รายงาน งานมหาปวารณา ครั้งที่ ๓๗ ณ บวรราชธานีอโศก.docx
เนื้อหาในไฟล์
งานมหาปวารณา ครั้งที่ ๓๗ ณ บวรราชธานีอโศก สู่แดนทองฉลอง ๕๐ ปี โพธิกิจ ( Bodhigij Golden Jubilee )
พุธที่ ๖ - อาทิตย์ที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ก่อนงาน วันพฤหัสบดีที่ ๓๑ ต.ค.- วันจันทร์ที่ ๔ พ.ย.๖๒ มีงานค่ายเตรียมงานมหาปวารณาครั้งที่ ๓๗ ของนักเรียนสัมมาสิกขา ชั้น ม.๔ และ ปวช.๑ ชื่อค่าย “ รวมน้ำใจ ไล่น้ำลด ” มีนักเรียนจาก ๕ โรงเรียนของชาวอโศก มี สัมมาสิกขาสันติอโศก สัมมาสิกขาปฐมอโศก สัมมาสิกขาราชธานีอโศก สัมมาสิกขาศีรษะอโศก สัมมาสิกขาสีมาอโศก รวม ๓๓ คน เป็นฝ่ายชาย ๒๐ คน ฝ่ายหญิง ๑๓ คน วันจันทร์ที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ สมณะ ๕ รูป นำโดยสมณะ เดินดิน ติกขวีโร ประชุม คภส. ที่โบสถ์พุทธสถาน ราชธานีอโศก วันอังคารที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ สมณะ ๑๔ รูป สิกขมาต ๑๗ รูป นำโดยสมณะ เดินดิน ติกขวีโร นำประชุม ปวารณาสิกขมาตุ สิกขมาตุลา ๕ รูป วันพุธที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ประชุมมหาปวารณาครั้งที่ ๓๗ มีสมณะมาร่วมประชุม ๗๖ รูป ลาประชุม ๑๐ รูป เปิดประชุม ๐๔.๐๐ น. ปิดประชุม ๑๔.๓๐ น. สมณะที่ลาป่วยและลาไม่มาประชุม มี สมณะมีทั้งหมด ๘๖ รูป สมณะเข้าร่วมประชุม ๗๖ รูป สมณะลาป่วย ๑๐ รูป (๑. ส.น่านฟ้า สุขฌาโน ๒. ส.ฝุ่นฟ้า อัคคชโย ๓. ส.เบิกบาน ธัมมนิยโม ๔. ส.ร่มเมือง ยุทธวโร ๕. ส.คมลึก เมตตจิตโต ๖. ส.ดงเย็น สีติภูโต ๗.ส.นาไท อิสสรชโน ๘. ส.สอน โสปาโก ๙. ส.ขยันยอม วิริยธโร ๑๐. ส.ค้ำดิน ภูมิปูรโณ) สมณะช่วยงาน บุญนิยมทีวี มี ๓ รูปคือ สมณะลั่นผา สุชาติโก, สมณะหินมั่น สีลาปากาโร, สมณะใต้ดาว เหฏฐานักขัตโต
ปัจฉาสมณะฯ พ่อท่านฯ- สมณะเดินดิน ติกขวีโร และคณะ (สมณะสมณะพิสุทธิ์ พิสุทโธ สมณะดินไท ธานิโย สมณะหนักแน่น ขันติพโล และสมณะแสนดิน ภูมิพุทโธ) คณะปัจฉาสมณะของพ่อท่าน เรียกอีกชื่อหนึ่งว่ากองเลขาฯ สมณ
อ่านต่อ
ะเดินดิน ติกขวีโร - สมณะขยันยอม วิริยธโร สมณะบินบน ถิรจิตโต - สมณะโพธิสิทธิ์ โพธิสิทโธ สมณะผืนฟ้า อนุตตโร - สมณะนวกะภูผาฟ้าน้ำ สมณะเพาะพุทธ จันทเสฏโฐ - สมณะเลื่อนลิ่ว อรณชีโว
สมณะป่วยแห่งปี ๑.สมณะกรรมกร กุสโล ๒.สมณะน่านฟ้า สุขฌาโน ๓.สมณะคมลึก เมตตจิตโต ๔.สมณะเบิกบาน ธัมมนิยโม
คณะเอาภาระสงฆ์ (คภส.) ๑.สมณะผืนฟ้า อนุตตโร ๒.สมณะถ่องแท้ วินยธโร ๓.สมณะฟ้าไท สมชาติโก รวมทั้งอุปัชฌาย์อีก ๓ รูปด้วย
คณะอาจารย์โรงเรียนนวกะ มี ๒ รูป ได้แก่อาจารย์ ๑ (สมณะบินบน ถิรจิตโต) อาจารย์ ๒ (สมณะผืนฟ้า อนุตตโร)
สมณะลงอาราม ปี ๒๕๖๒ (สมณะทั้งหมดมี ๘๙ รูป)
พุทธสถานสันติอโศก ๑๗ รูป สมณะสมณะพิสุทธิ์ พิสุทโธ สมณะกล้าดี เตชพหุชโน สมณะเมืองแก้ว ติสสวโร สมณะกอบชัย ธัมมาวุโธ สมณะชนะผี ชิตมาโร สมณะเพาะพุทธ จันทเสฏโฐ สมณะซาบซึ้ง สิริเตโช สมณะเบิกบาน ธัมมนิยโม สมณะกล้าจริง ตถภาโว สมณะลานศิลป์ วชิโร สมณะดงเย็น สีติภูโต สมณะชัดแจ้ง วิจักขโณ สมณะธรรมทาบฟ้า รวิวัณโณ สมณะเมฆฟ้า นภมังคโล สมณะแด่ธรรม ธัมมรักขิโต สมณะแม่นใจมั่น จิตตถาวโร สมณะถักร้อย ธัมมธโร
พุทธสถานปฐมอโศก ๑๒ รูป สมณะกรรมกร กุสโล สมณะเสียงศีล ชาตวโร สมณะแน่วแน่ สีลวัณโณ สมณะฝุ่นฟ้า อัคคชโย สมณะคมลึก เมตตจิตโต สมณะดาวดิน ปฐวัตโต สมณะนาไท อิสสรชโน สมณะบินก้าว อิทธิภาโว สมณะวิเชียร วิชโย สมณะชุบดิน วิชชานันโต สมณะขยันยอม วิริยธโร สมณะดินทน ธีรภัทโธ
พุทธสถานศีรษะอโศก ๗ รูป สมณะถ่องแท้ วินยธโร สมณะเทินธรรม จิรัสโส สมณะดวงดี ฐิตปุญโญ สมณะผองไท รตนปุญโญ สมณะแก่นหล้า วัฑฒโน สมณะพอจริง สัจจาสโภ สมณะสอน โสปาโก
พุทธสถานศาลีอโศก ๔ รูป สมณะลือคม ธัมมกิตติโก สมณะเน้นแก่น พลานีโก สมณะใต้ดาว เหฏฐานักขัตโต สมณะจนแจ้ง อัสสกจาโร
พุทธสถานสีมาอโศก ๗ รูป สมณะน่านฟ้า สุขฌาโน สมณะสร้างไท ปณีโต สมณะแก่นผา สารุปโป สมณะฝนธรรม พุทธกุโล สมณะดินทอง นครวโร สมณะตรงมั่น อุชุจาโร สมณะสยาม สัจจญาโณ
พุทธสถานภูผาฟ้าน้ำ ๙ รูป สมณะบินบน ถิรจิตโต สมณะแสนจน สรณีโย สมณะร่มเมือง ยุทธวโร สมณะโพธิสิทธิ์ โพธิสิทโธ สมณะฟ้ารู้ นโภคโต สมณะฮังดิน ภูมิคโต สมณะค้ำดิน ภูมิปูรโณ สมณะอุดม อุตตโม สมณะสันติ อาภัสสโร สามเณรแนวตรง จรุงกัน
พุทธสถานราชธานีอโศก ๒๕ รูป พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ สมณะเดินดิน ติกขวีโร สมณะพอแล้ว สมาหิโต สมณะคิดถูก ทิฏฐุชุกัมโม สมณะฟ้าไท สมชาติโก สมณะเด่นตะวัน นรวีโร สมณะสมชาย ตันติปาโล สมณะคมคิด ทันตภาโว สมณะคำจริง วจีคุตโต สมณะแก่นเกล้า สารกโร สมณะดินไท ธานิโย สมณะหินกลั่น ปาสาณเลโข สมณะมือมั่น ปูรณกโร สมณะหนักแน่น ขันติพโล สมณะข้าฟ้า ฐานรโต สมณะหินมั่น สีลาปากาโร สมณะพันเมือง ภทันโต สมณะถักบุญ อาจิตปุญโญ สมณะลั่นผา สุชาติโก สมณะขุนศึก อโยมโน สมณะด่วนดี สุชโว สมณะเพียงพอ สันตุฏฐิธัมโม สมณะหินจริง วีรปาสาโณ สมณะแสนดิน ภูมิพุทโธ สมณะคมเย็น ถามวโร
สังฆสถานทะเลธรรม ๕ รูป ๑. สมณะผืนฟ้า อนุตตโร ๒. สมณะเลื่อนลิ่ว อรณชีโว ๓. สมณะเลื่อนฟ้า สัจจเปโม ๔. สมณะสุ่บุญ ปุญญคโต ๕. สมณะพ้นพิษ วีสมุตโต
งานมหาปวารณา ครั้งที่ ๓๗
วันพุธที่ ๖ พ.ย. ๖๒ _๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. รายการภาคค่ำ วันพุธที่ ๖ พ.ย. ๖๒ “ ขุมทองของนักปฏิบัติธรรม ” โดย อ.๑ ส.เพาะพุทธ สม.กล้าข้ามฝัน และ สมณะแสนดิน ดำเนินรายการ สม. กล้าข้ามฝัน :- ขุมทอง แปลว่าของที่มีค่า ของมีค่าคือ ความว่างโดยลำดับ เร่งเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ขันชะเนาะดัวเองมากขึ้น เด็กได้รับความเย็นจากสายน้ำ ผู้ใหญ่ได้รับความเย็นจากของถูก ชาวอโศกได้รับความเย็นจากนิพพาน เป็นคนจน อยู่กับปัจจุบัน อ่านเวทนา ขยันเสมอ ต่อเนื่องกับความจน ต่อเนื่องกับความจริง เข้าสู่วรรณะ ๙ เข้าสู่ดินแดนขุมทอง ส. เพาะพุทธ จันทเสฎโฐ :- ขุมทองแรก คือ อารยธรรม ประโยชน์ตน - ประโยชน์ท่าน ขุมทองที่สอง คือ อุดมการณ์ของพระโพธิสัตว์ คือ ช่วยคนให้ช่วยคน สร้างคน ไม่ใช่แค่สังคมสงเคราะห์ เพื่อนช่วยเพื่อนในยุคแรกมากจากงบของ กทม. เราได้ดิบได้ดีเพราะโลกุตระ ขยันฟังธรรมพ่อท่าน คนที่อยากให้พ่ออยู่นานๆ เป็นคนอ่อนแอ ออเซาะ ฉะนั้นพึงห่วงใยแบบสุญญตา ห่วงกังวล มีกิเลส ฝนย่อมรั่วรดเรือนที่มุงไม่ดี ฉันใด ราคะย่อมเสียดแทงใจที่อบรมไม่ดี ฉันนั้น มีหวัง แต่ไม่คาดหวัง ขัดเกลา คือ ขัดให้เกลี้ยงเกลา จัดการตัณหา รักษาฉันทะ เป็นแขก ไม่ยึดครอง เป็นเจ้าของ ไม่ปล่อยปละละเลย อ. ๑ (สมณะบินบน ถิรจิตโต ) :- เราจะทำอย่างไรให้พ่อครูเหนื่อยน้อยลง สีทองต่างจากสีเหลือง เจอขุมทองลิงโลดดีใจ เจอขุมทองในส้วม ยินดีไหม เราเจริญได้ด้วยคำตำหนิ รับแล้ว ไม่สวนกลับ คำตำหนิ จะช่วยขัดเกลาจิต มากกว่าคำชม สมณะแสนดิน ภูมิพุทโธ :- คำติช่วยให้จิตพัฒนายิ่งกว่าคำชม เด็กเล่นสไลเดอร์ดีกว่า เด็กติดเกมส์ ติดอบายมุข _๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. รายการวิปัสสนาจอแก้ว ฉายภาพยนต์เรื่องแดนสวรรค์สุดขอบฟ้า
วันพฤหัสบดีที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ _๐๔.๓๐ น. สมณะ ๔๕ รูป สามเณร ๑ รูป สิกขมาตุ ๑๓ รูป กรัก + ปะ ๕ คน ฆราวาสหญิง ๔๖๖ คน ฆราวาสชาย ๑๙๕ คน รวม ๗๒๔ คน โดย สมณะ เดินดิน ติกขวีโร นำสวดมนต์ _๐๕.๐๐ น. - ๐๖.๓๐ น. พ่อครู ทำวัตรเช้า ฉลองสู่แดนทองโพธิกิจ...คนชนิดไหนที่มีคุณสมบัติอย่างที่ว่ามานี้ ก็เป็นคนประเสริฐ เพราะฉะนั้นไม่ได้เน้นที่เอาวัตถุเป็นเครื่องชี้บ่งความสำเร็จของมนุษย์ แต่เอาคุณธรรมความประเสริฐของมนุษย์มาเป็นเครื่องชี้บ่ง เพราะฉะนั้นการแก้จนในโลกนี้ เขาไม่เข้าใจที่ทฤษฎีของพระพุทธเจ้า เขาพยายามให้คนในประเทศรวยไม่ให้ยากจน ให้ทุกคนรวย หรือว่าจะแก้จนคือให้ทุกคน มี 2 แบบ 1. แก้จนโดยให้ทุกคนรวย 2. แก้จนโดยให้ทุกคนจนอย่างสุขสำราญเบิกบานใจสุขภาพแข็งแรงขยันสร้างสรรเสียสละ แก้จนแบบไหนประเสริฐกว่ากัน ...แบบที่สอง ฟังอีกที ตั้งใจฟัง การแก้จนไม่ให้จนคือให้ทุกคนรวย อย่างที่เขาพยายามแก้จน ทำวิธีไหนก็แล้วแต่ การแก้ความจนคือพยายามตั้งใจให้คนมารวย ก็จะให้คนรวยทุกคนในประเทศ คนก็ต้องไปเอาจากประเทศอื่นมา ไปแย่งจากประเทศอื่น ถึงบอกว่าจีดีพี ก็เอาจากของคนอื่นมา อย่างนี้โกหกทั้งที่ไปเอาของคนอื่นมาเอาเปรียบเอารัดขูดรีดจากเขามา แล้วมาเติมให้คนในประเทศเอ็ง แต่บอกว่าเป็น GDP Gross ของเอ็งไปเอาของคนอื่นมา คนจนอย่างชาวอโศก เรามีผลผลิตของเราทำเองขึ้นมา มี Gross องค์รวมเหลือกินเหลือใช้แจกจ่ายผู้อื่นได้ไม่ได้ไปแย่งชิงมาเลย นี่แหละคือนักเศรษฐศาสตร์เบอร์ 1 ของโลก รู้ไว้ซะด้วย ในสังคมมนุษยชาติก็ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด คานธีบอกว่าในโลกมีทรัพย์ศฤงคารมีสมบัติของโลกเพียงพอสำหรับแบ่งกินใช้ให้ทุกคนอย่างทั่วถึง แต่มันไม่พอสำหรับคนคนเดียวที่มีความโลภอยากจะเอาไม่มีที่สิ้นสุด อย่าง ไม่เอาใคร ก็เอา Bill Gates เขาบอกว่าเป็นเมืองประชาธิปไตยแต่เป็นทุนนิยมเต็มเหนี่ยว เสร็จแล้วไปเผด็จการทั่วโลกเค้ามันมีความซับซ้อน ประชาชนคนอเมริกัน มีการกินใช้อย่างฟุ่มเฟือยหรูหราฟู่ฟ่าเพราะอะไร แบบใครกินใครจ่าย อเมริกันแชร์ กินอย่างหรูหราฟุ่มเฟือยเพราะใครกินใครจ่าย ซึ่งฟังแล้วมันเป็นแนวคิดที่แย่จริงๆ กินอย่างฟุ่มเฟือยหรูหราฟู่ฟ่าก็แย่แล้ว ใครกินใครจ่ายก็เป็นแบบเห็นแก่ตัวอีก นี่แหละคืออเมริกัน แล้วคนก็ไปนิยมชมชื่น การศึกษาก็ไปเอาความรู้จากAmerican มา อย่างนี้เป็นต้น อาตมาว่าเป็นความคิดที่ผิดหรือเปล่า แก้ตัวไม่ได้อย่างด็อกเตอร์ต้อมเป็นผลผลิตจากอเมริกาจบดอกเตอร์จากอเมริกา แขนงเศรษฐศาสตร์ด้วยนะ ดีที่มาเป็นตัวอย่าง specimen ให้อาตมาได้ใช้อธิบายธรรมชาติของพุทธ เพราะฉะนั้นที่พูดนี้อธิบายนี้ เป็นธรรมดานะไม่ใช่อาตมาพูดถึงเรื่องโลก บางคนก็บอกว่าพ่อท่านมาเทศน์ธรรมะแต่พูดถึงเรื่องอะไรก็ไม่รู้ พวกเรานี้ นี่แหละปฏิบัติธรรมะถึงประสบความสำเร็จ ที่คนอื่นเขาเดือดร้อนวุ่นวายเขาจะแก้จน คนชาวอโศกของเราไม่ต้องไปแก้จน ก็เพราะมาจนแล้ว พูดอย่างไรก็ลงตัวทุกอย่าง สู่แดนธรรมว่า.. มีแต่แก้ให้มาจนลงก่อนนั้นอีก พ่อครูว่า...หลายคนอย่างกระเป๋าตุง อย่างดร.ต้อม ให้ไปเติมชื่อปรารถนาเป็นปรารถนาจนใส่ท้าย อาตมาตั้งให้ แต่ก็ไม่กล้า เป็นปรารถนาจน ไม่กล้า ขอบคุณที่มาเป็น specimen ประกอบการอธิบาย นี่ มนุษย์เขาอย่างนี้ พระพุทธเจ้าท่านมีทฤษฎีที่สอนให้คนมาเป็นชีวิตวรรณะ 9 ก็จบแล้ว เป็นคนเลี้ยงง่ายนี่แหละมีอยู่มีกินอย่างนี้ มันเกิดมีอยู่มีกินแล้วไม่แย่งชิงทะเลาะวิวาทอุดมสมบูรณ์สุขสบายชีวิตสบายๆ หลายคนเข้ามาสัมผัสอยู่ที่นี่แล้วดีๆ แต่ทำไมไม่มา บอกไม่ได้ ตอบไม่ถูก ดี บอกว่าอยากมา แล้วอยากทำไมไม่มา ใครไปบังคับเอาไว้ แต่บอกว่าติดตรงนั้นตรงนี้เหตุผลมีเยอะ แต่ละคนเหตุผลเป็นกระบุงๆ สู่แดนธรรมว่า... บางคนติดหมา พ่อครูว่า...จะไปบอกว่าเอาหมามาด้วยก็ไม่ได้ แต่ที่นี่มีหมาเห่านะใครช่วยจับไปปล่อยหน่อย อาตมาพูดแล้วคนก็ไม่เข้าใจ ขอแวะเรื่องสัตว์เลี้ยง มันเป็นวิธีการสอน เกี่ยวกับวิบาก อันหนึ่งที่สำคัญเลย ไม่ต้องไปเลี้ยงหรอก สัตว์ทุกตัวมันมีวิบากของมัน คนก็มีวิบากของคน แค่เราสัมผัสสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับคนจัดการให้มันเรียบร้อยเถอะ สัตว์นั้นมันมีวิบากของมันอย่าไปยุ่งกับมันเลย เดี๋ยวเราก็ต้องไปเกี่ยวข้องกับมันอีก ไอ้เรื่องของวิบากของสัตว์นี่ มันเป็นอจินไตยกรรมวิบากจึงอธิบายได้ยาก คุณจะต้องไปเกี่ยวข้องกันอีกในชาติต่อๆไป คนที่จะต้องเกิดมาแล้วต้องมาเกี่ยวข้องกัน ต้องมาแก้แค้นต้องมารักต้องมาชังต้องมาใช้หนี้วิบาก อะไรกันอยู่นี้ มันก็หนักหนาสาหัสแล้ว คุณจะเติมหน่วยแห่งสัตว์ที่จะต้องมาเป็นภาระกันอีกทำไม พอเข้าใจไหม แค่นี้ก็ควรจะปลดปลงวิบากที่เรามี ให้อภัยกัน คนนั้นเป็นหนี้ชังกันคนนี้รักกันก็ปล่อยไป ปล่อยวาง เลิกรักเลิกชัง คนด้วยกันนี้ เลิกรักเลิกชังกันให้เกิดจิตอุเบกขาสบายๆให้เป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องเป็นผู้ที่จะเกื้อกูลกัน ไม่ต้องไปริษยากันไม่ต้องไปแก่งแย่งกัน ช่วยกัน อย่างนี้แหละเป็นจุดสำคัญเป็นเป้าหมายของความเข้าใจและปฏิบัติให้ได้ ซึ่งชาวอโศกเราพอทำได้ ปฏิบัติมา เกิดจากการเรียนรู้เกิดจากการเข้าใจแล้วก็ลดละ 1. ลดละไม่แย่งวัตถุ ลาภ 2.ไม่แย่งยศอำนาจ 3. ไม่หลงสรรเสริญ แย่งชิง ความเด่นดัง ทำดีไปเถอะแล้วมันจะได้รับการยอมรับจากสังคมเป็นสัจธรรม ไม่ต้องอยากให้คนสรรเสริญเยินยอยกย่อง ไม่ต้องแย่งลาภยศสรรเสริญ เข้าใจเรื่องความสุข สุดยอดที่สุดคือเข้าใจเรื่องความสุขความทุกข์ นี่คือปรมัตถ์ นี่คือโลกุตระที่สุดยอด คนในโลกนี้เขายังไม่เข้าใจความสุขความทุกข์ พระพุทธเจ้าท่านเข้าใจความสุขความทุกข์ ความสุขก็ดีความทุกข์ก็ตามมันเป็นของเก๊ ของที่เกิดจากอารมณ์โง่ ธาตุรู้ของจิตโง่ ที่มันไปหลงจะต้องมีความสุขความทุกข์ สุข เพราะอะไร สุขเพราะมีเงิน สุขก็มีอำนาจสุขเพราะมีคนมาสรรเสริญเยินยอ สุขเพราะได้เสพทางตาหูจมูกลิ้นกาย เราเข้าใจแล้ว เราไปเป็นทาสของเงิน ทาสของวัตถุทาสของอำนาจยศศักดิ์ เป็นทาสของอำนาจสรรเสริญเยินยอหรือถูกตำหนิติเตียน เป็นทาสของรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ย่นย่อแล้วเท่านี้คือความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า แต่มันยิ่งใหญ่ที่สุดในมนุษย์ที่อวิชชา มนุษย์มีอวิชชาอยู่เท่านี้นิดเดียว เห็นไหม สรุปแล้ว
_๐๗.๐๐ น.- ๐๙.๐๐ น. มีโรงบุญ ตั้งอยู่หน้าศาลาสวยเหมิด มีโรงบุญแจกก๊วยเตี๋ยว ขนมจีนน้ำเงี้ยว ก๊วยจั๊บ สปาเก็ตตี้ ผัดหมี่โคราช ฯลฯ _๐๗.๐๐ น. สมณะแบ่งเป็นสองสายบิณฑ์ สายหนึ่งบนถนนตรงเมรุ อีกสายหนึ่งบิณฑ์เข้าหมู่บ้าน วันนี้ตักบาตรเทโว _๙ .๐๐ น. สมณะ เดินดิน ติกขวีโร สมณะ บินบน ถิรจิตโต สรุป ผลการประชุมมหาปวารณา พวกเรามาร่วมงานมหาปวารณา ครั้งที่ ๓๗ งานมหาปวารณาบางคนเข้าใจว่าไม่เกี่ยวกับพวกเรา ที่จริงเกี่ยวกัน ความไม่เสื่อมของอุบาสก อุบาสิกา คือหมั่นเยี่ยมเยียนภิกษุ สมณะก็มีสี่เหล่า สายปัญญาจะมีอยู่ในฆราวาสอยู่นอกถ้ำ ส่วนนักบวชก็จะสายเจโต ปวารณา คือได้ยินมาก็ดี ได้ฟังมาก็ดี แต่เมื่อถูกว่า ก็ให้หันมาดูปรมัตถ์ ว่าอัตตาขึ้นหรือไม่ คนในโลกนี้ก็มีถูกด่าฟรี เรื่อง จี ดี พี ให้ขายต่างชาติถูกๆ เอาไปขายต่างชาติแพง มันไม่ใช่ ฯลฯ _๑๑.๐๐ น. - ๑๔.๐๐ น. วงฆราวาส แสดงที่ชั้นล่างเฮือนศูนย์สูญ _๑๔.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. ประชุมสัมมาสิกขา มีสมณะ ๑๐ รูป สิกขมาต ๔ รูป โดยพ่อครู กล่าวเปิดประชุม การประชุมครั้งนี้มี ๑๑ โรงเรียนในเครือ มี ๘ โรงเรียน ๒ วิทยาลัย และศูนย์การเรียนรู้วิชาราม อ.ฟังฝน ให้ผู้เข้าประชุมรายงานผลเรื่องความใกล้ชิดกู้วิกฤตศรัทธา สมณะบินบน ถิรจิตโต กล่าวว่า การใกล้ชิดจะแก้วิกฤตศรัทธาจะทำให้เค้าเป็นคนดีได้ สัมมาสิกขาราชธานีอโศก สมณะฟ้าไท รายงานปีนี้น้ำท่วม เด็กๆก็มาช่วยน้ำท่วม เด็กที่บ้านราชฯปิดเทอม แต่มีเด็กที่อื่นมาช่วย บ้านราชฯ มีกิจกรรมเยอะ คุรุพบเด็กประจำ เด็กเรามีปัญหาเยอะ คุรุไม่มีปัญหาเพราเราช่วยกันแก้ปัญหา เด็กเราขยันช่วยงานน้ำท่วม สมณะมือมั่น ปูรณกโร พูดถึง คุรุอนุบาล คุรุตีกตา เป็นครูอนุบาล มีการศึกษาหลายระดับ สมณะฟ้าไท กล่าว่า เด็กบ้านราชฯ สอบติด ม.ขอนแก่น สุดท้ายเด็กก็ลาออกกลับมาอยู่บ้านราชฯ สัมมาสิกขา ศรีษะฯ ครูฝ้าย มีการดูแลเด็กหลากหลาย ก็ให้โอกาสเด็ก เด็กไม่มีปัญหาก็ไม่ใช่เด็ก การดูแลใกล้ชิด เด็กก็อบอุ่นขึ้น ชาวชุมชนก็มาช่วยดูแลด้วย คุรุอุดร สรุป ผลการเรียน จัดทำหลักสูตรท้องถิ่น ครูสอนจากสภาวะจริง ภาคเรียนที่ผ่านมาเน้นมารยาทสังคม การขึ้นศาลาฟังธรรม โครงการสอน แผนการสอนเป็นกลุ่มหลักสูตรแกนกลาง มีข้อมูลทางวิชาการ สัมมาสิกขา ปฐมอโศก ปะฝนฟ้า ช่วงการเปิดเทอมดูดู ปลายเทอมมีผิดศีลข้อ ๓ เด็กผู้ชาย แม่ไก่เป็นสมณะ ต้องใช้กล้องวงจรปิดดูแลเด็กที่ผิดกฎโรงเรียน เด็กหากไม่มีใครนอนด้วย ก็จะส่งไปให้ผู้ปกครอง ต้องใช้ อาณา คุรุไม่ใช่นายยาม ครูก็มีภาระกิจอยู่หอพักใช้วิธีกฎเล็ก การสอนมารยาทก็พยายามสอน ใช้เพลงปรับคลื่นสมองใช้ในกิจกรรม เด็ก ม.๖ เค้าเอาภาระหลายเรื่อง เด็กสมัยนี้สอนค่อนข้างยาก สิกขมาตุ ทองพราย เด็กทำผิดศีล เรารู้ว่าเราไร้ความสามารถ ที่ช่วยกันอยู่ก็พยุงกันไป สัมมาสิกขาสันติอโศก คุรุไพรเมือง ผู้ใหญ่ คุยกันลงตัว เด็กทำขบวนการ เด็ก + คุรุ ประชุมหาจุดเด่น จุดด้อย และมาดูว่าข้อไหนควรทำก่อน เป็นวาระแห่งชาติ สัมมาสิกขาภูผาฟ้าน้ำ คุรุใจจริง ชาวหินฟ้า ช่วง ๔ เดือนกว่าที่ใกล้ชิดกู้วิกฤติศรัทธา การศึกษาก็มี บ้าน วัด โรงเรียน สมณะก็ให้สัมมาทิฎฐิ ผลตอนนี้ระดับนักเรียนลงตัวมากขึ้น ระดับประถมอาโก้ดูแล มัธยมก็ญาติธรรม ศิษย์เก่าก็มารับ สัมมาทิฏฐิ ศิษย์เก่าก็มาช่วยดูแลรุ่นน้อง เห็นการสำคัญในการสร้างคน มีผู้ใหญ่ดูแลใกล้ชิดปัญหาก็ลดลง สัมมาสิกขาศาลีอโศก ดูแลเด็ก ๑ คน โมมิเป็นพ่อไก่ เด็กไม่ค่อยได้เรียนวิชาการ เด็กชอบขับรถไถ สัมมาสิกขาสีมาอโศก มีนักเรียน ๔ คน บ้าน วัด โรงเรียน ให้ความร่วมมือน้อย เด็กทำผิดศีลข้อ ๒ เยอะมาก ต้องเพิ่มความใกล้ชิด การเข้าค่าย ม.๔ พาเด็ก ม.๑ ม.๒ มาร่วมเข้าค่ายด้วย มีกิจกรรม เด็กไม่เบื่อ การจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับเด็ก เด็กก็จะผิดศีลน้อยลง สัมมาสิกขา หินผาฟ้าน้ำ เด็กมีปัญหาทางด้านพฤติกรรม เด็กไม่รู้พฤติกรรมคืออะไร นักเรียนมี ๘ คน คุรุมี ๑๐ คน ดูแลใกล้ชิดสุดๆ เรานอนหลับ เด็กก็มาขโมยโทรศัพท์ไปเล่น คุรุก็ ๖๐ ขึ้นไป เค้าเจ็บไข้ได้ป่วยเราพยายามดูแล มีแต่นักเรียนชาย ศูนย์การเรียนรู้วิชชาราม ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง หมอเขียว รายงาน ของเราอบรมผู้ใหญ่เป็นหลัก มีเด็กอยู่ ๔ คน ธรรมทั้งหลายมีฉันทะเป็นมูล เด็กอยากอยู่ก็อยู่ เป็นการศึกษาภาคสมัครใจ ด.ญ.เมจิ ลดการกินพริกป่น ๒ ช้อนโต๊ะ ลดการกินมาม่า ๗ ซอง เหลือ ๔ ซอง การตัดสินเด็กใช้ผู้ใหญ่ ๓ คนเป็นผู้ตัดสิน การใช้พลังอนุตริยะ ทำให้เกิดพลังศรัทธา เข้าใจพลังธรรมมากขึ้น การแก้ปัญหาให้เพิ่มศีลที่เรา ก็ได้พบความประหลาดที่เพิ่มศีลของตัวเอง ธรรมะทั้งหลายมีฉันทะเป็นมูล เพิ่มพลังอนุตตริยะ สิกขมาตุผาแก้ว แจ้งเรื่องค่าย ม.๓ ก่อนงาน ว.บบบ ในวันที่ ๒๑ - ๒๕ ธ.ค. ๖๒
_๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. รายการภาคค่ำ ลุงจำลองได้ดีเพราะพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ โดย คุณทองแก้ว นาวาบุญนิยม ดำเนินรายการสัมภาษณ์พล.ต.จำลอง ศรีเมือง คุณทองแก้ว ให้ฉายคลิปพ่อครูพูดถึงลุงจำลอง ท่านจันทร์พูดถึงลุงจำลอง สม.กล้าข้ามฝัน พูดถึงลุงจำลอง หมอเขียว พูดถึงลุงจำลอง จำลองคนเก่าอยากได้เงินเยอะ อยากมีคนชม ๒๕๒๐ ทราบข่าวการออกบวชของพ่อครู ๒๕๒๒ กินมังสวิรัติ มื้อเดียว อาบน้ำสามขัน เป็นเลขานายกรัฐมนตรี พล อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นพลตรีสามวัน ลาออกมาสมัครผู้ว่ากทม. เป็น 2 สมัย ได้รับรางวัลเอามาซุก ไม่ติดสรรเสริญ “ รางวัลของคนต่อสู้เพื่อความถูกต้อง คือความบอบช้ำหรือความตาย ” ป้าศิริลักษณ์ เป็นประธานชมรมมังสวิรัติ ขายมังสวิรัติได้เจ็ดแสนเอาไปช่วยสังคมหมด ไม่สะสม เลี้ยงสุนัขจรจัด ไม่เรี่ยไรเรี่ยราด ผู้ว่ากาญจนบุรี จะรับเอาภาระต่อ โดยทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยว คนไม่สุรุ่ยสุร่าย อยู่วัดได้สบาย คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ อนาคตเป็นจำลองธรรมดาคนหนึ่ง ( เปิดเพลง แบบจำลอง แต่งและขับร้อง โดย โอ๋ ฆราวาส ) ถามลุง ใบแพร ประทับใจคุณลุงเมื่อ ๔๐ ปีที่แล้ว แรงบันดาลใจให้เสียสละ ฟังเทศน์เรื่องวิบากกรรม ฉลวย วิฆเนศ พฤษภาคม ปี ๓๕ ในหลวง ร.๙ ให้ พลเอก สุจินดา และพลตรีจำลอง ไปทำให้บ้านเมืองสงบ ดาวเพ็ญ ฝากการบ้านให้นักเรียนสัมมาสิกขา จดจำความดีของลุงจำลองส่งครู พลังเพ็ญ ถามเรื่องความมั่นคงการกินมื้อเดียว ถือศีล ๘ ต้องกินมื้อเดียว พิมพ์เพชรรุ้ง รู้จักอโศกเพราะลุงจำลอง พลตรีจำลอง สรุป :- ให้พวกเราภูมิใจที่เป็นชาวอโศก เป็นนักปฏิบัติธรรม ชาติหน้าได้เกิดเป็นมนุษย์ ชาติหน้าทุกข์น้อยกว่าชาตินี้ ก็ดีแล้ว ลุงจำลองเริ่มใส่ชุดไทย ๒๒ ก.ค. ๒๕๒๒
วันศุกร์ที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ _ ๐๔.๓๐ น. สมณะ ๓๓ รูป สิกขมาตุ ๑๔ รูป กรัก + ปะ ๔ คน ฆราวาสชาย ๑๖๗ คน ฆราวาสหญิง ๔๒๘ คน รวม ๖๔๖ คน สมณะ เดินดิน ติกขวีโร นำสวดมนต์ _๐๕.๐๐ น. พ่อครู แสดงธรรมเรื่อง สู่แดนทองฉลอง ๕๐ ปี โพธิกิจ พ่อครูว่า…วันนี้วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2562 ที่บวรราชธานีอโศก ก่อนอื่นก็มีเรื่องเกี่ยวกับสังคมของประเทศของโลกก่อนแล้วค่อยเข้าสู่ธรรมะ เมื่อวานนี้ เราพูดกันถึงเรื่องความจน เมืองจีนก็พยายามแก้ความจน เขาก็ว่าเขาแก้ความจนได้แล้วนะ วิธีแก้จนของจีนเมื่อวานก็ได้พูดไปแล้ว ซึ่งอาตมาก็สรุปไปแล้วว่าจะแก้ความจนไม่ให้จนนี้ โดยวิธีให้ทุกคนไปรวย เพื่อจะได้พ้นจากความจน อันนี้เป็นการแก้แบบหมากรุกชั้นเดียว สภาพของโลกมันก็ไม่เที่ยงกลับไปกลับมาความจนกับความรวย แก้ปัญหาไม่ให้จนก็คือให้รวย มันก็สลับไปสลับมาไม่สำเร็จ พระพุทธเจ้าก็เลยบอกว่าให้มาจนเสียเลย คำว่าจนก็คือไม่ต้องไปสะสมไม่ต้องไปมีอะไรมาก แต่ท่านไม่ใช้คำว่าจนท่านใช้คำว่า อัปปิจฉะ แปลว่ามักน้อย ก็อันเดียวกัน มีน้อยนั่นแหละคือจน ถ้ามันมีมากก็คือไม่ใช่จนแล้ว คนที่มีคุณสมบัติจะแก้ปัญหาความจนในตัวเรา แม้ว่าวัตถุมันจะมีน้อย แต่ความขยันเรามีความรู้ความสามารถเรามีเยอะ ก็ชนะ ความรู้ความสามารถสมรรถภาพของเราเยอะ แล้วยังขยันอีก ทำไปมันก็เกิดผลผลิต ความรู้เราก็มีแล้วเราควรจะขยันทำ ทำสร้างขึ้นมามันก็เกิดผลผลิต บนโต๊ะมีฟักทองหน้าตาแปลกๆ ใครชิมแล้วเป็นอย่างไร เนื้อดีเท่าฟักทองไทยไหม เนื้อมันกรอบไม่มันเท่าไหร่ มะนาวก็ลูกโต เราก็เอาสิ่งที่เรากินเราอาศัยใช้น้ำมือน้ำแรงเราสร้างขึ้นมากินใช้ เผื่อแผ่เกื้อกูลกัน เผื่อแผ่คนที่เป็นเด็กคนที่เป็นคนแก่คนที่เป็นคนป่วยคนพิการ คนที่ไร้สมรรถภาพไร้ความสามารถก็เลี้ยงตนไม่พอ เราก็ทำเผื่อแผ่ให้เขา แต่ยังมีคนขี้เกียจกับคนขี้โกงอีก 2 ประเภท ก็ต้องเผื่อให้ทั้งนั้น เดี๋ยวมันมาปล้นเอาถ้าเราไม่เผื่อให้มันเหลือมันก็มาปล้นเอา เราก็ต้องทำเผื่ออีก โอ้โหอาการมันหนักนะ แต่ต่างคนต่างก็มาแชร์กัน ความรู้ของคนกับเรื่องร่างกายชีวิต ร่างกายชีวิตนั้นไม่ได้อาศัยอะไรมากหรอกนอกจากจิตใจมันโง่ ไอ้โน่นก็ไม่พอไอ้นี่ก็จะกินหรูกินหรา กินใหญ่โตกินศักดิ์ศรีกินมากกินผลาญกินพร่า นี่ด่าเพราะๆนะ ยังไม่หมดคำด่านะ แต่ด่าหยาบไม่กล้าพูดหรอก พวกเราเข้าใจทั้งสภาวะและเข้าใจทั้งภาษาสื่อ ก็ทำให้เกิดสภาวะคือพฤติกรรมจริงความแท้จริงเนื้อแท้กว่าพยัญชนะ พยัญชนะเป็นเพียงคำที่สื่อสารออกมา คนมีการสื่อสารได้มากกว่าสัตว์เดรัจฉาน แล้วก็ใช้กันมาเป็นล้านปี เฉพาะช่วงยุค อาจมีวิวัฒนาการการปรุงแต่ง เกิดความผิดเพี้ยนไปมันก็มี แล้วก็ปรุงขึ้นมาใหม่ สรุปคือคนที่จะยังชีพไป ตัวเราคนเดียวครอบครัวเรา หมู่กลุ่มมิตรสหายจนกระทั่งเป็นสังคมแม้กระทั่งเป็นสังคมโลก ทุกวันนี้เขาก็มีใจกันแล้วว่า ทำอย่างไรให้คนทั้งสังคมโลก จริงมันไม่มีอะไรที่เหมือนกันทีเดียวหรอกอยู่กันคนละซีกโลก บรรยากาศอะไรต่ออะไรก็ไม่เหมือนกันดินน้ำไฟลมมันก็ต่างกัน จะทำอย่างไรเราจะมีใจที่จะเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แทนที่จะมารบราฆ่าฟัน เบ่งข่มกดขี่กัน คือ อยู่กันอย่างที่ชาวอโศกเราอยู่กัน อยู่กันยังมีจิตใจมีปัญญามีความเข้าใจ สงบเรียบร้อยง่ายงาม อบอุ่น เผื่อแผ่เกื้อกูลเอื้อเฟื้อเจือจานเลี้ยงดูกันไป อาตมาไม่ได้พูดเกินจริงสังคมเรามันเรียบร้อยราบรื่นงดงามอบอุ่นมาก ลึกๆเขาก็แสวงหาแต่เขาไม่เคยพบไม่เคยเจอ มันก็ยังงงๆ ว่าอันนี้จะใช่หรือเปล่า แต่คนที่มีปฏิภาณมีภูมิรู้ ก็จะเห็นว่าใช่ บางคนบอกว่าใช่เลยๆ พอสัมผัสแรก First impression ก็บอกว่าใช่เลย บางคนเขามีลึกๆจริงๆก็ว่าใช่เลย แต่ไม่ค่อยมาอยู่เท่าไหร่ จะขอเวลาอีกไม่นาน เหมือนลุงตู่ แล้วนานคำนี้กี่ปี่กี่ชาติ ขอเวลาไม่นานสัก 5 ชาติ เมืองไทยมีสิ่งที่เชื่อมต่อกันอยู่ สายใยที่เชื่อมต่อกันอยู่มันมีใกล้มีชิด มันเป็นคนไทยด้วยกันก็ใกล้ชิดกัน ชาวอโศกเป็นคนไทยส่วนนอกเขา ชาวอโศกที่พบหน้าโพธิรักษ์อยู่ทุกวัน กับชาวอโศก กับลุงตู่ก็ไม่ค่อยเจอกันหรอก แต่ลุงตู่ไปพบประชาชนส่วนใหญ่นั้นเยอะ แต่ไม่ได้มาพบกับชาวอโศก ชาวอโศกที่ไปพบกับลุงตู่ก็มี รุณ ฟางรวงทอง อำนาจ หมายยอดกลาง อย่างนี้ นอกนั้นก็ไม่ได้พบเจอลุงตู่ แต่ก็ไม่มีปัญหา สิ่งที่ตรงกันในคอนเซปในความเข้าใจ ให้ความรู้ในองค์รวม มีภูมิปัญญาตรงกัน ใช้ได้ไม่มีปัญหาหรอก ก็ทำไปสู่เป้าหมายนั้นเหมือนกันมันก็จะมาสู่สิ่งเดียวกัน ถ้าในแนวทางของความคิดไม่ใช่มิจฉาทิฏฐิ เส้นทางสายหนึ่ง สายเดียวสายที่เป็นสัจจะเดียวกัน ซึ่งอันนี้เป็นความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ทรงค้นพบแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องขององค์ประกอบของภาษา ที่มีมาใช้บัญญัติ บอกให
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive