คะแนนบวกแน่ ไปทำอยู่ทำไม ก็ความคิดของคนความเชื่อของคนแต่ละคนมันก็เป็นธรรมดา อาตมาเองอาตมาเกรงใจอยู่เหมือนกัน ไม่อยากวิเคราะห์วิจัยให้มันหนักเกินไป ขนาดไม่เกรงใจนี้ อาตมาวิเคราะห์ไม่น้อยแล้วนะ ขนาดนี้ก็คิดว่า พอสมควร ที่จะไปถล่มทลายกันเกินไปเดี๋ยวมันจะลำบาก เพราะว่าอาตมารู้จักองค์รวมของสถานการณ์ ในแต่ละ กาละ ที่มีบริบทของสังคม ทุกวันนี้บริบทของสังคมเป็นอย่างนี้ในด้านศาสนาก็ตาม ด้านการเมืองก็ตาม ด้านเศรษฐกิจก็ตามมันเป็นอย่างนี้ มันก็ต้องรู้ status quo แล้วทำให้มันสอดคล้อง status quo นั้นเสีย อาตมาก็ทำได้อยู่ 650323 ปัญญา 8 เล่ม 1 ตอนที่ 1 พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน