660112 สดจากปัจฉาฯ มกราคม 2566 ส่งท้ายปีเก่า-เข้าสู่ปีใหม่ ให้ชีวิตสุด 8 ประการ_บันทึกปัจฉาพ่อครู โดย ส.แสนดิน.docx

โฟลเดอร์บันทึกปัจฉา จาก ส.แสนดิน
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข27 ตุลาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

สดจากปัจฉาฯ มกราคม 2566 🌿 “ส่งท้ายปีเก่า-เข้าสู่ปีใหม่ ให้ชีวิตสุด 8 ประการ” 💦

ปลายธันวาคม 2565 ปีนี้พ่อครูอายุย่างเข้า 89 ปี สุขภาพดีขึ้นฟื้นคืนกำลังกลับมามาก เดินออกกำลังกายแทบทุกวัน สูงสุดเดินได้ถึงวันละ 10,000 ก้าว ไปดูงานทั่วบ้านราช สอดคล้องกับค่าผลตรวจเลือดของพ่อครูมีค่า Hemoglobin สูงขึ้นถึง 11.2 g/dl (คนปกติ 12.00-16.00 g/dl) และปีนี้พ่อครูก็ยังไม่เป็นโรคไข้หวัดเลยสักครั้ง นับเป็นนิมิตหมายที่ดีส่งท้ายปีเก่า

ในงานเปิดบ้านราชเมืองเรือ 5 ธันวาคม 2565 ชาวบ้านให้การตอบรับดีมาก พ่อครูดำริให้เปิดร้านพิสูจน์จิตอาสา ขายของขาดทุนต่อเนื่องเลย เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อน และให้เปิดน้ำตก ลำธาร ให้ประชาชนทั้งเด็กและผู้ใหญ่เข้ามาเยี่ยมชมได้ทุกวัน เป็นสัมประสิทธิ์ เร่งเครื่องเข้าสู่งานปีใหม่ตลาดอาริยะ 2566 ให้ลูกๆได้เพิ่มความเป็นโพธิสัตว์ ลดละความสุขสบายส่วนตัว ออกมาทำงานเสียสละเพื่อสังคม

เพื่อให้เกิดภาวะ “ชีวิตสุด 8 ประการ” ที่พ่อครูได้เทศน์ไว้เมื่อเย็น 23 ธันวาคม 2565 ว่า... “คําสอนพระพุทธเจ้านี่ให้มี “อัปปิจฉะ” มาชอบที่จะมาเป็นคนจน มักจน กล้าจน ท่านบอกว่ามักน้อย น้อยคือจนนั่นแหละ ไม่ใช่ “มหัปปิจฉะ”คือมีมาก “อัปปิจฉะ”คือมีน้อยๆ มาเป็นคนจน กล้าจน มันสุดยอดมนุษย์แล้ว เป็นคนจนที่มีประโยชน์ เป็นคนจนที่ช่วยเหลือเศรษฐกิจของมนุษยชาติของสังคม เป็นคนจนที่อุดมสมบูรณ์ เป็นคนจนที่ 1.อิสระ 2.สบาย 3.สงบ 4.อบอุ่น 5.อิ่มเอม 6.เกษมใส 7.ใจเกื้อกูล 8.เพิ่มพูนการเสียสละ อย่างนี้เป็นสุดยอดของมนุษย์จริงๆ” เป็นภาวะสุดชีวิต 8 ประการ”

29 ธันวาคม 2565 อาจารย์จอยและทีมงาน มาขอถ่ายภาพและวัดตัวพ่อครูเพื่อจะทำหุ่นขี้ผึ้งพ่อครู ขนาดเท่าตัวจริง ทีมปัจฉาได้ปรึกษากับพ่อครูว่า จะให้ทำหุ่นขี

อ่านต่อ

้ผึ้งเป็นรูปพ่อครูทำท่าไหน ตอนแรกคิดกันว่า พ่อครูปางนี้มีอาวุธคือไมโครโฟน น่าจะเป็นภาพพ่อครูนั่งเทศน์พร้อมไมโครโฟน

แต่ตอนวันที่จะวัดตัว พ่อครูเห็นภาพปฏิทินปี 2566 เป็นภาพพ่อครูนั่งบนเก้าอี้ในมือถือ ปุ้งเต้า(ภาษาจีนแปลว่าที่ตักขยะ) กับ เซ้าซิ่ว(ภาษาจีนแปลว่าไม้กวาด) เลยดำริกันว่า เอาภาพนี้แหละทำหุ่นขี้ผึ้ง ตกลงเลยได้หุ่นขี้ผึ้งพ่อครูปาง “ปุ้งเต้า เซ้าซิ่ว” ซึ่งแตกต่างกับหุ่นขี้ผึ้งของพระเกจิอรหันต์สายหลับตาทั้งหลายในเมืองไทยที่จะนั่งทำหน้านิ่งๆ

เป็นนิมิตถึงพ่อครูเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ปางนี้ ไม่ต้องมีอลังการทางโลกีย์มารับรอง แต่ท่านมุ่งมาทำงานเก็บกวาดมิจฉาทิฏฐิในศาสนาพุทธ ที่ผิดเพี้ยนมาหลายพันปี ให้สะอาดขึ้นเป็นสัมมาทิฏฐิ สอดรับกับที่สื่อทำเนียบตั้งฉายานายกฯลุงตู่ว่า “แปดเปื้อน” แต่แท้จริงลุงตู่ทำงานมา 8 ปี คือท่านยอมให้ถูกสาดโคลนด้วยคำเท็จว่าแปดเปื้อน แต่ท่านยังคงมุ่งมั่นทำงานเพื่อให้ประเทศไทยสะอาดจากโคลนตมได้นั่นเอง

31 ธันวาคม 2566 ญาติธรรมมากราบขอพรปีใหม่จากพ่อครู ที่เฮือนศูนย์สูญ

พ่อครูว่า... “ให้สำรวมกาย สำรวมวาจา สำรวมใจ สำรวมระมัดระวัง สัมผัสแล้วเราก็รู้ ว่ากิเลสเราเกิด แล้วเราก็พยายาม...เอ๊ เอ็งไม่ใช่ตัวดีนะไปๆๆๆ ก็หัดฝึกอย่างนี้แหละ เกิดอาการกิเลส แล้วก็รู้กิเลส ว่ามันเกิดอาการอย่างไร กิเลสโลภ กิเลสโกรธ กิเลสหลง หากมันเกิดขึ้นมาก็ เฮ้ย! ต้องเอาชัดๆเอาดีๆ อย่ามามีโลภ มีโกรธ มีหลงอะไร เอ้า ตั้งใจปฏิบัติอย่างนั้นน่ะ ตัวแท้ เอาให้ได้ และถ้าเราไม่มีกิเลสแล้ว มันสบายดี มันเจริญดี เห็นให้ได้ ความจริงมันเป็นอย่างนั้น”

งานตลาดอาริยะครั้งที่ 41 วันที่ 31ธันวาคม 2565 - 2 มกราคม 2566 ผ่านพ้นไปด้วยดี ด้วยพลังศรัทธาและพลังสามัคคีของชาวอโศกทุกเครือแห ปีนี้พ่อครูดำริให้พวกเราชาวอโศกเพิ่มกำไรอาริยะเป็น 10 ล้านบาท จากเดิมปีละ 4 ล้านบาท แต่เมื่อเสร็จจากการจัดงานตลาดอาริยะจริง เราใช้กำไรอาริยะไปประมาณ 7 ล้านบาท เนื่องจากประชาชนอาจยังไม่ตื่นตัวมารับบริการมาก เพราะไม่ได้จัดมาหลายปีจากภาวะโควิด

เดือนเมษายน 2566 พ่อครูยังดำริให้จัดตลาดอาริยะอีกรอบ ยังมีทุนรอนพอทำอีก ลูกหลานชาวอโศกที่มางานปีใหม่ตลาดอาริยะ สิ่งที่เห็นบ่อยๆขึ้นคือขอมาถ่ายภาพกับพ่อครู ขอถ่ายภาพกันมากมาย อย่างกับพ่อครูเป็นดาราดัง งานนี้มีนักข่าวช่องไทยพีบีเอส ได้ทำสกู๊ปตลาดอาริยะออกเผยแพร่ มีคลิปที่มียอดวิวมากกว่า 3 ล้านวิวเลยทีเดียว คาดว่าเมษายนนี้ คนจะมาใช้บริการตลาดอาริยะกันล้นหลาม ให้ชาวอโศกได้เพิ่มพูนความเสียสละ

9 มกราคม 2566 หลังพิธีบวชสิกขมาตุ ที่ชั้น 4 ตึกศูนย์สูญ พ่อครูให้โอวาทแก่สิกขมาตุและผู้เตรียมบวชว่า.... “เอ้า ปฏิบัติดีๆ ตั้งอกตั้งใจ มาตายทางนี้ ชีวิตก็เท่านี้แหละ สูงสุดแล้วก็ ไม่มีอะไร ปลดปล่อยไป ถ้าเราบำเพ็ญโพธิสัตว์ มันก็ไม่มีปัญหาอะไร อาตมาก็อธิบาย พาทำมา จบผู้เป็นอมตะบุคคลได้วิมุติเสร็จ คุณจะเลือกเอา คุณจะต่อภพภูมิ คุณจะไม่ต่อ คุณจะ ปรินิพพานเป็นปริโยสาน มันก็ได้ อะไรเนี่ย มันสุดยอดแล้ว ไม่มีอะไรที่สูงสุดเท่า ธรรมะพระพุทธเจ้า .... เอ้า ตั้งใจดีๆ พากเพียร”

10 มกราคม 2566 พ่อครูเดินทางเข้าสันติอโศก เพื่อไปตรวจตาที่รพ.ศิริราช ในวันที่ 11 มกราคม 2566 โดย อ.นพ.สุรินทร์ ธนพิพัฒนศิริ อดีตผู้อำนวจการโรงพยาบาลศิริราช ได้เอื้อเฟื้อเป็นธุระพาพ่อครูไปตรวจ และได้มีข้อสรุปผลการตรวจออกมาว่า 1. ตาซ้ายยังมองเห็นได้ดีต้อกระจกของตาซ้าย มิได้รีบเร่งที่จะต้องผ่าตัดสามารถจัดเพิ่มแสงสว่าง ชดเชยความขุ่นมัวของต้อกระจกตาซ้าย 2. จอประสาทตาขวาเสียหายมานาน เหลือบางส่วนที่ขอบนอก ไม่ต้องรักษาแต่อย่างใด 3. การมองเห็น 3 มิติอาจไม่สมบูรณ์ทั้งในแง่ความสูง-ต่ำของพื้นต่างระดับหรือขั้นบันได และความใกล้-ไกลของวัตถุ เช่น ขอบโต๊ะ ขอบตู้ เพราะสายตาข้างขวาบกพร่องอย่างมากจากโรคเดิมควรระวังและป้องกัน การสะดุด พื้นต่างระดับ หรือชน โดยการติดแถบสี หรือทาสีให้เด่นชัด ร่วมกับการดูแลเฝ้าระวังโดยปัจฉาสมณะ 4. จัดทำแว่น progressive ให้เหมาะสมกับระยะการใช้งาน เช่น ระยะใกล้-กลาง สำหรับทำงานในพื้นที่ 5. ควรผ่าตัดต้อกระจกต่อเมื่อสายตาแย่ลงมากเพราะเลนส์ตาขุ่นมัวมาก 6. หากเห็นภาพบิดเบี้ยว ซึ่งเกิดจากปัญหาจอประสาทตา ควรรีบตรวจตาโดยด่วน

ทั้งนี้พ่อครูยังมีกำหนดการ ไปตรวจสอบปัญหาการกลืนอาหาร ที่ รพ.ศิริราชในวันอังคารที่ 17 มกราคม 2566 นี้ต่อไป

13 มกราคม 2566 ที่บวร สันติอโศก พ่อครูในวัย 89 ปี ยังคงมีอิทธิบาทในการใช้ชีวิตสุด 8 ประการ ให้มีอายุยืนยาวต่อไป อยู่ต่อเพื่อทำงานต่ออายุของศาสนาพุทธให้ยืนยาวไปถึง 5,000 ปี และมีดำริจะจัดงาน “อัฏฐาริยสัจจายุ” วันแห่งความรักของรัก รักพงษ์ (ฉลองครบรอบ 88 ปี 8 เดือน 8 วัน) ที่จะมาถึงในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 (lovely Day& Lucky Number) จัดงานที่บวรสันติอโศก เป็นการเพิ่มสัมประสิทธิ์ให้ทั้งพ่อครูและลูกๆ ที่จะพากเพียรทำประโยชน์ตน ประโยชน์ท่านให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท ดังปัจฉิมโอวาทของพระพุทธองค์

.................................................. 13 มกราคม 2566....กองงานปัจฉา

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน