5 ภาพแห่งความเป็นประชาธิปไตย.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข1 ตุลาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

5 ภาพแห่งความเป็นประชาธิปไตย วันนี้อยากจะพูดเรื่องประชาธิปไตย นายกฯตู่ พลเอกประยุทธ์สมชื่อจริงๆรบไม่ถอย แล้วรบแล้วก็ได้รสดีเป็นรสโอชา โอชาดีด้วยนะ ไม่ใช่ตะวันโอชา แต่นี่ จันทร์โอชา ดี รบแล้วก็ได้รับรสโอชา ได้รับรสสบาย ระดับพระจันทร์ไม่ใช่ระดับตะวัน แสงจันทร์นวลสบายไม่ร้อนได้ความสว่างไสวดี อธิบายจากพยัญชนะไปสู่สภาวะที่เป็นนามธรรมลึกซึ้ง ในยุคนี้อาตมาว่า ตอนนี้นายกประยุทธ์อายุเท่าไหร่แล้ว เอาน่าเป็นไปอีกสัก 10 ปี วางรากฐานให้ดีๆ เอาคำของพันตำรวจตรีประชา พูนวิวัฒน์ ก็แล้วกันเขาบอกว่า ทนอีกนิดเถอะน่า เขามีนิยายเรื่องหนึ่งชื่อว่า ทนอีกนิดเถอะน่า นิยายเขาบรรทัดละ 8 บาทนะ ข้อเขียนของประชา พูนวิวัฒน์ บรรทัดละ 8 บาทนะ

ประชาธิปไตยนั้นไม่ใช่นิจจัง แต่เป็นอนิจจัง ที่ตั้งอยู่บนฐานของ Status Quo คือสถานที่ที่ทรงอยู่ในปัจจุบันนั้นขณะนั้น แล้วอะไรเป็นเครื่องชี้บ่งความเป็นประชาธิปไตย คือ 1. อิสรเสรีภาพ 2.ภราดรภาพ 3. สันติภาพ 4. สมรรถภาพ 5. บูรณภาพ 5 ภาพนี่แหละ ซึ่งมีปรากฏการณ์ของการเสียสละถ้วนทั่วของสังคม เกิดพหุชนหิตายะ พหุชนสุขายะ โลกานุกัมปายะ ที่มีพฤติการณ์จริงดังกล่าวนี้ ยืนยันได้ นี่คือความเป็นประชาธิปไตย อาจจะเป็นนิยามที่ยาวหน่อย ซึ่งองค์รวมของคำพูดคำอธิบายเมื่อกี้นี้ นิยามไปแล้ว องค์รวมของความจริงดังที่พูดไปเมื่อกี้นี้ สังคมไทย ประเทศไทยทุกวันนี้ มีจริงเป็นจริง เป็น status quo เมืองไทยเป็นตอนนี้ สู่แดนธรรม...ทำไมอิสรเสรีภาพต้องเป็นตัวแรกด้วยครับ พ่อครูว่า...จำหมวดธรรมไว้สองอย่าง วรรณะ 9 กับสาราณียธรรม 6 สองอย่างนี้เป็นแก่นแท้เนื้อแท้ของมนุษยชาติ วรรณะ 9 นี้เป็นคุณธรรมส่วนตัว สาราณียธรรม 6 เป็นคุณธรรมส่วนรวม ถ้ามี 2 อย่างนี้ นี่แหละคือสุดยอดแห่งประชาธิปไตย ในองค์รวม

อ่านต่อ

มีคุณสมบัติของสมาชิกสังคมนี้ ต่างก็มีเมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม แล้วจะมี Concept เป็นสัมมาทิฏฐิ มีความคิดองค์รวมจุดศูนย์รวมเป็นนิพพาน เป็นความไม่มีกิเลส เป็นความหมดตัวหมดตน เป็นต้น นี่คือทิฏฐิสามัญญตา แล้วก็มีหลักเกณฑ์การปฏิบัติ ศีลสามัญตา เพื่อไปสู่ทิฏฐิ แล้วมี status quo จริงๆคือลาภที่ได้โดยธรรม เป็นสาธารณะ มาดูของจริงได้ที่ชุมชนชาวอโศกทุกชุมชน มีสาราณียธรรม 6 นี้ เพราะคนในชุมชนชาวอโศกแต่ละคน สมาชิกแต่ละคน มีวรรณะ 9 มากบ้างน้อยบ้าง สมบูรณ์บ้างไม่สมบูรณ์บ้าง มีแน่นอน มากน้อยแล้วแต่ เพราะฉะนั้นคุณสมบัติของความเป็นจริงที่จะเกิดเป็นประชาธิปไตย จึงไม่ได้ตั้งอยู่โดยอะไรลอยๆ เลื่อนไปเลื่อนมาไม่มีหลักอะไร ไม่มีสิ่งอธิบายยืนยันไม่ใช่ แต่มียืนยันมีธรรมะยืนยัน เลย ว่าเมตตาคืออะไร ทางกาย ทางวาจา ทางมโน คุณธรรมที่เรียกว่าเมตตาคืออะไรและพฤติกรรมของความมีเมตตามีไหม จะเห็นได้ทางกายวาจาใจ คุณมาอ่านตรวจสอบให้คะแนนเลยว่า คนเหล่านี้มีพฤติกรรมจริงอย่างนี้หรือไม่ มีจริงคุณก็ให้คะแนน ถ้าไม่มีจริง คุณก็ใช้ปฏิภาณปัญญาของคุณว่ากันไป แต่ถ้าไม่ตามมันตรงกับสัจธรรมมันต้องมีแน่นอน มีหลักเกณฑ์ที่แน่นอนแล้วคือศีลสามัญญตา ของพระพุทธเจ้าบัญญัติไว้หมดแล้วไม่ต้องไปบัญญัติเองเลย ทิฏฐิสามัญญตาจุดสุดยอดคือหมดกิเลสนิพพาน เป็น พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) ไม่ได้เป็นเจ้าเป็นนายและไม่ได้รับจ้าง รับจ้างกับรับใช้ต่างกัน ประชาธิปไตย ของอเมริกาที่เป็นสาธารณสุข โดย Shop ความขยันมีความสามารถต่างคนก็ต่างทำงาน ผลผลิต ความรู้และแจกความรู้คำพูดคำบรรยายภาษามีความรู้และแจกเป็นภาษาเขียน ทุกวันนี้ผมเขียนลงไปในแผ่นกระจายกันไปให้รู้สึก การรับจ้างนั้นต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน แต่รับใช้ไม่มีสิ่งแลกเปลี่ยน แต่เป็นผู้ที่ช่วยเหลือเกื้อกูลจริง นี่คือคุณสมบัติ คุณธรรม คุณวิเศษเลยของประชาธิปไตย ทีนี้มาเข้า status quo ที่เป็น ลาภธัมมิกา เป็นสาธารณะ เรามีความขยัน มีสมรรถภาพทำงานแล้วมีผลผลิต ตั้งแต่ผลผลิตการสร้างความรู้แล้วเอาไปแจก จนกระทั่งถึงคำพูด คำบรรยายภาษามีความรู้ สมัยนี้ก็เขียนแล้วก็แจกจ่ายกันไปให้รับรู้เป็นสื่อให้รู้กันได้ คุณก็แจกเป็นสมบัติ แจกเป็นของให้กันได้ไม่ต้องซื้อต้องขาย ให้ เป็นสิ่งดีไม่มีสิ่งเลวร้ายมีแต่สิ่งยอดทั้งนั้นที่ให้ไป สิ่งไม่ดีเราไม่ให้ เราให้แต่ของดีกันจริงๆมันเป็นจริงของจิตใจนะ มีเท่าไหร่ก็ให้เท่านั้น สิ่งที่ไม่ดีเราไม่ให้เลยแล้วเราก็ไม่ทำสิ่งไม่ดีขึ้นมาด้วยหยุดเลยเลิกเลย พ่อครูว่า...อิสรเสรีภาพของฮิปปี้ ของอันธพาล หมดกิเลส กับอิสรเสรีภาพของสัจธรรม อิสระเสรีภาพของสัจธรรมคือผู้นั้นหมดตัวตน ผู้นั้นหมดกิเลส ไม่มีอะไรจะเป็นของตนเพื่อตน ไม่มีเลย ประชาธิปไตยนี้ข้อสุดท้ายที่อาตมาเขียนเอาไว้ ตั้งแต่ออกไปถนนราชดำเนิน ทั้งนั้นนะไม่ใช่เพื่อตัวเรา ไม่ใช่เพื่อครอบครัว ไม่ใช่เพื่อหมู่พวก ไม่ใช่เพื่อพรรค แต่เป็นงานเพื่อประชาชน ข้อ 10 ของนิยามประชาธิปไตย ที่อาตมานิยามไว้คือ งานการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยไม่ใช่งานเพื่อตัวเราเพื่อครอบครัวเพื่อหมู่พวกเพื่อพรรค แต่เป็นงานเพื่อบ้านเมืองเพื่อประชาชนทั้งมวล เพื่อผู้อื่นที่พ้นไปจากตัวเองพ้นไปจากครอบครัวพ้นไปจากหมู่พวก แม้แต่พ้นไปจากพรรคของตน ผู้จะมีความรู้ในเรื่องประชาธิปไตยโดยความหมายที่อาตมาพูดนี้หรือยัง เมื่อรู้ความหมายแล้วคุณเป็นจริงจิตใจของคุณเป็นจริงอย่างนี้ได้หรือไม่ มากน้อยเท่าไหร่คุณก็เป็นประชาธิปไตย ถ้ามีมากเท่าไหร่ก็เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นเท่านั้น ถ้ามีน้อยก็เป็นประชาธิปไตยน้อยถ้ามีครบมีสมบูรณ์เป็นประชาธิปไตยเต็มสมบูรณ์ คำว่าอิสรเสรีภาพคือไม่เหลือตัวตน มันมีแต่เพื่อผู้อื่นหมดเลย แล้วไม่ใช่คนงอมืองอเท้า ไม่ใช่คนขี้เกียจขี้คร้านหมดสมรรถภาพ แต่มีด้วย จึงมีพลังงานเอาไปรับใช้ทำงานเพื่อผู้อื่นซึ่งเป็นคนผู้ประเสริฐ ทั้งพูดและทำไม่ใช่ดูดายงอมืองอเท้า คนอย่างนี้จึงเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ

ประชาธิปไตยนั้นไม่ใช่นิจจัง แต่เป็นอนิจจัง ที่ตั้งอยู่บนฐานของ Status Quo คือสถานที่ที่ทรงอยู่ในปัจจุบันนั้นขณะนั้น แล้วอะไรเป็นเครื่องชี้บ่งความเป็นประชาธิปไตย คือ 1. อิสรเสรีภาพ 2.ภราดรภาพ 3. สันติภาพ 4. สมรรถภาพ 5. บูรณภาพ 5 ภาพนี่แหละ ซึ่งมีปรากฏการณ์ของการเสียสละถ้วนทั่วของสังคม เกิดพหุชนหิตายะ พหุชนสุขายะ โลกานุกัมปายะ ที่มีพฤติการณ์จริงดังกล่าวนี้ ยืนยันได้ นี่คือความเป็นประชาธิปไตย ทุกคนรู้ว่าเสียสละเป็นเรื่องดีไม่มีใครเถียงหรอก แต่เป็นแต่เพียงว่าเราจะสละได้หมดเนื้อหมดตัวไม่มีกั๊ก ใครเสียสละได้หมดเนื้อหมดตัวสุดยอด สรุปลงแล้วพระพุทธเจ้าขยายความสูงไว้ว่าก็มาเรียนรู้ที่ตนเองสร้างมาสร้างตนเองให้มีคุณสมบัติ 9 อธิบายไปแล้วนะ หมดเนื้อหมดตัวนี้หมายถึงว่าแม้คุณจะตาย คุณจะต้องตายชีวิตจะต้องตายเสียสละชีวิตให้ได้เลยนั่นแหละสุดยอด เพราะฉะนั้นคนที่มีจิตอย่างนี้ แล้วทำได้จริงอย่างนี้นี่แหละสุดยอดประชาธิปไตย ทำเพื่อมวลมนุษยชาติประโยชน์เพื่อความสุขรับใช้ โลกานุกัมปายะ สรุปรวมแล้ว พระพุทธเจ้าขยายความไว้ว่า ก็มาเรียนรู้ที่ตัวเอง ต้องมาสร้างตัวเองให้มีคุณสมบัติ 9 หลัก 9 ข้อ สรุปรวมที่สาธารณโภคี สาธารณโภคีคือสมบัติเป็นของกลางหมดเลยไม่ยึดเป็นของตัวตนและก็ใช้กับกองกลาง เท่าที่เราจะมีสิทธิ์หรือเท่าที่เขาจะให้ใช้ไม่ยึดถือเป็นเราเป็นของเรา เขาให้ใช้เท่าไหร่ก็เท่านั้น ไม่ต้องไปยึดถือ ถ้าเราทำได้จริงดีจริงเขาก็ให้เบิก ถ้าเขารู้ว่าคุณไม่ได้เอาไปเสียหาย โดยเฉพาะไม่ได้ไปบำเรอตนใครจะไปหวงไว้ คุณเอาไปใช้ก็เป็นประโยชน์ทั้งนั้นเลย แล้วคุณทำได้อย่างไม่เสียของด้วยใครก็ต้องให้ทำ

ทีนี้ วรรณะ 9 นี้แหละ เป็นเครื่องชี้บ่งถึงมนุษย์แต่ละคน วรรณะ 9 1. เลี้ยงง่าย (สุภระ) 2. บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) 3. มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) 4. ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) 5. ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) 6. เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) 7. มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) 8. ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ๙ 9. ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) จิตแม้สะอาดแล้ว ก็ต้องรู้จักสัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 ที่เหมาะสม มันไม่เที่ยงต้องจัดสรรไปตลอดให้ตรงกับ status quo นั้นๆ ทำตามหลักธูตะมีศีลต้นๆจนถึงอธิศีล คุณทำได้เคร่งครัด ก็เป็นปกติ ไม่โต่งอะไร อาการที่ได้กาย วาจา ใจ คนที่มีภูมิปัญญาจะเห็นว่าน่าเลื่อมใส ที่สุดยอดคือยอดขยันไม่สะสม 9 คุณสมบัติอันนี้ ผู้ที่ทำได้เท่าไหร่เป็นยอดนักประชาธิปไตยจริงๆเท่านั้น พระพุทธเจ้าเรียนรู้แค่เรื่องคนกับสังคม ให้คนดีที่สุด ให้สังคมดีที่สุด นี่คือเทวะของคู่ตัวเรากับสังคม โลกกับอัตตา มีที่สุดจบไปเลย นี่สุดยอด

ผ่านมา 2,500 กว่าปีมานี้ ตั้งแต่อาตมาเริ่มปล้ำผีลุกปลุกผีนั่ง มา 50 ปีก็ได้เท่านี้ แต่มันเป็นจริง สิ่งเหล่านี้ ดูเหมือนทำไมคุยตัวใหญ่โต จริงๆไม่ได้คุยตัวใหญ่โต แต่อาจจะมาคุยสัจธรรมที่วิเศษใหญ่โตของพระพุทธเจ้า ที่พูดนี่พูดถึงทฤษฎีพระพุทธเจ้าและพวกเราก็มายืนยันพิสูจน์ทฤษฎีพระพุทธเจ้าเป็นสิ่งยืนยันอ้างอิงได้ ให้แก่อาตมาต่างหาก ว่าธรรมะของพระพุทธเจ้านี้ไม่ได้เป็นหมัน ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้แต่มันของจริง คนในยุคทุนนิยมสามานย์ ยิ่งกว่าในยุคเจงกิสข่านหรืออเล็กซานเดอร์มหาราช เดี๋ยวนี้เขี้ยวเล็บมันร้ายกาจ มีเหลี่ยมเยอะ มันยิ่งกว่ายุคโน้น ก็เป็นความจริงตามความเป็นจริงสัมผัสได้ก็จะเห็นจริงรู้จริงเหมือนกันอย่างนี้

630902_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ประชาธิปไตยไทย เจริญไปอย่างจันทร์โอชา

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน