620313 วาทกรรมประชาธิปไตยจอมปลอมของนักเลือกตั้ง.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2562
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์293 KB
วันที่แก้ไข19 มีนาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

620313 วาทกรรมประชาธิปไตยจอมปลอมของนักเลือกตั้ง

สมณะดินไท : วันนี้ข่าวสารมีแต่วิพากษ์วิจารณ์ อภิสิทธิ์ที่ประกาศไม่ร่วมกับ พรรคที่ประกาศสนันสนุนลุงตู่ พ่อครู : อหังการของเขา อหังการของอภิสิทธิ์ เขาจะข่มว่าประยุทธ์ไม่เท่าไหร่ต้องอั้ว เป็นการแสดงออก สำเนียงส่อภาษากิริยาส่อสกุล มันเป็นอาหารการของเขา เขาดูถูกหมดไม่มีใครเหนือเขา เป็นการอหังการแสดงตัวตนเต็มที่ คือไม่มีการอ่อนน้อมถ่อมตนไม่มีความเห็นว่าคนอื่นมีค่า มีตัวเองเป็นตัวคนเดียว เขาทำไปแล้วมีกึ่งหนึ่งถึงพลเอกประยุทธ์หรือที่เขาทำไป เขาทำไปเคยถึง 4 ปีหรือ เขาเคยเป็นครั้งหนึ่ง เป็นนายกครั้งหนึ่งไม่ถึง 4 ปีหรอก สมณะดินไท : ครั้งเดียวตอนที่โดนเสื้อแดงไล่ พ่อครู : เสื้อแดงไล่แล้วเขาก็ยึดอำนาจคืนไปได้ เขาทำแล้้วก็เขา จัดเลือกตั้ง เขาก็แพ้ยิ่งลักษณ์มา ถล่มทลาย ยิ่งลักษณ์ก็เลยได้ สมณะดินไท : ตอนนี้สังคมเขาเชียร์ลุงตู่มากขึ้นๆ พ่อครู : มันอยู่ที่พฤติกรรม พฤติกรรมจริงที่เขาทำขึ้นมาแล้ว ดีเข้าตาคน คนเขามีปฏิภาณแต่ละคนแต่ละคน มันจะโง่ขนาดไหนมันก็พอมีปฏิภาณ พอมีไหวพริบที่จะมองออกว่า วันนี้เขาจริงใจ เขาทำงาน หรือเขาไม่ทำงาน เขาเอาแต่พูด เข้าทำงานแล้วมันมีผล ผลดีอย่างไร วันนั้นเอาผลประโยชน์เข้าตัว หรือผลประโยชน์ไม่เข้าตัว เขาก็ทำเสียสละ สร้างสรรค์เพื่อประโยชน์สุขส่วนรวมจริงๆ อะไรต่างๆนานาพวกนี้ โดยปริยายก็พอเข้าใจกันทั้งนั้นว่าอะไรดีอะไรไม่ดี บ้านนอกคอกนาก็รู้กันทั้งนั้นแหละ โดยปริยาย ถ้าโดยแนวลึกมีรายละเอียด ก็อีกเรื่องนึง เมืองไทยอยู่สบายวันนี้ทุกวันนี้ ไม่มีอะไรก็อยู่ๆกินๆกัน ใครเดือดร้อนก็ไปช่วยกัน เป็นแต่เพียงว่ามันไม่รู้จักขีด เขต ฐานะบุคคล บุคคลก็มีฐานะ แต่ละฐานะตามวิบาก วันนี้รับวิบากมากหน่อย คนนี้รับวิบากน้อยหน่อย

อ่านต่อ

กรรมวิบากจัดสรร พระพุทธเจ้าอยู่ทั้งองค์ ท่านก็ทำให้ยาจกเป็นเศรษฐีไม่ได้ ทำให้คนต้องเจ็บต้องป่วย ให้หายเจ็บหายป่วยไม่ได้ ก็เป็นไปตามวิบากของใครก็ของใคร สมณะเดินดิน : ดูคุณสนธิรักเขาจับประเด็นที่เขาประกาศก็ชัดเจนดี ว่าตอนนี้บ้านเมืองมันถึงทางตัน เพราะว่าการที่เขาประกาศจับขั้วที่ 3 ขึ้นมา โดยไม่คิดว่าประเทศชาติจะรวมตัวกันยังไงและจะแก้ปัญหาอย่างไร ตัวเองรีบประกาศความเป็นผู้นำ แกนนำจัดตั้งรัฐบาล พอมี 3 ขั้วทำให้บ้านเมืองไปไม่ได้เลย จะต้องตัดสินใจแล้วว่า เพราะเพื่อไทยเขาเรียกร้อง ให้ได้คะแนนมากๆ ไม่เกรงใจตู่จตุพรเลย ตู่จตุพรบอกให้เอาคะแนนของไทยรักษาชาติ มาให้พรรคเขา เพราะว่าถ้ากทำคะแนนมากๆเพื่อไทยก็จะล้มไป แต่คุณหญิงหน่อยบอกว่าจะต้องให้ชนะอย่างมากๆให้เป็นแลนด์สไลด์ อภิสิทธิ์คิดว่าประณีประนอมแล้วชาติจะรอด พ่อครู ; อภิสิทธิ์เขากลัว ที่เห็นว่าพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบไป แสดงให้เห็นว่า เพื่อไทยที่จะแตกแบ๊งค์ไปเลยๆ มันแสดงว่าส่วนกลางเขาไม่เห็นด้วย ไม่มาแผ่อำนาจอ พอทำอย่างน้นอภิสิทธิ์ก็เหมือนจะดีขึ้น ที่จริงส่วนกลางเขาไม่เล่นอย่างนั้นนะ ใครจะแสดงความจริงก็แสดงไป แต่อย่างมาเบ่งอำนาจ ทุกวันนี้ความรู้ของคนมันละเอียด ไม่อยากให้เสียดหนาม ที่มันอยู่ทุกวันนี้มันก็คุมให้มันดีแล้วพอส่วนกลางจะเบ่ง เขาก็เบ่่งทับขึ้นมา เขาก็แสดงตัวเป็นเด็กๆ สมณะเดินดิน : นักวิชาการเรามองออกว่า พรรคประชาธิปัตย์กลัวแพ้เป็นสำคัญ ถ้าไปอยู่อย่างนั้นก็จะเป็นตัวเลือกต้องเข้าไปร่วม เลยต้องประกาศตัวเองเป็นขั้วที่ 3 พ่อครู : จริงเขาต้องรู้ตัวเขาว่า จริงๆเขาควรอยู่เป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายเขาไม่เหมาะเป็นฝ่ายรัฐบาลเลย เข้าบริหารแล้วก็บริหารไม่เป็น ฉะนั้น เพราะฉะนั้น เขาเหมาะจะเป็นฝ่ายจับผิด เป็นฝ่ายค้านนั่นแหละถูกแล้ว แต่เขาไม่รู้ตัวเขา ถ้าเขาทำตัวเป็นฝ่ายค้านเขาจะใหญ่ ถึงวาระที่รัฐบาลทำไม่ได้ ประชาชนก็จะเรียกร้องให้เขาขึ้นเป็นรัฐบาลแทน เขาควรทำหน้าที่เป็นรัฐบาลลองลังอยู่ตลอดเวลา เขาจะทำหน้าที่เป็นฝ่ายตรวจสอบ ถ้ารัฐบาลทำไม่ดี เขาจะสลับขึ้นมาเป็นรัฐบาลแทน เขาก็จะมีโอกาสได้เป็นฝ่ายรัฐบาลอยู่ตลอดเวลาเลย สมณะเดินดิน : เหมือนที่พ่อท่านบอกให้ลุงจำลองเป็นผู้ว่า พ่่อครู : เขาก็จะเป็นรัฐบาลอยู่ตลอดเวลา เมื่อรัฐบาลจริงบริหารประเทศไม่ได้ แต่ถ้ารับประทานจริงบริหารได้ดี เขาก็ทำหน้าที่ตรวจสอบต่อไปเรื่อยๆ ถ้ารัฐบาลจริงทำไม่ได้หรือทำได้ไม่ดี เขาก็จะมีโอกาสได้กลับมาเป็นรัฐบาลแทนอยู่บ่อยๆ สมณะดินไท : เขาไม่มีฝีมือ พ่อครู : เขาต้องรู้ฐานะของตนเอง สมณะดินไท : เขาถนัดจับผิดมากกว่า พ่อครู : ฝ่ายค้านก็ต้องทำหน้าที่จับผิด ต้องรู้ความถนัดของตัวเอง แต่เขาไม่รู้ตัวเอง เขาพยองอยากเป็นรัฐบาล ตั้งแต่สมัยนายควง เขาตั้งนาเพื่อเป็นฝ่ายค้าน เป็นการรู้โดยปริยายของประเทศไทยว่า พรรคประชาธิปัตย์คือฝ่ายค้านของรัฐบาลไทยนิรันดร เพราะพรรคอื่นๆตั้งขึ้นมาส่วนใหญ่ก็ล้มหายไป มีแต่ประชาธิปัตย์ที่ยังอยู่ แต่ก็ไม่รู้ตัวเองว่าตัวเองอะไร ถ้ารู้ตัวเองจะทำงานได้สวยแล้วก็อยู่ไปสบายอยู่ที่คนทำหน้าทีนี้จะเสียหายอะไร อยากใหญ่ไปทำไม จะเป็นรัฐบาลไปทำไม หัวหน้าฝ่ายค้านก็ได้เงินเดือนเท่ากันกับหัวหน้ารัฐบาล สมณะดินไท : อันนี้เขาก็คงอาจจะรู้ว่าเขาต้องเป็นฝ่ายค้าน ตัวเขาไม่ร่วมกับ พปชร. แต่รูปนั่นก็อาจจะโอนให้ก็ได้ แล้วตัวเองก็จะได้เป็นฝ่ายค้าน พ่อครู : อยากเป็นใหญ่ ไม่รู้ตัวของตัวเอง ถ้าไม่ได้เรื่องอะไร ไปเลยกลายเป็นสามก๊กในขณะนี้ สมณะเดินดิน : ทางเลยตันเลย พ่อครู : คุณก็ปล่อยให้ พปชร.กับ เพื่อไทยซัดกันไป คุณก็คอยดูแลเป็นฝ่ายค้านไป แต่คุณมาประกาศเป็นคู่แข่งอันนี้ก็เลยเกิดเป็นสามก๊ก สมณะดินไท : เมื่อถึงเวลาเลือกนายกในสภา ทุกพรรคทุกฝ่ายก็ต้องมาเลือกเอาว่าใครจะเลือกใคร สมณะเดินดิน : แทนที่จะคิด ว่ามารวมกับลุงตู่ เพื่อเอาทักษิณออกไปให้ได้ พ่อครู : น่าจะคิดอย่างนั้น เพราะรู้กันอยู่ว่าทักษิณไม่ดี กลับมาเป็นคู่แข่งคิดว่าฉันต้องการเป็นใหญ่ จิดเขาลึกๆ พอ พปชร.ประกาศสนับสนุนลุงตู่ อภิสิทธิ์ก็ประกาศออกมาว่าไม่เอาลุงตู่ เป็นการแสดงตัวตนออกมาเต็มที่ ไม่มีจุดยืน จะเอาตัวตนเป็นใหญ่ สมณะดินไท : ตอนที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ผู้ว่ากทม. ตอนนั้นจะไม่เอาเพื่อไทย พ่อครู : วาทะกรรม อาศัยคำว่าประชาธิปไตยตัวเดียวทุกขณะ เพียงแต่คณะ พปชร.หรือนายกตูไม่พูดเท่านั้น ประชาธิปไตย เขาไม่พูด เขาหาว่าเผด็จการช่างหัวมัน ทำงานเพื่อประชาชนเป็นตัวแท้ๆ ประชาชนเขาดูออก ส่วนพวกที่มีแต่วาทะกรรม ประชาธิปไตย ประชาธิปไตย เผด็จการตู่ พฤติกรรมของเขาเป็นประชาธิปไตย แต่พรุ่งนี้มีแต่ภาษาเผด็จการ มีแต่ภาษาประชาธิปไตยแต่ตัวจริงเป็นเผด็จการทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นอภิสิทธิ์ก็เผด็จการ ทักษิณก็เผด็จการ สมณะเดินดิน : อภิสิทธิ์น่าจะมองออกว่าใครสืบทอดอำนาจหรือไม่สืบทอดอำนาจ พ่อครู : การสืบทอดอำนาจ มันเป็นภาษา Corridor มันเป็นสะพานเส้นทางระหว่างอวกาศ อยากที่คนไม่มีดวงตามองไม่เห็น มันเป็นการเชื่อมโยงกันระหว่างประชาชน ประยุทธ์กับประชาชน ประชาชนปฏิวัติ ปฏิวัติเสร็จแล้ว ประยุทธ์ก็เดินทางเข้ามาพอดีเชื่อม ก็ทำงาน Corridor ต่อสาน นี่คือการสืบสานเชื่อมต่อ เป็นอายตนะสะพานเชื่อมโยง ซึ่งไม่มีดวงตาคนที่ไม่มีปัญญามองไม่ออก มองไม่เห็น มันเป็นสะพาน มันเป็นสิ่งที่เป็นอรูป เป็นนามธรรม เป็นเรื่องลึกซึ้ง เป็นสิ่งที่ถูกต้องลงตัวด้วย สม ณะดิน : ประชาชนปฏิวัติมันจะยากกว่าประชาธิปไตย พ่อครู : ประชาชนปฏิวัติ พูดเท่าไหร่เท่าไหร่เขาก็ไไม่กระดิกหู เมืองไทยเนี่ยประชาชนปฏิวัติรัฐบาลได้สำเร็จ เอาทรราชลงได้ตั้ง 2 3 รัฐบาลอย่างชัดเจน ด้วยความสงบเรียบร้อยต้องตามสากล ไม่มีอาวุธ เอาความจริงขึ้นมาเปิดเผย จนกระทั่งแพ้ความจริง ออกไปออกไป พลังอำนาจของประชาชนไม่ยอมไม่ยอมไม่ยอม จนสุดท้ายผู้ที่ฟ้องคดีที่มีความผิดเป็นคดีที่มีความผิดเป็นคดีคดีไป ถ้าไม่ยอมให้พิพากษา คดีของทักษิณ จะมากยิ่งกว่ายิ่งลักษณ์ ตัวเองก็ไม่ยอมให้ฟ้อง สมณะเดินดิน : เขาก็บอกว่าต้องมีจำเลยอยู่ มันแย่งกันได้ด้วย ตอนหลังศาลสรุปว่า ไม่ต้องมีจำเลยอยู่ด้วยตัดสินได้เลย พ่อครู : เล่นแบบนี้มันก็คาราคาซังกันจนตาย บางคดีก็หมดอายุความ เดี๋ยวนี้แก้ไขใหม่เป็น 1ลับหลังได้ 2 ไม่มีหมดอายุความ . ทักษิณเอ๋ยจะเอาใคร เอาลูกขึ้นมาก็จะมาเจอกฎหมายเหล่านี้ น้องก็ไม่มีที่อยู่แล้ว ถ้าเอาลูกขึ้นมาอีก ที่นี้ก็ไม่มีที่อยู่แล้ว ลูกก็ต้องออกไปอีก ตอนนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าลูกจะลูกผีลูกคน ส่วนลูกผู้หญิง 2 คนก็ไปเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน สมณะเดินดิน : ถ้าเราเปรียบเทียบว่า ทหารสืบทอดอำนาจ ทหารไม่เคยเอาน้องตัวเองมาเป็นผบทบ. ่พ่อครู : ชัดเจนดีห้างอย่างนี้ สืบทอดอำนาจคืออะไร กับ Corridor คืออะไร การเชื่อมโยงเชื่อมต่อระหว่างความเหมาะสม Corridor กับ การสืบทอดอำนาจ มันมีการเอาอำนาจ มีคำว่าอำนาจ มันไม่มี อำนาจประชาชน มาประสานอันนี้มารับช่วงอำนาจประชาชน มาทำงานเพื่อประชาชน มันเป็นความละเอียดเป็นความลึกซึ้ง ที่เขาไม่รู้ได้ง่ายๆ คุณนิ่ม : มีคนอธิบายว่า ทักษิณเขาอยู่นาน เขาแทรกซึมเข้าไปในระบบราชการอยู่ พ่อครู : ทั้งนั้นแหละ แก่ทำทุกอย่างเป็นหลักฐานมากมาย สมณะเดินดิน : อย่างเช่นว่า ให้วันที่ 31 ธันวาคนเป็นวันทำงาน พ่อครู : เรายังทำได้ ให้วันที่ 30 ธันวาคมเป็นวันทำงาน เพื่อจะมาเซ็นให้แก่เมียตนเอง ทำอย่างน่าเกลียด ไม่มีอะไรเหลือ ถ้าทักษิณอยู่ต่อ ขายหมดประเทศไทยไม่มีอะไรเหรอ ประเทศไทย ดาวเทียมก็ขาย อาจจะมาขายดาวเทียมชดวงนี้ก็ได้ ขายให้ต่างประเทศไปหมด แล้วก็โกยเงินเข้ากระเป๋าตนเอง สมณะเดินดิน : รัฐวิสาหกิจก็เอาไปขาย พ่อครู : ถ้าให้แกอยู่แกเอาไปขายหมด รัฐวิสาหกิจ แหล่งทรัพยากร เหมืองทองคำเหมืองแร่เหมือนน้ำมัน แกขายหมด สมณะดินไท : เขาแยบยลในการใช้ภาษา อย่างขายหุ้น ขายหุ้น ก็คือขายกิจการให้เขา แล้วเปิดให้เข้ามาร่วมลงทุน พ่อครู : สมัครเป็นลูกน้อง เอาเงินมาเข้ากองกลาง แล้วเขาก็บริหารเป็นเจ้าทุนหมด ชีวิตคนเรามันขี้โลภจริงๆนะ สมณะเดินดิน : ความจริงเขาก็น่าจะรู้ ว่าทำต่อก็ถูกด่า ถึงขนาดสาปแช่ง พ่อครู : เขาไม่แคร์ สมณะเดินดิน :ไม่แคร์เลย จะว่ายังไงเขาก็ไม่สนใจ สมณะดินไท : หรือว่าบรรลุแล้ว พ่อครู : ไม่ เป็นตัวตนอันข้างด้าน ทั้งโง่ทั้งด้าน แสดงอารมณ์ว่าช่างหัวมัน (let it be) ฉันไม่แครฺ์ เขาก็แสดงตัวตนของเขาออกมาเต็มที่ สมณะเดินดิน : มันยังมีตังค์อยู่ ใช้ไม่หมด เลยหาทางใช้ พ่อครู : ดอกเบี้ยที่เอามาทุกวันนี้ก็ใช้ไม่หมดแล้ว เพราะเขาโกงไปเยอะ เป็นแสนล้าน ลงทุนต่างประเทศ เอาแต่ดอกเบี้ยมาเลี้ยงลูกน้องในเมืองไทย ค่าของเงินต่างประเทศ เอามาแตกใช้ในไทย ได้ดอกเป็นเงินเป็นดอลลาร์ เอามาแตกเป็นเงินบาท 1 บาทใช้ได้ 30 กว่าบาท ก็สบายไป คุณนิ่ม : ผลวิบากมันจะออกมาอย่างไรน่้า พ่อตรู : ก็ไปตามดู คุณเกิดตามดูก็แล้วกัน ตามดูไป เราก็เข้าเรื่องวิบาก ก็เท่านั้นแหละ มันอจินไตยจะไปรู้ได้ไง คุณนิ่ม : มันฉลาดที่ซิกแซก พ่อครู : คือโง่จนกระทั่งไม่่รู้ตัวเองสร้างวิบากให้แก่ตัวเอง เขาไม่เชื่อกันไม่เชื่อวิบาก สมณะดินไท : คน เวเนซูเอร่า จนหมดประเทศแล้ว คนก็ยังเลือก พ่อครู : เวเนซูเอร่า ยับเยินมาหลายพรรคแล้วนะ หลายยุคหลายทีแล้ว ประธานาธิบดีมากอบโกยแบบทักษิณมาหลายทีแล้ว สมณะดินไท : ประเทศนี้ร่ำรวยตัวเมืองไทย พ่อครู : มันมีน้ำมัน มันมีน้ำมันเยอะ ในไทยอยู่ได้แล้ว อยู่ในโซนอบอุ่น แต่ไม่รู้จักพอ ในหลวงร 9 ถึงได้มาปรับให้รู้จักพอ รู้จักหยุดบ้าง ไม่รู้เรื่อง รองนายกสมคิดจะทำให้รวย เราก็มาถ่วงอย่างนี้ อย่างพวกเราเป็นคนไทยใจกว้าง มี Bob of love ตูนมาช่วยวิ่ง 13 หมูหมา เดี๋ยวก็มาถึงอโศก เพราะว่าเหล่านั้นเป็นเรื่องตัวเล็กตัวน้อย เพราะอโศกรวมทั้งหมด มีชุมชนกลุ่มไหนมาแต่งชุดไทย มีแต่อโศกไม่ไปแต่งตามแฟชั่น มันจบแล้ว เราก็สบายแล้ว มีชุดยืนตัวแล้ว ไปต้องอะไรมากมาย จะอยู่ จะกิน จะเป็น จะค้าจะขาย จะเชื่อมโยงกับสังคม มันลงตัวแล้ว สำเร็จแล้ว สบายๆแล้ว ผมก็ปลดเกษียณได้แล้ว ทำให้เรียบร้อยต่อไป พวกเราก็สืบสานต่อไป สืบทอดไป สืบทอดอย่าง Corridor ไง สืบทอดอย่างไม่มีรอยต่อ สืบทอดอย่างสานประสานต่อไปเลย วันนี้คนก็มาใช้วาทะกรรมสืบทอดอำนาจ อำนาจคือสิ่งที่แรง อันนี้ไม่มีแรงมีแต่เนียน คุณนิ่ม : คำนี้มันรีเฟอร์ไปถึงหลายสังคมนะ พ่อครู : มันมาตั้งแต่สถาบันกษัตริย์นั่นแหละ ในหลวง ร. 9 เป็นผู้วางรากฐาน ในหลวง ร. 10 ก็สืบสานต่อ การสืบสานต่อก็คือคอร์ริดอร์ ไม่ใช่การสืบทอดอำนาจ เพราะในหลวง ร. 9 ไม่ได้ใช้อำนาจเบ่งอะไร ท่านทำงานเป็นผู้บริหาร อภิบาลประชาชน ท่านไม่ได้ใช้อำนาจบาตรใหญ่อะไรเลย ในหลวง ร. 10 ก็มาสืบสาน ไม่ใช่มาสืบทอดอำนาจ มา Corridor มาสาน ไม่รู้จะว่าอะไร หมดพยัญชนะ ทำงานต่อ

ถอดข้อความโดย อุทัย

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน