610809_รายการสำมะปี๋ซี่วิต สันติอโศก ตอนที่ 4.docx
เนื้อหาในไฟล์
610809_รายการสำมะปี๋ซี่วิต สันติอโศก ตอนที่ 4 อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1OZtDdNS_mgIlTu0v9MGE05ReTUN2JuVIScS8f9yd4T8/edit?usp=sharing ดาวโหลดเสียงที่.. https://drive.google.com/open?id=1cgzQRrKqKoscUhWgE4kjrTEDQGTMHWJf พ่อครูว่า...วันนี้เป็นวันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม 2561 ที่บวรสันติอโศก สำมะปี๋ มาเมืองกรุงต้องแปลหน่อยสำมะปี๋แปลว่ายำเละ รายการเราต้องมีวันที่ แต่ก่อนอาตมาละเอียด มีคำความอะไรดีๆก็บันทึกไว้ ซึ่งดีมากเลย
สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน แยกเนกขัมมะกับเคหสิตะต่างกันอย่างไร _ผมอยากทราบว่า เวทนา 108 นี่ ระหว่างเคหสิตะกับเนกขัมมะต่างกันอย่างไร ช่วยอธิบายและยกตัวอย่างด้วยครับ พ่อครูว่า...ถ้าอาตมาไม่มาเกิด รับรองว่า ความรู้ในเรื่องของศาสนาพุทธ พูดแล้วเหมือนคุยตัว จริงๆก็คุยว่าตัวเองรู้ตัวเองเก่ง ว่าคุยตัว แต่ความจริงมันคือความเป็นจริง ที่อาตมาต้องบอกไว้พูดเอาไว้ เพราะว่าไม่มีคนเชื่อกันง่ายๆหรอก แต่อาตมามั่นใจว่าที่พูดไปนี้ดี เป็นการรับรอง อาตมาพูดตอนนี้นานไปอีก คนไม่เชื่อ 10 ปี พูดไปแล้ว 20 ปีคนก็ยังไม่เชื่อ พูดไปแล้วอีก 50 ปี คนก็ยังไม่เชื่อ ไปอีก 500 ปีคนจะเชื่อ ถ้ามันเป็นความจริง ใช่ไหม? คนจะเชื่อถ้าเป็นความจริง ถ้ามันไม่เป็นความจริงมันก็จะฟ้องอาตมาก็หน้าแตกเอง มันเป็นไปไม่ได้ แต่อาตมามั่นใจว่าศาสนาพุทธเราจะยังแพร่หลายอยู่ในยุค ปลายพุทธกัปป์แล้วล่ะ พุทธกัปป์ของพระสมณโคดมยังเหลืออีก 2,000 ปี ก็ไม่น้อยนะ เพราะฉะนั้นอาตมาตอนนี้มาพูดความจริงกับความจริงความรู้เข้าไปอีก เพื่อที่จะให้แก่คนที่แสวงหาความจริงกับคนที่มีบารมี บารมีหมายความว่า ผู้ที่มีคุณธรรมนั้นขึ้นมาแล้ว สิ่งที่สั่งสมในจิต แล้วไปผนึกแน่นเป็นสมบัติของ
อ่านต่อ
แต่ละคนอยู่ในจิตอยู่ในสัญญาอยู่ในความจำ อยู่ในคลังแห่งอัตภาพ ของแต่ละคนๆ อัตภาพของคน จะมี รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ขันธ์ 5 นี้แท้ๆประจำ จนกว่าจะปรินิพพานเป็นปริโยสาน อัตภาพของผู้นี้ จะสูญสลายหายไป ของใครก็ของคนนั้นก็จะหายไป เมื่อปรินิพพานเป็นปริโยสาน ตราบใดที่ยังไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสาน ไม่มีสูญ ผู้ที่จะปรินิพพานเป็นปริโยสาน อัตตาของเขาก็จะเกลี้ยงไปไม่เหลืออยู่ในเอกภพใด ไม่ได้อยู่ในที่ใดๆอีกเลย ที่เป็นความตรัสรู้ของศาสนาพุทธ ไม่นิรันดร จิตวิญญาณไม่นิรันดร จิตวิญญาณคืออัตภาพสูญสลายได้ เรียนรู้ เป็นพระอรหันต์แล้วจะได้เป็นความรู้ถึงสุดยอดก็คืออรหันต์ จะมีรายละเอียด คือสุดเป็นอรหัตตผลของกิเลสนี้ อันนี้จะไม่เกิดอีกเลยแต่จะอาศัยอยู่กับผู้ที่เป็นเจ้าของอัตตา ใช้ประโยชน์ ก็จะยิ่งแน่นผนึกแข็งมั่นคงยืนยาว ไปอีก เป็นน้ำหนักของ Static ทางด้านขั้วบวกไว้เรื่อยๆ และเป็นฐานให้แก่เจ้าของนี้ ช่วยให้เจ้าของนี้เจริญ ถ้าศึกษาให้ครบ อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม กรรมนิยาม ธรรมนิยาม แล้วก็ทรงไว้ ท่านไม่เรียกอัตตา แต่เรียกทรงไว้คือธรรมะ ทรงไว้มีอยู่ ตราบใดที่เจ้าของอัตภาพนี้ทรงธรรม รู้จักธรรมะที่จะให้ไม่เกิดมาทรงไว้ พอเลิกปรินิพพานเป็นปริโยสานแล้ว ไม่ทรงไว้ไม่มีอะไรเหลืออยู่ เป็นสิ่งที่อยู่กับเราโดยเราสามารถเปลี่ยนแปลงธรรมะได้เหมือนกับเล่นกล เรียกว่าสิริมหามายา ปรับให้มีหรือไม่มีก็ได้ เปลี่ยนหน้าเหมือนมายากล ให้มีขึ้นมาก็ได้ให้หายไปเลยก็ได้ ซึ่งเป็นเรื่องความวิเศษความพิเศษ เหมือนนักมายากล เปลี่ยนให้มีก็ได้ไม่มีก็ได้ หายไปเลยก็ได้ มายากลคือความลวง แต่นี่ไม่ลวงคือเรื่องจริง เป็นพลังพิเศษของความสามารถที่เป็นความจริง ไม่มีความลวงซ้อนในนั้น นักมายากลนักเล่นกลเป็นเรื่องไม่จริง มันเร็วจนคนอื่นจับไม่ทัน แม้แต่การพูดอย่างอาตมาคนก็หาว่าพูดไม่จริงกลับไปกลับมาแต่มันไม่ใช่ มันเป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนลึกซึ้ง ก็ขอผ่านตรงนี้ก่อนไม่อธิบายตรงนี้ เคหสิตะคือชาวโลกีย์ เนกขัมมะคือชาวโลกุตระ เนกขัมมะคือเอากิเลสออกหรือเราออกจากกิเลส เสร็จแล้วเราก็เอามาใช้อีก เอาออกทิ้งไปแล้วก็อนุโลม แต่เราไม่เสวยผลเสพรส แต่เราเอามาอาศัยใช้เพื่อประโยชน์ผู้อื่น เพราะฉะนั้นก็เลยกลายเป็นธรรมะ เอาให้ทรงไว้แต่ธรรมะนั้นไม่มีอกุศลจึงไม่มีอรรถะธรรมะ บางทีเราแปลคำว่าอกุศล แต่ไม่เป็นอกุศลธรรมที่ทรงไว้ในเรา มีแต่กุศลธรรมที่ทรงไว้ในเรา แล้วสามารถสลายธรรมะนี้ได้ จะมีภาษาคำว่าธาตุ คำว่าธรรม มันลึกซึ้งเป็นชั้นๆ คนที่อาศัยชั้นขึ้นก็ต้องอาศัยที่ใช้แทนกันได้ก่อน พอชั้นลึกแล้ว ตัวเองไม่ต้องอาศัยแล้ว ธรรมะนี้ไม่ต้องอาศัย ธาตุนี้ไม่ต้องอาศัย ความเป็นกุศลนี้ไม่ต้องอาศัย อย่างนี้เป็นต้น ถ้าทำก็ทำแต่กุศล ถ้าจะเรียกโดยภาษาว่าสิ่งที่ดีงาม มันก็เป็นความดีงามที่ยิ่งเพิ่มขึ้นๆ สำหรับผู้ที่ไม่ติดในกุศลแล้ว แต่พรุ่งนี้มีหรือไม่มีก็ไม่มีปัญหาเพราะไม่ได้ ตะกละกุศล แต่เป็นไปตามธรรมที่เรามีกรรมเป็นกุศลมันก็เป็นของเรา เราไม่อยากได้เท่าไหร่มันก็เป็นของเรา เราไม่เอามันก็เป็นของเราแล้วเราก็ไม่ได้ติดใจว่ามันจะมีหรือไม่มี แต่หน้าที่ของสัญญา จะทำหน้าที่ใส่เอาไว้เก็บเอาไว้ เราไม่เอาไม่นึกถึง ลืมไปเลยมันก็เป็นของเรา ลืมไปเลยก็ได้ แต่ถ้าลืมแล้วมันยังมี ถ้าคุณสามารถเก่งดึงขึ้นมาได้ เหมือนคุณมีข้อมูลใน Harddisk เราลืมรหัสเลย ไม่รู้จักค้นออกมาอย่างไรแต่มันอยู่ในนั้น ถ้าเผื่อว่า คุณจะใช้ขึ้นมา เผลอๆไปถูกรหัสได้ มันก็โผล่ขึ้นมาได้ อยู่ในนั้นมันไม่หายไปจาก Harddisk ไม่สูญหายไป เป็นแต่เพียงเราจำรหัสไม่ได้แล้ว มันก็ดึงมาใช้ไม่ได้ แต่ผู้มีรหัสหรือ Hackerที่เก่งก็สามารถหาได้ นี่ก็เทียบเคียงให้ฟัง ความรู้ของศาสนาพุทธนี้ เคหสิตะคือชาวโลกีย์ เนกขัมมะคือชาวโลกุตระ เป็นความรู้สึกต่างกัน ต่างกันอย่างสิ้นเชิง เป็นสุดท้าย คนละขั้ว คนละความหมาย คนละสัจจะ คนละความแท้จริง อย่างนั้นเลย เพราะฉะนั้นศาสนาพุทธเป็นแต่เพียงว่ามีจิตที่ดี ไม่ทำความไม่ดี โดยที่รู้ ไม่ทำ สำหรับตนเองอะไรรู้ว่าดีและไม่ดีแล้วตัวเองไม่ทำสิ่งไม่ดี แต่ต้องอนุโลมสำหรับผู้ที่ยังอาศัยสิ่งที่ดี ตามลำดับ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เขาถือว่าดีแต่เราว่าไม่ดี เราก็ไม่ แต่คนอื่นเขาจะต้องใช้อยู่ เราก็อนุโลมทำให้เขา คนไม่รู้ก็หาว่าเรายังมีอยู่ ว่าเรายังมีกรรมไม่ดีอย่างนี้อยู่ ไหนว่าหมดแล้วล่ะ แต่เราไม่เป็นประโยชน์ต่อเราเราไม่ต้องชัด แต่เราใช้เพื่อคุณเพื่อประโยชน์ต่อผู้อื่น มันก็เหมือนกับไปกลับมาว่าเดี๋ยวมีเดี๋ยวไม่มี พระพุทธเจ้าตรัสอันนี้เอาไว้ในพระไตรปิฎก พระไตรปิฎกล. 16 ข. (43) [43] คนเราอาศัยความมีกับไม่มีนี่แหละ เรามีความจริงใจหมดตัวตนจริงๆ ทำเพื่อผู้อื่นไม่ใช่ทำเพื่อตัวเองเลยเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ส่วนตนเองนั้นแม้ที่สุด เป็นพระอรหันต์แล้วไม่ต้องมีส่วนตนไม่ต้องสะสมส่วนตัว แต่มันจะมีสิ่งที่เป็นกุศลส่วนตนโดยธรรม โดยสัจจะของมัน ทำในสิ่งที่เป็นกุศลธรรมสะสม เราไม่เอาแล้วไม่สนใจมันก็มีให้มาใช้เป็นธรรมดา เอาล่ะ นัยละเอียดพวกนี้ จะต้องพูดซ้ำไปซ้ำมาย้ำไปย้ำมา และมันก็จะต้องขยายขึ้นไปให้ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ เพิ่มเติมให้แก่ผู้ที่เข้าใจชัดเจน แล้วเวลามันผ่านไปก็ต้องรู้ให้ลึกซึ้งขึ้น ใครยังรู้ไม่ได้ สัจจะนี้ยังไม่เปิดเผยก็ต้องเปิดเผยเท่าที่เรามี ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ทิ้งไว้ในโลกนี้ อาตมาเอง อาตมานี่ต้องทำหน้าที่ โดยเฉพาะที่มัน เป็นความจำกัดว่า ตัวเองมีหน้าที่รักษาศาสนาพุทธของพระพุทธเจ้าให้อยู่ในยุคให้ครบ ไม่ได้หมายความว่าอาตมาจะทำงานศาสนาพุทธแต่แค่ของ พระพุทธเจ้าสมณโคดมเท่านั้น อาตมาจะต้องทำไปมากกว่านั้น แต่หน้าที่ที่รับผิดชอบและรับสัญญากันมากับพระพุทธเจ้าแล้ว อาตมาก็ต้องทำอันนี้ให้ครบให้ได้ หากไม่ได้ก็ต้องมาเกิดอีก หากไม่มั่นใจว่าจะไปถึง 2000 ปีก็ต้องเกิดอีก แต่มั่นใจว่าถึงแล้ว ถ้าอาตมาจะไม่เกิดก็ไม่เกิด แต่อาตมาอาจจะเกิดมาอย่างไม่แสดงตัวก็ได้ ศาสนาพุทธมีสิทธิเสรีภาพสูงสุด เราไม่มีตัวตน ใครจะว่าเราเป็นบ้าบออะไรเราก็ไม่แสดง แต่เราก็รู้ของเรา อันนี้เป็นประโยชน์กับกระทำอันนี้ไม่เป็นประโยชน์เราก็ไม่ทำ มีแต่ความซื่อสัตย์ มีแต่ความจริงไม่มีความไม่ดีงามอะไร เป็นสุดยอดแห่งความจริง พูดไปแล้วเหมือนมายา จึงต้องมีมายาทั้งภาษาและสภาพ
_พ่อครูจะบอกได้หรือไม่ว่า พ่อครูได้รับปากพระพุทธเจ้าองค์ไหน พ่อครู..พระสมณโคดม ศาสนาของท่าน พระสมณโคดมทำศาสนาขึ้นมาซึ่งศาสนาอายุสั้น คนจะรับก็ยากต้องมีคนช่วย กว่าจะสิ้นสุด เพราะฉะนั้นพวกที่เป็นพระสาวก เป็นโพธิสัตว์ที่ จะต้องรับผิดชอบรองลงมา ก็รับผิดชอบทำ มันก็เป็นเรื่องของสัจจะ เรื่องของปู่ย่ารับผิดชอบของปู่ทวด พ่อก็รับผิดชอบของปู่ย่า ลูกก็รับผิดชอบของพ่อ หลานก็รับผิดชอบของลูก เหลนก็รับผิดชอบของหลาน ถ้าเข้าใจแล้วก็จะไม่มีปัญหา อาตมาไม่ได้มาหลอกลวง อาตมาเป็นคนจริงเป็นสิ่งจริงๆ แต่คนไม่เชื่อก็ห้ามไม่ได้ คนเชื่อก็ได้ประโยชน์ คนไม่เชื่อก็ไม่ได้ก็เท่านั้นแหละ อย่างอื่นไม่ได้กว่านี้แล้วแหละเป็นธรรมะ 2 เชื่อก็ได้ไม่เชื่อก็ไม่ได้ เป็นธรรมะ 2 อาตมาก็ทำไป เพราะว่ายังมีคนที่เข้าใจได้และได้ประโยชน์จริง ก็พัฒนากันไป คนที่เชื่ออย่างมีอัตตามานะ ยังไม่ยอมมา ก็เป็นของเขาทั้งนั้น มันมีละเอียดลออต่างๆนานาสารพัดกิเลส กิเลสแยกย่อยเยอะแยะ ก็ไม่มีปัญหาอะไร อาตมาไม่มีปัญหามีแต่ปัญญา ปัญหาทุกปัญหาของคนพวกนี้อาตมาไม่มีปัญหา คนโลกีย์เขามีปัญหาแต่อาตมาไม่มีปัญหามีแต่ปัญญา ถ้าปัญหาอะไรที่ไร้สาระ ปัญหาอะไรที่อาตมาไม่รู้ก็บอกว่าไม่รู้ เพราะอาตมาไม่มีปัญญารู้ อาตมาก็บอกว่าไม่รู้ ไม่ว่าปัญหานั้นจะไร้สาระ มันก็เป็นของเขา ถ้าเป็นปัญหามีสาระอาตมาก็ไม่ถึงสาระอันนั้น อาตมาก็ตอบไม่ได้ แล้วอาตมาจะไปโกหกทำไม และมันก็ไม่เป็นปัญหากับอาตมามันเป็นปัญหาของคุณ แล้วปัญหาที่มันไม่เป็นของอาตมาส่วนมากก็เป็นปัญหาที่อาตมาไม่ได้สาระแล้ว แต่ยังเป็นสาระสำหรับเขา ความอร่อยอันนี้ อาตมาว่าไร้สาระแล้ว แต่ความอร่อยอันนี้ก็เป็นสาระของเขา เขาก็ต้องใช้ เขาไม่ใช้เขาขาดใจตาย ยกตัวอย่างเขาจะต้องได้เป็นเจ้าโลก ถ้าไม่ได้เป็นเจ้าโลกเขาตายดีกว่าเขาก็เอาชีวิตเข้าแลกและเขาก็ตาย ถ้าเขาได้มาสมใจก็อร่อยเลย
_สมณะกอบชัย...สำมะปี๋แปลว่าอะไรครับ พ่อครูว่า...แปลว่ายำเละ เป็นภาษาลาว ปนกันไม่รู้ว่าอะไรคืออะไร ภาษาจีนเรียกว่าจับฉ่าย ดีไม่ดีบางอันบางเรื่องจะขัดแย้งในตัวเองได้ _รายการนี้จะเป็นเหมือนเอื้อไออุ่นตอนแรกไหมครับ พ่อครูว่า... พยายามจะให้เป็นไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรตามประสาพ่อแม่พี่น้องลูกลูกกัน ยั่วเย้ากันบ้าง _จุดประสงค์รายการวันนี้พ่อท่านต้องการความเป็นกันเองใช่ไหมครับ พ่อครูว่า...ใช่ _ขอแสดงความเห็นหน่อยหนึ่งครับ เมื่อวันก่อนผมไปงานศพ ที่นั่นมีการแสดงธรรมเขาเปลี่ยนบรรยากาศใหม่ เขาจะมีธรรมาสน์ มีญาติโยมนั่งพื้นล้อมวง แล้วท่านก็แสดงธรรมเทศนา ข้างนอกก็พัฒนาการมีการลดรูปแบบ นั่งคุยกันแบบนี้ ได้บรรยากาศด้วยความรู้สึกที่ดี แต่เขาก็แสดงธรรมเป็นปกติคนฟังก็ฟังอย่างเดียวญาติโยมก็พนมมือ ส่วนข้างนอกก็มีลำโพงขยายเสียงโยมที่อยู่เต็นท์ก็ไม่ค่อยฟัง ผมก็อยากให้พ่อท่านสมเจตนารมย์ ไม่อยากให้เป็นรายการภาคบ่ายตอบปัญหาในงานพุทธาภิเษก แล้วก็อยากบอกญาติโยมว่า ผู้มาร่วมรายการนี้ช่วยกรุณาลดการถามปัญหายากๆลึกซึ้ง พ่อครูว่า..ลดไม่ได้อยากรู้ อยู่ที่อาตมาไม่พยายามตอบยาวๆ สมณะกอบชัยว่า...นิมนต์พ่อท่านตอบสั้นๆ ครับ _เจดีย์บนพระวิหารจะถูกย้ายไปบ้านราชไหมครับ พ่อครูว่า...บอกได้เลยว่าไม่เอาไป ถ้าเอาไปก็ต้องทุบปูนไปจะทำได้ยากมาก มันเสียของ ถ้าจะทำแบบนี้ก็ถูกสร้างขึ้นใหม่ได้ แต่จะลอกเลียนแบบอย่างไรก็ไม่เหมือน เจดีย์นี้หุ้มทองคำ Gold Master ด้วยนะ ไม่เหมือนทองคำเปลว แต่พ่นทองเข้าไป มันจะมีช่องว่างอยู่ พูดไปจะไปอธิบายเรื่องของทำไมมันดำอีก ดำแต่แท้จริงเป็นทองคำ เราไม่ไปล้างขัดออก ล้างขัดออกก็ได้จริงๆ แต่ว่าเราไม่ล้างไม่ขัดออก ไม่เจตนาทำ ที่มันดำเพราะไม่เจตนาไปขัดให้ผ่องอะไร เพราะไม่ใช่ทองคำทั้งหมด มันเป็นทองคำหุ้มนิกเกิ้ลอยู่ มีสารเคมีที่ไปทำปฏิกิริยา เป็นเศษสีดำ มาหุ้ม เราก็เลยว่าไม่ไปแก้ไขอะไร มันก็อยู่อย่างนั้นไม่ใช่สนิมจริงๆหรอก เป็นปฏิกิริยาของธาตุ
_สมณะลานศิลป์...เมื่อวานได้ฟังธรรม พ่อครูได้พูดถึงพระกัจจายนะ อยากถามว่า พระกัจจายนะ องค์เดียวกับพระสังกัจจายน์ใช่ไหม พ่อครูว่า...ใช่ องค์เดียวกัน คือ พระสังกัจจายน์มีทั้งรูปร่างความเฉลียวฉลาดมากเหมือนกับพระพุทธเจ้า รูปร่างก็เหมือนคล้ายกันคนเข้าใจผิด มีความแคล่วคล่องว่องไวปราดเปรียว อธิบายธรรมะได้ดี พระพุทธเจ้ายกย่องว่าอธิบายได้ดีกว่า ท่านก็มีปฏิภาณสาธยายรายละเอียดได้ดี เสร็จแล้วคนก็เลยเข้าใจผิดเพราะคิดว่าเป็นพระพุทธเจ้า ท่านก็เลยทำรูปร่างให้พิการอ้วนท้วนไม่เหมือนพระพุทธเจ้า ขี้เหร่กว่าพระพุทธเจ้า เลยกลายเป็นพระสังกัจจายน์อ้วน
_อยากจะรู้ว่า พระสังกัจจายน์อยู่ในสมัยพุทธกาล อยู่ในกลุ่มของพระสารีบุตรหรือไม่ พ่อครูว่า...เรียกว่าพระมหากัจจายนะ เป็นพระอิสีติสาวก มีองค์พิเศษที่เก่งเรียกมหา ที่ไม่เรียกมหาคือมหาสารีบุตร มีมหาโมคคัลลานะ แต่ไม่มีมหาสารีบุตร อันนี้เป็นอจิณไตยอย่างหนึ่งไม่พูดต่อ
ที่ไม่เรียกมหา เพราะสายปัญญาจะถูกบีบไว้หน่อย มหาแปลว่ายิ่งใหญ่ แต่ผู้ที่เป็นปัญญาจะไม่เรียกว่ายิ่งใหญ่เพราะเดี๋ยวจะเหลิง ผู้รู้ตัวก็ไม่เสียใจไม่น้อยใจไม่เรียกมหาก็ไม่เป็นไร ข้ามพ้นมหา ปัญญาจะข้ามพ้นใครจะเรียกเล็กก็ไม่เป็นไร ความจริงเราใหญ่แล้วก็จบ ไม่ต้องมาเติมคำ ไม่ต้องใส่ยศศักดิ์อะไร
_แสดงว่า พระสารีบุตรเป็นสายปัญญาไม่มีมหา แต่พระกัจจายนะ ไม่เป็นสายปัญญา พ่อครูว่า..พระกัจจายนะยังมีบารมีน้อยกว่าพระสารีบุตร แม้จะเข้าใจด้วยพยัญชนะภาษา พระกัจจายนะ เป็นสายปัญญา ถ้าถูกเรียกโดยไม่ใช้มหา ท่านก็จะเท่อีกแบบ ก็เลยเรียกมหา อย่างสิริมหามายา อธิบายยากมากเลย คือไม่ใช่มายา แต่เป็นยอด ดีทั้งสิริ ทั้งมหาเลยนะ พลังงานเอกนี้เหนือกว่าพลังงานคู่นี่เป็นอจินไตย เราก็ต้องรู้ว่าอันนี้เป็นเอก ไม่ใช่พลังงานคู่แต่มองดูสองมากกว่าหนึ่ง แต่เอกนี้หนึ่งมากกว่าสองนะ สลับไปมาระหว่างสภาวะกับภาษา ผู้รู้ความจริงก็จะไม่มีปัญหา ผู้หมดปัญหาก็มีแต่ปัญญา จบ
_สมณะกอบชัย อยากให้พ่อท่านได้บรรยากาศ ในวัตถุประสงค์ของงานนี้จริง พ่อท่านโปรดให้โอกาสกับคนถามสดมากกว่าถามแห้งครับ
พ่อครูว่า..พวกเราเป็นคนจริง ก็จะเอาสาระความจริง พูดอย่างไรก็ห้ามยาก
_มีเรื่องเล่าสองนาทีค่ะ...ต่อเนื่องจากคำถามของเด็กๆ ถามว่ามีคนอ่านหนังสือของพ่อครูบ้างหรือไม่ มีเสียงตอบจากเจ้าหน้าที่ขายหนังสือ ว่ามีอยู่เยอะทั้งสูงอายุและกลางคน มีคนถามว่าท่านโพธิรักษ์สอนสมาธิอย่างไร ตัวเราเองก็ตอบว่าถึงสมาธิโดยสำรวมกายวาจาใจมีสติสำรวมในชีวิตประจำวันจะกินจะนอนจะทำงานต่างๆเบื้องต้นด้วยศีล 5 ลูกค้าก็พยักหน้าว่าถูกต้องแล้ว ท่านโพธิรักษ์สายปัญญาชัดเจนจริงๆ จบรายงานค่ำ
พ่อครูว่า...ไม่ถึง 2 นาทีใช้ได้
_จุฬา สุดบรรทัด….จากการติดตามประวัติเมืองอุบลที่สืบไปถึงเชื้อสาย เจ้านครเชียงรุ้งแสนหวีฟ้า สืบจาก พระเจ้ากิงกฤษราชแห่งนครหลวงพระบาง ซึ่งสืบเชื้อสายจากพระเจ้าตาก มีบุตรธิดา 7 คน พระประทุมวรราชสุริยวงศ์คือผู้สืบเชื้อสายคนที่ 2 คือเจ้าคำผงเจ้าเมืองอุบลคนที่ 1 เป็นผู้กอบกู้บ้านเมืองอุบล พ่อครูเป็นรุ่นที่ 7 ผู้สืบสายนี้ ดิฉันมองว่ามากอบกู้บ้านเมือง เพื่อมนุษยชาติเป็นการกอบกู้จิตวิญญาณมนุษย์โดยมีราชธานีอโศกเป็นจุดศูนย์กลาง กล่าวเช่นนี้ จะเป็นการกล่าวที่มีหลักฐานยืนยันเป็นที่ประจักษ์ได้ใช่ไหมคะ พ่อครูว่า...ก็มีหลักฐานต่างๆอยู่ยืนยันได้อ้างอิงต่างๆนานา เพราะฉะนั้น เราก็พูดตามจริงตามหลักฐานใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็บังคับไม่ได้หรอก
_พราวพุทธ...สมัยพุทธกาล มีคนทั้งสายปัญญาและเจโตใช่ไหมคะ ในคนๆเดียวกันไหม มีทั้งชนิดที่เป็นปัญญาและเจโตที่ใกล้เคียงกัน มีเยอะไหม พ่อครูว่า...มีแต่มีน้อย ผู้ที่เป็นสายเจโตก็ต้องพยายามสร้างปัญญาให้แก่ตัวเอง ให้ใกล้เคียงที่สุด เจโตกับปัญญาหากใกล้เคียงกันมากก็จะดีทั้งสองอย่างก็จะชัด ก็จะรับรู้อะไรมากมาย สภาวะสองคือสภาพมี สภาวะหนึ่งคือสภาพหยุดหรือไม่มี ถ้ามีเป็นสภาพสองคือมีจะช่วยได้ โลกคือความมี ไม่มีโลกคือความหยุดไปหา 1 หรือ 0
สื่อธรรมะพ่อครู(สุขภาพบุญนิยม) ตอน คนเราควรนอนวันละกี่ชั่วโมง _ข้าพุทธ...พวกเราที่เป็นนักปฏิบัติธรรม ควรนอนวันละกี่ชั่วโมงเพื่อให้ชีวิตยืนยาวที่สุด พ่อครูว่า...ไปอ่านตามตำราเขาเลย สำหรับผู้ที่พิเศษพระพุทธเจ้านอนวันละ 4 ชั่วโมง คนธรรมดาอย่าไปริอาจทำอย่างนั้นเลย (ไมค์ดับไป) ..จริงๆแล้ว มีสองอย่างเจโตกับปัญญา จะมีคู่กันที่เปลี่ยนไม่ได้ตลอดโลกแตก โลกแตกแล้วในธรรมชาติก็จะมีคู่ 2 เป็นธรรมดาธรรมชาติ แต่จริงๆแล้วนี่ สิ่งที่จะนำพาไปให้เกิดการถึงที่สุด ก็คือปัญญา เพระปัญญาทำให้สลายสูงสุดได้ ถ้าเจโตวสูงสุดก็เป็นนิรันดร เป็นพระเจ้าพระเจ้าก็เป็นเจโต สลายไม่ได้จึงเรียกว่า ผู้ที่ทำสองให้เป็นหนึ่งไม่ได้สลับกัน ผู้ที่ทำ 2 ได้มีเป็นส่วนใหญ่เลย คือเทวะ จะอยู่ครองนิรันดร เจโตก็ครองนิรันดร ถ้าเป็นหนึ่งได้ไปหาศูนย์ ก็เลิกได้ ศาสนาอเทวนิยมจึงมี 0 เทวนิยมไม่มี 0 มีนิรันดร สายปัญญาสายพระพุทธเจ้าสามารถทำให้เป็นศูนย์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ปัญญาอย่างเดียวทำให้บรรลุธรรมได้ไหม _ถ้าสายปัญญา มีแต่ปัญญาอย่างเดียวบรรลุธรรมได้ไหมครับ พ่อครูว่า...ไม่ได้ ต้องมีธรรมะสอง เพราะฉะนั้นข้อบังคับคือ ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60 ธาตุรู้ได้ต้องรู้ธาตุที่อาศัย พระพุทธเจ้าตีกรอบที่ธาตุรู้ที่ดีที่สุด ทุกข์ไม่เอา เอาแต่สุขแล้วสลายสุข ส่วนที่จะไปเป็นธาตุอื่นอีกตามวิทยาศาสตร์ก็ได้ทั้งนั้น แล้วก็ไม่จบเป็นโลกจินตา โลกแปลว่าความวนหมุนไม่จบ เป็นอจินไตยข้อที่ 4 ความคิดของคน คิดไม่จบหรอก แต่ผู้ที่มีปัญญาแล้ว ทำลายโลกจินตาได้ คิดออกแล้วได้ตัวจบ จบตามความคิดได้ก็จบ
สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา) ตอน ที่นับถือพระเจ้าที่เป็นนิรันดรจะสลายอัตภาพได้ไหม _ผู้ที่นับถือพระเจ้าที่เป็นนิรันดร จะสลายได้ไหม พ่อครูว่า...สายเทวนิยม พระเจ้านิรันดร เขาเองเขาเห็นดีว่า สลายได้มันหมดได้เมื่อเขาเข้าใจเพิ่มขึ้นมา แล้วเขาอยากจะสลาย บางทีเขาไม่อยากสลายแต่ก็เห็นว่าอเทวนิยมคุยโม้ ทำนิพพานสูญได้คุยว่าดีกว่า เขาก็มาศึกษาปฏิบัติแล้วเขาก็ถึงจริงๆเขาก็สลายได้ก็จบ แต่ถ้าเขาไม่สลายอีก จะอยู่ไปนิรันดรก็แล้วแต่เขา พระอวโลกิเตศวร ก็เลือกอยู่นิรันดร ท่านมีข้อแม้ว่าจะต้องช่วยคนให้ทุกคนในโลกเป็นอรหันต์จนคนสุดท้าย แล้วท่านจึงจะเลิก ทำก็ทำสิ ฉันก็ไปอยู่ในโลกลูกใด แล้วก็ทำช่วยคนลูกนั้นให้หมด นอกนั้นก็จะเสื่อม จะเหลือ 2 คนท่านกับเขา แล้วท่านก็ช่วยคนนั้นน่ะ คนก็อาจจะตายไปตามธรรมชาติ สุดท้ายเหลือแต่ท่านกับคนคนนี้ ท่านก็สอนคนนี้เป็นอรหันต์แล้วก็จบ ท่านก็ปรินิพพานไป ท่านก็ได้ แต่เราก็ไม่รู้ว่าเมื่อนั้นจะมีเมื่อไหร่
_พระอานนท์ อยู่ใกล้พระพุทธเจ้าตลอด พระพุทธเจ้าเทศน์ให้ภิกษุบรรลุธรรมได้แต่ทำไมพระอานนท์บรรลุธรรมช้ากว่า พ่อครูว่า...ถามอจินไตยอีกแล้ว พระอานนท์ นี้ท่านตามจิตที่จะรู้ของพระพุทธเจ้าก็เลยรู้มาก คนรู้มากยากนาน พระอานนท์ก็เลยนาน ก็เป็นประโยชน์แก่โลก เพราะท่านเองเป็นคนที่มีความจำเก่งมาก เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์โลกจริงๆท่านก็ไม่ควรตายจริงๆ ไม่ควรตายไว เพราะฉะนั้นท่านก็ไม่ตายไว จนกว่าศาสนาพระพุทธเจ้า จะหมด แม้เป็นอรหันต์ก็ไม่บรรลุเร็ว แต่สุดท้ายท่านจะปรินิพพานเป็นปริโยสาน ก็อยู่ที่ท่านท่านจะต่อให้เป็นพระพุทธเจ้าก็เรื่องของท่าน จบที่ตัวใครก็ตัวมัน เป็นสิทธิอิสระเสรีภาพส่วนตัวจริงๆ
แสดงว่า พระอานนท์ตั้งจิตว่าจะบรรลุธรรมช้าใช่ไหมครับ พ่อครูว่า...ไม่หรอก แต่เหตุปัจจัยที่ทำให้ยาก ตัวท่านเองก็จะบรรลุให้เร็วแต่มันก็ไม่ได้ เมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานท่านเลยร้องไห้
_อยากให้พ่อท่านอธิบาย ภาพสโลโมชั่นของการเกิดกิเลส พ่อครูว่า...เอาไว้ก่อนจะอธิบายในตอนอื่น
_หากมีความผิดของบุคคลที่เขียนให้แก่สมณะ แต่ท่านไม่เอาเรื่องต่อ พ่อท่านจะลงรายละเอียดหรือไม่ครับ พ่อครูว่า...อยู่ที่คนจะตามจี้ บางทีผู้ใหญ่เห็นว่าควรจะจบก็ไม่เอาภาระก็เป็นได้ แต่คุณอยากจะรู้ก็ตามไปได้อีก สุดท้ายก็คงจะมีผู้ที่สามารถทำให้คุณหยุดได้ ถ้าคุณหยุดไม่ได้ ก็ตามจี้ต่อไปอีกเรื่อยๆ
_วิหารพันปี สร้างขึ้นมาทำไมครับ พ่อครูว่า...สร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นที่อาศัย เป็นที่อยู่เป็นที่เคารพ มีพระบรมสารีริกธาตุ เป็นสถานที่ที่เป็นอาคาร เป็นศาสนวัตถุ ที่ใช้ประกอบในศาสนาพุทธ
_เหตุการณ์ที่ถ้ำหลวง...เด็กคนหนึ่ง เข้าไปเที่ยวในถ้ำลึก เข้าไปเที่ยวด้วยความอยากรู้ ปีนเข้าไปในช่องเขา เห็นต้นไม้เขียวสดมองเห็นผู้เฒ่าอยู่ในที่นั้น ผู้เฒ่าใจดี คิดจะชวนเพื่อนๆมารู้จักที่นี่ ลงมาออกจากถ้ำไป วันต่อมาพาทีม พากันเข้าไป แต่มันมืดก่อนมีน้ำเข้าถ้ำ ออกมาไม่ทัน เด็กคิดว่าเป็นเจ้าที่ ที่มาดูแลแน่ๆ พ่อครูคิดเห็นว่าเป็นเช่นนั้นหรือไม่คะ พ่อครูว่า...อาตมาไม่คิด มันเป็นเช่นนั้นก็เป็นเช่นนั้น สิ่งเหล่านี้อาตมาไม่มีข้อมูลไม่รู้รายละเอียดทั้งหมดก็ตอบไม่ได้
_พวกเราเคยเกิดมาร่วมกันในสมัยพุทธกาลหรือไม่คะ พ่อครูว่า...มี ส่วนใหญ่ด้วย เพราะว่าพลังบารมีนี้เป็นความสะสม
_พระพุทธเจ้าที่เกิดในโลกอื่น มีไหม ท่านพูดภาษาบาลีไหมคะ พ่อครูว่า...มันเหมือนกันหรือคล้ายกันก็ได้ใช้อันนี้อยู่เลยก็ได้ ถ้าครบดี ไม่ครบก็เอาขึ้นมาใหม่ เป็นสิ่งที่ใช้แทนไม่ยากหรอก สมมุติรู้ร่วมกันก็ใช้ได้อีก
_พ่อท่านแค่พูดว่าคิดหลังตายเหมือนความฝัน แต่ในเวลาปกติเรารู้สึกทุกข์ อดคิดรำคาญต้องทำใจกับ ผัสสะเยอะกว่าในฝัน ถ้าเป็นแบบนี้ตลอดเวลา ตาย จิตใจยังทุกข์ตอนเหมือนปกติหรือไม่อย่างไร พ่อครูว่า...เป็นได้ทั้งสองอย่าง เป็นได้ทั้งว่าตายไปแล้วก็จะเป็นความไม่ทุกข์เดือดร้อนวุ่นวาย มันอยู่ที่จิตของคุณ ตายแล้วจิตของคุณวาง วางได้สองสาย สายปัญญาก็วางได้อย่างขาดนิรันดร แต่ทางสายเจโตก็กดข่มลืมๆไป จนกว่าพลังงานที่มีมันจะฟื้นขึ้นมาไม่สูญสลายมันก็ขึ้นมาอีก เป็นได้ 2 อย่างอย่างนี้แหละ นาน จนกระทั่งลืมไว้เป็นนิรันดร ไม่รู้เลยว่าเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไหร่จำเวลาไม่ได้ มันก็เป็นไปได้ ใครจะมานั่งหลับตาให้มันยืนยาว สะสมไว้นานๆ ก็ไม่มีตัวเลขจะนับได้ คุณจะเอาไหม แต่สายปัญญาฟังแล้วจะไม่เอา แต่สายเจโตเขาชอบก็ทำ เราจะไปห้ามเขาได้อย่างไร
_ทำไมบวร สันติอโศกมีพื้นที่น้อยที่สุด บวร ราชธานีอโศกจึงมีพื้นที่ใหญ่ที่สุด พ่อครูว่า...ไม่ตอบให้งงเล่นๆ ไม่ยากจะรู้ เมืองหลวงคนโง่เยอะก็เลยแย่งกันจอง เมืองทางโน้นคนมีน้อยก็เลยไม่แย่งกันจอง ที่ๆยิ่งว่านับเจริญแบบโลกีย์คนโลกๆ ก็มาแออัดยัดเยียดเพราะว่าคนมันโง่ มันบอกว่าเจริญแต่มันก็โง่แล้วมันก็ทุกข์แล้วแออัดยัดเยียด ไปมายากเย็นแล้วก็ติดกันอยู่อย่างนี้นี่คือตัวจริง เพราะฉันคนฉลาดก็ ไม่มานั่งแย่งอะไรกับเขาหรอก อยู่กันอย่างสบายดีกว่าเยอะ ก็ปล่อยให้คนโง่เขาแย่งกัน
_สุขภาพของพ่อครูเป็นอย่างไรครับ พ่อครูว่า...กำลังเพิ่มความหนุ่มแน่นขึ้นเรื่อยๆ ถ้าพิสูจน์ได้แล้วพวกเราก็จะรู้ว่าการสร้างพลังงานของจิต เป็นตัวเสริม แต่ไม่ได้ทิ้งพลังงานวัตถุไม่ให้บกพร่องให้ทำงานไปยังดี ถ้าคนที่เก่งทำวัตถุสู้ทำที่จิตไม่ได้ ทำที่จิตได้ง่ายกว่า แต่คนไม่เก่งทำที่วัตถุได้ง่ายกว่าเพราะมันจะต้องได้ไม่ยาก จิตมันคนอื่นดูได้ยากจะช่วยได้ยากกว่า
_ทำไมต้องรักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ด้วยผิดบ้างได้ไหมคะ พ่อครูว่า...ผิดนี่มันคือความเปื้อน บริสุทธิ์มันคือความสะอาด เราอยากได้ความสะอาดหรืออยากได้ความเปื้อน ถ้าเราอยากได้ความเปื้อนก็ผิดบ้าง แต่ถ้าเราอยากได้ความสะอาดไม่ผิดเลยซะบ้าง ไม่มีผิดเลย ผิดครึ่งหนึ่งก็ไม่เอา มันอยู่ที่เรา เราอยากได้ความสะอาดหรือไม่สะอาด
_ได้ยินเสียงพ่อท่านไอบ่อย เจ็บคอไหมครับ ทานยาอะไรถึงหาย ลูกเป็นห่วงอยากให้หายไวๆ พ่อครูว่า...ไม่เจ็บคอนี้ดีมากเลย แต่ก็ไอมาก ถ้ารู้ว่าทานยาอะไรจะหายก็มาทานแล้ว ก็ขอบคุณเป็นไปตามธรรม ความต้องการตรงกันแต่มันยังเป็นไปไม่ได้ ถ้าอย่างนี้ไปถึง 151 ปีอาตมาไม่มีปัญหา จะๆไปจนถึง 151 ปีก็ไม่มีปัญหา ใช้ทำงานได้ไม่ทรมานอะไร ก็รู้ว่าการไม่ไอดีกว่า อาตมาหยวนให้มันบ้าง
_ทำไมต้องตั้งตบะคะ พ่อครูว่า...ตบะ คือสิ่งที่เราตั้งขึ้นเพื่อจะทำตามมันให้ได้ สิ่งใดที่เราควรจะได้และควรจะเป็น มันดี เราพิจารณาเป็นสิ่งดี เราก็
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive