620210_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ตอบปัญหาประชาธิปไตยจนกว่าจะไร้อัตตา.docx
เนื้อหาในไฟล์
620210_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ตอบปัญหาประชาธิปไตยจนกว่าจะไร้อัตตา อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1vKN0u1HRccYoiiCQMGlEsBaz-Li3hk_brlvw5UR45BM/edit?usp=sharing ดาวโหลดเสียงที่.. https://drive.google.com/open?id=12heL5nSZVt13oNP3LlbFQSUKUqXmgxR6
สมณะฟ้าไทว่า…วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 ที่บวรราชธานีอโศก งานพุทธาภิเษกฯปีนี้จะมีกิจกรรมเปลี่ยนแปลงจากเดิมหลายอย่าง รวมถึงอากาศที่มีความเปลี่ยนแปลงได้สูง ซึ่ง การเมืองไทยตอนนี้ก็มีเหตุการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงสูงมากเช่นกัน พ่อครูว่า...มาฟัง sms ก่อน ก็คงได้ใช้ sms นี่แหละเป็น guide นำการเทศน์ SMS วันที่ 8 ก.พ. 2562
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน วังวนการเมืองเรื่องเลือกตั้ง _3867พ่อครูคงยินดีที่ลุงตู่ตอนรับแคนดิเคตเป็นนายกให้พ.การเมืองใหม่!แต่คงทำใจโยนิโสมนสิการไปด้วยแหงม!กลับไปวังวนเลือกตั้งอีกแหล๊ว!นมัสการ สาธุ!กบสิ้นโศก พ่อครูว่า...คำว่าวังวนเลือกตั้ง มันเป็นวังวน เรื่องการเลือกตั้งเรื่องของการเมืองไทยตอนนี้ เป็นการเมืองที่สวยงามที่สุดแล้ว เป็นการบริหารด้วยความเป็นประชาธิปไตย อาตมาเป็นคนให้คะแนนเอง การบริหารที่เป็นประชาธิปไตยสวยงามมากที่สุดเท่าที่รัฐบาลที่มีนายกมา 29 คน คนนี้บริหารเป็นประชาธิปไตยที่สวยงามที่สุด วังวนการเมือง เป็นสมบัติผลัดกันชมระหว่างผู้ที่แจ้งอำนาจมาบริหาร ประชาธิปไตยนั้นประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจ แล้วไปลงคะแนนให้คนไปทำหน้าที่แทน ตอนนี้มีโพลที่ออกมา ก็ใช้โพลนี่แหละ โพลของประชาชนก็เจตนาเก็บคะแนนเสียงของกลุ่มประชาชน ขณะนี้มีโพลตั้งหลายเจ้า ได้คะแนนเสียงนายกตู่ชนะทิ้งห่างคนอื่นทั้งนั้นเลย นี่ก็เป็นประชาธิปไตยแล้วไม่ต้องไปลงคะแนนเสียงก็ได้ ประชาชนมีม
อ่านต่อ
ันสมอง ประชาธิปไตยที่ให้คนไปลงคะแนนเสียงนั้นก็คือประชาชนในประเทศไม่มีมันสมอง ก็เลยต้องไปเอาคะแนนเสียงจากประชาชนทุกคน คนที่ไปลงคะแนนเสียงนั้นมีที่ไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก มันถูกนายทุนเจ้าอำนาจหาวิธีที่จะซื้อเสียง อิทธิพลเพื่อที่จะได้เสียงให้แก่ตัวเองคลุมไว้หมดแล้ว สร้างเครือข่ายวิธีการไว้หมดแล้ว อเมริกาเองเป็นตัวดีเลยที่เห็นชัด มีนายทุนมาบงการ พวกนายทุนก็เอาทุนไปจ้างคนทำแบบนี้ไว้ตลอดเวลา ได้โอกาสดีก็ขึ้นมาสมัครเป็นอันนี้ ถึงขั้นสูงสุดก็มาสมัครเป็นประธานาธิบดี ซึ่งเป็นกลวิถีเท่านั้นเอง ไม่ได้เป็นเรื่องของจิตวิญญาณตัวจริง ประชาชนไม่ได้ใช้อิสระเสรีภาพความรู้ความสามารถตามความเห็นของเขาจริงๆ มันไม่ใช่ มันตกอยู่ใต้อำนาจเงินทองและอำนาจที่เขาสร้างองค์ประกอบไว้ ขณะนี้ทักษิณได้ทำอำนาจนั้นไปทั้งอำนาจเงินและอำนาจอื่น เขาจบทางด้านอาชญวิทยามา เก่งจริง ก็เลยกลายเป็นตัวอาชญากรตัวสำคัญ เพราะเขาเก่งทางอาชญากรรมเขาเรียนดอกเตอร์ทางนี้มาก็เลยเอามาใช้ซะเอง เลยเป็นอาชญากรเลย ทุกวันนี้ก็เป็นอาชญากรเข้าประเทศก็ไม่ได้ เขาทำสำเร็จ ตามที่เขาเองไปเรียนมาแล้วก็เอามาใช้ แทนที่จะเอามาปราบอาชญากรก็เลยสร้างตัวเองเป็นอาชญากรเองของโลกเลย การเลือกตั้งเป็นเรื่องวนเวียนของสังคมประเทศนั้นที่ประชาชนไม่มีปัญญาพอที่จะใช้กระแสความรู้สึกร่วมกันแล้วรู้แล้วว่าคนไหนควรจะมาเป็นผู้บริหารที่จะเป็นนายก ขณะนี้ประเทศไทยใช้วิจารณญาณใช้สามัญสำนึกใช้พฤติกรรมทางกายวาจาใจ เห็นร่วมกันว่าพลเอกประยุทธ์เป็นคนเหมาะสม ก็ถูกแล้ว ประเทศไทยขณะนี้เป็นประชาธิปไตยอยู่แล้วโดยสัจธรรมของมันเอง คนนี้ก็บอกว่ากลับไปวังวนการเลือกตั้งอีกแล้วก็ใช่ วนเวียนอยู่อย่างนั้น ไปเรียกร้องกับพวก งากๆๆ พวกนั้น เป็นพวกที่กระหายจะได้ตำแหน่งอำนาจหน้าที่เท่านั้นเอง มันไม่ใช่ประชาธิปไตยอะไรหรอก แล้วหลงตัวเองว่าประชาธิปไตยต้องมีเลือกตั้ง ไม่มีเลือกตั้งเป็นเผด็จการไม่ได้รู้ในรายละเอียดของสิ่งที่ละเอียดลึกซึ้งอะไรต่างๆที่เป็นองค์ประกอบ ไม่รู้เลย รู้แต่เลือกตั้ง...ไม่ใช่เลือกตั้งไม่ใช่ประชาธิปไตย พวกนี้ Go to hell ดิ่งหัวลงนรกอย่างเดียว เราเองอาตมาถึงบอกว่าไม่ต้องเลือกตั้งหรอก บริหารไปก็ยังดีอยู่ ประเทศไทยขณะนี้สงบเรียบร้อย การเมืองก็ไปได้ดี มีแต่พวกลิ่วล้อที่ร้องจ๊ากๆๆอยู่เท่านั้นเอง ไม่ใช่พวกปากหอยปากปูด้วย แต่ปากฝุ่นละอองธุลี อาตมาพูดความจริงไม่ใช่ประชดประชัน คือมันเสียเวลา บ้านเมืองจะไปได้ดีอยู่แล้ว ก็วางRoadmap ไปเถอะ เพราะฉะนั้นถ้าจะไม่ต้องเลือกตั้งเลยก็เลื่อนไปเรื่อยๆก็แล้วกัน ไม่ต้องไปเลือกตั้งหรอก บริหารไป เขาจะร้องก็ร้องไป สักวันคงหมดเสียงร้อง คือเขาจะเอาแต่อำนาจตนเองไม่ดูพฤติกรรมสังคม พฤติบทที่ได้ผลออกมา
_3867 พ่อครูไม่สงสัยกับคำติคำด่าคำวิจารณ์ของคนช่างสารพัดอคติเลยฤา? พวกนั้นเก่งจริงทำให้พ่อครูสาละวนอยู่กับคำอคติแตกต่างต่อต้านอโศกได้เต็มรายการ!จนข้ามเหตุบ้านการเมืองงานศาสนาสำคัญๆกับปย.สุขปวงชนไปได้ทุกรายการ! พ่อครูว่า…อาตมาต้องให้ประโยชน์เขาบ้าง อย่าปล่อยทิ้งเขาเลยมันใจดำ เพราะเขาโง่เขาไม่รู้ความจริง ก็ต้องให้รู้ความจริงบ้าง ไปเข้าใจว่าเขาทำถูกแล้วหรือว่าอาตมาไม่รู้เรื่องอะไร เป็นพวกลัชชี เป็นพวกหน้าด้านตำหนิไปแล้วก็เฉย อาตมาก็ไม่ใช่พวกอลัชชี ติมาก็ไม่รู้ว่าเขาด่าว่า ดีไม่ดีด่าแรง ด่าหยาบขนาดนี้ยังหน้าหนา ไม่รู้อีกก็เสียคน ก็ต้องตอบรับเขาบ้าง ไม่ตอบรับเขาเราก็เสีย ไม่ตอบรับเขาเราก็ใจดำไม่มีเมตตาที่จะศึกษาอะไรเลย จริง เสียเวลาไปกับพวกนี้ คุณจะเอาแต่ประโยชน์ของคุณได้อย่างไรก็ต้องให้เขาบ้าง ไม่ตอบรับอะไรเขาเลยก็ไม่ได้ก็ต้องต่อไปบ้าง ตอบรับคุณก็ตอบรับอยู่แล้วก็ตอบรับเขาบ้างสิ
_วาส ทองจันทร์ · กราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพยิ่ง ยิ่งได้ฟังคนที่แสดงภูมิมาต่อว่าพ่อครู มันชั่งน่าสงสารนัก ครับเขาเข้าใจไม่ได้จริงๆ พระที่แท้ที่ดีในความรู้สึกของพวกเขาคือ พระที่มีหน้าที่แค่ตื่นขึ้นกวาดลานวัด แล้วบิณฑบาต ฉันเสร็จก็จำวัดหรือไม่ก็ไปนั่งทำจิตให้สงบ คนมานิมนต์ก็ไปสวดรับซองเงินกลับวัด เงินไม่พอไช้ก็ต้องออกไปเรี่ยไร ทำกฐิณผ้าป่า ให้ศีลให้พรเป็นภาษาต่างประเทศ เวลาอยากได้บุญก็ไปไหว้พระ 9วัดเอาทองไปปิดพระเอาเงินไปชื้อบุญจากพระเท่านี้เพียงเท่านั้นพอ ส่วนพระที่สอนแยกดีชั่วถูกผิด ที่จำเป็นจ้องตำหนิสิ่งที่ไม่ถูกเขาจะไม่เชื่อเลย เพราะเขาถูกครอบงำความดิดได้สำเร็จแล้ว ว่าพระดีต้องไม่อวดตัวไม่ตำหนิไม่ว่าไครๆครับ พ่อครูว่า…สุขทุกข์เป็นเรื่องยอดของศาสนาพุทธ เรื่องดีเรื่องชั่วเป็นเรื่องสมมติสัจจะ ศาสนาทั้งหลายก็แยกความดีความชั่วได้ ความดีความชั่วไม่เที่ยง ชนหมู่นี้นับอันนี้ว่าดี ว่าชั่ว ไม่เที่ยง อีกหมู่หนึ่งก็นับอีกอย่างหนึ่ง แต่ส่วนความสุขความทุกข์นั้นเป็นความยึดถือของคนว่าเที่ยงทั้งนั้น คนที่เรียนรู้สุขทุกข์แล้วเลิกความสุขความทุกข์ได้หมด ก็คือโลกุตรธรรม ดีชั่วยังเป็นโลกียธรรม ส่วนสุขทุกข์นั้นเป็นโลกุตรธรรม ฟังความรู้นี้เพิ่มเติมไว้ไม่เช่นนั้นก็ไม่ใช่ศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธไม่มีปัญหาเรื่องดีเรื่องชั่ว ความรู้แบบโลกๆก็รู้ แต่ความสุขความทุกข์นั้นต้องใช้ความรู้ขั้นปัญญาโลกุตระ เพราะฉะนั้นความรู้ความฉลาดทุกวันนี้ จะหาความรู้จักความสุขความทุกข์และเห็นว่าความสุขความทุกข์เป็นเรื่องหลอกเป็นเรื่องอุปาทาน เป็นเรื่องไม่มีจริง อนิจจังทุกขังอนัตตา มันไม่ใช่สุขหรอกมันอัลลิกะของหลอก แต่ความทุกข์จึงเป็นอริยสัจ ความรู้ที่ประเสริฐจึงจะรู้จักทุกข์แล้วล้างเหตุแห่งทุกข์ ความสุขความทุกข์เป็นเรื่องคู่กันเป็นเรื่องเทวะ ศาสนาพุทธนั้นรู้จักสุขรู้จักทุกข์แล้วดับหมดเลยทั้งสุขและทุกข์ หายไปเลยเลิกสูญหมดจึงไม่มีเทวะ ศาสนาพุทธจึงเป็นศาสนา อเทวะ ด้วยประการฉะนี้ _แก้วลา ไชยวงค์ · กราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพและศรัทธาเจ้าค่ะ(ลูกเป็นห่วงบ้านเมือง) พ่อครูว่า…การปฏิบัติธรรมที่ไม่สนใจบ้านเมืองเลย อาศัยแผ่นดินอยู่แต่ก็ไม่ได้ช่วยเหลือแผ่นดินเลย กินอยู่ให้รอดชีวิตไปจนตายก็พอแล้ว คุณเป็นคนเห็นแก่ตัวจัดที่สุดเลย มีแต่ตัวกูของกู ใครจะเป็นอย่างไรกูอยู่รอดของกูคนเดียว พวกนี้พวกเดียวกับพวกเชน ศาสนาที่อยู่แบบมักน้อยไม่เบียดเบียนใคร แต่อยู่ตัวคนเดียว มักน้อยสันโดษอยู่ไปตามธรรมชาติเบียดเบียนธรรมชาติเท่านั้น แน่จริงไม่ต้องเบียดเบียนแม้แต่ธรรมชาติสิ คุณก็ต้องพึ่งพาธรรมชาติอยู่ดี อาตมาก็ต้องอธิบายให้ถึง ขยายความให้ชัด
_พระวุฒิชัย ปภาโส ...พ่อท่านครับ ถ้าในเมืองไทยพระทั่วประเทศสึกเพราะว่าพ่อท่านว่าปฎิบัติผิดไม่ถูกต้อง วัดร้างทั่วประเทศญาติโยมเขาจะอยู่กันยังไงครับ พุทธศาสนาจะเป็นยังไงต่อไป พ่อท่านเองคิดแค่ว่าคนศัทธาแต่อโศกเหรอคับ คนที่เกลียดชังอโศกก็มีนะคับ เพราะตัวพ่อท่านเองไปยุ้งกับการเมือง ถ้าท่านว่าพระสำนักอื่นผิด ผมก็จะว่าท่านผิดเหมือนกัน พ่อครูว่า…คือคิดเรื่อง impossible เป็นไปไม่ได้ แต่แสนรู้ว่าคนเกลียดชังอโศกก็มี ล้านรู้ก็ได้ แต่เขาชังอาตมาเพราะว่าอาตมาไปยุ่งกับการเมือง แต่ความเห็นความรู้มันต่างกันความรู้ของคุณกับความรู้ของอาตมามันคนละความเห็นคนละความรู้ มันก็ต้องไม่ตรงกันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เป็นเรื่องธรรมดาที่สุด ปรมาณู 2 หน่วยเกิดขึ้นมามันก็มีความแตกต่าง มันไม่มีอะไรเหมือนกันเปี๊ยบ เรื่องนี้ไม่มีปัญหาหรอกคุณเห็นต่างก็เป็นธรรมดา คุณก็ย่อมเห็นต่างได้ คุณจะไปเห็นตรงกันกับอาตมาครบนี่สิยาก เพราะมีนัยะละเอียดอีกเยอะ
_คาย เดอะ สกาย ผมฟังคลิปมาได้ครึ่งคลิปก็ได้เห็นและได้ฟังพระรูปนี้พูดปดไปเยอะแล้ว อดไม่ได้ที่จะตอบเม้นท่านสักหน่อยต่อให้ท่านเป็นพระอาวุโสโอเคมาจากไหนก็เถอะเมื่อมีการจาบจ้างล้วงเกินพระศาสนาที่เป็นพุทธมหานิกายของประเทศไทยก็ตอ้งขอตำหนิติชมท่านสักนิด
สื่อธรรมะพ่อครู(พระวินัย) ตอน ตอบปัญหาเรื่องกฐินผ้าป่าและการรับบริจาคเงิน 1. เรื่องประเพณีการถวายผ้าป่าทอดกฐินนั้นเป็นประเพณีเก่าที่สืนสันดานมาจากพุทธกาล ผ่านมาจนวันนี้ก็25สตวรรษ ย่อมมีการหลุดร่วงเปลือกในออกไปบ้างแต่ประเพณีก็ยังดำรงอยู่.. (พ่อครูว่า…ไม่ใช่ประเพณีที่ดีที่สืบทอดกันมาอย่างถูกต้องเลยทำกันได้บาปทั้งนั้น ประเพณีที่เน่าแล้วไม่ควรดำรงอยู่ไว้เลย ผ้าทุกวันนี้มีมากเฟ้อไปแล้ว ต้องใช้สัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 ว่าไม่ควรแล้ว ไม่ควรมีแล้ว เลิกได้ เพราะฉะนั้นคนที่งมงายก็งมงายไป ส่วนพวกอาตมาเลิกงมงายแล้วเป็นพวกมีปัญญาส่วนพวกไม่มีปัญญาก็งมงายต่อไป) เพื่อเป็นการดำรงพระศาสนาไว้เป็นการดีมิใช่หรือ ( พ่อครูว่า…ไม่ใช่เป็นการดำรงศาสนาแต่เป็นประเพณีออกนอกรีตเน่าเฟะไปหมดแล้ว ขออภัยที่พูดตรงๆอย่าไปยึดติดกันจนงมงายกลายเป็นพูดอะไรไม่รู้เรื่อง ไม่ใช่เป็นการดำรงศาสนาเลย ฟังให้ดีจะได้ปัญญา) ท่านก็พูดถูกว่าสมัยก่อนมันหาผ้ามาทำยากกว่าสมัยนี้ สมัยนี้มันหาง่ายก็เลยใช้เงินตราเข้ามาแทนเพื่อการง่าย วันก่อนยังเห็นท่านไปบิณฑบาตรรับซองปัจจัยมาใส่อังษะตัวเองเลย ( พ่อครูว่า…ถูกอาตมารับมาแต่ไม่ได้รับมาเอามาใช้เพื่อตัวเองเลย แม้แต่จะเอาไปซื้อยาเพื่อรักษาตัวเองก็ไม่ซื้อ แม้หิวใกล้จะตายแล้วจะต้องเอาเงินไปซื้ออาหารมากินก็จะไม่ซื้อไม่ทำแบบนั้น อาตมารู้ว่าทำนี้ไม่ได้ทำเพื่อตัวกูของกู ทุกวันนี้จำนนอยู่ว่าต้องใช้เงินในการสร้างศาสนวัตถุ พิธีการศาสนาอะไรต่างๆก็ต้องใช้เงินทั้งนั้น ยิ่งอาตมาทำสาธารณโภคีต้องรวมเงินไว้กองกลางเพื่อให้เป็นสังคมสาธารณโภคี ที่อยู่กันอย่างสวยสุด เป็นสังคมสาธารณโภคีของพระพุทธเจ้าที่สวยสด มันมีสาราณียธรรม 6 เพราะจิตใจมีพุทธพจน์ 7 อาตมาพูดอย่างมีอ้างอิงธรรมะ ไม่ได้พูดลอยๆตามความเห็นตัวเอง ศึกษาให้ดีแล้วจะได้ความจริง) แล้วอย่างนี้ท่านผิดใหม่ละ ( พ่อครูว่า…อาตมารับเงินมานี้ไม่มีอาบัติไม่ผิดไม่เสียหาย) ในซองนั้นคงไม่ใส่ 50สตางค์หรอกนะ ( พ่อครูว่า…บางทีเป็นหมื่นเป็นแสน) ต้องเกินบาทหนึ่งอยู่แล้ว ท่านก็ต้องอาบัติมิใช่หรือ พ่อครูว่า…อาตมาไม่ได้มีอาบัติ ขออภัยพูดให้สุดเลย ดีไม่ดี หมู่สงฆ์อาตมายกสติวินัยให้อาตมาแล้วด้วย อาตมาเป็นพระอรหันต์ อาตมามีความจริงใจซื่อสัตย์เพียงพอ พูดไปนี้คุณจะพอรู้เรื่องไหมตามหลักธรรมะพระพุทธเจ้าเลยนะ อาตมาทำอย่างสูงสุดตามหลักธรรมะพระพุทธเจ้าเลยนะ คุณจะเข้าใจได้ไหม หากคุณยังไม่เข้าใจก็ฟังไว้อาตมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม) หรือว่าวัดท่านทำได้วันอื่นทำผิดพระวินัยหมดทั่วประเทศ พ่อครูว่า…มันมีนัยยะมิติที่ต่างกันนะ แล้วท่านว่าวัดทั่วประเทศไทยรับเงินปราชิกหมด ( พ่อครูว่า…อาตมาว่าเอากันจริงๆ ปาราชิก เพราะว่าทำผิด นอกจากพระบางรูปท่านไม่ยุ่งเรื่องเงิน องค์ที่ยุ่งกับเงินส่วนใหญ่ปาราชิกทั้งนั้น แค่ 5 มาสก แค่บาทหนึ่งปาราชิกแล้ว) ท่านไปเรียนพระธรรมวินัยเล่มไหนมา ( พ่อครูว่า… 8 เล่ม) ว่าการรับเงินเกิน1บาทขึ้นไปปราชิก ในปราชิก4มันมีว่าด้วยเรื่องการรับเงินด้วยหรอท่าน ท่านว่าพระธรรมกายผิดแล้ววัดท่านหละใหญ่โตเป็นพันๆไร่ (พ่อครูว่า…อาณาจักรธรรมกายแค่ที่ไม่เอาเข้าเป็นส่วนกลางเป็นมูลนิธิให้เป็นของรัฐ แล้วเขาก็บริหารเป็นส่วนตัวเป็นมูลนิธิควบคุมประธานมูลนิธิทั้งหมดมันซ้อนอยู่ ไปดูรายละเอียดสิ ส่วนของอโศกพวกเราเอาเข้าเป็นมูลนิธิเป็นสมาคมทุกอย่างเป็นของรัฐหมด แต่ที่ของธรรมกายหรือที่ดินธรรมกายนั้นเป็นของส่วนตัวโดยเป็นของมูลนิธิที่มีคนควบคุมใช้เป็นส่วนตัวทั้งหมด) พระวินัยเล่มไหนสอนท่านหรือท่านอาศัยศาสนาพุทธแล้วฉีกแขนขาพระพุทธเจ้าออกมาหากินเป็นลัทธิตัวเอง ให้พระประกอบอาชีพเยี่ยงฆราวาส พ่อครูว่า…ที่ไหน คุณมาดูที่นี่ คุณพูดตื้นว่า ถ้าประกอบอาชีพเยี่ยงฆราวาส แต่ฆราวาสที่นี่ประกอบอาชีพเยี่ยงพระเลย คือพ้นมิจฉาชีพ 5 ได้เลย ฆราวาสประกอบอาชีพเยี่ยงพระ แต่คุณไม่รู้เรื่องเลยมาบอกว่าฆราวาสประกอบอาชีพเยี่ยงพระ คุณเข้าใจผิด เอาหัวเดินต่างตีนไปเลย) ทำธุระกิจเปิดโรงงานใหญ่โต พ่อครูว่า…โรงงานที่เปิดมีฆราวาสเป็นตัวหลัก พระที่ไปช่วยงานไม่ได้เป็นตัวหลัก ยกตัวอย่างไปขุดดินฟันหญ้า พระท่านก็รู้ว่าพระวินัยไม่ให้ทำ แต่ท่านก็ไปเป็นเรี่ยวแรง ท่านไม่ได้ไปขุดทำอย่างที่คุณว่า มีบางครั้งพระบางองค์ก็ไปช่วยโดยจำนนเป็นครั้งคราวไม่อย่างนั้นปล่อยไปก็เสียของ เสร็จแล้วท่านก็รู้ด้วยเจตนาโดยสติท่านก็ไปปลงอาบัติเพราะสุดวินัย มีบ้าง บางครั้งคราว แต่ไม่ใช่ทำอย่างไม่รู้วินัยเละเทะ ส่วนใหญ่เป็นเรื่อง error เล็กน้อยเกินวินัยเหลือวิสัยก็ช่วยบ้าง) มีวิหารก่อสร้างไม่ต่างจากวังหลวง ท่านกล้ากล่าวโทษพระรูปอื่นว่าอาบัติแต่มองไม่เห็นความผิดตัวเองแม้เส้นผมบังก็ยังไม่มีตามองเห็นตัวเอง..ผมฟังมาหลายคลิปดูจริยาวัตรพระรูปนี้มาหลายคลิปไม่มีความน่าเลื่อมใสเลย ทั้งคำเทศสอน การเดินบิณฑบาตร ไม่เหมือนพระอาวุโสเกจิที่รู้ธรรมปฏิบัติธรรม เป็นแต่เพียงพระหลวงตาธรรมดาที่นอนในห้องแอร์จิบกาแฟนั่งขาไขว้ห้าง ( พ่อครูว่า…อาตมานั่งไขว่ห้าง ทุกอย่างบรรยายความจริงเปิดเผยหมดถ่ายให้คุณดูไม่มีอะไรปิดบัง ที่อาตมาจิบนี้ไม่ใช่กาแฟนะแต่เป็นปัสสาวะ พออาตมานั่งแล้วเขาก็เอาปัสสาวะหนึ่งแก้วให้จิบ นานๆทีมีคนเอากาแฟมาถวาย เป็นคนจรไม่รู้เรื่องนานๆที แต่ว่าทุกวันที่ดื่มคือน้ำเยี่ยว ที่อาตมาดื่มทุกวัน แค่นี้คุณก็ไม่รู้เรื่องรายละเอียดขี้ตู่กลางนาขี้ตาตุ๊กแก แต่ขอนั่งไขว่ห้างหน่อยไม่ได้หรืออย่างไร มีบ้าง แต่น้อย ส่วนมากนั่งขัดสมาธิ แค่นี้ก็ไม่ได้ ขอหน่อย) แล้วกล่าวจาบจ้วงพระรูปอื่นที่ไม่ใช่ลัทธิของตน ( พ่อครูว่า…ไม่ได้จาบจ้วง แต่เจตนากล่าวตำหนิเพราะมันควรตำหนิสิ่งที่ควรตำหนิก็ควรตำหนิตามคำสอนพระพุทธเจ้า ที่จะขนาบแล้วขนาบอีกตำหนิแล้วตำหนิอีกตามคำสอนพระพุทธเจ้า อาตมาทำหน้าที่ตามคำสอนพระพุทธเจ้าทุกอย่าง เพราะลัทธิที่ทำกันมันผิดเลยต้องตำหนิ แต่ใช้ชื่อศาสนาพุทธเขาก็ใช้เหมือนกับเรา ถ้าคนมาใช้ชื่อศาสนาพุทธเหมือนกับเรา เราก็ต้องตำหนิ เพราะปลาตัวเดียวเน่าก็เน่าทั้งข้อง อาตมาก็ต้องรักษา) พระที่มีธรรมสูงเขาไม่พูดปดเพ้อเจ้อหรอกท่าน พ่อครูว่า…คุณไปหลงคำเพ้อเจ้อเป็นเรื่องจริงแต่อาตมาไม่มีการพูดปดไม่มีเพ้อเจ้อ แต่คุณก็ไปหลงคำที่เขาพูดปดที่เพ้อเจ้อว่าเป็นคำจริง) ที่พระบางรูปต้องการให้ญาติโยมบริจาคเงินนั้นก็เป็นการสงเคราะห์ชาวโลก ( พ่อครูว่า…ใช่ อาตมาคงเปิดโอกาสให้ญาติโยมบริจาคเงินเพื่อสังเคราะห์ชาวโลก) นอกเหนือจากบำเพ็ญธรรมแล้ว เช่นหลวงพ่อคูณ หลวงตามหาบัวเป็นต้น ( พ่อครูว่า…คุณก็ไปมองรูปหยาบเท่านั้นเพราะอาตมาไม่ได้ไปสร้างภาพแบบมหาบัวอย่างหลวงตาคูณอาตมาทำอย่างไม่หยาบเท่านั้นเลยทำอย่างละเอียดแต่คุณก็เห็นเป็นเรื่องหยาบ จริงๆแล้วไม่ผิด หลวงพ่อคูณได้เงินมาแล้วก็เอาไปสร้างการกุศลทางวัตถุช่วยชาติ แต่อาตมาไม่ได้ทำใหญ่ทำมากมาย แล้วเอารูปใหญ่ๆอย่างนั้นมาประกอบอลังการของตัวเองเพื่อโชว์ออฟ ว่าฉันยิ่งใหญ่ หาเงินเข้าคลังอย่างมหาบัว ไม่ได้ขายพระเครื่องหลอกให้คนงมงายเยอะแล้วเอาเงินมาบริจาคอะไรต่ออะไร ซึ่งมันเป็นการโชว์ความฉลาดเฉโก แบบโลกๆที่เอามาสร้างภาพให้แก่ตัวเอง อาตมาข้ามพ้นจากการสร้างภาพให้แก่ตัวเองแล้ว มีแต่เรื่องตำหนิสิ่งผิดบอกสิ่งถูกเรื่องการสร้างภาพอาตมารังเกียจ เลิกมานานแล้ว คุณเข้าใจอาตมาไม่ถูกต้อง ไม่งั้นคุณต้องหลงผิดอย่างนี้ไปอีกนาน) แต่ท่านเหล่านี้ก็ไม่เคยยึดมั่นในทรัพย์ ไม่ยึดในวัตุถุทาน ( พ่อครูว่า…ก็เป็นความดีของมหาบัวของหลวงพ่อคูณที่ไม่ยึดมั่น แต่รู้ไหมว่า มหาบัวหรือหลวงพ่อคูณทำทานแล้วไม่ได้ขาดจิตจากสาเปกโข ยังมีความหวังที่เป็นภพชาติ มหาบัว หลวงพ่อคูณจะรู้จักอาการจิตที่เป็นสาเปกโขไหม ท่านจะทำทานแล้วสูญ มันจะมีไหม เอามาคุยเขื่องตลอด แม้ไม่คุยเองลูกศิษย์ลูกหาก็เอามาคุย คือมีลีลาที่จะให้ตัวเองเด่นให้ตัวเองดี รักษาท่าทางลีลา นัจจะคีตะวาทิตะให้ตนเองเด่นอีกเยอะ ส่วนอาตมาไม่รักษา ส่งเสียงสำเนียงภาษาเพื่อให้ตัวเองเด่นตัวเองโก้ อาตมาไม่มีตัวตน ใครจะว่าดีหรือไม่ดีอาตมาก็หลุดพ้น อาตมาไม่มีตัวตน เข้าใจให้ดี อาตมาเป็นพระที่ไม่มีตัวตนก็ไม่แคร์หรอกว่าคุณจะว่าอาตมา ด่างพร้อยอย่างไร อาตมาพ้นแล้วจากสิ่งเหล่านี้อาตมาพูดความจริง ก็ศึกษาให้ดีๆ) ท่านเป็นแต่เพียงสะพานบุญเพื่อยังประโยชน์แก่ชาวโลกเท่านั้น เพราะพระพุทธเจ้าก็ทรงปฏิบัติอย่างนี้คือ (พ่อครูว่า…อาตมาก็ปฏิบัติอย่างนี้อย่างพระพุทธเจ้า แต่อาตมาว่ายังหลวงตาบัว หลวงพ่อคูณไม่ใกล้เคียงอาตมา อาตมาใกล้เคียงพระพุทธเจ้ามากกว่าหลวงพ่อคูณ คุณเทียบมีส่วนจะว่าหลวงพ่อคูณมหาบัวสะพัดออก แต่นัยยะที่จะละเอียดถึงขั้นจิตวิญญาณถึงขั้นที่จะหมดภพชาตินั้นศึกษาดู)
1. เมื่อบรรลุธรรมแล้วก็เสร็จกิจทางธรรมเรียกว่าโลกุตตระธรรมล้วงไปแล้ว
2.บำเพ็ญประโยชน์แก่ชาวโลกเพื่อโปรดชาวโลก เช่นการเทศ การสอนให้ถวายทาน ละความตระหนี่ การบริจาคเพือ่ส่วนรวมเป็นการช่วยเหลื่อเพื่อนมนุษย์ ...แต่พระรูปนี้กลับทำเพื่อลัทธิตัวเองทั้งนั้น หามาเพื่อพวกพ้องตัวเอง ( พ่อครูว่า… ถามว่าใครได้เงินเบี้ยบาทจากอาตมาบ้าง...ก็ไม่มี คนจะมาบริจาคให้ชาวอโศกนั้นไม่ใช่คนทั่วไปจะมาบริจาคได้ง่าย ต้องมีกติกาที่จะมาบริจาคได้ จึงเป็นผู้ที่ต้องเป็นสมาชิกมาบริจาค จึงมีเงินมาบริจาคไม่มากแล้วก็ใช้เงินนี่แหละบริหารในระบบสาธารณโภคี จะเข้าใจแล้วคนแต่ละคนต้องศึกษาให้ดี ให้เกิดจิตวิญญาณที่มีอัญญธาตุหรือมีปัญญา แล้วจะเข้าใจสิ่งที่อาตมาพาทำนี้ได้) แถมยังกำหนดกฏเกณฑ์บ้าๆของการบริจาคทาน สมัยพระพุทธเจ้าแค่คิดจะให้ก็ได้บุญแล้ว แต่วัดท่านต้องอ่านหนังสือเจ็ดเล่มบ้าบออะไร นี่ถ้าลูกศิษย์โดนรถชนใกล้ตายจะขอบริจาคเลือดคงไม่ต้องมาปฏิบัติตามกฏเกณฑ์บ้าบออะไรแบบนี้คนเจ็บตายก่อนพอดี..ตัวท่านเองนั่นแหละมีปัญหา( พ่อครูว่า…คนก็ไปตรวจสอบปัญญาของคุณให้ดีว่าปัญญาของคุณมีปัญหาหรือเปล่า หรือว่าปัญญาของอาตมาเป็นปัญหา) ความคิดท่านนั่นแหละขวางโลกขวางธรรม ( พ่อครูว่า…ใช่อาตมาของโลกจะมาขวางธรรมะที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ) มองสิ่งธรรมดาไม่ออก มองความเป็นจริงไม่เป็น (พ่อครูว่า…คุณดูถูกอาตมามาก อาตมานี่แหละนักมองความจริงเป็นและมองความจริงออกและถูกต้อง) จึงนึกมโนเอาเอง อ่านหนังสือเอาเอง ( พ่อครูว่า…แล้วอาตมาจะเอาตาคนอื่นมาได้อย่างไร) แล้วก็ถือปฏิบัติแบบผิดๆสอนแบบผิดๆ มายึดมั่นกับสิ่งที่ตนคิดหรือทิฏฐิ ตัวนี้แหละที่ท่านยึดมั่นไม่ปล่อย ( พ่อครูว่า…เอ้า มันต้องสรุปตรงที่ว่าความเห็นของคุณกับความเห็นอาตมามันต่างกันแล้ว) ...คำพูดใดก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม คำพูดนั่นย่อมไม่ดี (พ่อครูว่า…ใช่คำพูดใดที่ทำให้สังคมแตกแยกไม่ดี แต่ถ้าคำพูดที่วินิจฉัยว่าทำให้คนรู้ว่าอันนี้ดีอันนี้ชั่ว ให้คนเขารู้จักเข้าใจชัดเจนถูกต้อง อันนี้เป็นความแยกดีแยกชั่ว แยกถูกต้องไม่ถูกต้องอย่างชัดเจน จึงเป็นคำพูดที่ดีมาก ส่วนคนที่พูดให้เกิดความแตกแยกนั้นใช่ พูดโดยไม่ถูกต้อง แต่คนที่รู้แล้วทำให้ถูกต้องผู้นั้นย่อมมีดีมากๆ) ถ้าเป็นความคิดของผู้ใด ผู้นั้นย่อมเป็นคนไม่ดี #มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่พูดไม่ดีแล้วบอกอ้างว่าตนคิดดีหวังดี (พ่อครูว่า...เอ๊ะใครหว่าคุณหรืออาตมา คุณเอง ยังไม่กล้ายืนยันมั่นใจเองว่าคุณพูดถูกคุณพูดดีคุณยังไม่กล้าเต็มที่เลย แต่อาตมากล้า อาตมาจะไม่พูดผิด จะไม่เอาคำผิดสิ่งผิดมาพูด เอาแต่ความสุข แม้แต่ความผิดที่ผิดก็ว่าผิด เหมือนว่าคุณผิดก็ว่าผิดไม่ปนเป คุณต้องเรียนรู้ความเป็นเทว ความเป็น 2 นี่เอง ความสุขความผิดนี้มันเร็วเป็นสิริมหามายา รวมทั้งสมมุติและปรมัตถ์ เมื่อไหร่ จะเอาที่สมมุติจะเอาที่ปรมัตถ์มันลึกซึ้ง)
_Dtvn Fybn แล้วที่ออกไปเดินม็อบ นกหวีด มันคือ อะไร ห่อผ้าอยู่แท้ๆ อายผ้าที่ใส่บ้าง อย่าไปว่าวัดอื่นเขา เอาแค่ตัวเองให้มันดีก่อน ความรู้ท่าน ผมเคารพ แต่การกระทำ มันไม่ใช่ พ่อครูว่า…คุณต้องศึกษาอีกเยอะเลยว่าศาสนาพุทธเป็นไปเพื่อมนุษยชาติ ก็ต้องช่วยคน อาตมาภาคภูมิใจที่ได้ช่วยสำเร็จโดยไล่รัฐบาลที่เป็นทรราชออกไปสำเร็จถึง 4 รัฐบาล และ รัฐบาลที่ 5 ที่ยังวกเวียนไปมาว่าตนเองจะเป็นทรราชหรือไม่ คือประชาธิปัตย์ ก็ไปไล่ถึง 5 รัฐบาลช่วยประเทศไทยเอาไว้รอดพ้นมาได้จริง ด้วยความสงบ ไม่มีอาวุธถูกต้องตามทำทุกอย่าง นี่เป็นบันทึกประวัติศาสตร์หรือศาสนาที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เรียบร้อยดีมากเลยไม่อย่างนั้นจะเกิดกลียุคเกิดการฆ่าแกงกัน แล้วอาตมาภาคภูมิใจที่เห็นประสิทธิภาพของความสงบมันสยบความรุนแรงได้ ซึ่งอันนี้แหละคนไม่มีภูมิปัญญาพอจะมองออก ว่านี่คือสุดยอดอาวุธวิเศษของพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นเมืองไทยใช้สำเร็จเมืองอื่นใช้ไม่ได้เอาความสงบสยบลูกปืนไม่ได้ มีเมืองไทยเท่านั้นทำได้ จึงเป็นประชาธิปไตยที่สูงสุดยอดแล้ว มีมวลประชาชนแล้วไม่มากเท่าไหร่ด้วยนะ เข้าไปแสดงความสงบสยบความรุนแรงได้ยืนยันอยู่แต่ต้องใช้เวลานานหน่อย ไปนอนไปกินกลางถนนอยู่เป็นปี ซึ่งสุดยอดเลย ศึกษาให้ดีแล้วคุณจะรู้จักรัฐศาสตร์สังคมศาสตร์การเมืองที่เยี่ยมยอด คนมาหาว่าอาตมาหอบผ้าอยู่แท้ๆคงหมายถึงผ้าจีวรบอกว่าอายผ้าที่ใส่บ้าง แล้วอาตมาจะไปอายทำไมเมื่อจะมาทำสิ่งที่ประเสริฐทำสิ่งที่ถูกต้องดีงาม คุณน่ะไปว่าพระที่ไปห่อหุ้มไปเอาโน่น คุณไม่มีความรู้จะไปว่าพระผิดแต่ไปว่าพระถูกอีก ศึกษาให้ดีก่อน
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ตอบปัญหา ฌาน สมถะ และปัสสัทธิ _นอน นาม ...ฌานไม่ใช่ตัวที่บรรลุมรรคผลได้ พ่อแม่ครูบาอาจารย์ใช้เป็นแค่อุบายธรรมล่อจิตให้สงบเป็นสมาธิเท่านั้นตามพระธรรมคำสอนของพระศาสดา พ่อครูว่า…คุณพูดว่าฌานไม่ใช่ตัวบรรลุมรรคผลนั้นถูกต้อง แต่ไปบอกว่าใช้เป็นอุบายเครื่องล่อ ให้สงบ เป็นสมาธิเท่านั้น แล้วมาขี้ตู่คำสอนพระพุทธเจ้าบอกว่าเป็นตามพระธรรมคำสอนพระศาสดา พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนเช่นนี้ ฌานคือพลังงานไฟ ไม่ใช่ตัวล่อแต่เป็นตัวประหารเลย ฌานเป็นตัวที่มาก่อนบุญ ฟังธรรมะที่อาตมาอธิบายให้ดีอาตมาเอาทั้งรูปและนามมาอธิบาย พลังงานฌาน หรือพลังงานที่มีประสิทธิภาพถึงกับบุญ บุญเป็นพลังงานสุดยอดเหมือนปรมาณู ที่ระเบิดตูม พลังงานปรมาณูก็จัดการทำลาย สิ่งที่จะทำลายคือกิเลส เมื่อบุญทำลายกิเลส ระเบิดมันก็ทำลายกิเลสได้ส่วนหนึ่งก็ตามได้ 2 ส่วนก็ตามหรือได้หมดก็ตาม ก็เป็นหน้าที่ของประสิทธิภาพของบุญ ส่วนฌานคือพลังงานที่รวมกัน แต่ละคนสร้างฌาน สมณะนักบวชสร้างพลังงานจิตให้เป็นพลังงานฌานที่จะมีพลังงานมีประสิทธิภาพไปสลายกิเลส มันต้องมีความรู้เลือกเฟ้นเอาตัวกิเลสมาทำลายนะ ให้มีประสิทธิภาพแปลงเป็นพลังงานไฟ ฌานเป็นพลังงานไฟที่เป็นไฟที่สูงกว่าไฟราคะโทสะโมหะ มีประสิทธิภาพสลายไฟราคะโทสะโมหะได้ ขอยืนยันว่าไม่มีอาจารย์คนไหนตอนนี้มาอธิบายเหมือนกับอาตมา อาตมาอาจพูดแรงเหมือนอวดตัวตน ขออภัย แต่ต้องยืนยัน เพราะไม่มีใครมาช่วยอาตมาอธิบายเลย อาตมาอธิบายจนเมื่อย ฌาน ไม่ใช่ตัวที่บรรลุมรรคผลได้ถูกต้อง แต่เป็นการใช้เป็นเครื่องอุบายล่อจิตนั้นไม่ถูกต้อง นี่คือความไ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive