651205 💦 ทางสายเดียวที่จะคำ้จุนโลกให้เกิดสันติสุข 🌿_บันทึกปัจฉาพ่อครู โดย ส.แสนดิน.docx

โฟลเดอร์บันทึกปัจฉา จาก ส.แสนดิน
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข27 ตุลาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

💦 ทางสายเดียวที่จะค้ำจุนโลกให้เกิดสันติสุข 🌿

5 ธันวาคม 2565 ช่วงเย็น พ่อครูเดินไปดูที่ร้านพิสูจน์จิตอาสา อาคารบวร หลังจากที่ร้านได้เปิดเป็นวันแรก และขายสินค้าจำเป็นต่อชีวิตประชาชนในราคาเท่าทุน ไม่คิดกำไร

ป้าตุ๊ ฝั่งดาว ... พ่อครูทำไมไม่บอกว่าจะมีคนมาเยอะขนาดนี้ล่ะคะ ร้านถล่มเลย หมดเลย ของหมด นี่ของชุดใหม่ เพิ่งลงเมื่อกี๊ค่ะ

ส.เดินดินว่า...เราบอกเขาว่านี่ยังไม่ได้ขายขาดทุนนะ ตอนปีใหม่จะขายแบบขาดทุน เขาก็ไม่ยอม บอกว่าจะเอาตอนนี้ล่ะ

ผญบ.ติ๊ก... เขาถามว่า จะขายวันนี้วันเดียวหรือ เราบอกว่าไม่หยุด จะขายจนถึงวันที่ 20 เขาก็ว่าดีล่ะ จะได้เก็บเงินมาซื้ออีก

เราไปสั่งซื้อที่นอนเพิ่ม ทางร้านเขาบอกว่า พี่ ที่พี่เอาไปขายหมดแล้วหรือ? เราก็ว่าหมดแล้ว ทางร้านก็ถามต่อ ว่า พี่ ที่พี่เอาไปนี้ขายราคาเท่าไหร่? ไอ้ตัวสามฟุตครึ่ง พี่ขาย 255 บาท เขาก็อุทานว่า ที่หน้าร้านเขาขาย 399 บาท

ส.แสนดิน...แล้วไม่มีจำกัดหรือว่า 1 คนซื้อได้กี่ชิ้น?

ผญบ.ติ๊ก...ให้จำกัดอยู่ แต่ก็กำกับไม่อยู่ เราก็บอกว่าคนละอันเด้อ คนละอัน เขาก็ชี้แจงว่า อันนี้ของแม่ อันนี้ของลุง อันนี้ของคนนั้นคนนี้! มากี่คนนับหมด ขนาดจอดรถอยู่ไกลเขาก็ยังยอมเอายอมขนไป

พ่อครูว่า... มันอดใจไม่ได้

ส.แสนดิน...มีคนกลุ่มอุโบสถศีลออนไลน์ที่ไปช่วยเป็นแคชเชียร์เล่าว่า มีคนหนึ่งมาซื้อ เขาซื้อเตาอังโล่ไปเป็น 10 ใบเลยคนเดียว เขาก็บอกว่าซื้อไปฝากญาติๆคนนั้นคนนี้

.......................................... วันนี้เป็นวันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันดินโลก เป็นวันพ่อแห่งชาติ เป็นวันสำคัญยิ่งของประเทศไทยเรา เพราะเป็นวันครบรอบวันพระราชสมภพของในหลวงร.9 ที่พระองค์ทรงดำเนินชีวิตด้วยการเป็นผู้ให้ มาตลอดพระชนม์ชีพ ตลอด 70 ปีแห่งการครอง

อ่านต่อ

ราชย์

ท่านอ.ยักษ์ วิวัฒน์ ศัลยกำธรได้กล่าวในรายการปรับทุกข์ปลุกธรรม 5 ธันวาคม 2565 ไว้ตอนหนึ่งว่า...

พระเจ้าอยู่หัว ดำเนินชีวิต เสด็จพระราชดำเนินทุ่มเทพระวรกายตลอดพระชนม์ชีพ 38 ปีแรก เสด็จพระราชดำเนิน ไม่มีใครเห็นด้วยกับท่านเลย ขนาดท่านเป็นกษัตริย์นะครับ แต่ท่านขึ้นครองราชย์พระชนมายุน้อย ตอนนั้นพูดง่ายๆ คณะราษฎร์ก็เพิ่งยึดอำนาจไปใหม่ๆ แล้วก็เอากษัตริย์มาเป็นกษัตริย์เท่านั้นเอง ไม่ได้ให้อำนาจอะไร เงินก็ไม่ได้ให้ อำนาจก็ไม่ได้ให้ ย้ายใครสักคนก็ไม่ได้

ท่านก็ทำงานไป หาเงินเอง จะทำอะไร จัดตั้งโรงเรียนกระทรวงศึกษาธิการ ก็ไม่อนุญาต จะตั้งโรงพยาบาลให้คนคุดทะราด นิ้วกุด ทำทั้งที่เรียน ทั้งที่รักษากระทรวงศึกษาก็ไม่อนุญาต กระทรวงสาธารณสุขก็ไม่อนุญาต สุดท้ายท่านก็ทำเอง แล้วหาตังค์เอง ใช้วิทยุอส.เป่าปี่ เล่นดนตรี โฆษณาหาคนมาร่วมมือ ก็สร้างโรงเรียนจนเดี๋ยวนี้ ไม่มีโรค ไม่มีคนป่วย โรงเรียนนี้ก็ทำหน้าที่เป็นปกติ เขาจะยุบโรงเรียน ท่านก็บอกว่า จะยุบไปทำไมในเมื่อไม่มีคนป่วยแล้วก็ให้เป็น โรงเรียนของคนธรรมดา อย่างนี้เป็นต้น

แล้วสุดท้าย 38 ปีครับ รัฐบาลถึงได้เห็นคุณค่าของงานที่พระองค์ทำ ขนาดเป็นกษัตริย์นะครับ ผมจึงเห็นว่า ธรรมะที่ท่านเพียร ทรหด อดทน ทำงานโดยไม่ปริปาก ไม่บ่น ไม่ตัดพ้อต่อว่าใครเลย ทำก้มหน้าก้มตาทำ จนรัฐบาลทนไม่ได้ พลเอกเปรมจึงได้ตั้งสำนักงานขึ้น จึงได้รับการยอมรับมาก่อน แต่ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคือในช่วงพลเอกเปรมมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ตั้งสำนักงาน คณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือที่เรียกย่อๆว่า กปร.

ตั้งสำนักงานแล้วก็มีเงินงบประมาณสนับสนุนท่านไปปีละ 400 ล้านสมัยนั้น ผมยังจำได้ ผมก็ถูกคัดเข้าไปอยู่ในโครงการนั้นด้วย อันนี้ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งซึ่งทำให้งานของพระองค์ท่าน ชีวิตพระองค์ท่านเสด็จพระดำเนินขึ้นดอยมากที่สุด เพราะว่าปัญหาภาคเหนือนี้ มีพื้นที่เกิดโครงการถึง 1,100 กว่าโครงการในภาคเหนือ นี่คืองานของพระองค์

ภาคอีสานก็เยอะพอสมควร ประมาณ 1,000 โครงการ 900 กว่าถึง1,000 ภาคกลางนี้น้อยน้อยประมาณ 800 ภาคใต้ก็ประมาณ 800 โครงการเกษตร รวมทั้งหมดประมาณ 3,700 กว่าโครงการ

โครงการหนึ่งมีมากกว่า 10 เรื่อง ถ้าเอา 10 เรื่องคูณก็ประมาณ 47,000 กว่าเรื่อง ก็เป็นเรื่องที่ทุกคนบอก คิดได้อย่างไร คนธรรมดาคิดไม่ได้

แต่ที่ยิ่งใหญ่ไปกว่านั้นก็คือ แล้วท่านทำได้อย่างไร ทรงเสด็จพระราชดำเนินไป ไปเยี่ยม ไปดู ไปตรวจเอง เมื่อสักครู่ช่วงเช้านั่งคุยกันมากับท่านรองอธิบดีกรมชลฯ ท่านเป็นอดีต เกษียณแล้ว โครงการใดที่ไปตรวจเองจะสำเร็จ แต่ถ้าสั่งไปแล้วไม่ไปมอนิเตอร์ไม่ไปติดตามประเมินผล มันก็ไม่สำเร็จ

พระองค์ท่านก็เสด็จดำเนินไปตรวจเอง ผมจำได้แม่นยำ พระองค์ท่านมักจะอารมณ์ดี ไม่เคยเห็นท่านโกรธเลย อโกธะ ชัดเจน ขนาดเราทำผิดนะ ท่านก็ไม่ตำหนิ ท่านก็ชี้ให้เห็นว่าผิดนะ แล้วก็บอกว่าที่ถูกมันคืออย่างไร นี่ก็เห็นชัดเจน

.......................................... ..ปิดท้ายด้วยโศลกธรรมของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ที่ว่า....ในโลกแห่งความอลวน ... จะสันติได้ก็ด้วย "ผู้รับ" และ "ผู้ให้" โดย "ผู้รับ" ก็รับแต่เพียงพอดี ทั้งรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ "ผู้ให้" และมีปัญญารู้ ทุกข์ ของการรับไว้ "ผู้ให้" ก็รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณผู้รับ ทั้งรู้จักใช้ปัญญา ในการให้ และเห็นโทษภัยของการเก็บสะสมหอบหวงกักตุนไว้ นี้แหละคือทางสายเดียว ที่จะค้ำจุนโลกให้สงบ ร่มเย็น มีสันติสุขโดยแท้

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน