finalงานอโศกรำลึก ครั้งที่38.docx

โฟลเดอร์2562
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์237 KB
วันที่แก้ไข10 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

งานวันอโศกรำลึกและบูชาพระมหาบรมสารีริกธาตุ ครั้งที่ ๓๘ โดย...ตรีสูญ

ผนึกใจเตรียมความพร้อม ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ชาวอโศกทุกบวรทั่วประเทศไทยและต่างประเทศทยอยกันมุ่งสู่บวรราชธานีอโศก จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อถวายความกตัญญูแด่ผู้มีพระคุณอย่างสูง คือพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ เนื่องจากวันที่ ๕-๑๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๒ มีงาน อโศกรำลึกและบูชาพระมหาบรมสารีริกธาตุครั้งที่ ๓๘ ซึ่งปีนี้มีความพิเศษคือ เป็นปีที่พ่อครูผ่านชีวิตมาได้ครบ ๘๕ ฤดูฝน วันเกิดของท่านคือวันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๗ ตรงกับวันอังคาร แรม ๘ ค่ำ เดือน ๗ ปีจอ ราชธานีอโศกซึ่งตั้งขึ้นเมื่อ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๗ มีอายุครบ ๒๕ ปี ในปีนี้จึงจัดเป็นงาน ฉลอง ๘๕ วัสสาพ่อครู... ๒๕ ปีราชธานีอโศก วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ถึง ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๒ คุรุนำนักเรียนสัมมาสิกขาทุกบวรมาเตรียมงาน โดยจัดเป็นค่ายชื่อ “ค่ายสร้างคนจนที่มีแบบ” นักเรียนชาย ๑๕ คน หญิง ๒๘ คน รวม ๔๓ คน นักเรียนเหล่านี้ได้ข้อสรุปว่า พวกเขาได้มาฝึกตนในด้านการทำประโยชน์ให้ชุมชน ได้ฝึกฝนด้านการงาน ความขยัน ความอดทน และได้รับโอวาทจากสมณะบินบน ถิรจิตโต คือ “ไม่ถือสา ไม่หาเรื่อง ไม่โยนความผิดให้ผู้อื่น” (ข้อมูลจาก คุรุ ปีกฟ้า เภาประเสริฐ ) วันที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๒ เวลา ๑๘.๓๐-๒๐.๐๐น.ชาวชุมชนบวรราชธานีอโศก และชาวอโศกจากบวรอื่นที่มาถึงราชธานีอโศกแล้วประชุมเตรียมงานนี้อย่างพร้อมเพรียง สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน อโศกตระกูล ตั้งข้อสังเกตว่า.. ก่อนนี้วันอโศกรำลึกเป็น“วันอด” แต่ตอนนี้เรามาคิดกันเรื่องจะทำอาหารตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมงกลายเป็น“วันอิ่ม” เวลาเปลี่ยนไป เรื่องราวเปลี่ยนไป สมณะเดินดิน ติกขวโร ให้ข้อคิดว่า.. เราจะถวายความกตัญญูด้วยการรักกันสามัคคีกัน พึงเร่งฝึกฝนจนบรรลุธรร

อ่านต่อ

ม เริ่มต้นด้วยความสดชื่น วันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๒ เวลา ๐๖.๓๐- ๐๗.๐๐ น.สมณะ สิกขมาตุ และพระอาคันตุคะ ออกบิณฑบาตตามพุทธประเพณีรับอาหารมังสวิรัติโดยตั้งต้นจากเฮือนศูนย์สูญไปตามถนนตรงศูนย์ ผ่านเฮือนสวยเมิด เฮือนโสเหล่ และ เฮือนเผิ่งกัน ญาติธรรมจากทั่วสารทิศนั่งเรียงรายกันอย่างสงบ เป็นระเบียบ มีความสุข ทักทายกันอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นการเริ่มต้นแห่งวันสดชื่น วันอบอุ่น วันให้ วันง่ายๆ วันรวมแก่น วันจริงใจ วันรัก ต่อมา เวลา ๐๗.๐๐-๐๘.๐๐ น. มีการปลูกต้นไม้ที่บริเวณทางไปบ้านคำกลางซึ่งห่างจากบวรราชธานีอโศกราวครึ่งกิโลเมตร วันที่ ๕ มิถุนายน เป็น วันสิ่งแวดล้อมโลก และกิจกรรมนี้ถือเป็นการแสดงกตัญญุตาคารวะแด่พ่อครูด้วย ในงานนี้คุณลุงจำลองและคุณป้าศิริลักษณ์ ได้ร่วมปลูกต้นอินจันเป็นปฐมฤกษ์ ในเวลา ๐๗.๓๔ น. จำนวนกล้าไม้ทั้งหมด ๒,๑๐๐ ต้น แบ่งเป็น ต้นยางนา ๗๐๐ ต้น ต้นมะขาม ๗๐๐ ต้น และต้นฉำฉา ๗๐๐ ต้น ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการปลูกไผ่ และต้นมะพร้าวไปแล้วอย่างละ ๗๐๐ ต้น และยังได้ปลูก ไม้ใช้งาน ไม้เศรษฐกิจ ไม้ป่าหลากหลายชนิด เช่นประดู่ป่า ตะเคียนทอง มะค่าโมง พยอม สะเดา อินจัน สาธร ยางนา กระท้อน เวลา ๐๘.๐๐ น.เป็นต้นไปทางฝ่ายทะเบียนเปิดลงทะเบียนที่ชั้นล่างเฮือนศูนย์สูญ ผู้มาลงทะเบียนร่วมงานจะได้รับแจกข้าว ช่อราตรี ซึ่งเป็นข้าวที่มีความนุ่มน่ารับประทาน พันธุ์ข้าวนี้ได้รับมาจาก มูลนิธิขวัญข้าว จังหวัดสุพรรณบุรี โรงบุญต่างๆจำนวน ๑๒โรงเริ่มเปิดแจกอาหารตั้งแต่เช้าวันนี้ตลอดงาน ทั้งผู้รับและผู้แจกมีความสดชื่นสุขสราญ อิ่มท้องและอิ่มกุศล มันเกิดแล้ว กิจกรรมส่วนใหญ่ของงานนี้จัดที่เฮือนศูนย์สูญ ทั้งเวทีแสดงธรรมและเวทีบันเทิงอยู่ในบริเวณเดียวกันอย่างสมเหมาะ เวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๓๐ น. พ่อครูเปิดงานที่เฮือนศูนย์สูญ ความตอนหนึ่งท่านกล่าวถึงหมู่บ้านราชธานีอโศกว่า..... สถานที่นี้แหละที่เราจะพยายามสร้างรูปธรรมให้ชัดเจนครบพร้อมสมบูรณ์ มันเกิดแล้ว ที่สำคัญก็คือ ลักษณะของสังคมสาธารณโภคี เรียกชื่อใหญ่ว่า“บุญนิยม” คือความเป็นเศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจ ของสังคมมนุษยชาติที่เป็นความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า..... หมู่บ้านชุมชนราชธานีอโศก แม้จะเล็กๆก็ให้สมบูรณ์ทุกอย่างได้ ไม่ใหญ่ ไม่เฟอะฟะ แต่ทำเนื้อแท้แก่นจากเล็กๆนี้ ครบทั้งนอกและในที่เป็นเนื้อแท้ของบุคคล สังคม เป็นกลุ่มเนื้อแท้ของพฤติกรรม เนื้อแท้ของวัฒนธรรม เนื้อแท้ของค่านิยมที่มนุษย์มีปัญญาจะพึงรู้ว่า อย่างนี้ควรเป็นค่านิยม ที่ยอมรับนับถือกัน.... พ่อครูกล่าวว่า เมืองไทย คือ “ ชมพูทวีป” และเน้นการประกอบกสิกรรม ... อาตมาขอยืนยันว่า เมืองไทยนี่แหละเป็นจุดแก่นกลางของโลกทุกวันนี้ เป็นชมพูทวีป เป็นมนุษย์ที่มี สุรภาโว สติมันโต อิธพรหมจริยวาโส... เป็นเรื่องจริง ที่มนุษย์แสวงหาสิ่งได้มา แล้วก็อยู่เย็นเป็นสุขจริง มีประโยชน์เกื้อกูลจริง ทำให้สังคมสงบเรียบร้อยดี เบิกบานร่าเริงสดชื่น เป็นสิ่งที่เป็นสุดยอดแห่งกุศล.... พวกเราเน้นกสิกรรม เพราะว่าที่นี่เป็นภูมิประเทศที่เป็นองค์ประกอบที่จะต้องทำพืชพันธุ์ธัญญาหารดีที่สุด พ่อครูกล่าวในตอนท้ายว่า ท่านปรารถนาให้ชุมชนนี้มีประชากร ๗๗๗ คนเป็นอย่างน้อยในท่ามกลางพลโลกเจ็ดพันล้านคน

มิตรมาเยือน เวลา ๑๑.๐๐-๑๖.๐๐ น. ศิลปินที่เคารพนับถือพ่อครูสมัยที่ท่านอยู่ในวงการเพลง ได้แก่ คุณ นันทวัน เมฆใหญ่ สุวรรณปิยะศิริ...คุณศรีไศล สุชาติวุฒิ...คุณวงจันทร์ ไพโรจน์...คุณทิพวรรณ ปิ่นภิบาล...คุณอุมาพร บัวพึ่ง มาร้องเพลงและให้สัมภาษณ์ถึงความสัมพันธ์อันยาวนาน และความเคารพรักที่ท่านเหล่านั้นมีต่อพ่อครู อนึ่ง มีคณะบุคคลที่เป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อความยุติธรรมทางการเมืองมาคารวะพ่อครูด้วย ได้แก่ คุณชัยวัฒน์ สุรวิชัย (ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองละคุณภาพคน) ดร.เทียนชัย วงศ์ชัยสุวรรณ หรือ ยุค ศรีอาริยะ (นักคิด นักเขียนด้านวิทยาศาสตร์กับสังคม) คุณสมภพ บุนนาค (นักพัฒนาอาวุโส) และ ดร.สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ (นักเคลื่อนไหวเพื่อความยุติธรรมทางการเมือง)

พิธีน้อมกตัญญูบูชาพ่อครู เวลา ๑๘.๐๐ น. สมณะ ๕๒ รูป สิกขมาตุ ๑๓ รูป กรัก ๒ ท่าน ปะ ๕ ท่าน เดินธรรมยาตราจากหลังพระพุทธโตมาที่ เวทีเฮือนบวร ซึ่งพ่อครูมารออยู่แล้ว หลังจากกราบพ่อครูตามลำดับแล้ว สมณะ เดินดิน ติกขวีโร อาราธนาพ่อครูให้โอวาทตามอัธยาศัย พ่อครูนำสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยแล้วกรุณาให้โอวาท ซึ่งใจความหลัก คือนัยยะละเอียดของคำว่า“บุญ”.... คำว่า บุญ ไม่มีรูปแบบภายนอกที่เป็นพิธีกรรมเลย มีแต่กรรมกิริยาของจิตและปัญญา แล้วมีอย่างเดียว คือจิตทำงานจัดการกับกิเลสขณะนี้เลย สร้างพลังงานที่เป็นอุณหธาตุ เตโชธาตุ เป็นพลังงานไฟฟ้า เป็นพลังงานสูงสุด มีประสิทธิภาพ มีฤทธิ์ สามารถที่จะกระจายละลายทำลายพลังงานที่เรียกว่าไฟราคะ ไฟโทสะ ไฟโมหะได้....ผู้ที่ทำใจในใจให้เกิดพลังงานก่อนที่จะสำเร็จบุญ พอประกอบขึ้นมาก็เรียกว่าพลังงาน ฌาน ซึ่ง ไม่ได้แปลว่าไปเพ่งไปจดจ่ออยู่ที่อะไร แต่ ฌาน แปลว่า ไฟ กองเพลิงใหญ่ หรือกองเพลิงวิเศษมาก เป็นพลังงานอุณหธาตุ จะมีฤทธิ์อำนาจสลายเฉพาะกิเลสไม่ไปทำอะไรอย่างอื่นเลย เพราะฉะนั้นก่อนจะทำลายกิเลสก็ต้องมีจิต เจตสิก ที่เรียกว่า ปัญญา ซึ่งประกอบด้วยสติสัมโพชฌงค์ ธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์ วิริยะสัมโพชฌงค์เป็นหลัก เข้าไปกำหนดให้รู้ว่าพลังงานที่เกิดขึ้นในจิตนี้คือกิเลส แล้วจึงจัดการกับกิเลส สัญญาจึงเป็นอภิสัญญาจะมีพลังงานนำ เลือกเฟ้นอาการกิเลส มี ลิงค นิมิตของกิเลสแล้วจึงจะใช้พลังงานอีกอันหนึ่งเรียกว่า ฌาน สลายกิเลสไป เมื่อสลายกิเลสได้รวมหมดเรียกว่า บุญ .... ........... มนุษย์เกิดมาแล้วไม่มีอะไรดีกว่าที่ได้เกื้อกูลได้ให้อะไรแก่กันและกัน ในบารมี ๑๐ ทัศ มีคำว่า ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน จนถึงสุดท้ายเมตตา อุเบกขา พระอรหันต์อยู่ด้วยเมตตากับอุเบกขาเป็นฐานของชีวิต คือเพียรกับพักเท่านั้นเอง กาละไหนรู้จักเพียร รู้จักพัก เราก็มีชีวิตอยู่ด้วย กรรม กับ กาละ ศาสนาพระพุทธเจ้าจึงจบด้วย Karma and Time of Continuum เวลา ๑๙.๓๑ น.พ่อครูจบการแสดงธรรม พิธีสุดท้ายของวันนี้ คือ สมณะ สิกขมาตุ กรัก ปะ และญาติธรรม รวมทั้งสิ้น ๑,๐๙๖ ชีวิต กล่าวแสดงความเชื่อมั่นในสัมมาทิฏฐิ ๑๐ ซึ่งเป็นเข็มทิศนำทางไปสู่ความหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง และกล่าวคำปฏิญาณร่วมกันเป็นปิตุบูชา โดย สมณะเดินดิน ติกขวีโร เป็นผู้กล่าวนำว่า... ข้าพเจ้าทั้งหลายจะวิริยะอุตสาหะ ตั้งใจศึกษาให้ถึงพร้อมในไตรสิกขา อันได้แก่ อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา จะตั้งใจฝึกฝนอบรมตนให้เกิดมรรคผลยิ่งๆขึ้นไป ด้วยความไม่ประมาทในโทษภัย อันแม้มีประมาณน้อย สัจจะอธิษฐานที่เป็นปิตุบูชาของข้าพเจ้าทั้งหลายนี้ จะเกิดเป็นจริงได้ก็เพราะการมุ่งมั่นเอาจริงของข้าพเจ้าทั้งหลายนั่นเอง

หาประโยชน์จากอนิจจัง วันที่ ๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๒ เริ่มสวดมนต์เวลา ๐๔.๓๐ น.พ่อครูไม่ได้มาแสดงธรรมช่วงหลังจากสวดมนต์ทำวัตรเช้าตามกำหนดการ เวลา ๐๕.๐๐ – ๐๖.๓๐น. สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน อโศกตระกูล แสดงธรรม ท่านแนะนำว่า “ ให้เรามองเข้าไปในใจว่าเราเหลืออาสวะอะไรเมื่อเราพบว่า เช้านี้พ่อครูไม่มาแสดงธรรม ” สมณะเดินดิน ติกขวโร ชี้แจงว่า พ่อครูไอมากสมควรอาราธนาให้ท่านได้พัก ขอให้ใช้ปัญญาหาประโยชน์จากการเหตุการณ์นี้

กิจกรรมแห่งวัน...สร้างสรรบันเทิง วันที่สองของงาน ญาติธรรมมาเพิ่มขึ้น หลังจากทำวัตรเช้าและฟังธรรมแล้ว เวลา ๐๖.๓๐-๐๗.๓๐ น.ญาติธรรมพากันมาใส่บาตรอย่างมีความสุข สีสันของบรรยากาศนี้ คือ สมุนพระราม และเด็กเล็กๆถืออุปกรณ์ถ่ายบาตรอย่างขมักเขม้น เวลา ๐๘.๐๐ -๐๙.๐๐ น. เป็นกิจกรรม สร้างบ้านแปลงเมือง คือ ช่วยกันปลูกต้น เหลืองไม่หยุด (ชื่อเดิมคือ ทองอุไร ) เก็บแตงไทย คัดเมล็ดถั่วเหลืองที่โรงสีบุญคุณข้าว เวลา ๑๑.๐๐ -๑๔.๐๐น.ประกวดคลิปเพลงสัจจะชีวิตที่พ่อครูแต่ง และคลิปสุขภาพดีด้วย ๘ อ. ซึ่งแต่ละบวรให้ความร่วมมืออย่างดีโดยไม่เน้นที่รางวัล เป็นการให้ความสนับสนุนในการจัดกิจกรรม เวลา ๑๖.๐๐- ๑๗.๓๐ น. ประชุมคุรุทุกบวรเพื่อหาทางจัดกระบวนทางการศึกษาให้ลุเป้าหมาย คือ ศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชา

พึงถนอมท่าน เวลา ๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. นายแพทย์ ประธาน วาทีสาธกกิจ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญผู้ป่วยวิกฤต อายุรศาสตร์ระบบหายใจ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กทม. บรรยายเรื่อง สุขภาพดีด้วย ๘ อ. ตามพ่อครู ดำเนินรายการโดย สมณะแสนดิน ภูมิพุทโธ ก่อนการบรรยายมีการเปิดคลิปสั้นๆแต่สะเทือนใจทั้งภาพและบทบรรยาย ชิ่อ “ ฉันเกิดในยุคพ่อครู” ...... ทำไมเราเพิกเฉยเมื่อเรารู้ว่าท่านคือพระโพธิสัตว์ที่มากอบกู้ศาสนา เราใจดำ อกตัญญูหรือเปล่า ที่ปล่อยให้ท่านเหนื่อย ตรากตรำ.....มาช่วยกันแบ่งเบาภาระในช่วงที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ เพราะ เมื่อท่านจากไป เราจะได้พูดอย่างเต็มปากว่า “ ฉันเกิดในยุคพ่อครู” หลังจากนั้น นายแพทย์ประธาน ซึ่งดูแลสุขภาพของพ่อครูมานานได้เปิดเผยว่า ท่านใช้หลัก ๘ อ.(คือ อิทธิบาท อากาศ อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ เอนกาย เอาพิษออก อาชีพ) ซึ่งเป็นวิธีการดูแลสุขภาพอย่างดีมาก มีความเป็นไปได้ที่ท่านจะอายุถึง ๑๕๑ ปี ขณะนี้ท่านไม่มีโรคภัยไข้เจ็บอะไร แต่มีไอเรื้อรังและเจ็บที่ปลายมือปลายเท้า อวัยวะในลำคอไม่ปกติ เช่น สายเสียงหนาตัวจากการใช้งานมากซึ่งจะเป็นสาเหตุให้เสียงแหบ ทั้งมีกะเปาะงอกจากหลอดลมใหญ่ทำให้เกิดภาวะกลืนลำบาก วิธีช่วยให้ท่านไอน้อยลงและเบาลงคือ ให้ท่านพักการใช้เสียงเป็นระยะ จิบน้ำ และ ไม่รบกวนท่านขณะฉันอาหาร “ พ่อครูมีอิทธิบาทในการที่จะสั่งสอนพวกเรา เหนือกว่าอิทธิบาทที่จะดูแลสุขภาพตัวท่านเสมอ พวกเราจงมาช่วยกันสร้างอิทธิบาทที่จะช่วยดูแล รักษาสุขภาพของท่าน หากเราเห็นสิ่งใดไม่ปลอดภัย เกินกำลัง ช่วยกันกราบเรียนท่านเพื่อให้เกิดความเหมาะสมและปลอดภัย” สมณะแสนดิน เสริมว่า พวกเราสามารถช่วยให้ท่านมีสุขภาพดี อายุยืนด้วยการปฏิบัติ อ.ที่ ๙ คือ “เอากิเลสออก”

ความเห็นที่ชัดเจนถูกตรงจะไม่หลงทาง วันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๒ พ่อครูแสดงธรรมโดย เปิดประเด็นเกี่ยวกับ ทิฏฐิสามัญญตา คือ ความคิดองค์รวมมีเชิงซ้อนในความเห็นของแต่ละคน ทว่า เราต้องยิงลูกศรตรงไปที่เป้า คือโลกุตระ คือนิพพาน พ่อครูให้ความสำคัญของการทำความเข้าใจอย่างชัดเจนในสัมมาทิฏฐิ คือความเห็นที่ชัดเจนถูกตรง ในสัมมาทิฏฐิที่เป็นสาสวะ๑๐ (พระไตรปิฎกเล่ม ๑๔ “มหาจัตตารีสกสูตร” ข้อ ๒๕๗) ท่านอธิบายคำว่า ปิตา คือ พลังงานบวก มาตา คือ พลังงานลบ สองพลังงานนี้ทำให้เกิด โอปปาติกะ ( คือ ลูกทางจิตวิญาณ ) ปิตา คือ ปัญญา มาตา คือ ศีล ซึ่งทำให้เกิด โอปปาติกะ คือ วิญญาณแห่งโลกุตระ ซึ่งเป็นชีวิตที่มีคุณค่า เป้าหมายสูงสุดแห่งชีวิต คือ สูญ ท่านประกาศว่า ท่านคือ สมณะพราหมณ์ผู้ดำเนินถูกต้อง ปฏิบัติถูกตรงซึ่งประกาศโลกนี้(โลกียะ)โลกหน้า(โลกุตระ)ให้แจ่มแจ้งเพราะรู้ยิ่งด้วยตนเอง( สยัง อภิญญา ) ท่านคือผู้มีบุญเก่ามาแล้ว( ปุพเพกตปุญญตา ) คือมีอาริยคุณติดตนมา ท่านจำเป็นต้องยืนยันความจริงดังกล่าวนี้ และการทำงานมาย่าง ๕๐ ปีของท่านบรรลุผลในระดับหนึ่ง คือ ท่านได้สร้างมนุษย์โลกุตระให้เกิดขึ้นแล้ว ความตอนหนึ่งท่านเปรียบพุทธศาสนากับส่วนต่างๆของต้นไม้ ว่า แก่น คือ วิมุติ... กระพี้ คือ ปัญญา... สะเก็ด คือ ศีล... เปลือก คือ สมาธิ... ดอก กิ่งใบ ผล คือ โลกธรรม พ่อครูกล่าวว่า ปัจจุบันนี้ชาวพุทธส่วนใหญ่ สำคัญว่า กิ่ง ใบ ผล เป็นแก่น จึงยังวนอยู่กับความทุกข์ ท่านยกตัวอย่างความเข้าใจที่ผิดเพี้ยนไปจากคำสอนของพระพุทธเจ้า เช่นการสวดมนต์ที่เป็นเดรัจฉานกถา การเอาธรรมบทมาสวดเป็นหมู่นั้นต้องอาบัติ ความหมายที่ถูกต้องของคำว่า สรภัญญะ คือการเปล่งคำกล่าวอย่างถูกต้องตามสระพยัญชนะ ห้ามลากเสียง ห้ามใส่ทำนอง ความเข้าใจคำว่า ศีล กับ วินัย ผิดเพี้ยนไป เช่นเข้าใจผิดว่าพระสงฆ์ถือศีล ๒๒๗ ข้อ ที่แท้ ศีล นั้นเป็นเนื้อแท้ของศาสนา ถ้าไม่ปฏิบัติก็ไม่อาบัติ แต่ไม่เจริญ ไม่ได้มรรคผล วินัย ๒๒๗ ข้อ ของภิกษุนั้นถ้าละเมิดแล้วอาบัติ ท่านกล่าวตอนท้ายของการแสดงธรรมวันนั้นว่า เทวนิยมนั้นตี สุข ทุกข์ ไม่แตก

สร้างบ้านแปลงเมือง การแสดงธรรมจบลงเวลา ๐๖.๓๐ น.ญาติธรรมเตรียมอาหารมังสวิรัติเพื่อใส่บาตรและพักผ่อนจนเวลา ๐๘.๐๐-๐๙.๐๐ น.มีกิจกรรม สร้างบ้านแปลงเมือง ทั้งเด็กและผู้ใหญ่พากันไปเก็บผักตบชวาที่บุ่งใกล้แพปลา บางกลุ่มไปปลูกต้นไม้ที่ สวนยี่สิบสี่ล้าน (หมายถึงพื้นที่ยี่สิบไร่ ราคาสี่ล้าน) สวนนี้อยู่ตรงทางไปบ้านกุดระงุม... บางคนไปที่ข้างเฮือนบวรเพื่อศึกษาวิธีการ permaculture คือการทำเกษตรแบบยั่งยืนวิธีหนึ่งซึ่งกำลังนิยมกันในกลุ่มชาวอโศก... บ้างก็ไปที่ริมมูลเพื่อถอนถั่วลิสงและถอนหญ้าที่แปลงฟักทอง เวลา ๑๑.๐๐-๑๔.๐๐ น.มีการประกวดร้องเพลงแนวสัจจะชีวิตที่พ่อครูแต่งไว้ หลายคนมีแววเป็นนักร้องทีเดียว เวลา ๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ น. รวมแรงกันทำกิจกรรม สร้างบ้านแปลงเมือง เช่นเดียวกับตอนเช้าตามอัธยาศัย

แพทย์แผนไทยศีรษะอโศก ในงานอโศกรำลึกปีนี้ ทีมแพทย์แผนไทยนำโดยอาเปิ้ม ขวัญดิน สิงห์คำ และทีมจิตอาสาก็ได้มาเปิดให้บริการดูแลสุขภาพแก่ผู้ป่วย ญาติธรรมและผู้สนใจ ณ บริเวณเฮือนบวรอีกด้วย

บ้านแฝด ดังที่ได้ทราบมาแล้วว่าพ่อครูปรารถนาให้มีสมาชิกในชุมชนบวรราชธานีอโศกจำนวน ๗๗๗ คนเป็นอย่างน้อย โครงการบ้านแฝด คือบ้านสองหลังติดกันใช้ผนังร่วมกัน อยู่ไม่ไกลเฮือนศูนย์สูญนัก เป็นการสนองนโยบายดังกล่าว เวลา ๑๘.๐๐ -๒๐.๐๐น. มีการประชุมเกี่ยวกับโครงการนี้ที่ชั้นสอง เฮือนศูนย์สูญ สำหรับผู้สนใจจะเป็น๑ ใน ๗๗๗ คน ที่นี่ ขณะนี้ยังเปิดให้จองอยู่ ผู้ที่ประสงค์จะทราบเงื่อนไข หรือรายละเอียดติดต่อได้ที่ คุณพูนไท ชูน้ำเที่ยง โทร. ๐๙๙ ๑๖๘๓๔๐๐ คุณแผ่นผา ไชยภักดี โทร. ๐๙๘ ๘๓๐๕๑๗๗ ความรู้คู่ความรัก ในเวลาเดียวกัน(๑๘.๐๐ -๒๐.๐๐น.) ที่ชั้นล่างเฮือนศูนย์สูญ มีการบรรยายเรื่อง ความรู้คู่ความรัก โดย ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ ซึ่งเรียกตนเองว่า เภสัชกรยิปซี ที่ใช้เวลาช่วงหนึ่งของชีวิตเดินทางไปยังประเทศต่างๆในทวีปอัฟริกา เพื่อช่วยผู้ป่วยโรคเอดส์

ต้นแบบและตัวอย่างของสังคมประชาธิปไตย วันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๒ พ่อครูแสดงธรรมโดยมีเนื้อหาที่หลอมเรื่องการเมือง กับธรรมะเป็นเนื้อเดียวกัน ท่านสรุปว่า ไทยเป็นต้นแบบประชาธิปไตยของโลก และชาวอโศกเป็นตัวอย่างของสังคมประชาธิปไตย ซึ่งมีปรากฏการณ์เป็นรูปธรรมชัดเจนแล้ว ชุมชนชาวอโศกเป็นประชาธิปไตยสุดยอดทั้งในทาง เศรษฐศาสตร์ คือมีเศรษฐกิจแบบ สาธารณโภคี คือ ชาวชุมชนเสียภาษี ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ โดยใช้เครื่องอุปโภคบริโภคจากส่วนกลาง พึ่งเกิด แก่ เจ็บ ตายกันได้ในชุมชน ในทาง รัฐศาสตร์ ก็มีการบริหารรัฐกิจแบบไม่บริหาร เนื่องจากชาวชุมชนไม่แสวงประโยชน์ด้านวัตถุ หรือสรรเสริญ จึงมีการคัดสรรผู้นำหรือผู้รับใช้องค์กรตามความเหมาะสม โดยไม่ต้องยื้อแย่งแข่งขันกันเพื่อตำแหน่งใดๆ ทั้งทางด้าน สังคมศาสตร์ ชุมชนชาวอโศกเป็นสังคมแบบองค์รวม บ้าน วัด โรงเรียน สมานฉันท์กัน เรียกว่า สังคมบวร

ทำงานด้วยใจที่เป็นสุข หลังจากใส่บาตรแล้ว เวลา ๐๘.๐๐-๐๙.๐๐ น. การ สร้างบ้านแปลงเมือง อีกกิจกรรมหนึ่ง คือ การเตรียมหลุม ใส่ปุ๋ยเพื่อปลูกไม้ผลที่ สวนยี่สิบสี่ล้าน... บางคณะไปทำความสะอาดเฮือนบวร... บางคนไปช่วยเข็นปุ๋ยที่โรงปุ๋ยพลังชีวิต... บ้างก็ไปเก็บผักตบชวาที่บุ่งเดิม... ส่วนอีกคณะหนึ่ง ดร.ใจเพชร กล้าจน ( หมอเขียว )พร้อมด้วยทีมจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ไปร่วมกันเก็บถั่วกับนักเรียนสัมมาสิกขาที่ริมแม่น้ำมูล ขณะนั่งด้วยกันในรถสองแถว หมอเขียว ได้ใช้ศิลปะการพูด พร้อมด้วยรอยยิ้มที่เมตตาและจริงใจในการสอนเด็กๆ ให้ทำงานด้วยใจเป็นสุข เด็กๆสรุปได้ว่า การมาเก็บถั่วครั้งนี้มีประโยชน์ เพราะทำให้ร่างกายแข็งแรง ได้กุศล และได้คะแนน หมอเขียว เสริมว่า ถ้ารู้สึกว่าถูกบังคับ แสดงว่า เราเคยบังคับคนอื่นก็ใช้วิบากไปจะได้หมดวิบากเร็ว คนมีความสุขจะไม่โทษคนอื่น คนมีปัญญาแม้ตกทุกข์ก็ยังหาสุขพบ จงฉลาดที่จะเอาประโยชน์ในทุกสถานการณ์ให้ได้ ก่อนลงจากรถเด็กๆท่องพร้อมๆกันอย่างร่าเริงว่า... สิ่งที่ดีที่สุดในโลก คือ ๑.คบมิตรดี ใจไร้ทุกข์ ๓.ทำดีเรื่อยไป ใจเย็นข้ามชาติ กิจกรรม สร้างบ้านแปลงเมือง ในช่วงบ่าย (๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ น.) คือทำความสะอาดเฮือนบวรและช่วยกันเก็บผักตบชวาในบุ่งตามอัธยาศัย

แฟนพันธุ์แท้ เวลา ๑๑.๐๐-๑๔.๐ น.ที่เฮือนศูนย์สูญ มีการประกวดแฟนพันธุ์แท้เกี่ยวกับประวัติและธรรมะของพ่อครู ผู้ชมรายการนี้จะสัมผัสได้ว่า ทั้งเด็กนักเรียนและผู้ใหญ่ที่เข้าร่วมรายการ มีภูมิความรู้ ความเข้าใจนามธรรมด้านโลกุตระ สิ่งที่ได้นอกเหนือจากรางวัล คือการได้ทบทวนความรู้ที่จะได้นำไปฝึกฝนเพื่อการสิ้นสุขสิ้นทุกข์

๒๕ปี แห่งความหลัง เวลา ๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น.มีรายการสนททนา เรื่อง ๒๕ ปีราชธานีอโศก ดำเนินรายการโดย สมณะเดินดิน ติกขวีโร ผู้ร่วมสนทนาในช่วงแรก คือ คุณปะตรงเตือน นาวาบุญนิยม ได้มาอธิบายให้เห็นพัฒนาการจากอดีตเมื่อ ๒๕ ปีที่แล้วถึงปัจจุบัน ด้วยการฉายภาพในเรื่อง “จากวันนั้นถึงวันนี้” ทำให้ผู้ชมได้รู้จักชื่อ ศาลาบัวแก้ว คือศาลาหลังแรกของชุมชน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๗... ต่อมาปี ๒๕๓๙ ซึ่งเป็นปีที่ตั้งหมู่บ้านราชธานีอโศก ได้เริ่มสร้างเฮือนศูนย์สูญ... ได้เห็นภาพ ศาลาโบกี้ แพคงศีล และแพบริวาร... หม่องค้าผง คือโรงผลิตขิงผงและมะตูมผง... จากโรงสีหลังแรกคือ โรงสีถิ่มถ้วน มาจนเป็น โรงสีบุญคุณข้าว... ได้เห็นภาพน้ำท่วมหมู่บ้านตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๓๗ สมณะและชาวชุมชนใช้เรือเป็นพาหนะ บางปีน้ำท่วมถึงหลังคา คือพ.ศ. ๒๕๔๕ มีงาน ฉลองน้ำ ตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งเป็นกุศโลบายของพ่อครูที่จะให้ลูกๆสามารถอยู่กับอุปสรรคต่างๆท่ามกลางภาวะนี้อย่างมีความสุข คุณหนึ่งฟ้า นาวาบุญนิยม ผู้บริจาคที่ดินผืนนี้ และ คุณดาวเพ็ญ นาวาบุญนิยม หนึ่งในผู้บุกเบิกชุมชนนี้ได้มาเติมเต็มประวัติศาสตร์ของบวรราชธานีอโศก ทำให้เห็นความศรัทธาของบรรดาชาวอโศกที่มีต่อพ่อครูสมณะโพธิรักษ์อย่างเป็นรูปธรรม สมณะเดินดิน กรุณาให้ข้อคิดในช่วงของการสนทนาว่า ความสามัคคี คือ การขัดแย้งที่พอเหมาะ การสนทนาในช่วงที่สอง ผู้ร่วมสนทนาคือ คุณสงกรานต์ ภาคโชคดี อดีตเภสัชกรซึ่งจะลาออกจากงานบริหารองค์กรพัฒนาที่รณรงค์การเลิกเหล้า มาเปิดร้านขายยา ที่บวรราชธานีอโศก โดยมีเป้าหมายหลักคือ เพื่อ “ ประโยชน์ตน”ในด้านการพัฒนาจิตวิญญาณด้วยความมั่นใจว่า ชุมชนชาวอโศกเป็นต้นแบบของชุมชนชาวพุทธที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก คือชุมชนสาธารณโภคีซึ่งพ่อครูพาทำ การเปิดร้านขายยาที่นี่เพื่อเสริมกระบวนการเรียนรู้แก่ประชาชนให้ลดการใช้ยา ผู้ร่วมสนทนาอีกท่านหนึ่งคือ สมณะถักบุญ อาจิตปุญโญ ซึ่งได้สรุปตั้งแต่เริ่มสนทนาว่า การงานที่หนักหน่วงเต็มไปด้วยอุปสรรคต่างๆนานาสามารถประสบความสำเร็จได้เพราะ ๑.เชื่อมั่นในพ่อครู .. “ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฝ่าด่านไปให้ได้ ” ๒.เพราะเราเกิดมาจน ... ท่านได้ยกตัวอย่างรูปธรรมแห่งการงานในราชธานีอโศก เช่น การขนเรือเอี้ยมจุ๊นขนาดมหึมา โครงการบุญน้ำซับทำให้ราชธานีอโศกมีน้ำสะอาดใช้ทั้งในการเกษตรและการบริโภค การสร้างพระพุทธาภิธรรมนิมิตร และโครงการที่กำลังดำเนินอยู่คือ โครงการธนาคารน้ำใต้ดิน ซึ่งจะสำเร็จได้ด้วยปัจจัยหลักตามข้อสรุปข้างต้นเป็นสำคัญ สมณะคมคิด ทันตภาโว ผู้ เป็นกำลังหลักในการสร้างน้ำตก น้ำโตน น้ำม่าน และซางไหลเด้อในราชธานีอโศก ท่านได้รางวัลชีวิตคือ ได้รับการตำหนิจากพ่อครูทั้งส่วนตัวและออกอากาศ ท่านได้รับคำสอนว่า ให้รู้จักตัดรอบความคิด และการงานให้จบเป็นเรื่องๆไป นับเป็นขุมทรัพย์อันประเสริฐซึ่งท่านได้รับจากพ่อครู ท่านจึงมอบตนเป็นผู้รับใช้โดยเชื่อฟังพ่อครูเป็นหลักสำคัญ เป็นผู้ว่าง่าย ท่านกล่าวตอนท้ายว่า เป็นความโชคดีที่ท่านได้รับใช้พระโพธิสัตว์ซึ่งได้ให้ข้อคิดในการทำงานศิลปะว่า “ ศิลปะต้องทำให้คนลดกิเลสได้ ” การสนทนาในรายการนี้เป็นตัวอย่างรูปธรรมชัดเจนว่า การงานทั้งหลายนั้นเป็นไปเพื่อการสลายอัตตา ลดกิเลส เท่านั้น สุดท้ายปิดรายการด้วยวิดีโอที่พ่อครูอธิบายอัตลักษณ์ของราชธานีอโศกว่า บ้านราชเมืองเรือ เราจะเห็นทั้งเรือบก เรือน้ำ เรือใหญ่ เรือเล็ก... บ้านไม้เมืองหิน ต่อไปที่นี่จะมีไม้สำคัญที่คนภายนอกมาหาไปใช้ เช่นไม้ที่ใช้เป็นยา ทั้งไม้ที่นำไปประกอบพิธีกรรม และจะเห็นหินจัดเรียงอยู่ทั่วหมู่บ้าน... บ้านดินเมืองน้ำ ที่นี่มีดินดี มีน้ำสะอาดหมุนเวียนไว้ใช้... บ้านงามเมืองพุทธ เป็นหมู่บ้านที่งดงาม ไม่เหมือนทางโลกีย์ เพราะเป็นเมืองพุทธที่มีอาริยบุคคลในระดับอนาคามีเป็นส่วนใหญ่... บ้านพิสุทธิ์เมืองอมตะ เป็นชุมชนที่บริสุทธิ์จากอบายมุขทั้งหลายและมีความยั่งยืนเจริญไปอีก ๒๐๐-๓๐๐ปี

ศิลปะโลกุตระ วันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๒ในพิธีเปิด งานอโศกรำลึก ณ ราชธานีอโศก พ่อครูกล่าวว่า.. ศิลปะโลกุตระต้องเป็นขั้นนามธรรม เป็นจิตวิญญาณ เป็นโลกุตรธรรมที่เข้าใจโลกียธรรม แล้วอยู่เหนือโลกียธรรม เป็นพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ ในงานอโศกรำลึกปีนี้ ที่ชั้นสองเฮือนบวร มีนิทรรศการศิลปะโลกุตระ ศิลปินคือ คุณแสงศิลป์ เดือนหงาย ภาพที่แสดงในงานนี้คืองานศิลปะที่นำมาเป็นปกหนังสือพิมพ์“เราคิดอะไร” การแสดงนิทรรศการดังกล่าวยังมีให้ชมอยู่อีกนาน

ประชาธิปไตยที่สวยงาม วันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๒ พ่อครูแสดงธรรม โดยเริ่มจากตอบคำถามที่ส่งมาทางสื่อออนไลน์ เช่น “ ดีแล้วทำไมต้องอวด” ท่านตอบว่า เป็นความจำเป็นที่ต้องประกาศความจริงตามความเป็นจริงอย่างจริงใจ บางท่านเสนอความคิดว่า “การเมืองไม่ใช่กิจของสงฆ์” พ่อครูอธิบายว่า การเมืองเป็นกิจของสงฆ์อย่างยิ่ง เพราะสงฆ์ คือผู้อุ้มชูโลก ผู้ช่วยโลก พ่อครูกล่าวถึงการเมืองในระบอบต่างๆว่า .... คอมมิวนิสต์ก็ตาม ประชาธิปไตยก็ตาม หรือจะเป็นเผด็จการก็ตาม จุดหมายที่สูงสุด ดีสุดอันเดียวกันหมดคือ เพื่อประชาชนทั้งหมด พ่อครูกล่าวถึงระบอบประชาธิปไตยในปัจจุบันว่า... ประชาธิปไตยทุกวันนี้ใช้ความรู้นำข้อมูลหลักฐานทฤษฎีต่างๆที่พระพุทธเจ้าทรงมีเอามาใช้ ประชาธิปไตยในยุคนี้จึงเป็นประชาธิปไตยที่วิจิตรพิสดารหลากหลาย Unity of diversity สรุปร่วมเป็นสองส่วน Two in One เอามาประมวลลงเป็นหนึ่งให้ได้อย่างเรียบร้อยลงตัว ประชาธิปไตยไทยขณะนี้สวยงามที่สุด

สรณะ.. การรบ พ่อครูอธิบายคำว่า สรณะ คือการรบกับกิเลสของตัวเอง เมื่อหมดกิเลสเป็นพระอรหันต์ แล้วจึงรบเพื่อผู้อื่นอย่างเดียว ท่านอธิบายลึกไปถึงจิตระดับ ปัญญาวิมุติ ซึ่งสิ้นอาสวะแล้ว แต่ยังเหลืออนุสัยลึกๆอีก ๗ คือ กามราคานุสัย (ความดึงดูดกำหนัดในกาม) ปฏิฆานุสัย (ความผลักไส ขัดเคือง ขึ้งเคียด) ทิฏฐานุสัย (ความยึดถือความเห็

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

2562รายการขุมทองฯ.docx
6 พฤศจิกายน 2562
2562คำถามสำรอง.docx
6 มิถุนายน 2562