26 ภาคผนวก ฉ ใจเพชร น 2415-2458.docx

โฟลเดอร์Word จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพื่อมวลมนุษยชาติ
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์42 MB
วันที่แก้ไข27 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

ภาคผนวก ฉ ตัวอย่างที่น่าสนใจของผู้ ใช้การแพทย์วิถีธรรม ปรับสมดุลสุขภาพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ตามหลักการแพทย์วิถีพุทธ หนังสือ “ถอดรหัส สุขภาพ เล่ม 2 ความลับฟ้า”

ตัวอย่างที่น่าสนใจของผู้ใช้หลักการแพทย์วิถีธรรม ในการปรับสมดุลสุขภาพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง หนังสือ “ถอดรหัส สุขภาพ เล่ม 2 ความลับฟ้า”

ตัวอย่างที่น่าสนใจของผู้ใช้หลักการแพทย์วิถีธรรม ในการปรับสมดุลสุขภาพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ตามหลักการแพทย์วิถีพุทธ จากที่บันทึกใน หนังสือ “ถอดรหัส สุขภาพ เล่ม 2 ความลับฟ้า” จากหน้า 286 - 354 ที่ผู้วิจัยได้บันทึกไว้ เมื่อปี พ.ศ. 2551 โดยสำหรับ บางท่าน ที่อนุญาต ผู้เขียน (หรือผู้วิจัย) ก็จะกล่าวนาม ส่วนบางท่านที่ผู้เขียน (หรือผู้วิจัย) ไม่ได้ขออนุญาตกล่าวนาม ผู้เขียน (หรือผู้วิจัย) ขอสงวนสิทธิไม่กล่าวนาม

ผู้ที่มีสุขภาพดี ตัวอย่างที่ 1

พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ อายุ 73 ปี ผู้นำชาวบุญนิยม ได้ไปตรวจร่างกายเมื่อปี 2549 ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ทันสมัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้รายงานว่า พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ สมอง มีสมรรถภาพเท่ากันกับคนอายุ 40 ปี หัวใจ มีสมรรถภาพเท่ากันกับคนอายุ 30 ปี ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก แม้ปัจจุบัน (พ.ศ. 2551 ) พ่อท่านสมณะ โพธิรักษ์ก็ยังมีความแข็งแรง แคล่วคล่องแววไวกระฉับกระเฉง เหมือนคนอายุ 4 0 - 50 ปี พ่อท่าน ได้เล่าให้ลูกศิษย์ ฟังเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2549 ที่พุทธสถานสันติอโศก ว่า “ หุ่นก็ดี .. และบรรลุธรรมได้ด้วย .” “ พักนี้อาตมาดูแลเรื่องอาหารมาก เมื่อก่อนเขาทำอาหารมาถวาย มีมามากเท่าไรก็ฉันท์หมดเกือบทุกอย่าง แล้วก็ว่าตัวเองทำไม อ้วนออก ๆ

อ่านต่อ

น้ำหนักไม่ค่อยยอมลดสักที ฝึกใหม่ตอนนี้เขาทำมาถวายน้อยถึงพอดี อาตมาฉันท์ตามขั้นตอน ผอมลงทันตาเลย สบายท้อง สบายตัวจริง ๆ อาตมาขอยืนยันว่า ให้พวกเราฝึกเรื่องการกินตามขั้นตอน กินอาหารธรรมชาติ รสชาติอาหารนี่แหละจะพาเราลด ละกิเลสและพาเราบรรลุธรรมได้จริง ๆ ” ผู้เขียนเคยฟัง พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ เล่าถึงเทคนิคสำคัญในการทำให้มีสุขภาพดี ก็คือ ลดกิเลส กินอาหารรสธรรมชาติ ปรุงรสไม่จัด กินอาหารตามลำดับ กินอาหารแต่พอดี ออกกำลังกาย และทำ อ.อื่น ๆ ใน 8 อ.เพื่อสุขภาพที่ดีให้สมดุล

ปัญหามะเร็ง เนื้องอก ตัวอย่างที่ 2 ชาย อายุ 47 ปี (อาจารย์นงคราญ ก่อคุณ) ที่อยู่ 93 ม. 10 บ.ไผ่ใหญ่ ต.ไผ่ใหญ่ อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบล ฯ ผู้ป่วยมาที่ศูนย์ฝึก ฯ สวนส่างฝัน เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2549 ให้ข้อมูลว่า มีอาการ ปวดออกร้อนสะบักด้านขวาร้าวมาที่ราวนม จึงได้ไปตรวจสุขภาพที่คลินิกแพทย์ ในจังหวัดมหาสารคาม พบเนื้องอกที่ตับ จึงไปตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบล ฯ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น แพทย์ก็ยืนยันว่าพบเนื้องอกที่ตับเช่นเดียวกัน ผู้ป่วยสมัครใจใช้แนวธรรมชาติบำบัดในการรักษา เช่น กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง สวน ล้างลำไส้ใหญ่ด้วยน้ำใบเตยและปรับสมดุลด้วยหลัก 8 อ.อาการเริ่มทุเลาลงตามลำดับ (วันหนึ่งไปกินข้าวแดงซึ่งเป็นอาหารฤทธิ์ร้อน อาการออกร้อนที่สะบักก็กลับมาเป็นอีก พอหยุดข้าวแดง อาการดังกล่าวจึงหายไป) หลังจากที่ปฏิบัติตัวต่อเนื่อง สภาพร่างกายก็ดีขึ้นตามลำดับ จนเดือนมีนาคม 2550 ได้ไปตรวจร่างกาย ด้วยการ อุลตราซาวด์ ที่โรงพยาบาล พบเนื้องอกฝ่อเล็กลง ผู้ป่วยเล่าให้ฟังว่า อาการจะแย่ลงถ้ากินปลา ไข่ หรือยาเม็ดวิตามินต่าง ๆ ผู้เขียนเองเก็บข้อมูลผู้ป่วยมะเร็ง ในขณะรักษาถ้ากินปลาหรือไข่มีโอกาสเสี่ยงที่จะเสียชีวิต ประมาณ 70 % มีโอกาสรอดตายหรือทรมานไม่มากนักหรือยืดอายุออกไป ประมาณ 30 % ถ้ากินเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ๆ ยิ่งแย่กว่าคือ มีโอกาสเสียชีวิตมากกว่า 90 % มีโอกาสรอดตายหรือทรมานไม่มากนักหรือยืดอายุออกไป ไม่ถึง 10 % ส่วนคนที่กินพืชโดยไม่กินเนื้อสัตว์เลย มีโอกาสรอดตายหรือทรมานไม่มากนักหรือยืดอายุออกไป มีมากถึงกว่า 80 % ดังนั้น สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ผู้เขียนมีความเห็นว่า ถ้าเป็นไปได้ควรงดเนื้อสัตว์ทุกชนิด ก็จะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด ถ้าไม่สามารถอดทนต่อการกินอาหารสุขภาพซึ่งไม่มีเนื้อสัตว์ ซ้ำปรุงรสไม่จัด ก็กินอาหารมัง สวิรัติ หรือเจที่ปรุงรสจัดอร่อยสลับกับการกินอาหารสุขภาพก็ได้ เพราะทำให้มีโอกาสรอดตายสูงหรือทรมานไม่มากนักหรือยืดอายุออกไปได้มาก ส่วนผู้ที่ป่วยด้วยโรคอื่น ๆ นั้น จะอดเนื้อสัตว์ได้บ้างไม่ได้บ้างก็ยังพอถูพอไถเพราะยังไม่เสี่ยงตายมากนัก อย่างมากก็แค่ทรมานมากขึ้นเท่านั้นเอง ส่วนวิตามินและอาหารเสริมต่าง ๆ นั้น ถ้าไม่มีข้อบ่งชี้ชัดว่าขาดก็ไม่ควรกิน เพราะผู้เขียนพบความจริงว่าผู้ป่วยจำนวนมาก เมื่อปรับสมดุลจนมีสุขภาพดีขึ้นแล้ว พบว่ามักจะมีสภาพร่างกายทรุดโทรมย่ำแย่ไปกว่าเดิมหลังจากที่กินวิตามินหรืออาหารเสริมต่าง ๆ ตัวอย่างที่ 3 หญิง อายุ 51 ปี (อาจารย์กรองทอง รัตนจันทร์ ) 771 / 1 ต.บ้านค่าย อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ให้ประวัติว่า มีอาการ ปวดไหล่ แขนไม่มีกำลัง ร้อนในมาก นอนไม่ค่อยหลับ ปัสสาวะบ่อย เส้นตึงแข็งไปทั้งตัว เสียงแหบ ออกเสียงลำบาก ตรวจที่โรงพยาบาลพบเนื้องอกที่คอ มาเข้าค่ายสุขภาพ ที่ศูนย์ฝึก ฯ สวนส่างฝัน เมื่อ 17 กรกฎาคม 2549 ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่างนาง โยคะ-กายบริหารและปรับสมดุลด้วยหลัก 8 อ. หลังจากปฏิบัติได้ครบ 5 วัน อาการปวดไหล่ลดลง แขนขามีกำลังขึ้น อาการร้อนในลดลง หลับได้สนิทขึ้น ปัสสาวะได้ดี ไม่กระปิดกระปอย อาการตึงแข็งทั้งตัวทุเลาลง อาการทุกอย่างดีขึ้นตามลำดับ เริ่มออกเสียงได้ตามปกติ พอปฏิบัติได้ 9 เดือน ไปตรวจที่โรงพยาบาลแพทย์บอกว่าไม่พบก้อนเนื้องอก

ตัวอย่างที่ 4 หญิง อายุ 6 5 ปี (เป็นอาจารย์สอนธรรมะ) จังหวัดนครราชสีมา ให้ข้อมูลว่า พบเนื้องอก ที่เต้านม มีอาการอ่อนเพลีย ออกร้อนตามเนื้อตัว แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งและนัดผ่าตัด ผู้ป่วย ไม่อยากผ่าตัด เพราะอายุมากแล้ว จึงมาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึก ฯ สวนส่างฝัน ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ-กายบริหารและปรับสมดุลสุขภาพด้วยหลัก 8 อ. หลังจากปฏิบัติตัวได้ 5 วัน ก้อนแข็งของเนื้องอกที่เต้านมก็อ่อนตัวและเริ่มยุบเล็กลง อาการออกร้อนและอ่อนเพลียก็หายไป

ตัวอย่างที่ 5 ชาย อายุ 37 ปี (คุณปฏิภาณ ถิระรัตน์) ที่อยู่ 13 ม. 4 ต.เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา

ให้ข้อมูลว่า ได้ไปตรวจที่โรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมทอลซิล ลุกลามไปที่โคนลิ้นและต่อมน้ำเหลือง เป็นมา 1 ปี มีอาการปวดในคอและปวดตรงต่อมน้ำเหลืองที่บวม ข้างคอซ้าย ปวดเหมือนโดนเข็มแทง เคล็ด เมื่อย คอแข็ง เวลาหันคอต้องหันไปทั้งตัว อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ได้มาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึก ฯ สวนส่างฝัน เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2550 ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ-กายบริหารและปรับสมดุลสุขภาพด้วย หลัก 8 อ. หลังจากครบ 5 วัน อาการโดยรวมดีขึ้นมาก อาการปวดเคล็ดและปวดเหมือนเข็มแทงหายไป สามารถหันหน้าหันคอได้โดยที่ไม่ต้องหันทั้งตัว อาการบวมแข็งเป็นก้อนที่ใต้คางก็ยุบลง อย่างเห็นได้ชัด จากขนาดเท่าลูกมะนาว ลดลงเท่าลูกแก้วเล็ก ๆ อาการอ่อนเพลียหายไป รู้สึก สดชื่นและมีเรี่ยวแรงกำลังมากขึ้น

ตัวอย่างที่ 6 หญิง อายุ 50 ปี ที่อยู่ 2 0 7 ถ.ธำรงค์ประสิทธิ์ อ.เมือง จ.นครพนม

ให้ข้อมูลว่า มีเนื้องอกที่เต้านมด้านขวา ขนาดประมาณ 2 - 3 เซนติเมตร ปวดมาก เป็นมาได้ 2 เดือน ในช่วงนั้น ตนมีภาวะร้อนเกิน แต่กลับกินอาหารฤทธิ์ร้อนในปริมาณมาก โดยเข้าใจว่าจะช่วยบำรุงสุขภาพของตน เช่น ขมิ้นแคปซูล งา ถั่วลิสงต้ม จมูกข้าวสาลี ข้าวโอ ๊ ต เป็นต้น และตนก็ชอบกินอาหารเค็มจัด เผ็ดจัดอยู่แล้ว มาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึก ฯ สวนส่างฝัน เมื่อ 24 มกราคม 255 0 ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ-กายบริหารและปรับสมดุลสุขภาพด้วย หลัก 8 อ. หลังจากครบ 5 วัน อาการเริ่มทุเลาลง พอปฏิบัติตัวได้ 2 สัปดาห์ อาการปวดก็หายไป เนื้องอกก็อ่อนตัวและเล็กลง

ตัวอย่างที่ 7 หญิง อายุ 74 ปี (นางปราณี ชาลี) ชุมชนหินผาฟ้าน้ำ อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ให้ข้อมูลว่า เป็นมดลูกหย่อน ไปตรวจที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ แพทย์นัดผ่าตัดมดลูก แต่ก่อนผ่า แพทย์ตรวจสุขภาพละเอียด พบจุดขาว ๆ ที่ปอด แพทย์จึงให้กินยารักษาวัณโรค แล้วตรวจอาการละเอียดอีกครั้ง ผลออกมาแพทย์แจ้งว่าเป็นมะเร็งที่ปอดและนัดผ่าตัดปอด อาการที่มีก็คือ ไม่ค่อยมีกำลังและหายใจไม่โล่งเป็นบางครั้ง ผู้ป่วยไม่อยากผ่าตัด ได้มาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึก ฯ สวน ส่างฝัน เมื่อ 14 มีนาคม 255 0 ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ-กายบริหารและปรับสมดุลสุขภาพด้วย หลัก 8 อ. หลังจากครบ 5 วัน รู้สึกเบากาย มีกำลัง หายใจโล่งขึ้น มดลูกที่เคยหย่อนลงมาก็ยุบตัวคืนสู่ภาวะปกติ

ตัวอย่างที่ 8 หญิง อายุ 6 7 ปี 29 ม. 2 ต.นาแต้ อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ให้ข้อมูลว่า มีอาการปวด ออกร้อนท้องและบั้นเอว ไปตรวจที่โรงพยาบาลแพทย์วินิจฉัยว่า เป็นมะเร็งตับ กินยาระงับปวด ที่โรงพยาบาลให้มา อาการก็ทุเลาลงชั่วคราวพอหมดฤทธิ์ยาแล้วก็ปวดอีก แพทย์นัดผ่าตัด ผู้ป่วย ไม่อยากผ่าตัด ได้มาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึก ฯ สวนส่างฝัน เมื่อ 14 มีนาคม 255 0 ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ-กายบริหารและปรับสมดุลสุขภาพด้วย หลัก 8 อ. หลังจากครบ 5 วัน อาการปวดออกร้อน ก็ทุเลาลง ได้หยุดยาแผนปัจจุบัน และปฏิบัติตัวอย่างต่อเนื่องได้ 3 เดือน อาการก็ทุเลาลงตามลำดับ มีอาการปวดร้อนบ้างเป็นบางครั้ง แต่ก็ไม่รุนแรงเท่าเดิม

ตัวอย่างที่ 9 หญิง อายุ 70 ปี บ้านโนนค้อทุ่ง ต.โพนเมืองน้อย อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ ให้ข้อมูลว่า มีอาการจุกเสียดแน่นท้อง ปวดท้อง ปวดเอว ไปตรวจที่โรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยว่า เป็นมะเร็งที่ตับระยะสุดท้าย และแพทย์บอกว่าอยู่ได้ไม่เกิน 1 เดือน ได้มาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึก ฯ สวนส่างฝัน เมื่อต้นปี 2549 ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ-กายบริหารและปรับสมดุลสุขภาพด้วย หลัก 8 อ. หลังจากครบ 5 วัน อาการดังกล่าวหายไป หลังจากปฏิบัติ ตัวได้ ประมาณ 2 เดือน ได้ไปฉีดยาวิตามิน อาการก็กำเริบขึ้นมาอีกอย่างรุนแรง จึงมาถอนพิษที่ สวนส่างฝัน อาการก็ทุเลาลง ภายใน 3 วัน ผู้ป่วยก็ปฏิบัติตัวมาเรื่อย ๆ ปัจจุบัน (มิถุนายน 255 0 ) ผ่านมาได้ 1 ปี กว่า ๆ ผู้ป่วยก็ยังมีชีวิตอยู่

ตัวอย่างที่ 10 หญิง อายุ 48 ปี ที่อยู่ 274 ธำรงค์ประสิทธิ์ อ.เมือง จ.นครพนม ให้ข้อมูลว่า ตรวจพบ ก้อนเล็ก ๆ ที่เต้านมด้านขวา รู้สึกวิตกกังวลมาก มีอาการโคลงเคลงเหมือนอยู่ในเรือ บางครั้งก็มาก บางครั้งก็น้อย ปวดตามเส้นด้านขวา ปวดที่ตา หลังและเท้า เฉพาะนิ้วหัวแม่เท้าด้านขวา มีอาการชาอย่างมาก ในท้องมีแก๊สเยอะ หลังอาหารเย็นต้องเดินช่วยย่อย บางครั้งต้องออกกำลังกายยกแขน เพื่อช่วยให้เรอออกทางปากจึงจะนอนได้ ใต้ซี่โครงด้านซ้ายจะมีอาการชาตลอดและบางครั้งเวลา เข้าห้องน้ำจะมีอาการปวดมวนในบริเวณนี้ด้วย บางทีถ้าผายลมออกได้ อาการมึนนี้ก็จะเบาลง มักปวดท้อง ปวดแบบมีการระบม ประมาณช่วง ตี 1 - 2 มักลุกปัสสาวะกลางดึก ประมาณ 1 - 2 ครั้ง บริเวณจมูกจะแห้งมาก มาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึก ฯ สวนส่างฝัน เมื่อ 26 มีนาคม 255 0 ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอา หารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ-กา ยบริหารและปรับสมดุลสุขภาพด้วย หลัก 8 อ. หลังจากครบ 5 วัน อาการทุกอย่างทุเลาลงมาก หลังจากปฏิบัติตัวต่อเนื่องได้ 2 เดือน ก้อนเนื้องอกก็ยุบหายไป

ตัวอย่างที่ 11 หญิง อายุ 36 ปี (คุณจารุวรรณ ช่วงอรุณ) ที่อยู่ 8 0 2 / 913 ม. 12 ต.คูคด อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ให้ข้อมูลว่า ประมาณ เมื่อ พ.ค. 25 49 ตรวจพบก้อนที่เต้านมด้านขวา ก้อนลักษณะอุ่น ๆ ร้อน ๆ ประมาณเท่าข้อนิ้วก้อย เมื่อ ส.ค. 2 5 49 แพทย์นัดผ่าตัด นำชิ้นเนื้อส่งตรวจและ ตรวจร่างกายโดยละเอียด แล้วแพทย์ก็วินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมระยะสุดท้ายและกระจายไปที่ตับ ผู้ป่วยกินอาหารฤทธิ์เย็น ฝึกคลายเครียดและถอนพิษร้อนตามแนวธรรมชาติบำบัดอย่างเคร่งครัด ต่อเนื่อง 4 เดือน สภาพร่างกายและจิตใจดีขึ้นตามลำดับ หลังจากนั้นก็กินมังสวิรัติธรรมดาทั่วไป เมื่อ เม.ย. 25 50 ไปตรวจที่โรงพยาบาล แพทย์บอกว่าไม่พบเซลล์มะเร็ง ผู้ป่วยให้ประวัติว่ามักกินข้าวเหนียวหมูปิ้ง เนื้อทอด บะหมี่ซอง กาแฟ น้ำอัดลมเป็นประจำ เคร่งเครียดกับการงานมาก เป็นคนมุ่งมั่นและปักมั่นทำสิ่งใดก็ต้องให้สำเร็จ นอนดึก มักทำงานล่วงเวลาเสมอ ๆ ทั้งหมดเป็นเหตุปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคร้ายขึ้น พอปรับเปลี่ยน วิถีชีวิตและพฤติกรรมการบริโภคให้ถูกต้อง ร่างกายและจิตใจก็ดีขึ้น

ตัวอย่างที่ 12

หญิง อายุ 35 ปี 59 ม. 7 ต.ดอนโอง อ.โพธ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด ให้ข้อมูลว่า มีอาการปวดแสบ ปวดร้อนในช่องท้องและชายโครงด้านขวา คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก ไปตรวจที่โรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย ซึ่งลุกลามมาจากเต้านมที่เป็นมะเร็ง ที่ได้ผ่าตัดออกมาก่อนหน้านี้แล้ว ได้ทดลองรักษาด้วยการกินวิตามินและอาหารเสริมต่าง ๆ อาการก็ไม่ทุเลาลง ทดลองกินอาหารและสมุนไพรรสเผ็ดร้อน อาการก็ยิ่งทรุดหนักลงไปอีก ได้มาเข้าค่ายสุขภาพ ที่ศูนย์ฝึก ฯ สวนส่างฝัน เมื่อ 28 มกราคม 255 0 ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ-กายบริหารและปรับสมดุลสุขภาพด้วย หลัก 8 อ. หลังจากครบ 5 วัน มีอาการดีขึ้น ไม่มีอาการปวดแสบร้อน ท้องไม่ผูก รู้สึกสดชื่นแจ่มใส แข็งแรงขึ้น ใช้ชีวิตได้ตามปกติ ปฏิบัติตัวต่อเนื่องอย่างมีสุขภาพที่ดีมาได้ประมาณ 5 เดือน ก็ทดลองกินมะม่วงสุก (มีฤทธิ์ร้อนมาก) และผัดเส้นก๋วยเตี๋ยวใส่ไข่ (มีฤทธิ์ร้อนมาก) ซึ่งแสลงต่อโรค ทำให้อาการกลับกำเริบมาอีกครั้ง ผู้ป่วยรู้สึกตกใจ ขวัญหนีดีฝ่อ เสียกำลังใจและอ่อนแรง ได้โทรมาหาผู้เขียน ผู้เขียนจึงได้ ให้ข้อมูลในทำนองว่า คนเป็นมะเร็งจะรอดหรือไม่ อยู่ที่ปากและใจ คือปากสามารถกินอาหาร ที่สมดุลต่อร่างกายได้ ส่วนจิตใจก็ปล่อยวางความติดยึดในเรื่องต่าง ๆ ปล่อยวางความกลัว ความวิตกกังวลให้ได้มากที่สุด ทำใจให้สบาย มีศรัทธา กำลังใจและมั่นใจในการปฏิบัติ มีความสุขและเห็นคุณค่าของการปฏิบัติ อย่างน้อยเราก็ได้ฝึกบำเพ็ญเมตตาบารมี บำเพ็ญลดกิเลส อันเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ทรมาน ก็เป็นบุญเป็นกุศลในชีวิต จะได้ช่วยบรรเทาทุกข์ให้น้อยลงทั้งในชาตินี้และชาติหน้า การฝึกกระทำดังกล่าว จะทำให้มีโอกาสฟื้นได้มากที่สุดหรือเป็นผลดีต่อสุขภาพมากที่สุด ผู้ป่วยหลายคนที่พอมีอาการทรุดหน่อย ก็ท้อถอยหมดกำลังใจ ก็ยิ่งจะทำให้อาการแย่ลงเร็ว อย่าว่าแต่ผู้ป่วยเลย ขนาดนักกีฬา ที่ฝึกร่างกายจนแข็งแรง เวลาแข่งขันแล้วเกิดพลาดท่า เสียแต้มเสียคะแนน แล้วตกใจ ใจเสีย ใจฝ่อ กำลังใจตก ยังส่งผลให้หมดเรี่ยวหมดแรง หมดสมรรถนะในการต่อสู้ ทำให้ต่อสู้ได้ไม่ดี ส่วนบางคนแม้จะเป็นรอง แทบจะไม่มีทางชนะ แต่มีกำลังใจต่อสู้ โดยไม่มีความกดดัน ไม่วิตกกังวลอะไรเพราะเขาทำใจว่า แพ้ก็ได้ ชนะก็ได้ จึงสบายใจในการต่อสู้ กลับมีเรี่ยวแรง มีสมรรถนะที่ดีในการต่อสู้ และได้ผลออกมาดีเพราะเขามีความสุข มีความยินดีที่ได้ทำดีที่สุดในการต่อสู้ นั่นคือเราได้ประโยชน์ที่มนุษย์ควรได้แล้ว ส่วนผลจะออกมาอย่างไร ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เรามีความสุขกับการทำดีที่สุด โดยผลที่ออกมาไม่สามารถทำร้ายจิตใจเราได้ เรามุ่งหมายและลงมือทำให้เกิดสภาพที่ดีที่สุด ให้เกิดสภาพทุเลาเบาบางจากโรคภัยไข้เจ็บให้มากที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ตามองค์ประกอบเหตุปัจจัย ณ เวลานั้น ถ้าปรับสมดุลให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้ก็ทำ ถ้าทำดีที่สุดแล้วได้ผลดีที่สุดเท่านั้นขนาดนั้น ก็พอใจเต็มใจในผลที่ดีที่สุดที่เป็นไปได้จริง ซึ่งสิ่งที่ดีที่สุด ที่เป็นไปได้จริงตามองค์ประกอบเหตุปัจจัย ณ เวลานั้น อาจจะแพ้ก็ได้ ชนะก็ได้ หายก็ได้ ไม่หาย ก็ได้ ตายก็ได้ ไม่ตายก็ได้ และฝึกทำใจในใจว่าเมื่อเราได้ยินดีเพ่งเพียรปรับสมดุลอย่างดีที่สุดที่เราจะทำได้แล้ว องค์ประกอบเหตุปัจจัยจัดสรรให้ร่างกายมันตั้งอยู่ก็ให้มันตั้งอยู่ จัดสรรให้ร่างกายมันเสื่อมไปก็ให้มันเสื่อมไป หรือจัดสรรให้โรคภัยไข้เจ็บทุเลาเบาบางได้มากที่สุดเท่าไหร่ก็พอใจเท่านั้น รู้จักพอใจในผลและรู้จักวางใจไม่ยึดผลนั้นว่าเป็นตัวเราของเราถาวร เพราะไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร มันก็จะเกิดขึ้น ตั้งอยู่ตามฤทธิ์แรงของเหตุและดับไปเป็นธรรมดาเมื่อหมดฤทธิ์แรงของเหตุนั้น เราอาศัยผลนั้นอยู่ชั่วคราวเท่านั้นเอง เป็นสภาพปล่อยวางจากแรงกดดันของผล (ถ้าเรามีความวิตกกังวลติดยึดกับสิ่งอื่นก็ควรจะปล่อยวางโดยการพิจารณาทุกข์โทษภัยของการติดยึดด้วย จะทำให้เราวางใจได้เพราะถ้าเราวางใจได้ก็จะทำให้เกิดผลดีต่อร่างกายและจิตใจเรา) และเราก็ได้เรียนรู้ว่าทำเหตุอย่างนี้ เกิดผลอย่างนี้ เรามีสิทธิและหน้าที่ในการยินดีเพียรทำเหตุที่ดีและยินดีตรวจสอบผล แต่เราไม่มีสิทธิและหน้าที่ใจร้อนเร่งผลหรือทุกข์กับผล เพราะผลไม่ได้เกิดจากการใจร้อนเร่งผล แต่ผลเกิดจาก การทำเหตุ ทำเหตุได้ดีได้สมดุลเท่าไหร่ ผลก็จะเกิดตามองค์ประกอบเหตุปัจจัยและความเพียรที่เราทำเท่านั้น ๆ ถ้าเราเปลืองพลังเปลืองเวลาไปใจร้อนเร่งผลหรือทุกข์กับผล จะทำให้เราทั้งเครียดและเปลืองพลังโดยเปล่าประโยชน์ ซ้ำยังเป็นโทษบั่นทอนจิตใจและร่างกายด้วย สิ่งสำคัญก็คือเราควรมีความผาสุกทางใจ มีความยินดีในการทำกุศล ในการทำต้นเหตุของการลดทุกข์ ในทุก ๆ เวลา ถึงแม้จะต้องสิ้นชีวิตก็ตามเพราะทั้งชาตินี้และชาติหน้าเราจะได้ทุกข์ทรมานน้อยที่สุด นั้นแหละคือกิจที่เราควรทำ เป็นการกระทำที่ผลของการกระทำไม่สามารถกดดัน ให้เรามีความหวาดกลัววิตกกังวล เป็นสภาพกระทำเหตุที่ดีด้วยความยินดีพอใจเต็มใจและตรวจสอบผลอย่างยินดีพอดีเต็มใจแล้วปล่อยวางไม่ทุกข์ร้อน ก่อให้เกิดความผาสุกทางจิตใจและเกิดผลดีต่อสุขภาพกายของเรามากที่สุด เรา ควรเพียรสร้างเหตุแต่ไม่ควรใจร้อนเร่งผล เพราะการใจร้อนเร่งผลนั้นพระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นอภิชปา (ตัณหาล้ำหน้า) นอกจากจะไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว ยังเป็นผลเสีย ทำให้เคร่งเครียด บั่นทอนกำลัง บั่นทอนสุขภาพทั้งกายและใจ เนื่องจากเป็นการสร้างความอยากในสิ่งที่เกิน ความเป็นไปได้จริง ทำให้ร่างกายผลิตพลังงานขึ้นมาเพื่อผลักดันให้ทำตามความต้องการที่ เป็นไปไม่ได้จริงนั้น ยิ่งความต้องการที่ไม่รู้จักหยุดไม่รู้จักพอมากเท่าไหร่ ก็จะกระตุ้นให้ร่างกายผลิตพลังงานเผาทำร้ายเซลล์เนื้อเยื่อของตนเองมากเท่านั้น การยึดติดเคร่งเครียด การวิตกกังวลหวาดกลัว การท้อแท้ท้อถอย ตกใจ ใจฝ่อ เสียกำลังใจ จะเกิดผลเสียต่อร่างกายและจิตใจเรา อย่ากลัวตาย ก็ในเมื่อหายจากโรคก็ต้องตาย ไม่หายจากโรค ก็ต้องตาย ไม่ผู้ใดที่ไม่ตาย ความตายไม่ใช่เรื่องแปลก แล้วจะต้องกลัวตายให้ขาดทุนให้เกิดผลเสียต่อกายใจทำไม อย่ากลัวไม่หายโรค เพราะการกลัวไม่ได้ช่วยให้หายโรค ต่อให้เรากลัวได้มันก็เป็นสิ่งที่มันเป็นอยู่แล้ว ซ้ำร้ายความกลัวกลับทำให้โรคกำเริบรุนแรงยิ่งขึ้น การยอมรับความจริง การ ไม่กลัวและการลงมือสร้างปรับสมดุลสุขภาพต่างหากที่จะทำให้หายโรคหรือทำให้โรคภัยไข้เจ็บทุเลาเบาบาง คุณจะกลัวหรือไม่กลัว โรคมันก็หายอยู่แล้ว เพราะในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดเที่ยง ไม่หายตอนนี้ก็หายตอนหน้า ไม่หายตอนเป็นก็หายตอนตาย กลัวให้ขาดทุนทำไม อย่าเสียพลังเสียเวลาไปกลัวเลย เอาแรงพลังและเวลาที่ใช้ในการกลัวมารักษาตัวเองดีกว่า เราไม่มีเวลาจะไปกลัวอีกแล้ว มีแต่เวลาลงมือทำสิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำได้ทุกวินาที ผู้ป่วยรายนี้ก็เริ่มกลับมามีกำลังใจเริ่มกินอาหารสุขภาพและปรับสมดุลใหม่อีกครั้ง อาการก็ค่อย ๆ ทุเลาลงตามลำดับ ตัวอย่างที่ 13 หญิง อายุ 78 ปี 41 / 2 ม. 1 ต.คำอาฮวน อ.เมือง จ.มุกดาหาร ให้ข้อมูลว่าไปตรวจที่โรงพยาบาลพบเนื้องอกที่ตับ แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งที่ตับและถุงน้ำดี มีอาการปวดท้อง กินอาหารแล้วไม่ย่อย ท้องอืด ปวดตามขาเหมือนเส้นเอ็นยึด เริ่มมีอาการเมื่อ สิงหาคม 2548 มาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึก ฯ สวนส่างฝัน เมื่อ 7 พฤษภาคม 2549 ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ-กายบริหารและปรับสมดุลสุขภาพด้วย หลัก 8 อ. หลังจากครบ 5 วัน ตัวเบาขึ้น หายท้องอืด ผายลมได้สะดวก ไม่มีอาการปวดขา เส้นเอ็นที่ขาคลายตัวไม่ตึง เมื่อ เมษายน 2550 ผู้ป่วยมาให้ข้อมูลกับผู้เขียนที่ศีรษะอโศก (ผู้เขียนไปทำค่ายสุขภาพที่นั่น) บอกว่าร่างกายปกติดี อาการไม่สบายต่าง ๆ หายไปหมดแล้ว เมื่อเดือนมิถุนายน 2550 ได้ไปตรวจที่โรงพยาบาล แพทย์ตรวจไม่พบเนื้องอก ผู้เขียนพบข้อมูลที่น่าสนใจอย่างหนึ่งก็คือ ผู้ที่ใฝ่ในธรรม โรคภัยไข้เจ็บมักจะทุเลาเบาบางหรือหาย ได้เร็ว ได้มากกว่าผู้ที่ไม่ใฝ่ในธรรม ผู้ป่วยท่านนี้ก็เช่นเดียวกัน เป็นผู้ที่เพ่งเพียรปฏิบัติธรรมมานาน ผู้เขียนเคยได้รับความเมตตา ได้รับอาหาร ได้อาศัยที่พัก จากผู้ป่วยท่านนี้อยู่เสมอ ในตอนที่ท่านยังไม่เจ็บป่วย และนับเป็นบุญของผู้เขียนที่ได้มีโอกาสตอบบุญแทนคุณท่านบ้าง

ตัวอย่างที่ 14 ชาย อายุ 6 2 ปี ที่อยู่ 137 ม. 5 ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ให้ข้อมูลว่า เมื่อ ปี 2540 ปัสสาวะเป็นเลือด แต่ไม่มีอาการเจ็บเลย แต่ถ้าเป็นได้ 3 วัน เลือดไม่หยุด จะเป็นลิ่มและปัสสาวะ ไม่ออก ต้องใช้สายสวนออก ไปตรวจที่โรงพยาบาล แพทย์ส่องกล้องทางท่อปัสสาวะ วินิจฉัยว่าเป็นเนื้อร้าย รักษาด้วยการจี้ไฟฟ้าที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เสียค่าใช้จ่ายประมาณ 5 หมื่นบาท พอปี 25 47 กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง เป็น ๆ หาย ๆ ไม่ได้ไปหาแพทย์อีก รักษาด้วยตนเองด้วยการกินหญ้าปักกิ่ง ปลายเดือน มิถุนายน 2549 ในขณะที่เดินทางมาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึก ฯ สวนส่างฝัน มีอาการปัสสาวะเป็นเลือด ผู้ป่วยได้ติดต่อมาที่ผู้เขียน ผู้เขียนได้แนะนำให้หาเครื่องดื่มหรือสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นกิน ผู้ป่วยจึงหาน้ำเฉาก๊วย ซึ่งมีฤทธิ์เย็นมาดื่ม และกินฟ้าทะลายโจรแคปซูล ปัสสาวะเริ่มใสขึ้นเรื่อย ๆ เลือดหยุดไหลและหายเป็นปกติภายใน 4 ชั่วโมง หลังจาก มาเข้าค่ายสุขภาพได้ 5 วัน ซึ่งใช้อาหารฤทธิ์เย็น ดื่มน้ำย่านาง กายบริหารและปรับสมดุลด้วยหลัก 8 อ. อาการดีขึ้นมาก นาน ๆ จะมีเลือดออกมาเพียงเล็กน้อย แล้วก็หยุดไป เมื่อ 11 กันยายน 2549 ผู้ป่วยให้ข้อมูลว่ารู้สึกแข็งแรงขึ้นมาก เวลาทำงานก้ม ๆ เงย ๆ ไม่รู้สึกปวดเมื่อยเหมือนเดิม

ตัวอย่างที่ 15 หญิง อายุ 36 ปี ที่อยู่ พุทธสถานปฐมอโศก ต.พระประโทน อ.เมือง จ.นครปฐม ให้ข้อมูลว่า เป็นไวรัสตับอักเสบบี มา 10 กว่าปี เมื่อ 2 - 3 ปีที่ผ่านมา มีอาการปัสสาวะบ่อย คอแห้งบ่อย ปวดคอมานานหลายปี เป็นเริมบ่อย ลมหายใจร้อนและเป็นก้อนที่เต้านม เมื่อ 1 - 2 เดือนที่ผ่านมา มีอาการใจสั่น เหนื่อย ปวดประจำเดือนและก้มกราบพระได้ยาก มาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึก ฯ สวนส่างฝัน เมื่อ 14 มีนาคม 2550 ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ กายบริหารและปรับสมดุลสุขภาพด้วย หลัก 8 อ. หลังจากครบ 5 วันและปฏิบัติตัวต่อเนื่องได้ 1 เดือน ทำให้เก็บปัสสาวะได้มากขึ้น ปัสสาวะน้อยครั้งลง อาการคอแห้ง ปวดคอ เริม ลมหายใจร้อน ปวดประจำเดือนและการก้มกราบพระได้ยาก อาการดังกล่าวหายไป ขนคิ้วมากขึ้น ก้อนที่ เต้านมเริ่มเล็กลง ส้นเท้าแตกน้อยลง อาการใจสั่นและเหนื่อยน้อยล ง

ตัวอย่างที่ 16 หญิง อายุ 36 ปี ที่อยู่ 37 ม. 10 ต.รอบเมือง อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด ให้ข้อมูลว่า เมื่อปี 2547 ไปตรวจที่โรงพยาบาลแพทย์วินิจฉัยว่า ที่มดลูกเป็นเนื้องอกระยะก่อนมะเร็งระยะที่ 3 มีอาการอ่อนเพลีย เป็นตกขาวออกเหลือง ค ันบริเวณช่ อ งคลอด รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ด้วยการ จี้ด้วยขดลวดไฟฟ้า หลังจากจี้อาการเป็นปกติ แต่พอปี 2548 อาการกลับมาเป็นอีก คือ ตกขาว คันที่ช่ อ งคลอด น้ำหนักตัวลด อ่อนเพลีย ปวดขึ้นไหปลาร้า รักษาด้วยการจี้อีกครั้ง หลังจี้จะมี อาการตัวร้อน ปวด อ่อนเพลีย มีก้อนแข็งที่เต้านม มาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึก ฯ สวนส่างฝัน เมื่อ มิถุนายน 2549 ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ-กายบริหารและ ปรับสมดุลสุขภาพด้วย หลัก 8 อ. หลังจากเข้าค่ายอบรม 5 วัน อาการปวดเมื่อย ตัวร้อนและตกขาว ทุเลาลง หลังจากกลับไปปฏิบัติตัวต่อเนื่อง อาการก็ทุเลาตามลำดับ วันใดที่ออกนอกกรอบ คือไปกินอาหารฤทธิ์ร้อน เคร่งเครียดหรือใจร้อน อาการทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นอีก พอปฏิบัติตัว อย่างเคร่งครัด อาการทุกอย่างก็จะทุเลาลง

ตัวอย่างที่ 17

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน