620305_รายการสำมะปี๋ซี่วิต สันติอโศก ครั้งที่ 42_.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2562
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์32 KB
วันที่แก้ไข28 พฤษภาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

620305_รายการสำมะปี๋ซี่วิต สันติอโศก ครั้งที่ 42 อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1KjDeAxmyJ7tI_7xLQ_2qyNPKi00n20tdzpnkv1WyQRo/edit?usp=sharing ดาวโหลดเสียงที่.. https://drive.google.com/open?id=1BjWQ2HnizKc_yhn--Xu2kpjb0vdc5ots

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน ศาสนาพุทธพาคนพ้นวังวนแห่งทุกข์ พ่อครูว่า..ธรรมะของพระพุทธเจ้านั้น ทางตะวันตกก็พยายามศึกษาจิตวิทยา ของพุทธนั้นให้รู้จักรู้แจ้งรู้จริง รู้จักคือได้สัมผัสสิ่งนั้น รู้แจ้งก็คือชัดเจน กระจ่างขึ้นๆ จนกระทั่งรู้ครบรู้จริง แม้เป็นนามธรรมจับต้องยากไม่มีรูปร่าง ไม่มีตัวตนยิ่งกว่าลม ยิ่งกว่าอากาศ ว่างเบา แต่มีอาการ ลิงค นิมิต โดยมีผู้รู้มาแสดงอุเทส คือมาแสดงความรู้ปัญญา ผู้จะตรัสรู้จริงๆได้คือพระพุทธเจ้า ไม่มีพระพุทธเจ้าไม่มีใครมาตรัสรู้โลกุตรธรรมนี้ได้ อันนี้ก็เหมือนยกตนหลงตนหนัก แต่มันเป็นสัจจะความจริง มีหนึ่งเดียวในมหาจักรวาลเอกภพ ทุกกาลเป็นเช่นนี้ ศาสนาพุทธจึงเป็นศาสนาที่รู้จักจิตวิญญาณสมบูรณ์แบบ ที่พิสูจน์ได้ก็คือ จิตวิญญาณก็คือธาตุชนิดหนึ่งของอัตภาพ เมื่อใดจิตวิญญาณนั้นมาเป็นอัตภาพ จุติมาเป็นจิตนิยาม เป็นสัตว์ตั้งแต่เซลล์เดียว พ้นจากความเป็นพีชนิยามมาเป็นจิตนิยาม ในนิยาม 5 อุตุนิยาม พีชะนิยาม จิตนิยาม กรรมนิยาม ธรรมนิยาม พระพุทธเจ้าเท่านั้นจะตรัสรู้ได้แยกได้ละเอียดลออชัดเจน นิยาม อุตุนิยาม พีชะนิยาม จิตนิยาม กรรมนิยาม ธรรมนิยาม อาตมาไม่ได้เป็นผู้ค้นพบ พระพุทธเจ้าเป็นผู้ค้นพบ อาตมาเป็นโพธิสัตว์ติดตามศึกษาตามพระพุทธเจ้ามาไม่รู้กี่ชาติ พระพุทธเจ้าท่านตรัส เหมือนคุยตัวแต่เป็นเรื่องสุดยอดของมนุษยชาติ พิสูจน์ยืนยันแท้ก็คือ จิตวิญญาณนี้ จะปรินิพพานเป็นปริโยสาน ตัวเองเจ้าตัวสามารถ

อ่านต่อ

จัดการสูญสลายไปได้เลย ไม่ใช่ตายแล้วต้องไปอยู่กับพระเจ้าอย่างที่ศาสนาเทวนิยม เขาไปไหนไม่ได้นิรันดร พระเจ้าเป็นเจ้าของจิตวิญญาณทุกคน ตายแล้วสวรรค์นรกขึ้นอยู่กับพระเจ้า แต่ของพุทธนั้นตัวเองทำเองทั้งนั้น โง่เองหลงเอง พิสูจน์ความหมดนรกสวรรค์ได้ พระอรหันต์ทำได้สมบูรณ์แบบถาวรยั่งยืน ถ้ายังไม่ถาวรยั่งยืนก็ยังไม่ใช่อรหันต์ ได้ชั่วคราวก็ยังไม่ใช่อรหันต์เต็ม ต้องทำให้เต็ม นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) “นิจจัง-ธุวัง-สัสสตัง-อวิปริณามธัมมัง-อสังหิรัง-อสังกุปปัง” พวกเราก็พิสูจน์กันได้มาตั้งแต่ของหยาบ ที่เราเคยติดเคยสุขเคยทุกข์เป็นขั้นๆ ของหยาบๆต่ำๆ เรานึกว่าดีนักหนา ที่แท้โธ่เอ๋ย แล้วเราก็ศึกษาพิสูจน์เป็นปัจจัตตังเวทิตัพโพสุดยอดเลย นี่คือธรรมะ อาตมาเองเห็นว่ามันยาก เป็นเรื่องที่มนุษยชาติควรได้ ต้องได้ ต้องได้เป็นเชิงบังคับ แต่ถ้าบังคับได้ก็ดี แต่มันไม่ได้หรอก ก็เลยใช้ว่าควรได้อย่างยิ่ง เกิดมาเป็นคนควรได้อย่างนี้ ถ้าไม่ได้อย่างนี้ก็เสียชาติเกิด ถ้าไม่ได้โลกุตรธรรมก็เสียชาติเกิด แล้วก็ตกต่ำไปเป็นสัตว์นรกไปเป็นเทวดาปลอมเก๊หลงจมอยู่อย่างนั้น ถ้าเรามาศึกษาจริงให้สูงกว่านั้นมีจริงๆ คนที่วนเวียนอยู่ในโลกียะ ในโลกของความสุขความทุกข์ ดับความสุขความทุกข์ไม่ได้ อยากก็ทุกข์ได้มาก็สมสุข ได้เสพรูป รสกลิ่นเสียงสัมผัส สมอุปาทานที่ยึดไว้ก็สุข แล้วก็ไม่เที่ยงก็เปลี่ยนไป ไปยึดสุข นอกจากรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสแล้วก็บำเรอใจที่ตนเอง ปั้นไว้เอง ตามที่ตนเองบ้าบอกำหนดเลยจะไปกำหนดตรงกันซ้ำกับคนอื่นหรือไม่ซ้ำก็ตามก็ไปบำเรออัตภาพ ได้สมใจก็บำเรออัตตาเป็นสุขเป็นของเก๊ที่พระพุทธเจ้าพิสูจน์แล้วว่ามันเป็นของหลอก อัลลิกะ ของเท็จ สุขเป็นของเท็จไม่ใช่ของจริง ทุกวันนี้พวกเราศึกษาแล้วก็ค่อยยังชั่วได้มาเป็นลำดับ แม้จะยากแสนยาก แต่ก็ได้เป็นกอบเป็นกำเป็นหมวดหมู่ ทั่วประเทศไทยได้ประมาณนี้ อาตมาไม่มีใครชมก็ชมตัวเองเก่งแล้ว มันจริงๆเป็นเรื่องที่โอ้โห ขนาดนี้อาตมาก็ยังรู้สึกยังไม่มั่นใจที่จะไว้ใจว่าที่เป็นอยู่กอบก้อนขนาดนี้ จะมีเนื้อหาสาระ นำพาธรรมะพระพุทธเจ้านี้ ไปถึงอีก 2,000 ก็ปีให้ครบ 5000 ปี ของพระพุทธเจ้าหรือไม่ ก็ยังไม่ค่อยมั่นใจนะ ก็เลยลากสังขารให้เชื่อมต่อไปเรื่อยๆ ก็ยังไม่สมควรจะตายเพราะยังไม่ทรุดโทรมเสื่อมเท่าไหร่ เดี๋ยวเขาจะหาว่าหลงตนเอง เขาก็ยังว่าหนุ่มๆ วันนี้พวกนักร้องมา ศรีไสล นันทวันท์มา แฟนเขาก็เสียไปทั้งคู่ นันทวันท์นี้รุ่นเดียวกับแฟนอาตมาจบสวนสุนันทาเหมือนกัน เพื่อนรุ่นเดียวกันเลย เขาก็ยังรับรองอยู่ว่าอาตมาแข็งแรงนะ ก็สามีตนเองตายไปหมดแล้ว ตุ้มศรีไสล สามีก็สิ้นไปแล้ว ก็เอา ชีวิตของคนของใครของมัน ต้องพากเพียรเอาเองไม่มีใครมาทำให้เราได้ เราเป็นมรดกกรรมของตนเองแบ่งให้ใครก็ไม่ได้ จะรู้ว่าตนเองเป็นทายาทของกรรม กรรมของตนเองต้องเป็นทายาทรับมรดกกรรมตนเองไม่เอาก็ไม่ได้ ปฏิเสธก็ไม่ได้ เอ็งทำ ถึงเวลาที่จะต้องมาถึงเองแล้ว ไม่เอาก็ไม่ได้ไม่หกตกหล่นไม่ระเหิดระเหย เป็นแต่เพียงว่าจะมาออกฤทธิ์กับเราในวาระไหน กาละไหนเราไปจัดสรร อจินไตยกรรมวิบากไม่ได้ อาตมายังไม่สามารถอธิบายอจินไตยนี้ให้พวกเราได้ฟังละเอียดลออ อธิบายแค่ ฌานวิสัยของตนเองได้ พุทธวิสัย กรรมวิสัยไม่ได้

ยิ่งโลกจินตาก็ได้บ้างเท่าที่โลกเขาคิดสร้างปั้นเรื่องราวมาหลอกกันให้คนหลงติดยึดกัน ยกตัวอย่าง หลอกกันว่า ถ้ามาอยู่กับเรากระเป๋าตุง ถ้าไปอยู่กับพรรคของลุงกระเป๋าแฟบ อย่างนี้เป็นต้น โฆษณาหาเสียงครอบงำความคิดให้เชื่อมั่น มีบทความของคุณเปลว สีเงิน วันที่ 27 กุมภาพันธ์ จาก 'เป๋าตุง' ยัน 'ล้างหนี้ IMF' 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 เมื่อวาน อ่านข่าว ๒ ข่าว.......... เป็นอุทาหรณ์อย่างดีสำหรับคนไทย ในการเลือกคน-เลือกพรรคการเมืองเข้ามาบริหารประเทศ เรื่องความเสียหายจำนำข้าว ๕ แสนล้าน ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์นั่นปะไร ธ.ก.ส.เป็น "เจ้าหนี้" เงินก้อนนี้ กรุงเทพธุรกิจ ฉบับ ๒๕ ก.พ.๖๒ ลงข่าว "นายสมบูรณ์ ดาศรี" ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส.บอกว่า ธ.ก.ส.จะได้หนี้ ๕ แสนล้านคืนจากรัฐบาล ๒ ทาง ทางแรก..... จากขายข้าวในสต็อก ตอนนี้ "ไม่มีแล้ว" เพราะข้าวดีขายหมดแล้ว ทางที่สอง จาก "งบประมาณแผ่นดิน" โดยรัฐบาล ตั้งงบคืนให้แต่ละปี ที่ผ่านมา ธ.ก.ส.ได้รับคืนปีละกว่า ๕ หมื่นล้าน ใน ๕ หมื่นล้าน นั้น เป็นดอกเบี้ยซะ ๓ หมื่นล้าน เป็นเงินต้นแค่ ๒ หมื่นล้าน แล้วกี่ปีล่ะ........ ถึงจะใช้หนี้จำนำข้าว ๕ แสนล้านได้หมด? คำตอบ คือ ๑๖ ปี! ประเด็นที่พวกเราชาวบ้าน "ต้องรู้-ต้องคิด-ต้องจำ" ใส่กระบาล คือ สุดท้ายแล้ว หนี้จากนักการเมืองโกงกิน "คนรับกรรม" ต้องใช้หนี้แทนทุกบาท-ทุกสตางค์ ไม่ใช่ "พรรคเพื่อไทย" ไม่ใช่อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ หรือใครๆ ที่โกงกินไป หากแต่ "พวกเรา-ชาวบ้าน" ทุกคนนี่แหละ เหมือนถูกหลอกข่มขืนแล้ว ยังถูก "เรียงคิว" ต่อ "ใช้หนี้แทน" ไปอีก ๑๖ ปี! ถ้านโยบายรับจำนำข้าวทุกเม็ดเกวียนละ ๑๕,๐๐๐ ของพรรคเพื่อไทยดีจริง ก็ต้องใช้หาเสียงตอนนี้ซิว่า "จะทำต่อ" นี่เหมือนเป่าสาก..... ใครถาม ก็เหมือนผีเจอใบหนาด! เนื้อกินกันไป ทิ้งเปลือกด้วยหนี้ไว้ ๕ แสนล้านให้ชาวบ้านจ่ายแทน แล้วแบบนี้ เห็นขึ้นป้าย-ตะกายเวทีไปทั่ว "เลือกเราเป๋าตุง เลือกลุงเป๋าแฟบ" ตอแหลตอหลดตดใต้น้ำมั้ยเนี่ย...หือ? ชาวบ้านมีแต่กระเป๋าแหก เพื่อไทยนั่นแหละโกยจนเป๋าตุงฝ่ายเดียว ส่วนลุง ใครผมไม่ทราบ แต่จะแฟบ-จะตุง เป็นเรื่องหนึ่ง ที่สำคัญ "ไม่โกงไปแบ่งกัน" ยังไงมันก็ไม่แฟบ! แล้วนี่ไง "เลือกเราเป๋าตุง" เมื่อวาน (๒๕ ก.พ.๖๒) ป.ป.ช.มีมติให้ "ไต่สวนเพิ่มเติม" "ทุจริตขายข้าวจีทูจี" ล็อต ๒ รัฐบาลเพื่อไทย ยุคยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ ตุง "ยกตระกูล" เลยละทีนี้ ทั้งยิ่งลักษณ์ ทั้งทักษิณ ทั้งนางเยาวภา ผู้มีวิชาล่องหน-หายตัว แต่แรก อดีตรัฐมนตรีบุญทรง "กูพูดไม่ได้" แต่เพราะ "พี่..รอหนูแป๊บ เดี๋ยวถึง" คนพูดไปโผล่ลอนดอน คนรับสายไปนอนคุก "ข้อเท็จ-ข้อจริง" จึงพรั่งพรูจากปากบุญทรงพร้อมหลักฐาน ใครเป๋าตุงจากจีทูเจี๊ยะไปแบ่งกัน เลยบานตะไท ไหลเป็นสำนวนสอบสวนอยู่ในแฟ้ม ป.ป.ช.! นี่ เป็นบทเรียน......... ทักษิณตีค่าประชาชนที่เลือกพรรคเขาและตัวเขาเข้าไปเป็นรัฐบาล เป็นพวก "คนตาบอด" ส่วนตัวเขาเป็น "เสือ" ทักษิณบอกเสนาะ "คนตาบอดไม่กลัวเสือ" คือพูดหลอกให้ชาวบ้านเชื่อ "ผมรวยแล้วไม่โกง" พอชาวบ้านเชื่อ เลือกเขา แล้วเขาก็จับชาวบ้านกินเรียบ! ตัวเองกินไม่พอ...... ส่งให้น้องสาวกินต่อ กินกันจนเป๋าตุง ขนออกนอกกันทีละเป็นลำเรือบิน เรื่องนี้ ไม่สอนเขา แต่สอนเราๆ ผู้เลือก ว่า..... สู่ยุคใหม่แล้ว "เลือกใคร-พรรคไหน" อย่าต้องให้ใครมา "สมน้ำหน้ากะลาหัวเจาะ" ได้อีกเชียว! นักกินบ้าน-กินเมือง มันดูถูกชาวบ้านมาตลอด ว่าเป็นพวกเจ็บไม่เคยจำ ซ้ำไม่ชอบจำอะไร ไม่ศึกษาหาข้อเท็จจริง ไม่รู้กฎหมาย มีค่ารถ ค่าชานมไข่มุกให้ อะไรก็ได้แล้ว คือ "หลอกง่าย" พร้อมจะเชื่อก่อนเขาหลอกด้วยซ้ำ! ฉะนั้น จึงไม่แปลก ที่จะได้ยินนักเลือกตั้งยกเรื่อง "หนี้ IMF" ขึ้นมาหาเสียงว่า พรรคเขา นำประเทศ จากความเป็นทาส สู่ความเป็นไท ด้วยการ "ใช้หนี้ IMF" ได้หมด! คนฟังส่วนใหญ่ก็เชื่อ ว่าทักษิณปลดหนี้ไอเอ็มเอฟ ซึ่งตีขลุมพูดอย่างนั้น ก็พูดได้ แต่ใช่มั้ย ถูกต้องมั้ย มันก็ไม่ใช่ ไม่ถูกต้องในข้อเท็จจริงทั้งหมด! เรื่องเช่นนี้ ระดับชาวบ้าน ยากตามทัน จึงถูกทักษิณจับกิน โดยใช้เล่ห์สร้างภาพ ว่าเขาเป็นผู้ "ปลดแอก" หนี้ไอเอ็มเอฟให้ประเทศ ถึงขนาดออกโทรทัศน์ "รวมการเฉพาะกิจ" ทำพิธี "ปลดแอก-ประกาศอิสรภาพ" ที่ลานพระบรมรูป เมื่อกรกฎาปี ๔๖ ใช่...ที่รัฐบาลทักษิณล้างหนี้ "ไอเอ็มเอฟ" แต่...มันไม่ใช่การ "ปลดแอก-ปลดหนี้" มันเป็นการ "แหกตา" สร้างหนี้ใหม่ ด้วยการไปกู้ ADB ดอกเบี้ย ๖-๑๐% มาล้างหนี้ IMF ก้อนสุดท้าย ๖ หมื่นล้าน ซึ่งดอกแค่ ๒% กว่าๆ หวังสร้างภาพ..... ข้านี่แหละโว้ย...ผู้ปลดแอกประเทศ! ซึ่งมันไม่จำเป็น ถ้าพูดกันตรงๆ ต้องบอกว่า "เสือก"! ปี ๔๐ ด้วยต้มยำกุ้ง รัฐบาลชวลิต โดยนายทนง พิทยะ รมว.คลัง ลงนามกู้ มี "นายวีรพงษ์ รามางกูร" เป็นรองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ จะเห็นว่า เครือข่ายทักษิณ "ทั้งโขยง" เซ็นกู้ IMF ๑๗,๐๐๐ ล้านเหรียญยูเอส แต่กู้มาใช้จริงๆ ตอนรัฐบาลชวน ประมาณ ๑๔,๐๐๐ ล้านเหรียญ ต้องยกเครดิตให้รัฐบาลชวน ยุคนายธารินทร์ เป็นรัฐมนตรีคลัง ใช้เวลาปีกว่าๆ เศรษฐกิจที่ติดลบ ก็ฟื้นเป็นบวก เลือดหยุดไหล ปี ๔๓ ก็หยุดกู้แล้ว ต้องเข้าใจนะ การกู้นี่ ไม่ใช่เอามาทีเดียวทั้งก้อน เขาจะให้กู้เป็นงวดๆ เวลาจะกู้ ต้องทำหนังสือแสดงเจตจำนงไปขอรับความช่วยเหลือ และต้องทำหนังสือยินยอมให้เขาเข้ามาควบคุม-สั่งการนโยบายเศรษฐกิจประเทศด้วย! ทักษิณเข้ามาเป็นรัฐบาล ปี ๔๔ เศรษฐกิจกำลังเป็นขาขึ้น ต้องเรียกว่า ทักษิณโชคดี เข้ามากินบุญที่รัฐบาลประชาธิปัตย์สร้างไว้ให้สบายไป ไม่ต้องเบิกเงินกู้ไอเอ็มเอฟ ประเทศมีเงินไหลคล่อง จากเงินต้น ๑๔,๐๐๐ ล้านเหรียญ เหลือแค่ ๑,๖๐๐ ล้านเหรียญ ดอกแค่ ๒ เปอร์เซ็นต์กว่า สบายๆ อยู่แล้ว ปี ๔๖ อย่างที่บอกนั่นแหละ............ ทักษิณ "เจ้าเล่ห์" ไปกู้เงิน ๑,๖๐๐ ล้านเหรียญ ประมาณ ๖ หมื่นล้าน จาก ADB ดอกเบี้ย ๖-๑๐% ซึ่งไม่จำเป็น มาล้างหนี้เงินกู้ IMF ก็แค่จะสร้างภาพ กู...ฮีโร่ หวังให้ "คนตาบอด" หลงบูชาทักษิณเป็นผู้ "ปลดแอก" ให้ประเทศ! มันเป็นการ "กู้หนี้ใหม่" ด้วยดอกแพงๆ ไปจ่าย "หนี้เก่า" ซึ่งดอกถูกๆ เมื่อความจริงเป็นเช่นนี้ พูดได้หรือว่า ทักษิณล้างหนี้ IMF ให้ประเทศ!? มันสร้างหนี้ "จากดอกแพง" เพิ่มโดยใช่เหตุด้วยซ้ำ ซ้ำร้ายกว่านั้น ยังถูก IMF ยึดค่าธรรมเนียมกู้ไปฟรีๆ อีก ๔ พันกว่าล้านบาท ฐานไถ่ถอนหนี้ก่อนครบสัญญา ทำให้เขาเสียผลประโยชน์อันพึงได้ไป เนี่ย...ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้ ฉะนั้น ได้ยินนังตอแหลตนไหนบอก พรรคเขาล้างหนี้ไอเอ็มเอฟให้ประเทศ ตบปากมันเลย! ต้องรู้ทัน และจับได้-ไล่ทันมันบ้าง ไม่งั้น มันจะตีค่าประชาชนเป็นพวก "ตาบอด" ที่มันจะจับกินอยู่ร่ำไป จำไว้เลย เรื่องกู้ประเทศให้ฟื้นจากวิกฤติต้มยำกุ้ง และการบริหารหนี้ IMF ต้องยกเครดิตให้ "พรรคประชาธิปัตย์" โดยเฉพาะอดีตนายกฯ "ชวน หลีกภัย" ทักษิณแค่ "ตัวตีกิน" เท่านั้น!

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน นายกฯประยุทธ์เพื่อผลประโยชน์ชาติ พ่อครูว่า...ตอนนี้คุณเปลวเชียร์ประชาธิปัตย์ แต่อาตมาเชียร์ประชารัฐ อาตมาพูดตรงๆพูดจริงๆ ก็ต้องให้ได้ประโยชน์แก่ประเทศเป็นความจริงใจของอาตมา อาตมาว่าประชาธิปัตย์ก็ไม่เลว แต่ถ้ามามองตามภูมิรู้ของอาตมา ประชาธิปัตย์ก็มีคนอยู่ อาตมาก็รู้จักประชาธิปัตย์ตั้งแต่อาตมาเกิดมาพ.ศ 2477 ประชาธิปัตย์ก็ยังยืนยาวมาไม่ถึง 70 ปีหรอก อาตมาก็รู้จักมาตั้งแต่ต้น ก็รู้อยู่ว่าใครเป็นใคร แสดงผลงานอยู่มาก็เห็นมาตลอด ดีไม่ดีเราก็เคยไปไล่ออก รัฐบาลประชาธิปัตย์ เพราะฉะนั้นจะว่าไปแล้ว ก็ยังไม่เห็นว่ามีอะไรสูงขึ้น ที่ออกไปไล่ตอนนั้นก็อภิสิทธิ์เป็นนายก ตอนนี้อภิสิทธิ์ก็ยังเป็นหัวหน้าพรรคอยู่ ก็ดูเหมือนกันว่าจะพัฒนาขึ้นมั้ย อาตมาก็ยังเห็นว่าก็ยังวนอยู่ในแนวเดิม ความคิดวนอยู่เหมือนเดิมยังไม่ก้าวหน้าเป็นโลกุตระอะไรเลย ยังวนเวียนอยู่ในโลกียะที่อยากจะใหญ่ อยากจะมาแสดงฝีมือ และที่แสดงอยู่ต่างๆนานา นโยบายต่างๆที่ฟัง ตามภูมิของอาตมาไม่เห็นก้าวหน้าไปทางโลกุตระให้น่าชื่นใจเลย เพราะฉะนั้นที่ทำอยู่ขณะนี้ พลเอกประยุทธ์ทำ และพลังประชารัฐทำ ก็มีหลายพรรค แต่พรรคเอกที่นำ เพราะพลเอกประยุทธ์ก็บอกตอบรับให้พรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้ที่จะนำเสนอชื่อเป็นนายก แต่ละคนถูกนำเสนอได้เพียงพรรคเดียว อาตมาหวังดีก็ต้องแนะนำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ พูดตรงๆนะ อาตมาไม่ได้เห็นแก่พลเอกประยุทธ์ พลเอกประยุทธ์ก็พอกินพอใช้ของพลเอกประยุทธ์อยู่แล้ว ชีวิตนี้อยู่ไปกินบำนาญก็เหลือกินเหลือใช้แล้ว ดูว่าพลเอกประยุทธ์ก็ไม่ใช่คนฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย ไม่ได้ไปติดอบายมุขเละเทะ เพราะฉะนั้นสบายไว้ใจได้เลยไม่มีปัญหา จนกว่าจะตาย รับรองว่าไม่ทุกข์ร้อน ชีวิตที่สะสมไว้มีบารมีที่จะอยู่กินใช้ไปจนตาย เอาล่ะ 120 ปีตายก็ได้พลเอกประยุทธ์ ต่อให้อีก 60 กว่าปี อยู่พอๆกันกับอาตมาก็แล้วกัน ก็ยังได้ไม่มีปัญหา อาตมาเชื่อว่าไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอกไม่ได้ยากจนข้นแค้น เพราะฉะนั้นที่อาตมาพูดนี้ไม่ใช่เพื่อพลเอกประยุทธ์ แต่เพื่อผลของมวลประชาชนเพื่อประเทศชาติ เพราะพลเอกประยุทธ์ยังทำดียังปฏิบัติเข้าตา ช่วยประชาชนประเทศชาติ ได้ดีกว่าใครๆ ก็ต้องให้คนนี้ทำไป จนกว่าคนอื่นจะมาแสดงฝีมือดีกว่า อาตมาก็ไม่ยึดมั่นถือมั่น ถ้าเห็นอะไรในปัจจุบันขณะนี้ ว่าอันไหนสมควรกว่าก็เอา อดีตก็ตามอนาคตก็ตามอาตมาไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นอาตมาเอาปัจจุบัน Status quo เอาอันนี้เป็นตัวตัดสิน อาตมาว่าอาตมา เห็นแก่ประเทศชาติประชาชน และที่สำคัญคือประเทศไทยมีโลกุตรธรรม และประเทศไทยตั้งแต่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้แพร่เชื้อของโลกุตรธรรม เข้าไปสู่ก้นบึ้งของจิตประชาชนคนไทย จนเกิด bomb of love แสดงว่าจิตลึกๆอนุสัยของคนไทย มีเชื้อโลกุตรธรรมของในหลวง เพราะฉะนั้นในหลวงสวรรคต ทุกคนร้องไห้น้ำตาไหล เสียดายกัน เสียดายอะไร ขออภัย พูดเป็นภาษาชาวบ้าน เสียดายที่ในหลวงหล่อหรือยังไง ก็ไม่ใช่ เสียดายในพระจริยวัตร ในสิ่งที่พระองค์มีที่ทำให้แก่ประเทศมา 70 ปี ทุกคนเข้าใจในรายละเอียด อธิบายก็ไม่พอตอนนี้ ไม่ครบที่ทุกคนสัมผัสเองมา 70 ปี ที่อาตมาพูดนี้ก็ไม่ได้หมายความว่า อาตมาเห็นแก่ประเทศไทยเท่านั้นก็ไม่ใช่ ประเทศไทยมีเนื้อแท้มีเชื้อแก่น มี Root มีรากของโลกุตระ มีรากไทยที่เป็นโลกุตระ อันนี้ต่างหากที่จะแตกกิ่งก้านสาขาไปสู่ประเทศอื่นในโลก ประเทศอื่นก็ไม่มีแม้แต่อินเดียก็หมดแล้วรากของโลกุตตระที่เป็นต้นตอจากพระพุทธเจ้า ประเทศอื่นก็ไม่ มาที่ประเทศไทยอาตมาไม่ได้พูดเล่นว่าชมพูทวีปมาหยั่งลงที่ประเทศไทยโลกุตรธรรมอยู่ที่คนไทย อาตมามั่นใจจริงๆเพราะอาตมาเป็นเนื้อโลกุตระมาแต่ชาติปางก่อน ข้อสำคัญ มีใครไหมล่ะ รับรองตนเองอย่างอาตมารับรอง เอาล่ะ ใครรับรองตนเองก็พูดได้ แต่จะมีเหตุปัจจัยองค์ประกอบเครื่องยืนยันตัวเองไหม 1. หลักฐานตามคำตรัสคำสอนของพระพุทธเจ้าในพระไตรปิฎกยังเหลืออยู่ 2. ประชาชนมาฟังอาตมาแล้วปฏิบัติตรงตามคำสอนพระพุทธเจ้าไหม ได้มรรคผลที่บรรลุเป็นพระโสดาบันสกทาคามีอนาคามีอรหันต์เป็นอย่างไรตรงไหม ก็ตรวจสอบสิ ทุกคนมีปัญญามีความเฉลียวฉลาดที่จะตรวจสอบ ที่อาตมาพูดนี้ไม่ใช่ท้าทาย แต่เป็นการเชิญให้มาตรวจสอบได้ เชิญให้มาดูได้ความจริงเป็นอย่างไร พูดแล้วเหมือนท้าทาย ภาษาสวย แต่ที่จริงให้มาตรวจสอบความจริงได้ เอหิปัสสิโกเป็นสัจจะอย่างนั้น อาตมาก็พยายามให้มันโตกว่านี้ชัดกว่านี้ หนักแน่นมั่นคงกว่านี้ขึ้นไปอีก เพื่อความมั่นใจ เพื่อความไม่ประมาท เพราะฉะนั้นจะยืดอายุตัวเองต่อไป เพราะอาตมาไม่ไว้ใจว่าตายไปแล้ววิบากกรรมมาไล่แล้วเกิดมาที่นี่ไม่ทัน มาสานต่อไม่ได้มันจะแย่มันจะเสียท่า ก็ลากไปก่อน เพราะอาตมาลากไปนี่อาตมามีแต่กุศลเพิ่มก็ยิ่งใช่ ตายไปอาตมาก็จะมาได้ดีได้แน่กว่าตอนนี้ตายไปวิบากจะดึงไปไหนก็ไม่รู้ ทำดียังไม่ได้ดี จะทำดียังไม่มากพอ จึงต้องพยายามพากเพียรทำดีต่อ ไม่ไว้ใจว่าวิบากเป็นอย่างไร เพราะคนเราเกิดมาแต่ละชาติมีวิบากแต่ละชุด ชุดต่อไปก็หวังว่ามันจะดีขึ้นกว่าเก่า แต่ไว้ใจได้ที่ไหนหมาไล่เนื้อมันยังตามงับ เราก็ประมาทไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องพากเพียรให้ได้สูงสุดเท่าที่จะทำได้ 1.พากเพียรเพื่อให้แน่ชัด 2. เพื่อพิสูจน์สัมประสิทธิ์ที่ยืดอายุ อาตมาก็บอกพวกเราแล้วพวกเราก็พยายามจะถาม E=C(mc 2 + A) มั่นใจว่าถ้าอายุถึง 100 ความมั่นใจจะมากกว่านี้ ถ้าถึง 120 จะมีเหตุปัจจัย _แซมดิน... ขนาดพ่อท่านยังไม่มั่นใจแล้วลูกจะมั่นใจได้อย่างไรจะเกิดมาตามได้ พ่อครูว่า...ก็พากเพียร มันคนละชั้น ชั้นของอาตมาก็อย่างหนึ่ง ของพวกคุณก็ตามโพธิสัตว์ โพธิสัตว์องค์ใหญ่กว่าอาตมามาเกิดก็ได้ โพธิสัตว์แต่ละองค์ก็ตามธรรมะมันอันเดียวกัน ธรรมะหนึ่งเดียวของพระพุทธเจ้าสัจจะมีหนึ่งเดียวเท่านั้นไม่มี 2 เพราะฉะนั้นคุณอย่ามาเถียงว่าไม่ใช่อาตมาก็ไม่เป็นไร พระโพธิสัตว์องค์อื่นมา ดีไม่ดีเป็นโพธิสัตว์องค์อื่นสูงกว่าอาตมาก็ได้ องค์พี่อาตมาก็ได้ อาตมาก็ไม่รู้ว่าจะมีผู้พี่มาเกิด แต่อาตมานั้นแน่นอนอาตมายืนยันบอกแล้วว่าอาตมาเกิดมาในยุคพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าแสดงหลักฐานมาอาตมาก็ยืนยันว่าอันนี้คืออาตมา ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่มันชัดเจนทุกอย่าง ยังไม่มีใครที่จะมายืนยันด้วยหลักฐานด้วยความจริง ด้วยการอธิบายให้ทุกคนพิสูจน์เพื่อยืนยันอันนี้ คนเราจะเชื่อจริงๆมันต้องมีปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิของตัวเอง ดูของตัวเองเป็นของตัวเองได้นั่นแหละเราจึงจะเชื่อ คนอื่นบอกก็อย่างนั้นแหละ แต่ถ้าเกิดที่ตนเองแล้วตถตา เป็นเช่นนี้เองเป็นเช่นนี้เอง ตถตา ความจริงเป็นเช่นนี้เอง มันจะอุทาน ตถตา วันที่ 1 จะอุทานเลย อันนี้คือของจริงสัจธรรมโลกุตระ นิพพานคืออย่างนี้หลุดพ้นคืออย่างนี้ มันหลุดพ้นไปถึงรอบที่จะเกิดวิมุตติญาณทัสสนะ มันมีญาณทัศนะเห็นรู้จริงชัดมันมีพลังงานอันนี้ชัด ที่อาตมาบรรยายตนบรรลุที่บอกว่ายืนปัสสาวะ หรือของคนอื่นคนใดก็ตามจะเป็นไปตามเนื้อหาสาระที่ยิ่งใหญ่ของแต่ละคน

_ประเทศไทยเป็นแผ่นดินพุทธแล้ว จากคำสัมภาษณ์ของดาราที่มาในรายการสุขทุกข์ของชีวิตเมื่อเช้านี้ เราถามเขาว่า อินเดียมีอะไรให้เรียนรู้เกี่ยวกับพุทธศาสนา แต่เขากลับตอบว่าอินเดียนั้นพุทธศาสนาน้อยมาก เขาจึงต้องมาเรียนที่นี่

พ่อครูว่า ...สิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลหลักฐาน เราก็ศึกษาด้วยมันก็มีวิจารณญาณของตัวเอง คนอื่นก็มีข้อมูลเหตุปัจจัยต่างๆนานาด้วย ก็ทำให้เรารู้เข้าใจความจริงมากขึ้น

_ดิฉันมาช่วยงานแล้วโดนคนไล่ ไม่ให้ทำงาน หาว่าแก่แล้ว แต่ดิฉันทำได้ พ่อท่านจะให้คำแนะนำอย่างไร ขอคำแนะนำด้วยค่ะ พ่อครูว่า...ก็ค่อยๆยืนยันตัวเองไป เราค่อยๆทำไป เขาคงไม่รุนแรงขนาดว่าเห็นว่าทำอยู่ก็ไล่หนีไปหรือของจะเสียก็ตรวจดูสิ จริงเราทำได้ของเขาไม่เสียทำได้คุ้มไหม หากทำได้ไม่คุ้มเขาก็ไม่อยากให้ทำ แต่ถ้าทำได้คุ้ม ก็ดูความจริงอันนี้ก็แล้วกัน ก็คงไม่มีอะไรลึกซึ้งมากกว่านี้ เพราะพวกเราก็เอ็นดูกันอยู่แล้ว ยิ่งคนอายุมากอยากช่วยก็มีอยู่แล้วไม่ใจจืดใจดำ มีความเมตตาเอ็นดูเกื้อกูลกันอยู่แล้ว

_พ่อครูสอนให้มีเมตตากายกรรมวจีกรรมมโนกรรม แต่คนป่วยติดเตียงที่สันติอโศกทำไมหาคนดูแลไม่ได้ จ้างคนดูแลจนเงินที่เก็บไว้หมดแล้วเป็นคนป่วยอนาถา แม้ว่าผู้ป่วยไม่ติดเตียงต้องส่งข้าวส่งน้ำก็ยังหาคนดูแลยากแบบนี้เพราะท่านสอนธรรมะไปไม่ได้ผลหรือเปล่า และทุกคนต้องไปสู่คนป่วยติดเตียงก่อนตายถ้าวิบากแรง แล้วสังคมสันติอโศกเคยคิดถึงที่อยู่ของคนป่วยที่ติดเตียงแบบไม่ต้องขึ้นบันไดสักขั้นไหม และชราภิบาลเที่ยวไปสร้างบริษัทขอบคุณเมื่อไหร่จะสร้างคืนให้ผู้ป่วยติดเตียงบ้างคะ เพราะตายไปหลายคนก็ยังไม่มีวี่แววเลยเพราะสังคมยุคต่อไปจะเป็นยุคคนสูงอายุ

พ่อครูว่า..มีใคร…(โยมตอบว่าโยมพะเยา) จ้างคนดูแลอยู่ ก็เตือนๆกันบ้าง เราอยู่ในนี้ได้รับความยอมรับเท่าไหร่ เรามีคนดูแลอุปถัมภ์ก็เป็นไปตามจริง มีคนดูแลมีคนรักมากเขาก็ช่วยเหลือมาก มีคนรักน้อยเขาก็ช่วยเหลือน้อยเป็นธรรมดาของสัจธรรม อาตมาพูดสัจธรรม กลางๆไม่ได้ไปว่าใคร เราก็คิดเสียว่า เรายังไม่ดีพอที่คนจะมาช่วยเหลือเรา เราก็พึ่งพาตนเองช่วยเหลือตนเองให้มากหน่อย แต่อย่าไปมีอัตตามานะมาก ไม่ช่วยเลยตายไว ไม่รับความช่วยเหลือจากใครเป็นความหยิ่งผยองเป็นมุมกลับ ไม่ควรจะเป็นไม่ควรจะทำ เราต้องศึกษาให้ดีๆ

ปะสร้อยฟ้า ..ชราภิบาล มีเพียงแต่ชื่อตั้งแต่ต้นแต่มันเป็นโรงแชมพูมาตั้งแต่ต้น สุดชดาว่า...คำว่าชราภิบาลคือ จุดประสงค์คนที่เขาหาเงินมาตั้งเขาอยากจะทำ ชราภิบาล

พ่อครูว่า...ก็ช่วยกันดูหน่อยมันได้เท่าที่ได้ มีการพูดกันก็เป็นการกระตุ้นเพื่อให้พัฒนาขึ้นไป สิกขมาตุบุญจริง..พูดถึงเด็กๆก็มีที่มาช่วยดูแลผู้อายุยาวกันอยู่

พ่อครูว่า..คนที่มีปฏิภาณดีก็จะช่วยกันพัฒนากันอยู่ ไม่ใช่ปล่อยปละละเลย ทำไม่เข้าเรื่อง มันมีปฏิภาณเจริญอยู่ แต่มันเจริญไม่ทันใจ มันก็คงมีอัตราการก้าวหน้าที่จะมีปฏิภาคทวีขึ้นเรื่อยๆนะ มีการสร้างที่คลอง 13 พ่อครูว่า...มันก็ไกลปืนเที่ยงไปหน่อย ที่ดินที่นี่ก็ขยายออกยาก อโศกไปอยู่ที่ไหนที่ดินแพงที่นั่น คนจนนี่มันอะไรของมันวะ พวกคนจนนี่ไปอยู่ที่ไหนที่นั่น ที่ดินจะแพง ซอยอื่นที่ดินไม่แพงเท่านี้นะ ที่อื่นก็เหมือนกันไปอยู่ข้างภูเขาที่ดินก็ขึ้น ไปอยู่ริมน้ำที่ดินแถวนั้นก็ขึ้นอีก อาตมาไม่สงสัยหรอกอาตมาพาความเจริญไปจริง เป็นเรื่องซับซ้อน มันเป็นความเจริญแบบโลกุตระ แต่คนก็เห็นลักษณะเจริญพวกนี้จริงๆ ตัวพวกเรานี่เองและทำให้เจริญ เจริญยางซับซ้อนคืออะไร ที่ของเขาถ้าขายให้คนอื่นขายได้ถูก มาขายให้อโศกขายได้แพง แล้วเขาจะว่าไม่เจริญได้อย่างไรเขาก็อยากจะขายให้อโศก อโศกถ้าขายของตัวเองให้คนอื่นจะขายได้อย่างถูก แต่ถ้าซื้อของคนอื่นก็แพง มันก็เป็นสัจจะอย่างหนึ่ง ที่จริงมันเป็นคุณงามความดีของเรา เราไม่ได้เอาเปรียบใคร เราก็ให้คนอื่นได้เปรียบแต่เรายอมขาดทุน มันเป็นสัจจะใช่ไหม เราทำได้เราก็ทำ ทำได้เท่าไหร่ก็ทำเท่านั้นนี่เป็นสัจจะ เป็นสิ่งยืนยันความจริง

สื่อธรรมะพ่อครู(อุปกิเลส) ตอน การเสพอารมณ์สุขจากการทำประโยชน์ดีไหม _การเสพอารมณ์สุขที่รู้สึกว่า มีคุณค่า เพราะเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น เสพอารมณ์สุขมันเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นถือเป็นการยึดความสุขเพียงใดครับ พ่อครูว่า...สุขมันเป็นการบำเรอกิเลสตัวเองเรียกว่าสุข แล้วพระพุทธเจ้าตรัสว่ามันเป็นของเท็จ อัลลิกะสุขมันอนัตตา สุขก็ไม่มีตัวตนทุกข์ก็ไม่มีตัวตน ยิ่งสุขนี่แหละมันเป็นตัวหลอกยิ่งกว่าทุกข์ ไม่มีใครต้องการพบ แต่คนไปหลงต้องการสุข มันซับซ้อนมากเลย แล้วคุณรู้สึกว่าสุขมีคุณค่า เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น คุณไปมองอย่างไรว่าได้รับสุขและมีคุณค่า (แซมดินว่า อาจหมายถึงว่า เขาก็มีความสุข แล้วคนอื่นที่เห็นเขาก็พลอยมีความสุขไปด้วย คือมีความสุข ) ลงนรกกันทั้งขบวนเลย คนติดสุขกำลังเดินทางลงนรก ก็เลยเป็นขบวนใหญ่เลย ที่ชัดเจนพูดอย่างนี้ก็ชัดเจน เพราะฉะนั้นระมัดระวัง มันลึกซึ้งซับซ้อนมากเลยความสุขนี่ ต้องอ่านอารมณ์ของจิตให้ชัดเจนอันไหนที่มัน หยาบพอที่เราจะอ่านได้ต้องพยายามลดให้มันบางเบา บางเบานี่ใช้ภาษาแทนหรือจนมันไม่มี จนกระทั่งไม่รู้สึกว่ามันมีอาการสุขเลย คุณก็ต้องมีตัวตรวจสอบวินิจฉัยเอาเอง

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน