ใส่บาตรแล้วขอให้ได้นิพพานผิดไหม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข1 ตุลาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

ใส่บาตรแล้วขอให้ได้นิพพานผิดไหม _สว่างแสง ขวัญดาว : น้อมกราบนมัสการพ่อครูค่ะ ดิฉันใส่บาตรตอนเช้าจะตั้งจิตอธิษฐานก่อนใส่บาตรว่า ขอให้ข้าพเจ้าพบแสงสว่างในชีวิต ให้มีดวงตาเห็นธรรม ดิฉันขอแบบนี้เป็นการขอแลกเปลี่ยนไหมคะ และใส่บาตรแล้วควรอธิษฐานอย่างไร กราบนมัสการด้วยความเคารพยิ่งค่ะ พ่อครูว่า...เอาอย่างนี้ก่อนก็ได้ ขอจะไปนิพพาน ขอให้ได้นิพพาน เป็นตัวบัญญัติไว้ก่อนก็ได้ แต่ตั้งใจที่จะเดินทางทิศนี้ ตั้งใจเราสร้างจิตใจมั่นใจทำอย่างนี้ แล้วคุณพยายามทำความเฉลียวฉลาดให้เกิด ที่คุณจะมาเอาทิศทางนี้ มาเอานิพพาน มันคืออย่างไร มันดีอย่างไร ละเอียดลงไปหน่อยก็คือ อ๋อ จะเอา อย่างนี้ก็คือคุณจะต้องรู้กิเลส กิเลสมันมี 2 อย่าง กิเลส กาม กับ กิเลส อัตตา กิเลส เสพรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสทางทวารนอก ภายนอกกับกิเลสบำเรอใจ ใจคุณต้องการอย่างใดๆนอกจากรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส จะเอาให้ได้ดั่งใจ นี่แหละคือกิเลส รู้อันนี้ให้ได้ ใส่บาตรทีไรก็เรียนรู้อันนี้ ขอให้มีดวงตามีแสงสว่างก็ให้รู้อันนี้ขอให้เข้าใจอันนี้ จะบอกว่าแลกเปลี่ยน คุณทำกุศลใส่บาตรแต่อ่านจิตเป็น ทำจิตของคุณให้เป็นโลกุตระได้ ใส่บาตรนี้เป็นกุศล ใส่วัตถุ เช่นอีก คุณใส่บาตรให้อะไรไปแล้ว แต่คุณต้องการได้โลกียะ ก็เป็นโลกียะ ก็เป็นกุศลสภาพมีมากมีน้อย หมุนเวียนเป็นสมบัติผลัดกันชม ทดแทนกันไปอยู่อย่างนี้ แต่คุณต้องรู้ว่าจิตของคนนี้ไม่อยากได้อะไรแล้วนะมาตอบแทน อันนี้แหละเป็นโลกุตระ ให้ไปแล้วเราก็ไม่ต้องการอะไรตอบแทนอันนี้ไม่ง่ายเลยเป็นเรื่องยากที่จะทำจิตได้ แต่คุณทำได้แล้วก็พยายามฝึก ให้แล้วตัด 0 ตัด 0 ไปเรื่อยๆ ทำเป็นแล้วก็ทำให้บ่อย ทำให้ชำนาญ คุณก็จะเร็ว คุณจะหมดอัตตาเร็ว หมดตัวกูของกูเร็ว อันนี้เป็นเรื่องของอัตตา ไม่ใช่เรื่องกาม

_หมอก ตอนเช้า : ลึก

อ่านต่อ

ซึ้งจริง ๆ นับถือ ๆ พ่อครูว่า...พูดมาด้วยภาษาไม่ใช่คำประชดคำเสียดสีอะไรสุดยอดเป็นอย่างนี้จริงๆ

_ดี-เด่น ขนมไทยลูกชุบ : เผด็จการในคราบประธิปไตยแบบตบตาคนก็ไม่เนียนแล้ว พ่อครูเคยบอกว่าความจริงสิ่งที่ถูกต้องยังไงก็ชนะ ลูกขอบอกว่ายังไงวันนั้นก็จะมาถึงอย่างแน่นอน พ่อครูว่า...อาตมาไปส่งเสริมนายกประยุทธ์ ก็อาจจะไม่ตรงกับที่เขาคิดก็ได้ ก็พิสูจน์กันไป

_เทพ คงถาวร : บทสวดชาวอโศกมีความสงบ เรียบร้อยและมีมนต์ขลัง เกิดผลต่อสติในขณะนั้น ๆ มากกว่าโดยทั่ว ๆ ไป..! พ่อครูว่า...ของเราสวดมนต์ไม่มีความผิดแม้แต่ รสสระ ทีฆสระ ไม่ลากเสียงยาวเกิน ทำให้พอเหมาะ รสสระ เสียงสั่นก็ออกเสียงสระ ทีฆสระ เสียงยาวก็ออกเสียงยาวและไม่มีทำนอง และตรงกับสรภัญญะ สร คือ สระ ภัญญะคือคำกล่าวก็ออกเสียงให้ตรงกับสระ นี่คือผู้รู้จะเร่งกล่าวสาธยายอะไรออกมาก็ตาม จะสวดก็ตาม การสวดคือเอามาพูดเป็นเหมือนๆกันเท่ากับที่ท่องจำไม่ได้ คนที่จำคำของพระพุทธเจ้ามาพูดออกมาได้เหมือนกับพระพุทธเจ้าทุกอย่างคือการสวด แต่คนที่เอามาบรรยายคือจำได้ด้วย อาจจะไม่ถึงกับคำต่อคำ แต่ไม่ผิดจากเนื้อหา อธิบายได้ สังวัธยาย

_ทนุธรรม วิรุฬห์ศิริกุล : พล.อ ประยุทธดีที่สุดแล้วในยุคนี้..ถึงแม้อาจจะไม่ดีพร้อมทุกอย่าง..เพราะใจของพวกเราเอาแต่ใจของตนเอง พอไม่ได้ตามต้องการก็บอกไม่ชอบไม่ดี.. ท่านประยุทธไม่สามารถทำตามใจคนไทยทุกคนได้.. ที่น่ากลัวมากที่สุดคือนายกที่ชอบสร้างภาพ เบื้องหน้าสวยหรู เบื้องหลังโกงบ้านโกงเมือง มีปัญหาตามมา..ต้องทำรัฐประหาร..บ้านเมืองวุ่นวายเสียเลือดเนื้อและชีวิต.... พ่อครูว่า...อะไรก็ทำตามใจคนทั้งหมดไม่ได้หรอก แม้แต่พระพุทธเจ้าก็ทำไม่ได้ มันซ้อนมากเลย คำว่ารัฐประหารคำเดียวนี้ เราข้ามผ่านรัฐประหารแบบโลกีย์ที่ต้องใช้อำนาจอาวุธมารัฐประหารอันนี้ concept เดิม แต่ทีนี้ ที่เราทำประหารมา 4-5 รัฐบาล ประชาชนนี่แหละทำรัฐประหาร แต่เขาไม่เชื่อว่าเป็นไปได้อย่างไร มือเปล่าประชาชนจะไปสู้กับปืนระเบิดได้อย่างไร อย่างทักษิณก็สั่งคนใต้อำนาจเขามาทำ แต่เขาก็สู้พลังของประชาชนไม่ได้ พลังประชาชนเอาอะไรไปรบ เอาความจริงกับความสงบ และความไม่รุนแรง บอกไปเลยว่าอย่างนี้ผิดอย่างนี้ถูก เอ็งผิดอย่างไร แล้วเราก็ได้แต่บอกความจริง ไม่รุนแรงไม่มีอาวุธตรงกับกฎหมายโลกเลย ประชาชนประท้วงหรือปฏิวัติก็ตาม โดยสงบไม่มีอาวุธ ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดกฎทั่วโลกของประชาธิปไตย ประชาชนที่ปฏิวัติชเราไม่ผิดกฎหมายโลก ไม่ผิดกฎหมายสากล รบด้วยมือเปล่าไม่มีอาวุธ สงบเรียบร้อยทุกอย่างไม่ทำร้ายตอบเลยมีแต่คุณทำร้ายมา แล้วมันชนะเพราะพลังความถูกต้อง พลังความจริงของมวลประชาชนที่มีมากพอ คุณแทรกเข้ามาไม่ได้ ความผิดความไม่ถูกต้องของคุณ คุณจะแรงขนาดไหน มันก็แทรกมาในหมู่ชนนี้ ประเทศนี้แทรกเข้ามาไม่ได้คือถึงจะต้องไปอยู่นอกประเทศ นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ ส.เดินดินว่า...พวกนักวิชาการก็คิดเช่นนี้ว่าเป็นคราบเผด็จการในประชาธิปไตย พ่อครูว่า...ยังมีคนเข้าใจว่าพลเอกประยุทธ์สร้างภาพ ถ้าหากรัฐประหารที่ทำมาเป็นการประหารด้วยอำนาจอาวุธด้วยความรุนแรงมีความเสียเลือดเนื้อ ฟังให้ดีตรงนี้ไม่ใช่เรื่อง ข่ม แต่ให้เกิดมีปัญญา ยอมแพ้ในสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่ดีงามจะต้องชนะ ไม่ใช่เอาชนะด้วยอำนาจบาตรใหญ่ อาวุธยุทธภัณฑ์ อำนาจความแรงทางรูปธรรม ไม่ใช่ มันเป็นเรื่องความถูกต้องความดีงาม เป็นนามธรรมล้วนๆ คนต้องยอมให้ความถูกต้องชนะ คนไทยจึงเป็นคนที่มีภูมิธรรมชั้นสูง คนที่เป็นประชาชนคนไทยมีความเข้าใจแล้วมารวมกันเป็นมวลมหาศาล จากน้อยจนกระทั่งเพิ่มขึ้น เพิ่มจนกระทั่งสุดท้าย มีจำนวนหลายล้านคน ก่อเป็นรูปเป็นร่าง เขาก็บอกว่าอันนี้มันสามารถเรียกกำลังพล รวมคะแนนเสียงของประชาชนได้มากจริงๆ สุดท้ายก็ต้องแพ้ มันก็แพ้ไปตั้งแต่รัฐบาลเรื่อยๆที่เราทำไป รายละเอียดเหล่านี้ รัฐศาสตร์จะต้องศึกษาอย่างสำคัญ เพราะว่ามันเป็นสุดยอดของความเป็นประชาธิปไตย ที่เป็นประชาธิปไตยโลกุตระจริงๆ เดี๋ยวจะได้เข้าเรื่อง ประชาธิปไตยดีที่สุดต้องโลกุตระ

สภาวะผิดกับสภาวะแพ้ต้องแยกแยะให้ชัด _Mittee มิตตี : กราบเรียนถามพ่อครูครับว่า เคยได้ฟังพ่อครูได้สอนไว้ว่า เราต้องยอมเป็นผู้เแพ้ แต่เราไม่ยอมผิด การที่เรายอมเป็นผู้แพ้ ต่างจากเรายอมเป็นผู้ผิด หรือไม่ อย่างไรครับ แล้วเราควรเป็นผู้ยอมแพ้หรือเราควรยอมเป็นผู้ผิด อันไหนดีกว่าครับ...เพราะบางที เขาก็ว่าเราผิด ...เราตรวจดูก็พบว่า เราก็ทำผิดไปจากที่เขากำหนดหมาย แล้วเราให้เหตุผลไปก็ไม่อาจทำให้เขาเปลี่ยนใจได้ อาจเกิดการทะเลาะกันหากเราให้เหตุผลต่อไป เราก็เลยยอมแพ้ ก็คือเรายอมให้เขาว่าเราผิดก็ได้ เราทำกาย วาจา ใจอย่างนี้ คือยอมผิด อย่างนี้จะขัดแย้งกับคำสอนของพ่อครูหรือไม่ครับ กราบนมัสการด้วยความเคารพอย่างสูงครับ พ่อครูว่า... เห็นทีต้องให้คุณไป พยายามพิจารณาว่าความผิดกับความแพ้มันเป็นสภาวะธรรมอย่างไร คุณต้องไปอ่านเอง อาตมาอธิบายให้คุณไม่ได้ คุณต้องไปอ่านจากสภาวะจริงเสมอ เกิดพฤติกรรมจริง ของมนุษย์ เหตุการณ์นี้มันก็มีสองแน่นอน เหตุการณ์นี้คนหนึ่งผิดคนหนึ่งแพ้ ไอ้ผิดกับไอ้แพ้ อะไรคืออะไร ควรจะอะไรเป็นอะไร สองคนนี้ ไอ้ผิดกับไอ้แพ้ มันคืออะไร เอาเนื้อหาแท้ๆ อาตมาก็ขอสรุปว่า เราไม่ผิด เรายืนยันแต่ความไม่ผิด ใครจะว่ายึดมั่นถือมั่นอย่างไรก็ตาม เรายืนหยัดยึดมั่นถือมั่นก็ได้ ความถูก เราไม่เอาความผิด แม้ว่าเราจะแพ้ แพ้ก็แพ้อยู่ในความถูก ทีนี้ ความจริง ถูกกับผิดนี้ มันมี 2 อย่าง 1.ถูกตามสมมุติ 2.ถูกตามปรมัตถ์ เราเอาปรมัตถ์เป็นหลัก ปรมัตถ์คือความไม่มีตัวตนเสียสละทุกอย่างให้คุณหมดเลย ก็คือแพ้ทุกอย่างเลย สัจจะความหมดตัวตนคือความถูกต้องที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้น จะแพ้ก็ได้ให้คุณชนะไปเถิด คุณก็ได้เอาชนะ แต่คุณชนะนั้นคุณก็ได้อย่างที่เป็นอัตตาตัวตน ตอนนี้เราไม่มีอัตตาตัวตน เป็นโลกุตระ ก็จบตรงนี้ก็แล้วกัน ไม่รู้จะอธิบายยังไงเดี๋ยวสับสน เรื่องที่ยิ่งใหญ่ก็คืออันนี้ หากเข้าใจไม่ชัดเจนไม่แม่น คุณก็จะสับสนสลับไปสลับมายุ่งเลย เสร็จแล้วคุณก็ไปเข้าข้างนั้นเข้าข้างนี้เลยไม่ยืนหยัดในความถูกต้อง ฝ่ายที่ถูกต้องเสมอ เพราะปัญญาหรือความเฉลียวฉลาดไม่ชัดเจนในสิ่งที่ถูกต้อง เอาแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน

630904_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ประชาธิปไตยดีที่สุดต้อง“โลกุตระ”

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน