สื่อธรรมะพ่อครู(เทวดา นรก สวรรค์) ตอน เทวดา มาร พหรม คือจิตเช่นไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เทวดา นรก สวรรค์) ตอน เทวดา มาร พหรม คือจิตเช่นไร อาตมาเห็นว่า คนที่มีจิตแบบนี้มันปลอดภัย มันเป็นประโยชน์แก่มนุษยชาติ มันเป็นประโยชน์จริงๆ มันไม่ไปเสียพลังงานไม่ไปเสียแคลอรี่อย่างเปล่าดายที่ไม่เข้าท่า กลายมาเป็นตัวย้อนกลับที่ทำให้เสียเวลา แรงงาน ทุนรอน ไม่เข้าท่า เราก็มาทำตามที่พระพุทธเจ้าสอน จึงอยู่ดีกินดีไปหมดเลย ต่อไปนี้ทางกสิกรรมเกษตรกรรมก็จะมา มาเลย ตอนนี้ชักจะเชื่อมือ พวกเราอย่าเสียท่านะ ช่วยกันให้ดี พวกเราสร้าง พืชพรรณธัญญาหารแบบไร้สารพิษและมีคุณภาพดี (พ่อครูยกตัวอย่างมะระกับกระท้อนที่ลูกใหญ่อย่างกับมะพร้าว)พวกเราทำให้ดี ทำให้มีมากเพื่อมนุษยชาติด้วยกัน ไม่หวงแหนเอาไปทำดีๆขึ้นมา ไม่แข่งใครจะทำได้ดีก็อนุโมทนาสาธุ แล้วก็เผื่อแผ่กัน ใครยังขี้โกงทำได้ดีแล้วก็เอาไปโก่งราคาแพงก็เรื่องของเขาวิบากใครวิบากมัน เราพอแล้วเราไม่เอาหรอก เราไม่ไปโก่งใครหรอกมีมากขึ้นเราก็แบ่งแจกกันกินกันใช้ไป จะขายบ้างก็ขายเหมือนเล่นๆหัวๆ กันบ้างเท่านั้นเอง เพราะเราพอกินพอใช้ไม่ขี้โลภ คุณสมบัติของวรรณะ 9 ของพระพุทธเจ้ามันจึงคลุมรอบของจิตวิญญาณและพฤติกรรมมนุษย์ที่เยี่ยมยอดที่สุด อาตมาจึงมั่นใจว่าธรรมะของพุทธเจ้าจะเจริญและแพร่หลาย คนจะเข้าใจว่าคนที่ศึกษาความเป็นมนุษย์และความเป็นสังคม อาตมาได้สรุปไม่รู้กี่ทีแล้ว พระพุทธเจ้าท่านได้เรียนความเป็นมนุษย์กับความเป็นสังคมมนุษย์ สังคมเจริญสุดเพราะมนุษย์เจริญ และมนุษย์เจริญรวมตัวกันเกิดเป็นสังคมเจริญ แล้วก็ช่วยให้สังคมมีความเจริญตามทฤษฎีตามหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสนี่แหละสุดยอด ซึ่งอาตมาภูมิใจมากภูมิใจในตัวเองที่ได้เอาสัจธรรมพระพุทธเจ้ามาพิสูจน์ให้เป็น phenomena ปรากฏได้ทุกวันนี้ เป็นปรากฎการณ์ที่มันเกิดจริงเห็นจริง เกิดจริงได้ทั้งที่มัน
อ่านต่อ
ยากแสนยาก เกิดจนกระทั่งถึงขั้นเศรษฐกิจเศรษฐศาสตร์ขั้นสาธารณโภคี สาธารณโภคีเป็นเศรษฐศาสตร์สุดยอดแล้วในโลกมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐศาสตร์เศรษฐกิจในระดับไหน ในระดับเผด็จการฟาสซิสม์ เอาตัวเองเป็นใหญ่หมดเลย เผด็จการในระดับหมู่ เรียกว่าคอมมิวนิสต์ เผด็จการหลอกๆล่อๆลวงๆ เป็นทุนนิยมแต่เป็นทุนนิยมสามานย์หนักเข้าเลวกว่าคอมมิวนิสต์อีก อ้างว่าให้สิทธิคนอื่น ให้อิสระเสรีภาพคนอื่น หลอกลวงเสร็จแล้วก็มีกลวิธีการ ไม่กดข่มนะ แต่มีวิธีการรวบอำนาจมาได้เอาเปรียบมาได้มากมาย จนกลายเป็นประชาธิปไตยทุนนิยมสามานย์ สามอย่างแล้วนะ เศรษฐกิจสามอย่างแล้วนะ เผด็จการ คอมมิวนิสต์ ทุนนิยมสามานย์ เอาไปเอามา ทุนนิยมสามานย์นั้นเลวกว่าคอมมิวนิสต์ เอาล่ะทีนี้ เป็นประชาธิปไตย ประชาธิปไตยทุนนิยมสามานย์เขากำลังรู้ทันแล้ว ก็กลายเป็นประชาธิปไตย ประชาธิปไตยขึ้นไปตามลำดับ คือให้ประชาชนเป็นเจ้าอำนาจเป็นเจ้าของอำนาจ ไม่ใช่ให้เราเป็นใหญ่หรือคณะเราเป็นใหญ่ เรียกว่าคอมมิวนิสต์ ให้ประชาชนนี่แหละมีอิสระเสรีภาพและเป็นใหญ่ แล้วเขาจะยกให้เราเอง เขาจะยกให้เราเป็นใหญ่เอง เพราะฉะนั้นประชาธิปไตยที่ใช้ความรู้ความเป็นจริง อิสระเสรีภาพจริง ผู้ที่จะทำได้จริง ต้องมีอัตตาน้อยหรือไม่มีอัตตาเลย จึงจะให้อิสระแก่ผู้อื่นได้หมด เพราะตัวเราไม่เอาเลย ตัวเราไม่เป็นตัวเรา ตัวเราไม่มีตัวเรา คุณเอาไปเลยเอาไปหมดเลย ส่วนคุณจะให้เราบ้าง ให้เท่าไหร่เอาเท่านั้นอย่างอาตมานี้ใครให้เท่าไหร่เอาเท่านั้น ทุกวันนี้เขาให้บ้างนิดๆหน่อยๆ อาตมาก็ทำนิดๆหน่อยๆ ก็พอใช้แล้วทำได้ แล้วอาตมาก็บริสุทธิ์ใจให้เท่านี้ก็ทำเท่านี้ไม่มีปัญหาอะไร ถ้าอยากจะให้มากกว่านี้เราจะได้ร่วมมือกันอีก เอา ตอนนี้ก็เลยมีทั้งสายทั้งฆราวาสและนักบวชเข้ามาร่วมกัน ก็จะเข้าใจแล้วก็มาร่วมกันรังสรรค์สังคมมนุษยชาติให้เจริญไปได้ดีด้วยกัน ซึ่งอาตมาบอกว่า อาตมาไม่มีอัตตา ไม่มีตัวตน เขาก็ไม่เชื่อ ว่าคุยโม้เกินไปไม่เชื่อ ไม่ได้โม้นะ อาตมาพูดความจริง เขาก็ไม่เชื่อเอง ยืนยันซึ่งอาตมาได้อธิบายมาหมดแล้ว ทำไมต้องยืนยันตัวเอง ก็มันไม่มีความจริงเลย ความจริงเป็นอย่างนี้ไม่เชื่อได้อย่างไร พอยืนยันตัวจริงแรงๆ ชัดๆ เข้า มันมากไป ขนาดมากนี้คุณยังไม่เชื่อเลย ถ้าเหยาะแหยะๆคุณยิ่งไม่เชื่อใหญ่ อาตมาไม่ได้พิสูจน์ว่าตัวเองเก่ง แต่พิสูจน์ว่าความรู้ที่อาตมาเอามาประกาศให้คนอื่นทุกคนมีอิสระเสรีภาพของตัวเอง เขารับไปโดยอิสระ ไม่ได้บังคับไม่ได้ล่อหลอก อาตมาไม่หลอกล่อไม่และเล็มเลียบเคียง ให้คุณเข้าใจเองและคุณมาเองนะ มาเองโดยสุจริตเลยไม่มีและเล็มเลียบเคียงหว่านล้อม อาตมาตรงอย่างเดียว เปรี้ยงๆๆ ไม่ไว้หน้าใครเลย เพราะมันตรงอย่างเดียว ตอนนี้เขาชักเข้าใจขึ้นว่าไม่มีอะไรที่จะมีพลังอคติหรือว่าพลังสาเฐยจิตเลย อาตมาด่าคน แต่ไม่ชังคนที่ถูกด่าเลย สงสารเวทนาเขาด้วย เขาหาว่าพูดเอาโก้ แต่ก็จริงใจนะ พูดชัดๆ จริงใจไม่ได้โก้ๆ อาตมาบอกว่าอาตมาอ่านอาการของจิตเป็น หยาบ กลาง ละเอียด อาตมาอ่านเป็น สาเฐยจิต แปลว่าจิตมีอะไรแฝงที่ไม่ตรง แฝงทางด้านอวดตัวอวดตน แฝงทางด้านมีพยาบาท หรือมีรักผสมก็ตาม ไม่บริสุทธิ์ แม้แต่แค่มานะอวดตัวอวดตนหลงตัวหลงตนไม่มี ที่จะไปแฝงทางผลักทางดูดไม่มีอยูแล้ว แม้แต่แฝงว่ายกตัวยกตนอวดตัวอวดตนก็ไม่มี ผู้เชื่อเขาก็เชื่อ ผู้ไม่เชื่อเขาก็ไม่เชื่ออย่างนั้น ไปบังคับกันไม่ได้ ก็เอาเท่าที่พอจะเชื่อถือกันยอมรับกันก็มา แล้วก็มาดูสิได้ประโยชน์ก็เอาไป ไม่ได้ประโยชน์มันก็ไม่ได้แหละ มันได้เท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น มันยากที่คนจะเชื่อได้ง่ายๆ เพราะว่ามันถูกหลอกมามากถูกหลอกมานาน ถูกหลอกมาหนักหนาสาหัสเหลือเกิน มันก็เลยไม่อยากเชื่อใครง่ายๆก็เห็นใจอยู่นะ ก็เลยกลายเป็นเรื่องลำบากของเรามาก เพราะเขาเข็ดกับคนอื่นที่หลอกจังเลย แล้วจะมีใครจริงที่พูดจริงไหมมีความจริงมาเปิดเผย เขาก็เลยไม่เชื่อกันง่ายๆ อาตมาก็เลยว่าเอาละ ไม่เชื่อง่ายๆก็ไม่เป็นไร พยายาม พยายามพิสูจน์ความจริงนี้ จึงต้องอาศัยเวลา เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์คนพิสูจน์สัจธรรม ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน นี่ก็เป็นคำพังเพยโบราณที่เป็นจริง อาตมาจึงแม้แต่จะตายก็ตายไม่ลง หมดอายุขัยแล้วก็ยังตายไม่ได้ อาตมามองไปในแง่ดีว่า หมดอายุขัยตายไม่ได้ก็ดีเหมือนกัน ก็หาทฤษฎีที่จะทำให้ไม่ตาย ต่ออายุไปได้อีก ก็เลยสร้างพลังงานที่มันจะต่ออายุไปอีกจริงๆ ก็ยังไม่เก่งที่จะอธิบายให้เป็นรูปธรรมขึ้นๆๆก็ได้แค่นี้ อาศัยภาษาวิทยาศาสตร์ที่พอมีความรู้ อย่างไส้เดือนกิ้งกือ ไม่ใช่แค่งูๆปลาๆนะ ก็ยังยากก็เอา จนกว่าเราจะเก่ง จะมีผู้ที่เก่งกว่าเรามาใช้ภาษาใช้สภาวะสื่อให้คนได้รู้เก่งกว่าเรา อาตมาก็รอว่าใครหนอจะมาเป็นผู้ช่วย ท่านเดินดินก็ยังอธิบายสภาวะต่างๆ ได้เก่งกว่าอาตมาพอสมควรนะ เพราะท่านไม่รู้มากยากนานเท่าอาตมา อาตมานั้นรู้มากยากนาน เหมือนเป็นเศรษฐีบ้านนอก เยอะเลย ไม่รู้จะเอาอะไรบ้าง ท่านนี้บอกมันมากก็ว่าเอาแค่นี้ก่อนก็เลยได้หมวดได้หมู่ที่ดีกว่าอาตมาเยอะเลย อาตมาก็อาศัยทุกๆ คนช่วยกันแต่ละคนแต่ละท่าน ท่านหนักไปในแขนงไหน ก็ช่วยกันคนละไม้คนละ มาเข้าเป้า มาร เทวดา และพรหมอีก พระพุทธเจ้าสรุปไว้ 3 คำ มาร เทวดา พรหม มารคือ พลังงานที่มันเลวร้ายตั้งแต่หยาบ กลาง ละเอียด คุณเข้าใจเท่าไหร่ก็เท่านั้น พลังงานอย่างนี้ในตัวเรา มันหยาบมันไม่ดีเอาออกก่อน ให้มันเป็นพลังงานดี เราเปลี่ยนแปลงพลังงานจิตของเราให้เป็นพลังงาน ไม่เป็นเลยไอ้ที่เลวไม่เป็นเลย เราเข้าใจแล้วและเราก็ทำให้ได้ จิตของเราจะมีกำลังมีอำนาจ ไม่เป็นอีกเลย จะถูกล่อลวง ถูกชวน ถูกกระทบกระแทก ถูกฆ่าตายก็ไม่เป็น แม้ฆ่าเรา เราก็ไม่ไปเป็นอย่างที่คุณจะให้ทำ มันชั่วมันมาร ฉันจะไม่เป็นมารอีกเลย จะเป็นตั้งแต่เทวดาขึ้นไป เทวดาคือ ระยะทางของพลังงานจิตที่เจริญขึ้น สูงสุดสะอาด เจริญสูงสุดสะอาดจนไม่มีความชั่วเลยเด็ดขาด มีแต่ดี และไม่ยึดดึเป็นตัวตน ภาษาก็พูดได้แค่นี้ เราอยู่ในพลังงานที่ดีทั้งนั้น กายกรรม วจีกรรม มโนกรรมของเราไม่ทำชั่วอีกเลย ทำแต่ดี แล้วก็รู้ว่าจะทำดีประมาณไหน กับคนไหน ปุคคลปโรปรัญญุตา กับหมู่กลุ่มคนระดับไหน ปริสัญญุตา กับกาละไหนกาลัญญุตา โดยจัดสรรเนื้อหา อัตถัญญุตา กับองค์รวมเรียกว่า ธัมมัญญุตา ประมาณให้ได้สัดส่วนเรียกว่ามัตตัญญุตา เป็นสัปปุริสธรรม 7 ประการ ตัวเราเป็นส่วนหนึ่งด้วยเราก็เท่านี้แล้วเราจะพึงทำได้เท่าไหร่ อนุโลมเท่าไหร่ ได้เท่าไหร่แรงเท่าไหร่กับสังคม ก็ใช้สัปปุริสธรรม 7 ประการนี้ตลอดเวลา แถมมหาปเทส 4 อีก โดยเอาพระพุทธเจ้าเป็นหลัก อันใดคำใดที่ท่านไม่ห้าม ไม่บัญญัติห้ามไว้ ไม่บัญญัติอนุญาต มีห้ามกับอนุญาติ มันไม่มีคำตรัสพระพุทธเจ้าห้ามก็ไม่มีบัญญัติก็ไม่มี แต่กาละนี้มันมีเหตุการณ์นี้ นอกเหนือคำห้ามนอกเหนือคำอนุญาตของพระพุทธเจ้าแล้ว เราก็ต้องใช้ตัวเราเป็นหลัก มหาประเทส 4 นี่ ก็ต้องใช้ตัวเราเป็นหลักว่า อะไรมันควรอะไรไม่ควร เราก็ต้องประมวลเอาเองประมาณเอาเองแล้วก็พิพากษาเอง มันไม่มีแล้วนี่ที่พึ่งพระพุทธเจ้าก็ไม่ได้บัญญัติว่าห้ามหรืออนุญาต แล้วเหตุการณ์มันมีมันเกินคำอนุญาต คนมันเป็นไปได้ คนทุกวันนี้ปรุงแต่งเกินกว่าที่พระพุทธเจ้าจะมีในยุคของท่าน ในยุคของท่านมันไม่บ้าขนาดนี้ ในยุคนี้มันบ้าปรุงแต่งกัน มันจัดการผสมส่วนมามันสร้างมันแต่งมันทำขึ้นมา เราจึงต้องพึ่งตนเอง ใช้วิจารณญาณของเราเป็นตัวตัดสิน นี่คือมหาปเทส 4 แล้วเราเป็นคนจริง เป็นคนมีความรู้ไม่ลำเอียงไม่มีอคติ เอาสิ่งที่ดีสิ่งที่ถูกต้องตัดสินมาใช้ มันเป็นความจริงของคนจริง เพราะฉะนั้นผู้ที่มีความจริงของคนจริงอย่างนี้แหละ จึงทำงานอยู่กับสังคมโลกอย่างไม่เสียหาย เพราะไม่ได้ลำเอียงกับใคร ทำเอาสัจจะเป็นตัวตั้ง สัจจะบวกลบคูณหารเอาได้เท่านี้ก็ทำ ด้วยจิตที่เป็นพรหมจิตบริสุทธิ์ไม่มีลำเอียงไม่มีซ้ายมีขวา ไม่มีอะไรหมด ไม่เข้าข้างใคร เอาสัจจะสาระเป็นตัวชี้บ่งเป็นองค์ประกอบของการทำงาน ตัดสิน ทีนี้คำว่าเทวดากับคำว่าพรหม พรหมนี้ ภาษาอีกอันว่าวิสุทธิเทพ คือเทพที่บริสุทธิ์ สูงสุดแล้วพรหม วิสุทธิเทพพระพุทธเจ้าจึงบัญญัติ เทพไว้ 3 เทพ คือสมมุติเทพ อุปัติเทพ วิสุทธิเทพ คือพรหม คนที่สามารถทำจิตให้เป็นอุปัติเทพได้ ก็คือโลกุตรธรรม ส่วนคนที่ยังไม่รู้โลกุตรธรรมเลย ก็เป็นสมมติเทพ ดีชั่วก็อยู่ในระดับของสมมติเทพในโลกีย์ เอาลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข ที่บริสุทธิ์สะอาดเป็นตัวตัดสิน เป็นตัวตั้ง คุณได้ลาภ โดยธรรมด้วยบริสุทธิ์สะอาดได้เท่าไหร่แล้วคุณก็ขี้โลภ แล้วคุณก็มีวิธีการเอาเปรียบด้วยความบริสุทธิ์ไม่ผิดกฎหมายไม่ผิดหลักเกณฑ์ไม่ผิดวัฒนธรรม คุณก็ได้มามากๆโดยความขี้โลภอยู่ มันก็กลายเป็นอย่างนี้แล้วคุณก็รักษาความขี้โลภความรวยความมีมากของคุณไว้ คนอื่นก็อยากได้อย่างนี้ เขาก็พยายามรักษาท่าทีความเก่งก็มาแย่งกันได้อีก คุณก็แพ้คุณก็ตกไป คนนี้ก็ขึ้นมา คนใหม่ก็พยายามอีกก็ขึ้นอีก ก็แย่งกันเป็นใหญ่ แย่งกันรวย แย่งกันมี แย่งกันมาก แย่งกันเสพสุขเสพทุกข์ เป็นโลกียะ สองอยู่อย่างนี้ไม่ล้างออกจากจิตเลย คนที่วนในโลกียะอย่างนี้จึงเป็นสมบัติผลัดกันชม ชาติแล้วชาติเล่าๆ สมบัติผลัดกันชม ใครอยากรู้ก็ไปอ่านชาดกพระพุทธเจ้ามีมากกว่าห้าร้อยเรื่อง อ่านดูเถอะสมบัติผลัดกันชม จนมาเป็นโลกุตระ มันมีโลกุตระมากในชาดก แต่ก็มีแกนของสมบัติผลัดกันชมในชาดกเยอะ ถ้าอ่านเป็นแยกเป็น ความหมายของสมมติเทพ คือเทพที่เป็นสมบัติผลัดกันชม เทพที่เอาลาภ ยศ สรรเสริญที่เป็นโลกียะเป็นหลัก ใครได้ลาภมาก ใครมียศมีอำนาจสูง ใครมีสรรเสริญโด่งดัง เอาอันนี้เป็นอำนาจ คุณได้อำนาจสามนี้ ลาภก็ดี ยศก็ดี โด่งเด่นดังอะไรก็ดีมาให้แก่ตัวเอง ตัวเองก็ใช้อำนาจพวกนี้ได้มาแล้วก็เป็นสุข ไม่ได้มาก็เป็นทุกข์เสื่อมไป ถูกเขาแย่งไปก็เป็นทุกข์ เท่านี้แหละ แย่งกันอยู่ได้นานกี่ล้านล้านๆๆๆชาติ นั่นแหละโง่วนอยู่ตรงนั้นนานมาก ใครรู้สึกได้ว่า เราจะไปวนเวียนอีกกี่ล้านชาติ คนมีไหวพริบคนรู้อันนี้จึงออกจากความวนอย่างนี้ พระพุทธเจ้าท่านมีหลักเกณฑ์ตั้งแต่อบายมุข ตั้งแต่ต่ำสุดของเราล้างออกไป ล้างออกไป สูงขึ้นๆ คุณก็เจริญเป็นลำดับ แล้วสิ่งเหล่านั้นที่ล้างออกมันสะเด็ดเด็ดขาด มันจะไม่เวียนกลับอีกเลย เป็นอนาคามีจนเป็นอรหันต์ทั้งนั้นเลย ทำได้เลย เพราะฉะนั้น อุบัติเทพจึงเป็นโลกุตระ มีทางออกเป็นโลกุตระ ถ้าคุณไม่มีทางออกคุณวนเวียนเป็นสมมติเทพ โลกียะเทวนิยม อย่างเก่งก็เป็นผู้ที่เก่งในทางที่มีความรู้ความสามารถให้คนยอมรับในอำนาจได้ อำนาจใหญ่ที่สุด เรียกในพระเจ้าสมัยโบราณคือพระพรหม ข้านี่แหละใหญ่ๆๆ คือพรหมโลกีย์พรหมเก๊ ก็ยึดได้ สมบัติผลัดกันชมเท่านั้น อาตมาว่าใช้คำว่าสมบัติผลัดกันชม ไม่มีอะไรดีกว่านี้อีกแล้ว มันเป็นโลกแห่งความวน สมบัติผลัดกันชมนี่ สมบัติอะไร สมบัติโลกธรรม ลาภ ยศ สรรเสริญ ได้แค่นั้น เราไม่เกี่ยวแล้ว ลาภจะมากหรือน้อย ไม่มีลาภแต่เราก็มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์แล้ว และเราก็ไม่ต้องมีอยู่ในความอุดมสมบูรณ์ เราก็กินน้อยใช้น้อยอยู่แล้ว เราก็ทำงานให้มากสร้างให้มากสร้างให้ดีแล้วเผื่อแผ่ให้เพื่อนมนุษย์ นี่มันสุดยอดแล้วมนุษย์ มนุษย์โลกุตระก็จบด้วยความรู้อย่างนี้ อาตมาจึงอยู่สุขสบาย แล้วพวกเราก็เข้าใจก็ช่วยกันทำ ก็เลยเกิดพลังงานร่วม พลังงานเป็นองค์รวม สร้างให้มากได้ดีขึ้นพวกเราก็ยิ่งอุดมสมบูรณ์ในสิ่งที่เป็นปัจจัยของชีวิต สิ่งที่ไม่เป็นปัจจัยชีวิต เราก็ไม่ทำ ไม่เสียแคลอรี่กับมัน จะไปสร้างอาวุธอย่างนี้ เอาพลังงานไปสร้างทำไมมันบาปตายชัก อาวุธเป็นตัวอบายมุขที่ร้ายแรงที่สุดที่เป็นมิจฉาวณิชชาข้อที่ 1 อย่ามาสร้างอาวุธ อย่ามาค้าขายอาวุธ มันจะเป็นบาปจะเวรไปอีกนานมากจะแรงมากเลย คอยดูเถอะ พวกที่สร้างอาวุธค้าขาย แล้วตัวอำนาจของอาวุธเป็นตัวอำนาจใหญ่ ฉันสร้างอาวุธได้เก่งมีประสิทธิภาพแรงร้ายมาก คิมจองอึนเหลือเศษที่ตกยุค ใช้อำนาจอาวุธเป็นอำนาจ ตอนนี้ก็กำลังจะเข้ามาสู่หมู่แล้ว ถ้าเขาไม่ยอมรับความจริงแล้วจะฮึดไปสร้างอำนาจอย่างนี้อีก เกาหลีเหนือจะหมดสิ้นไปจากแผนดินโลก นี่ไม่ได้พยากรณ์แต่ขอยืนยันว่าเป็นความจริง ถ้าขืนแอ็กซ์ถ้าไม่ยอมตนว่าเราเป็นประเทศเล็ก เราก็อ่อนน้อมถ่อมตน แล้าเราก็มาเอาวิญญาณด้วยจิต เราก็มาเป็นคนที่มีเมตตาเกื้อกูลมักน้อยสันโดษ อย่าอวดดีว่าเก่งทางอาวุธ ถ้าคุณอวดดีอวดเก่งอาวุธ ตายอย่างเขียดแล้วไม่ได้เหยียดขาตายด้วย ตายอย่างแหลกเลย ตายอย่างเขียดเหยียดขาตายยังมีซากนะ หากว่าคิมจองอึนผยองอีกก็จะตายอย่างเขียดที่ไม่เหลือซากเลย แหลกเป็นผงเลยเพราะว่าอำนาจทุกวันนี้ แม้ขี้เถ้ายังไม่เหลือเลย มันทำลายทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นอย่าทำเป็นเล่นไปเถอะ แต่อาตมาก็เชื่อว่าเกาหลีเหนือก็คงจะรู้ตัว อย่างน้อยเกาหลีใต้ก็สืบเชื้อสายเดียวกันมาก็คงจะช่วยกัน ปลอบประโลมกัน อย่างน้อยที่สุดก็เป็นพี่ อย่างไรก็เป็นญาติกัน มาคืนดีกันอย่างเดิมเถอะ มันก็จะคลี่คลาย ความเป็นญาติก็จะคืนมา สายเลือดสายตระกูลดีเอ็นเอเกาหลีจะคืนมา เกาหลีก็จะผนึกกันที่ก็แยกออกไป จะมีสามัคคีธรรมเกิดขึ้นในโลก ทิศทางมันดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ท่าทีจะประนีประนอมหรือจะต่อสู้กัน ก็ระหว่างคิมจองอึนกับโดนัลด์ทรัมป์ เป็นตัวพระเอกของเรื่อง อาตมาว่าถ้าโดนัลด์ทรัมป์ข่มมากเกินไป คิมจองอึนเกิดไม่ชอบใจก็จะไปร่วมกับเกาหลีใต้หรือผู้ที่เห็นใจเกาหลีเหนือ รวมตัวกัน ก็จะเกิดสองค่ายในสังคมโลก แต่อาตมาก็มั่นใจว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 จะไม่เกิด ไม่เกิดหรอก เพราะธาตุดีของจิตที่เห็นว่าความปรองดองสามัคคีความช่วยเหลือกันนั้นยิ่งใหญ่กว่าการฆ่ากัน จิตมนุษย์ในโลกขณะนี้กำลังรู้แล้วว่าการช่วยเหลือเกื้อกูลเหมือนอย่างหมูป่า มันเหนือชั้นกว่าที่คุณจะฆ่ากัน นี่สองอันนี่ธรรมะสองเทียบกันให้ดี ใครยังคิดจะฆ่ากันนั้นตกยุคแล้ว เขามาช่วยกันแล้วนะตอนนี้ ไปอยู่ในหลุมดำเบอร์มิวด้าที่ไหนอยู่ อย่าไปตกในเครื่องบินมาเลเซียที่ยังหาไม่เจออีกหรือ เขาออกมาได้หมดแล้ว สมณะเดินดินว่า...ผมฟังวันนี้คิดว่าแนวโน้มควรจะประนีประนอมกันมากขึ้น เพราะปฎิภาณก็จะรู้ว่าถ้าประนีประนอมก็จะได้คะแนน พ่อครูว่า...แนวโน้มมันดีไปหมดตอนนี้ เรามีอย่างสำคัญของเรา ไทยนี่แหละ กสิกรแข็งขลังเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ไทยจะเรืองอำนาจเพราะไทยเป็นชาติกสิกรรม เพลงของหลวงวิจิตรวาทการชั้น 1 เลย นี่มันจริงนะ เพราะฉะนั้นเราชาวอโศก ทำกสิกรรมเป็นไหม เก่งไหม เอาเลยๆ ทำขึ้นมาให้เต็มที่เลย อย่าไปขี้เกียจ หากใครขี้เกียจเข้าไปหาไฟพรตามพร แม้แต่สิกขมาตุเป็นหญิงก็ไปหาเลย เอาเลยช่วยกัน ที่ดินของเรา ทำให้อุดมสมบูรณ์เลย ทั้งงามทั้งสวยทั้งดีไม่มีพิษมีภัย ใครเห็นแล้วจะต้องน้ำลายไหล เช็ดไม่ทันเลย และก็ของดี ราคาถูก ซื่อสัตย์ มีน้ำใจ ขายสด งดเชื่อ เบื่อทวง ปวดท้อง สร้างขึ้นมาแล้วก็เป็นของดีราคาถูก หรือแจกได้แจก ไม่เอาระบบสินเชื่อซึ่งเป็นระบบที่เลวที่สุดที่ทำให้สังคมเป็นทุกข์ เราไม่เอา เราใช้แบบสด ขายได้ขาย ขายไม่ได้ก็แจก แจกไม่ได้ก็จะเน่าเสีย เสียดาย จะให้เหลือทำไมก็รีบแจก เหมือนที่เราเคยทำ นี่คือสัจจะ พูดจนสิ้นเกลี้ยงแล้วไม่รู้จะพูดตรงไหน สรุปแล้ว มาเลย เมืองไทยอยู่ในเขตศูนย์สูตร ในพิกัดของโลก เป็นโซนอบอุ่นที่สร้างพืชพรรณธัญญาหารได้ดีมากเลย ทั้งฤดูกาลทั้งแผ่นดินองค์ประกอบต่างๆ ต้องทำให้เป็นประโยชน์เลย ที่ของเรายังพอมี ทำให้มันเต็มที่ไปเลย ยังมีแรงทำอีก อาตมาจะพยายามขวนขวายจะหาทางมีที่เพิ่มอีก ตอนนี้มีนาคำยอด นาโม นาเรามีหลายร้อยไร่ ทั้งนาทั้งสวน จะทำสวนทำนาทำไร่ก็ได้ พวกเราก็มีความรู้อันนี้อยู่แล้ว จึงรู้กาละเทศะนี้ว่าอันนี้ จงตื่นตัว ใครจะเก่งอย่างไรก็ต้องกินอาหารนะ โดยเฉพาะพืชมันกินได้หมดเลย ไม่ว่าศาสนาไหนก็กินได้ วีแกนก็กินได้ อิสลามมากินที่เราก็สบาย เพราะเราสะอาดอยู่แล้ว ไม่มีสิ่งที่เป็นของแสลงของห้ามของพวกเขา อิสลามมาที่เรานี้สบาย เวลาเราไปชุมนุมพวกอิสลามมาอยู่กับเราก็สบาย เขาก็เลยเอาป้ายว่ากองทัพธรรมไปตั้งที่เขาเหมือนกัน แต่เรามันได้ไปแล้วชื่อมูลนิธิของเรากองทัพธรรม
เทวดาที่เป็นอุบัติเหตุจึงมีนัยะแตกต่างจากสมมติเทพ อย่างไรเข้าใจชัดขึ้นหรือยัง สมมุติเทพนั้นคือวนเวียนอยู่ในโลกียสมบัติผลัดกันชม เป็นโลกีย์ ธาตุรู้ที่เริ่มต้นออกจากโลกียะมาเป็นอุบัติเทพได้มาตามลำดับเรียกว่าอุบัติเทพ มาเป็นอุบัติเทพที่เป็นโลกุตระไปได้เรื่อยๆก็เลิกโลกที่เป็นโลกียะที่เรายังติดอยู่ คนนั้นก็ติดอย่างนั้นอย่างนี้ คนนี้ติดความรวยยังไม่ยอมลดความจน อย่าง ดร.ต้อม ปรารถนา ตั้งชื่อให้ใหม่แล้วว่าปรารถนาจน ก็บอกว่าใจยังไม่ถึง ถ้ายอมไปแล้วมันก็จะต้องจนจริงๆ มันยังออกไม่ได้ มันยังไม่ไว้ใจตัวเอง มันยังไม่กล้า เมื่อไหร่จะกล้าก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้ไปไหนไม่ออก อยู่ที่นี่แล้ว สักวันหนึ่งก็ต้องยอมรับชื่อปรารถนาจน จนได้ ตั้งให้แล้วไม่เอาวันหนึ่งก็ต้องเอาจนได้ ก็มันจริง เพราะพวกเรามันชัดแล้ว อย่าว่าแต่ชื่อเลย นามสกุลก็ตั้งกันไม่รู้กี่จนแล้ว จนกระทั่งไม่รู้จะเอาคำว่าจนไปตั้งอะไรกันแล้ว จนอีหลีอีหลอก็ยังมีเลย จนสารพัดจนเลย มันชัดเจนมันมั่นใจ ไม่ไปรวยอีกแล้วมาจนนี่สุดยอด เพราะฉะนั้นมาเป็นเทวดาที่จน แล้วยิ่งจบเทวดาเลย มันไม่มีการลังเลสงสัย มันไม่มีอะไรที่จะแปรปรวนแปรเปลี่ยน มันนิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) จนทิศทางเดียว เป็นแต่เพียงว่าเรายังจนไม่ลงเท่านั้นเอง เหลือมากหรือน้อยก็ของใครของมัน เพราะฉะนั้นสังคมเราจึงเป็นสังคมคนจนที่จริงใจ สังคมที่จนจริงๆ ไม่ใช่สังคมพูดเล่น ล่อลวง dramatic ทุกอย่างเป็นของจริงหมด ไม่มีอะไรแฝงไม่มีเลศเล่ห์ จริงใจจริงจัง มันสุดยอด แล้วมันจนไม่ดียังไง ขอแวะตรงนี้เลย 610713_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ แผ่นดินแห่งอนาคามีที่สมบูรณ์ด้วยสาธารณโภคี