620508_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญญาดับอวิชชาพาให้อภิปโมทยังจิตตัง.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2562
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์33 KB
วันที่แก้ไข24 พฤษภาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

620508_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญญาดับอวิชชาพาให้อภิปโมทยังจิตตัง อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1qSVXXP53Y9gvDNuPY_EvcYJ-d778YDHp4N6k2lnuBNA/edit?usp=sharing ดาวโหลดเสียงที่.. https://drive.google.com/open?id=1o237ENHMl928VsIkZfd9XEOkYsqdK_rA สมณะเดินดินว่า… วันนี้วันพุธที่ 8 พฤษภาคม 2562 ที่บวร ราชธานีอโศก อีกประมาณ 1 อาทิตย์กว่าๆก็จะถึงวันวิสาขบูชา ปีนี้เป็นปีพิเศษที่สันติอโศก พ่อท่านจะไปอยู่ที่สันติอโศก 1 โดยมีองค์ประกอบหลายอย่าง วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคมเป็นวันที่เราจะได้จัดงานครบรอบวาระ 77 ปี 7 เดือน 7 วัน ของพันตำรวจโทรุ่งโรจน์ เรืองฤทธิ์ ชื่องานว่า โพชฌังคาริยสัจจายุ ก็ยังไม่ครบตรงเป๊ะ แต่ก็ใกล้เคียง เป็นวันที่จะรวมพวกเราญาติธรรมใกล้ชิด โดยเฉพาะพวกเราแฟนคลับเราคิดอะไร ที่ทำงานกันมาต่อเนื่องยาวนาน เป็นผู้ทำงานปิดทองหลังพระตลอดมา เคยเป็นสารวัตรมือปราบ ที่ถูกย้ายไปอยู่ชลบุรีเพราะว่า ต้องส่งมือปราบไปจัดการแก้ไขปัญหา แต่เมื่อมาได้ปฏิบัติธรรมก็ได้เป็นหลัก ที่แม้จะไม่ได้ปรากฏตัวแสดงอะไรมากมาย แต่ทำหนังสือพิมพ์เราคิดอะไรมาได้ 25 ปีแล้ว คิดว่าจะทำแค่เล่มเดียวคือปฐมฤกษ์ แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าจะอยู่มาได้ถึง 25 ปีเพราะมีพวกเราเป็นวัวงาน มีบก.ที่รับผิดชอบมาตลอด วันนี้ดูการ์ตูนจากนสพ.ผู้จัดการ ก็สะท้อนภาพเมืองไทยได้ดี คนไทยเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ในช่วงชื่นชมพระบารมี แต่หลังจาก 3 วันก็กลับมาสู่นรก เพราะกำลังแย่งยื้อเก้าอี้ ส.ส.กัน แต่เมื่อมีสวรรค์ก็ต้องมีนรก เราจึงต้องมาเข้าใจสัจธรรมชีวิต พ่อครูว่า...ไม่ต้องไปลงนรกไปขึ้นสวรรค์ อาตมาว่ามีศาสนาเดียวศาสนาพุทธเป็นจริงชัดเจน สวรรค์นรกแท้จริง ที่เกิดกับจิตวิญญาณ จิตวิญญาณของอะไรก็แล้วแต่

อ่านต่อ

จะเป็นธาตุรู้ของสัตว์โลก พระพุทธเจ้าค้นพบสิ่งนี้จริงๆสุดยอด อาตมามีหน้าที่สืบสานสืบทอดธรรมะของพระพุทธเจ้าที่เป็นความถูกต้อง แม้แต่ในประเด็นที่บอกว่าศาสนาพุทธนี้เป็นศาสนาที่ไม่มีนรกไม่มีสวรรค์ ดับนรกดับสวรรค์หมด ดูเหมือนอาตมาจะเป็นคนยืนหยัดยืนยันอยู่คนเดียว ไม่มีอาจารย์หรือปราชญ์ นักรู้หรือศาสดาองค์ใดมาพูด พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้แต่ได้ถูกลืมเลือนไปมากแล้ว ถ้าเกิดว่าอาตมาไม่มีหลักฐานอะไรยืนยันก็คงพูดต่อไปไม่ได้ ศาสนาพุทธเป็นศาสนานิพพานไม่มีสวรรค์ไม่มีนรกดับเทวะสิ้นจากธรรมะ 2 เป็นธรรมดา 1 ธรรมะ 0 เป็นสุญญตา อย่างนี้เป็นต้น แม้รู้ก็รู้อย่างกลางๆ รู้อย่างไม่มีสวรรค์ไม่มีนรกดับสวรรค์ดับนรกสิ้น อาการดีใจหรือเสียใจไม่มีทั้งคู่ อาการกลางๆ เป็นอาการที่อจินไตย ผู้ไม่มีสภาวะจริงหรือไม่ได้ จิตกลางๆ 1.เป็นภาวะว่างกลางเฉยๆแบบโลกียะก็ได้ 2. ทำให้เป็นจิตอย่างนั้นอย่างมีธาตุรู้ที่เป็นปัญญา แล้วทำได้ถาวร อยู่ตลอดกาลได้ด้วย อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเป็นคุณสมบัติของผู้ที่ปฏิบัติประพฤติตามธรรมะพระพุทธเจ้าแล้วมีผลสำเร็จได้อย่างแท้จริง ประเสริฐสุดของมนุษย์แล้วที่มีคุณสมบัติอย่างนี้ได้เป็นคุณค่าของโลก เป็นประโยชน์ต่อโลก มีคนถามถึงประโยชน์ 6 อย่าง และสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ 6 อย่าง ก็น่าจะหมายถึงอบายมุข 6 แต่อาตมาอ่านโจทย์ผิด โจทย์บอกว่า สิ่งที่ไม่มีประโยชน์ 6 อย่าง สื่อธรรมะพ่อครู(การตาย) ตอน คนเรารู้ตัวได้ไหมว่ากำลังจะตาย _คุณ รักธรรม สรหงษ์...พ่อหนูเสียชีวิตไปได้เมื่อ 25 เมษายน ก่อนเสียชีวิตน้องสาวดูแลอยู่ พ่อเรียกน้องสาวไปหาก่อนเสียชีวิตแล้วบอกว่ากูจะไปแล้วนะ น้องสาวก็ถามว่าพ่อจะไปไหน พ่อตอบว่าก็จะไปจากพวกมึงน่ะสิ พ่ออายุ 86 ปีกว่า นอนติดเตียงมาเกือบ 2 ปี อยากจะทราบว่า คนเรารู้ตัวล่วงหน้าหรือไม่ว่าคนเราใกล้จะตายแล้วหรือเป็นเฉพาะบางคน พ่อครูว่า..รู้ได้ โดยเฉพาะใกล้จะตาย จริงๆแล้วรู้ทั้งนั้นมันพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเท่านั้น ยิ่งคนที่มีเรื่องมากทุรนทุราย คนไม่ทุรนทุรายก็พอรู้ว่าใกล้จะตาย ตายอย่างสงบเลย หรือหลับสงบไปเลยก็มีเยอะ เป็นเรื่องอจินไตย ดีที่สุดก็คือสงบหลับไป ไม่ต้องไปยากเย็นอะไรไม่ต้องดิ้นรนทุราย ก็คงไม่มีใครชอบ ไปยังอุปัทวเหตุก็คงไม่มีใครชอบ คงจะไปอย่างสงบๆวางใจตัวเองได้ก็ดี อาตมาว่าไปถามก็เป็นอจินไตย ของแต่ละบุคคล มันไม่สำคัญเท่าไหร่หรอก ถ้าถึงเวลาตายเราจะตายแบบไหนก็อยู่ที่วิบากของเราที่เราทำแล้วก็ฝึกฝนตัวตนไป ก็จะได้ตามควรเอง ก็ตอบแค่นี้ก่อน

_ ปาลิตา ทองสุขนอก · พุทธศาสนาตามภูมิบ้านราชโจทย์หน้าร้อนไม่อยากตอบโจทย์เลยแต่คงเป็นไปไม่ได้ พ่อครูเจ้าขาช่วยหนูทำหน่อย ท่านปัจฉาและแม่เณรด้วยเจ้าคะ ทำไม่ได้โจทย์มันยากน้อมกราบนมัสการทุกรูปเจ้าคะ พ่อครูว่า..มาสิมาอาบน้ำที่นี่มีหลายบ่อ มีน้ำตก น้ำโตน ซางไหลเด้อ ลำธารถอยหลังเข้า มีหลายน้ำ ก็มีคนมาใช้บริการเยอะอยู่เหมือนกันในทุกวัน ก็ดีนะ

SMS วันที่ 2 พ.ค. 2562 (พุทธศาสนาตามภูมิ : พ่อครู) สื่อธรรมะพ่อครู(รูป 28) ตอน ความสุขในหทยรูป _1614 ความสุข ก็คือหทัยรูป เพราะเกิดเป็นรูปขึ้นในจิตครับ จิตสามารถสร้างขึ้นมาเองได้ทั้งๆที่ไม่รูปใดๆแล้ว/สุนทร พ่อครูว่า..ถ้าจะพูดให้ละเอียดก็เป็นไปได้ จิตมันเป็นความสุขความทุกข์ของมัน เพราะว่าตัวเราเองไม่สามารถดูแลจิตใจตัวเอง ไม่สามารถมีอำนาจควบคุมดูแลจิตใจตัวเองได้ วสวัตตีโก ทำให้จิตเป็นไปตามอำนาจไม่ได้เพราะเราไม่ได้ฝึก มันเกิดด้วยอวิชชาเสียเยอะ ก็เลยติดในความสุขความทุกข์กันเยอะ สุขขี้หมูขี้หมาขี้กาขี้ไก่เยอะ สุขโดยที่ไม่น่าจะสุขก็เป็นไปได้อีกเยอะแยะ เป็นสุขอย่างที่ไม่ควรยึดถือว่าจะเป็นสุขเลยเป็นสิ่งที่ต่ำเรียกว่า อบายภูมิ สูญเสียเลอะเทอะไม่ดีไม่งามหรือสุขในความรุนแรง sadism สุขในความรุนแรงแล้วไปยึดถือว่าเป็นความสุข แม้แต่ความสุขที่ละเอียดสุขุมประณีต ที่สุดทำความดีแล้วก็ติดในความดี ต้องเป็นต้องมีความดีอันนี้ถึงจะมีความสุข อันนี้ก็เป็นความสุขที่ติดยึดในความดี ความสุขในความดีงามที่เป็นความดีความชั่วสร้างขึ้นมาเป็นความสุขสร้างความดีงามให้แก่ตนก็เป็นกุศล สร้างไปเถอะ พระพุทธเจ้าก็ไม่สันโดษในกุศลในความดีงามที่มนุษย์ พึงนับถือกัน เราก็สร้างสิ่งนั้นให้แก่มนุษยชาติ แต่สิ่งใดไม่ใช่ความดีงามไม่เป็นความสุขก็ไม่ต้องสร้าง แต่ความดีงามกับความไม่ดีงามก็เป็นสมมติที่ต่างกันเราก็เอาเสียงส่วนใหญ่ ความยึดถือส่วนใหญ่ของมนุษย์ เป็นที่ตั้งก็แล้วกัน ที่ไม่ยึดถือว่าเป็นความไม่ดีงามเราก็ไม่ทำ เพราะความดีงามความดีความชั่วเป็นสมมติสัจจะตามแต่ละแห่งแต่ละบุคคลตามกลุ่มแต่ละภูมิภาคไม่เท่าเทียมกัน องค์ประกอบสิ่งแวดล้อมและสมมุตินับถือต่าง แม้แต่จะยึดถือด้วยปรมัตถ์ก็ต่าง ก็ค่อยๆศึกษาไป มันอยู่ไหน คูหาสยัง กายยาววาหนาคืบกว้างศอกนี่แหละไม่มีที่ชัดเจนหรอกศึกษาไปแล้วจะค่อยๆรู้ แล้วจะรู้นามธรรมที่เป็นความละเอียดจริงๆ

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สัมมาทิฏฐิ 10 ต้องอธิบายจากสยังอภิญญา _อุมาพร(อ๋อย) จากเดนมาร์ค ....กราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพยิ่งค่ะ ฟังพ่อครูเป็นประจำค่ะ ส่วนใหญ่จะฟังย้อนหลัง เพราะเวลาที่พ่อครเทศน์ ที่นี่ (Denmark) เป็นเวลากลางวัน กำลังทำงานพอดีค่ะ รู้สึกประทับใจที่พ่อครูเทศน์เมื่อวันที่ ๑ พค. ที่ผ่านมาค่ะ ที่มีท่านผู้หนึ่งถามว่าอโศกเป็นนิกายอะไร พ่อครูตอบว่าอโศกไม่ใช่นิกาย แล้วพ่อครูก็ขยายความต่อว่า ต้องเรียนรู้กิเลสในตน แล้วพยายาม ทำ สอง ให้เป็นหนึ่ง แล้วลดลงเป็น ศูนย์ (สูญ) ค่อยๆทำทีล่ะคู่ ... ตอนนี้ก็กำลังพากเพียรอยู่ค่ะ คงอีกนานกว่าจะถึงเส้นชัย พ่อครูว่า..ดีมาก จุดนี้เป็นจุดสำคัญ ในพระไตรปิฎก เล่ม16ข้อ60พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจน ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60 นั่นแหละเป็นจุดหัวใจของศาสนาพุทธเลย เพราะว่าการเรียนรู้ธรรมะ 2 ที่เป็นความสุขความทุกข์มันคือเวทนา ต้องเรียนรู้ตรงสภาวะความรู้สึกที่เรียกว่าเวทนานั่นแหละ ไปเรียนที่อื่นก็ไม่ใช่ เพราะความสุขความทุกข์อยู่ที่เวทนา ใครไปเรียนรู้อย่างอื่นไม่ใช่ตัวจริงไม่ใช่ฐานจริง เวทนาเป็นฐานแท้ของความสุขความทุกข์ ในพรหมชาลสูตรก็บอกไว้ว่าไม่มีผัสสะไม่มีฐานแห่งการปฏิบัติ จะมีแต่มโนสัมผัส เป็นความรู้สึกที่ไม่รอบถ้วนมันมีให้รู้แต่ข้างใน คุณทิ้งตาหูจมูกลิ้นกายแล้วอยู่ แต่ถ้าวันใดก็ไม่ใช่ ชีวิตนี้ไม่ได้อยู่ในภวังค์หลับตาเป็นหลักแต่มันอยู่กับการลืมตาใช้ทวารทั้ง 5 เป็นหลักมากกว่า ในภวังค์หลับตานี้ดีไม่ดีก็นอนหลับตาไป มันไม่ได้มีประโยชน์คุณค่ามีแต่เรื่องเลอะเทอะไม่ได้เรื่อง เพราะฉะนั้นหลับตาปฏิบัตินี้จึงเป็นลัทธิของเดียรถีย์ อาตมาพูดแรงหนักมากแล้วคนก็ยังติดยึดอยู่ แต่เขาเข้าใจไม่ได้ยังเชื่อถืออย่างนั้นยังยึดถืออยู่ก็เป็นอย่างนั้นไป อาตมาก็ต้องขออภัยที่ต้องตีแรงตีหนัก เอาหลักฐานมายืนยันแต่เขาก็เป็นอย่างนั้นเพราะว่าเป็นเรื่องที่คนติดยึดมากในโลกเพราะมันเป็นอวิชชา กว่าจะมารู้แล้วมาพ้นทุกข์ได้ต้องเป็นคนมีปัญญา มีความรู้ที่เป็นโลกุตระ ลืมตามาปฏิบัตินี้เป็นโลกุตระเป็นสัมมาทิฏฐิแท้จริง ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในพระไตรปิฎกเล่ม 14 มหาจัตตารีสกสูตร ซึ่งเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งสำคัญมาก พระไตรปิฎกเล่ม 14 เริ่มต้นตั้งแต่ข้อ 252 ถึงข้อ 281 เป็นพระสูตรที่ยิ่งใหญ่ที่เกี่ยวกับสัมมาสมาธิ ของท่านเรียกว่าสัมมา เรียกให้เต็มว่าอริโยสัมมาสมาธิ อริโยคืออริยะ เป็นสมาธิของผู้ประเสริฐผู้ฉลาดผู้เป็นอาริยะ ไม่ใช่มิลักขะ พระพุทธเจ้าท่านก็เรียกพระภิกษุมา ท่านตรัสเรียกมาเองเลย ถ้าท่านไม่ตั้งใจบอกสาวก สาวกก็คิดไม่ออกหรอกว่ามีสมาธิแบบนี้ด้วย จะมีแต่สมาธิที่เขาทำกันทั่วไป [252] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระดำรัสแล้ว ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสดังนี้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงสัมมาสมาธิของพระอริยะ อันมีเหตุ มีองค์ประกอบ แก่เธอทั้งหลาย พวกเธอจงฟังสัมมาสมาธินั้น จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าวต่อไป ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคว่าชอบแล้ว พระพุทธเจ้าข้า ฯ [253] พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสดังนี้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สัมมาสมาธิของพระอริยะ อันมีเหตุ มีองค์ประกอบ คือ สัมมาทิฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ เป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความที่จิตมีอารมณ์เป็นหนึ่ง (พ่อครูว่า..เป็นเอกัคคตา ที่ต่างจากจิตที่เป็นหนึ่งของการนั่งหลับตาปฏิบัติมันเป็นเพียง 1 แบบเอกธรรม เป็นธรรมะนิ่ง เฉย แข็งอยู่กับที่ มันไม่มี 2 ไม่มีสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ไม่มีครบเป็นเทวะ เป็นธรรมะ 2 มีทั้งบวกลบมีทั้งพลังงานสถิต และพลังงานเคลื่อนไหว เป็น static และ dynamic จะเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก) ประกอบแล้วด้วยองค์ 7 เหล่านี้แลเรียกว่า สัมมาสมาธิของพระอริยะ อันมีเหตุบ้าง มีองค์ประกอบบ้าง ฯ [254] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาองค์ทั้ง 7 นั้น สัมมาทิฐิย่อมเป็นประธาน ก็สัมมาทิฐิย่อมเป็นประธานอย่างไร คือ ภิกษุรู้จักมิจฉาทิฐิว่ามิจฉาทิฐิรู้จักสัมมาทิฐิว่าสัมมาทิฐิ ความรู้ของเธอนั้น เป็นสัมมาทิฐิ ฯ (พ่อครูว่า ถ้าประธานของคุณมิจฉาทิฏฐิก็พาไปผิดทาง ถ้าประธานของคุณถูกก็ไปสัมมาทิฏฐิ มันก็มี 2 ทางคือเทวกับอเทวะ) [255] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็มิจฉาทิฐิเป็นไฉน คือ ความเห็นดังนี้ว่าทานที่ให้แล้ว ไม่มีผล ยัญที่บูชาแล้ว ไม่มีผล สังเวยที่บวงสรวงแล้ว ไม่มีผลผลวิบากของกรรมที่ทำดีทำชั่วแล้วไม่มี โลกนี้ไม่มี โลกหน้าไม่มี มารดาไม่มีบิดาไม่มี สัตว์ที่เป็นอุปปาติกะไม่มี สมณพราหมณ์ทั้งหลายผู้ดำเนินชอบ ปฏิบัติชอบ ซึ่งประกาศโลกนี้โลกหน้าให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วยตนเอง ในโลกไม่มีนี้มิจฉาทิฐิ ฯ

ข้อที่ 10 นี้สำคัญมาก เพราะเป็นจุดเริ่มต้น เหมือนกับกามนิตที่คุยกับพระพุทธเจ้าทั้งคืนตอนเช้าก็บอกว่าจะไปหาพระพุทธเจ้าอีก พระพุทธเจ้าบอกว่าเป็นพระพุทธเจ้าเขาก็จะเชื่อหรือ แม้บอกเขาก็ยังไม่รู้ ถ้าเป็นโพธิรักษ์ก็ยิ่งไม่เชื่อ หวังว่าพวกเราก็คงไม่มีกามนิตหรือกามหน่อย แต่มีกามมาก จะไหวหรือ ขนาดกามนิตก็ยังเข้าใจไม่ได้ว่าเป็นพระพุทธเจ้า แล้วกามมากๆ จะเข้าใจหรือว่าโพธิรักษ์เป็นผู้นั้น

ในเรื่องทาน จิตเราต้องรู้อาการจิต ให้แล้วอย่ามีภพชาติต้องการอะไรตอบแทนจะมีหวังต่อไปอีก เป็นจิตที่ยังมีภพ ถ้าจิตคุณยังมีอยากจะได้อะไรต่อมันก็ยังไม่เกิด ผลของคุณก็เป็นภพชาติ แล้วยิ่งอยากได้มากถูกหลอกว่าต่อไปจะมีสวรรค์มีนรก เฟส 1 2 3 4 เป็นสวรรค์วิมานตัวตนต่อไปอีกก็ยิ่งเลอะเทอะ คนนี้ยิ่งไม่มีผลใหญ่ อย่างนี้เป็นต้น ข้อที่ 2 ยิฏฐัง ความรู้วิธีการทฤษฎีต่างๆ ทำตามวิธีการความรู้ทฤษฎีต่างๆที่คุณเข้าใจ คุณปฏิบัติแล้วมันก็มีผลเป็นผลล้างกิเลสไม่ได้ก็นัตถิยิฏฐัง เช่นการนั่งหลับตามันไม่เกิดผลหรอก ข้อที่ 3 สังเวยที่บวงสรวง นัตถิ หุตัง อาตมาขยายความตามภูมิ คือปฏิบัติตามที่อาจารย์สอนมาตามทานตามศีลวิธีปฏิบัติ มันไม่เกิดผลทั้งคู่เรียกว่า นัตถิหุตัง ถ้าปฏิบัติทานก็ดี มันก็แยกสองอย่างคือทานกับวิธีปฏิบัติ มีทานภาวนา ศีลภาวนาแล้วก็เกิดผลคือภาวนาเอง ทานมัย ศีลมัย ภาวนามัย มย คือการเกิดผล การสำเร็จ ภาวนาคือการเกิดผล ทานสำเร็จผลเป็นอย่างไร ศีลสำเร็จผลเป็นอย่างไรก็คือให้บรรลุ ทาน บรรลุ ศีล เป็นการเกิดผลคือภาวนา อันที่ 3 สำเร็จผล หุตัง ห คือธาตุแท้ธาตุหลักธาตุจริงธาตุมี โหติ เป็นต้น มันไม่มีแล้วไม่เกิดแล้วเป็นต้น เพราะฉะนั้น สังเวยที่บวงสรวง คือที่เราพยายามศึกษา ปฏิบัติประพฤติ บวงสรวงคือได้ทำสำเร็จไป ให้ได้ผลเสวยผล สังเวยผล ให้ได้ผล ในการประพฤติปฏิบัติ บวงสรวงเป็นภาษาโบราณคือการคบกับพระเจ้าให้ท่านพาทำ แล้วก็ได้ผลเสพผล สังเวยที่บวงสรวงแล้ว สังเวย คือเสพรส แต่มันไม่ได้ หรือเสพผลที่ผิดๆมันก็ไม่ได้ก็ไม่มี มันก็เป็น นัตถิไม่มีผลเลย เสพผลผิดๆหรือไม่มีผลที่ถูกต้องไม่เป็นอัตถิหุตัง ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะอธิบายได้ ขออภัยที่ต้องย้ำว่า ที่อาตมาอธิบายขยายความมานี้ขอยืนยันว่าถูกต้อง ที่ท่านบรรยายผิดไปจากอาตมานี้ผิดขอยืนยันอย่างนั้นด้วยมั่นใจเลย สัจจะพวกนี้ไม่ง่าย มันยากที่อาตมาก็ยืนยันอีกว่า อาตมาเป็นสมณะในข้อที่ 10 เป็นสยังอภิญญา ประกาศมาแต่ต้นเลยว่าจะมากอบกู้ศาสนาพุทธ คนหมั่นไส้เพราะว่าอาตมาไม่มีต้นทุนที่สังคมจะยอมรับดีไม่ดีเขาหาว่าเป็นขบถกับคณะใหญ่ด้วย คณะหลักของธรรมะของพระพุทธศาสนาในเมืองไทยและทั้งโลกด้วย คนทั้งโลกเขานับถือคณะใหญ่ไม่ได้นับถือโพธิรักษ์ นี่พูดมาเกือบ 50 ปีแล้ว ยังมีต่างชาติ นิดๆหน่อยๆ ไม่เชื่อถือเต็มที่หรอกเพราะเขาต้องเชื่อถือองค์กรหลักของประเทศ สมาชิกองค์กรส่วนตัวที่ไม่มีชื่อเสียงอะไร รางวัลหนึ่งเดียวก็ไม่มี ใครรับรองก็ไม่มี ไม่รับรองแล้วยังตีทิ้งด้วย อาตมาก็พยายามจะฟื้นชีวิตอยู่ให้ได้ยาวนาน ปฏิบัติพิสูจน์ถ้าไม่ได้ก็เอาต้องเกิดมาต่อ อยู่ใน 5000 ปีนี้แหละ ถ้าอาตมาทำแล้วยังไม่มีผลเพียงพอได้แล้วจะเกิดมาอีกตามหาให้เจอนะ อาตมานี่แหละจะตามหาพรรคพวก ซึ่งท่าทีสงสัยมันต้องเกิดมาอีก ก็พยายามลากสังขารให้ยาวนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ แค่อาตมารักษาร่างกายไปให้ถึง 151 ปีได้ เชื่อไหมว่าจะมีคนเชื่อถือมากขึ้นกว่านี้ เพราะคนที่ดันทุรังสอนธรรมะอยู่ได้กว่า 120 130 ปีมันหายากแล้ว ถ้าหากอาตมาทำได้จะเป็นปาฏิหาริย์ มันเป็นอภินิหารเป็นปาฏิหาริย์อันนั้นแหละเขาจึงจะทึ่ง เหมือนอย่างที่ต้องไปเหาะได้ แต่ไม่อย่างนั้น เดี๋ยวอาตมาเป็นการสอนแบบอนุสาสนีปาฏิหาริย์ไม่ใช่อาเทสนาปาฏิหาริย์ หรืออิทธิปาฏิหาริย์ จึงต้องพยายามรักษาขันธ์ แต่ไม่ต้องไปหาอะไรมาประเคนให้เพิ่ม ทุกวันนี้ก็มากแล้ว ก็พยายามใช้ 8 อ. ต่อจากนั้นก็เป็นผลของวิบากกรรมมีตั้งแต่โลกียะกับโลกุตระ อธิบายกรรมวิบากของโลกุตระก็ยาก ทานที่ให้แล้ว มีผล(ให้กิเลสลด) (อัตถิ . ทินนัง) . . . . ยัญพิธี (พิธีการปฏิบัติ) ที่บูชาแล้ว มีผล (อัตถิ ยิฏฐัง) สังเวย(เสวย)ที่บวงสรวงแล้ว มีผล (อัตถิ หุตัง) ผลวิบากของกรรมที่ทำดีทำชั่วแล้ว มีแน่ (อัตถิ สุกตทุกกฏานัง กัมมานัง ผลัง วิปาโก) . . โลกนี้ มี (อัตถิ อยัง โลโก) หมายถึง วนในโลกีย์เดิมๆ . . โลกหน้า มี (อัตถิ ปโร โลโก) หมายถึง โลกโลกุตระ . มารดา มี (อัตถิ มาตา) . . . บิดา มี (อัตถิ ปิตา) . . สัตว์ที่ผุดเกิดอุปปัติเอง มี (อัตถิ สัตตา โอปปาติกา) . . . พ่อครูว่า...เป็นมารดาบิดาทางจิตวิญญาณ เช่นศีลเป็นแม่ปัญญาเป็นพ่อหรือ โพชฌงค์ 7 เป็นพ่อมรรคมีองค์ 8 เป็นแม่ อย่างนี้เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นคู่ช่วยให้เกิดจิตที่เป็นสัตว์โอปปาติกะ จิตอันหนึ่งดับอันหนึ่งเกิด นอกจากจิตที่ผู้ที่เป็นอรหันต์แล้วจะปรินิพพานเป็นปริโยสานก็มีประตูเดียว ประตูที่ดับแล้วไม่เกิดอีกก็คือปรินิพพานเป็นปริโยสานอย่างเดียว นอกนั้นดับแล้วต้องเกิดทั้งนั้น อาตมาเป็นโพธิสัตว์ สามารถดับปรินิพพานเป็นปริโยสานได้แต่อาตมายังไม่ดับ ก็จะเกิดต่อแล้วทำอะไรให้ยิ่งกว่านี้ ที่นี้รู้ได้อย่างไรว่าตนเองจะปรินิพพานเป็นปริโยสานได้ ก็ต้องรู้สิ ถ้าว่าเป็นอรหันต์ขั้นต้นอรหันต์ระดับ 4 ก็รู้แล้ว อรหันต์ขั้นที่ 5 ก็ยิ่งจะรู้มากยิ่งขึ้น อรหันต์ขั้นที่ 6 ก็ต้องรู้มากขึ้น อาตมาอรหันต์ขั้นที่ 7 ไม่รู้ได้ไง ยิ่งอรหันต์ขั้น 8 ก็ยิ่งรู้มากกว่าอีก

10. สมณพราหมณ์ทั้งหลาย เป็นผู้ดำเนินชอบ-ปฏิบัติชอบ ซึ่งประกาศโลกนี้-โลกหน้า ให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วย ตนเอง ในโลกนี้ มีอยู่ (อัตถิ โลเก สมณพราหมณา สัมมัคคตา สัมมาปฏิปันนา เย อิมัญ จ โลกัง ปรัญ จ โลกัง สยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปเวเทนตีติ) . . . . . (พตปฎ. เล่ม 14 ข้อ 257) พ่อครูว่า...คนเราบังคับกันไม่ได้ ถ้าจะมาทำงานกับพวกเราก็ถือว่าเหนื่อย ทำงานขนาดนี้ มีสมาชิกเท่านี้ก็เมื่อยพอสมควร อาตมาไม่ได้มีปัญหาหรอก เพราะอาตมาไม่ได้ต้องการบริวารไม่ได้ต้องการคนมาห้อมล้อมเยอะแยะ ถ้าอาตมาพูดไปอย่างจริงใจแต่คนก็สารพัดจะไม่เชื่อ ก็ไม่เป็นไร อาตมาไม่ได้เป็นอย่างที่อาตมาว่าต้องการอย่างนั้นอย่างนี้ อาตมาบอกว่าไม่ต้องการอะไรเขาก็ไม่เชื่ออีก พระพุทธเจ้าสอนสัมมาทิฏฐิกับมิจฉาทิฏฐิ แล้วก็แบ่งปัน สาสวะกับอนาสวะอีกด้วย

_ร้านคุณชาย SHOPเจ้าเก่า • น่าอนาถใจยิ่งนัก มารในศาสนา อ้างตัวว่าเป็นพระอรหันต์ แก่นแท้เป็นได้แค่มารในคราบพระ ลูกศิษย์ลูกหาหลงเชื่อโดยไม่เคยทราบประวัติท่านผู้นี้ คดีเก่าๆยาวเปนหางว่าว ใครว่าผมพูดไม่จริงก็เม้นตอบผมมาได้คับ ไม่มีใครทำให้คนอื่นโดยไม่มีผลตอบแทนหลอกคับแค่มารที่แสวงหาผลประโยชน์จากคนที่ศรัทธาก็แค่นั้น พ่อครูว่า...บางคนที่หยาบมากเกินเราไม่กล้าเอามาอ่าน บางคนก็พอเอามาอ่านให้ฟังกันได้ ประวัติอาตมามี 4 เล่มใหญ่ เขาเขียนกันเอง ไม่ใช่อาตมาเขียน ให้คุณติดตามอ่านหน่อย คดีอาตมาไม่มีเป็นหางว่าว อาตมาไม่ต้องการเบ่งข่มอวดอ้างหรือหาพวก อาตมาพูดโดยสัจจะให้คนชัดเจนขึ้น โดยใช้หลักฐานต่างๆถ้าไม่ใช่สิ่งนี้ก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาใช้ คนเขาไม่เชื่อง่ายๆว่าอาตมาทำนี้ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน เขาไม่เชื่อเพราะเขาเอาตัวเขามาเป็นเครื่องวัด อาตมาก็ชัดเจนในตัวคุณแน่นอนว่าคุณต้องเป็นแบบนั้นแน่นอน เพราะคุณจะไม่เชื่อว่า ก็ต้องเชื่อตัวเองแน่นอนว่าทำอะไรไม่หวังสิ่งตอบแทนมันไม่เป็นไปได้ ก็กูยังต้องการสิ่งตอบแทนแม้แต่นิดน้อย เขาไม่เคยเป็นไปได้จริง ทานหรือการให้อะไรใครยังไม่ต้องการสิ่งอะไรตอบแทนเลย ตัวเขาเองเขาเป็นไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นเขาจะไม่เชื่อเลย แม้แต่ผู้ที่เป็นไปได้บ้างแล้วก็ไม่ใช่ง่ายที่จะตรวจสอบว่ามันมีได้เหมือนกันนะ ให้โดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทนคนที่เรารักที่สุดให้โดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทน คนที่เรานับถือสูงสุดให้โดยไม่ต้องการสิ่งอะไรตอบแทนหรืออะไรอย่างนี้เป็นต้น มันก็น่าจะตรวจสอบให้ดีมีได้บ้างเหมือนกัน จริงไหมต้องนับถือรัก แต่ให้ด้วยบริสุทธิ์ใจของเราเองใครก็ได้ ให้ไปแล้วไม่ต้องการสิ่งตอบแทนมันเป็นความสะอาดบริสุทธิ์จริง จิตอย่างนี้มีได้ศึกษาให้ดี

_Apple Brown • ใครจะทำอะไร สิ่งไหน ถ้าไม่ได้ไปเบียดเบียนเอาเงินภาษีของคนในชาติเหมือนบางเผ่าพันธ์ที่กำลังทำกัน คนไทยด้วยกันเองโดยเฉพาะคนที่นับถือศาสนาพุทธ ไม่ควรเอาความคิดอคติของตนมาโจมตีในสิ่งที่พระพุทธศาสนาทำ คนไทยทุกคนจงร่วมมือร่วมใจกันสนับสนุนไม่ว่าอะไร สิ่งไหน ก็แล้วแต่ที่เชื่อมโยงกับพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนานั้นถึงจะต่างนิกายแต่เราก็คือศาสนาพุทธเหมือนกัน ทุกคนควรจะร่วมมือกัน สนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อให้ศาสนาพุทธจรรโลงอยู่ในโลกนี้ อย่าขัดแย้งกัน เพราะการขัดแย้งซึ่งกันและกันจะนำมาซึ่งความแตกแยก การแตกแยกไม่เป็นสิ่งดี เพราะจะทำให้มือที่สามที่คิดจะโจมหรือบ่อนทำลายจะทำได้ง่ายมากขึ้น ขอให้รักกันไว้ สามัคคีปรองดองกันไว้เพื่อความเจริญและผาสุขของศาสนาพุทธในอนาคต สาธุ พ่อครูว่า...ก็ถูกต้องแต่มีนัยยะละเอียดลึกซึ้งกว่านี้อีกที่ยังไม่ขออธิบายตอนนี้

_Aaa Bbb • ตลาดนัดบุญนิยม"ไม่มีการเก็บค่าเช่าแผงแม้แต่บาทเดียว" สินค้าที่นำมาจำหน่าย คือผลผลิตที่ชาวชุมชน ญาติธรรม และนักเรียน(สัมมาสิกขา)เป็นผู้ผลิต นำมาจำหน่ายส่วนเรื่องที่ค้าขายจับจองกันเอาเองอยู่ที่ว่าใครขยันกว่ากัน"ตื่นเร็วตื่นช้า" สินค้าที่นำมาจำหน่ายคือสินค้าที่ทุกคนยินดีจำหน่ายในราคาต้นทุนไม่มีกำไร และต่ำกว่าทุน ไม่มีกำไร แต่สิ่งที่ได้คือ"บุญนิยม" ต้องเข้ามาสัมผัสด้วยตัวเอง จึงจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร หากจะถามว่าทำไมผมถึงรู้ดีจัง ผมตอบได้ไม่อาย ผมนี้แหล่ะ " สัมมาสิกขา " พ่อครูว่า...เราทำเพื่อมวลชน ตั้งตลาดประชารัฐ ก็เพื่อประชาชน มีเงื่อนไขเล็กน้อย 4 ห้าม 3 ต้อง อาตมาก็เลือนๆแล้วจำไม่ได้ ก็มาศึกษาดู

_ขอบคุณ สู้สู้ • ไม่ต้องคิดมากหลวงปู่ ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว แต่อย่าไปว่าสายหลวงปู่มั่นก็แล้วกันก็ท่านจะบาป พ่อครูว่า..หลวงปู่ไม่ได้คิดมากอยู่แล้ว เป็นคนเข้าใจง่ายเข้าใจไวมีปัญญาก็เลยไม่ต้องคิดมาก คนคนนี้คงเป็นสายหลวงปู่มั่นไม่ให้แตะ ก็ขออภัยคุณขอบคุณสู้ๆว่าอาตมาก็ขอแตะขอว่าหลวงปู่มั่นบ้างเหมือนกัน เป็นคราวๆ ก็ไม่ได้ตั้งใจตีทิ้งหรอก ก็ต้องตำหนิ ส่วนดีของหลวงปู่มั่นมี แต่อาตมาว่าส่วนดีนั้นยังไม่เป็นโลกุตระทีเดียว มันยังมีโลกียะอยู่ อาตมาก็ไม่อยากจะยกเท่าไหร่ ส่วนดีมีน้อยแต่ไม่ค่อยจะมีประโยชน์เท่าไหร่เพราะเป็นพระป่า คนที่เป็นพระป่าจะมีประโยชน์ต่อสังคมน้อย คนที่ศึกษาไม่ทำสิ่งชั่วทำสิ่งดีก็จะมีประโยชน์หน่อยถ้าอยู่ในเมือง แต่ถ้าอยู่ในป่าสิงสาราสัตว์มันก็ไม่รู้เรื่องด้วย เป็นคนป่า ศาสนาพุทธจึงไม่ใช่ศาสนาของคนในป่า เป็นศาสนาของคนในเมืองเป็นศาสนาของคนเมือง ศาสนาคนป่าก็เป็นศาสนาของคนที่เข้าใจผิดที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในอัมพัฏฐสูตร ไปแสวงหาอาจารย์ในป่า ท่านตรัสไว้ตั้งแต่สมัยเริ่มสร้างศาสนา ท่านก็บอกไว้ในอัมพัฏฐสูตร ว่าผู้ที่มีวิชชาจรณสัมปันโนไม่ได้มีอยู่ในป่า หรือคนที่ยังมีเดรัจฉานวิชา จุดธูปจุดเทียนบูชาไฟ มีไฟเป็นสื่อมีน้ำเป็นสื่ออัคคียัญสิญจนยัญยังไม่ใช่สัมมาทิฏฐิ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าพูดไปแล้วศาสนาพุทธจะต้องล้มไปทั้งศาสนาเลย เพราะว่าถ้าไม่มีจุดธูปจุดเทียนทำพิธีกรรมก็เท่ากับล้มไปทั้งหมดเลย อาตมาไม่ปรารถนาจะทำอย่างนั้น เพราะถ้าล้มไปหมดเลยให้อาตมารับผิดชอบอาตมารับไม่ได้ไม่ไหว รับผิดชอบศาสนาพุทธทั้งหมดเลยในประเทศไทยไม่ไหว บอกตรงๆว่าไม่ได้ เพราะฉะนั้นท่านทำไปเถอะ ส่วนที่ท่านยังไม่ถูกต้องทีเดียวก็ไม่เป็นไร เพราะว่าสิ่งที่เป็นอบาย ยังเป็นเดรัจฉานวิชา สิ่งเหล่านี้เขาก็พอรู้ว่าจะต้องลดละก็อนุโลมได้

_แล้วแต่ ใง • ไม้ร่มต่อยมันเลยกลัวมันทำมัย.... พ่อครูว่า..อาตมาก็ไม่รู้ว่าแนะนำใครคนนี้ ไม้ร่มไม่ต่อยใครหรอก อย่างดีก็เอามือไปจิ้มจมูกเขาแค่นั้น ระวังเขาจะกัดนิ้วให้

_Bigmama Tim • คนทิ่อยู่ในชุมชนสังกัดของสันติอโศกไม่กินเหล้าไม่เสพยาเสพติดไม่เล่นการพนันชาวบ้านอยู่คล้ายระบบกงสี...มีสาวกไม่เยอะสู้วัดธรรมกายไม่ได้ พระสันติอโศกต้องทำงาน ทุกคนเขาปลูกข้าว ผัก ผลิตยา ของปฐมอโศกขายอาหารเจ ปลูกผลไม้...เอาขยะมาแปลงเป็นเงินสร้าง TV ช่องบุญนิยม พ่อครูว่า..เป็นระบบกงสีจริงๆเลยไม่ใช่คล้ายเท่านั้น

_คนแปลกหน้า ที่รู้จักดี • ไม่ใช่พระครับแต่แต่งตัวเหมือนพระเขาเรียกตัวเองว่าสมณะ และพ่อครูของเขานั่นละ ซึ่งแปลงคำสอนให้มันเข้ากับตัวเอง เป็นลัทธิหนึ่ง ไม่ใช่พระในศาสนาแต่อย่างใด เหมือนกับสมัยพุทธการที่แข่งกันเป็นศาสดาของลัทธินั้นๆนี่ก็เหมือนกัน เป็นหัวหน้าลัทธิ ที่เริ่มเป็นอาณาจักรใหญ่ๆขึ้น เดี๋ยวเขาปล่อย

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน