21-9 ภาคผนวก ก ใจเพชร น 1357-1456.docx

โฟลเดอร์Word จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพื่อมวลมนุษยชาติ
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์1.91 MB
วันที่แก้ไข27 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

ส่วนที่ยังมีอาการเจ็บ คือ บริเวณหน้าอก ถ้าไอหรือจามก็จะรู้สึกเจ็บ แต่ค ุ ณหมอก็บอกว่าไม่มีปัญหาอะไร ในการขับถ่ายแรก ๆ ที่กลับจากโรงพยาบาล เวลาจะเข้าห้องน้ำเพื่อจะขับถ่ายเองหรือจะทำการสวนล้างลำไส้ ใหญ่ พี่อ ี๊ ดจะนั่งรถเข็นไปห้องน้ำ แต่ตอนหลังก็จะขับถ่ายในที่พัก เพราะเกรงว่าจะกระเทือนถึงแผล เรื่องอาหารในตอนเช้าจะปั่นน้ำผักผลไม้ให้ก่อนแล้วค่อยกินอาหารเมื่อรู้สึกหิวหรือได้เวลากินอาหาร ซึ่งพี่อ ี๊ ดขอให้เพิ่มฤทธิ์ร้อนผสมด้วยเพราะกินแล้วรู้สึกได้พลังมากขึ้น วันหนึ่งมีเมนูข้าวคลุกกะปิแต่รสไม่จัด ปรากฏว่าพี่อ ี๊ด กินจนหมดจานและบอกว่ารู้สึกสบายตัวและมีพลังขึ้นวันต่อมาจึงมีเมนูน้ำพริกกะปิ เจ ตามมาอีกพร้อมกับผักลวก ผักสด พี่อ ี๊ ดก็กินหมดอีก พร้อมบอกว่าถั่วพูกินกับน้ำพริกเข้ากันดี ก็ตั้งข้อสังเกตว่าพี่อ ี๊ ดคงจะกินอาหารฤทธิ์เย็นมามากแล้วถึงเวลาที่ร่างกายคงต้องการอาหารฤทธิ์ร้อนบ้าง เทคนิค 9 ข้อ ของแพทย์วิถีธรรม ที่พี่อี๊ดได้ใช้มาตลอดคือ ข้อ 8 การใช้ธรรมะทำใจให้สบายผ่อนคลายความเครียด พี่อี๊ดเล่าให้ฟังว่าการที่ได้รับบา ด เจ็บในครั้งนี้ไม่รู้สึกทุกข์หรือกังวลอะไร มีสติรู้ตัวอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ที่ต้องติดอยู่ในรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุจนไปอยู่ในโรงพยาบาลแล้วกลับมาที่ดอนตาล ถึงแม้ว่าจะไม่อยู่ในสภาพเดิมที่เคยช่วยเหลือตัวเองได้ เคยทำอะไรหลาย ๆ อย่างได้ ต้อง มา อยู่ในสภาพที่เคลื่อนไหวไม่สะดวก แต่ใจก็ไม่รู้สึกทุกข์ไม่รู้สึกกังวล ไม่เหมือนครั้งที่เป็นเริมที่ ใบ หน้า และ ครั้งที่ มีอาการคันตามตัว ครั้งนั้นจะทุกข์มากมีความกังวลมาก ต่างจาค ครั้งนี้ ที่ ไม่มีความทุกข์ใจเลย แม้ร่างกายจะมีความเจ็บแต่ใจก็ยังสบายไม่ได้เจ็บไปกับกาย (กมลพรรณ ฮอฟแมน. ผู้ให้ข้อมูล . 2558, มีนาคม 22 ) กรณีศึกษาที่ 2.52

อ่านต่อ

นายครองศิลป์ รักภักดี 4201160 -249555 ชายไทย อายุ 47 ปี จิตอาสาแพ ท ย์วิถีพุทธ สวนป่านาบุญ 1 อำเภอ ดอนตาล จังหวัด มุกดาหาร นายครองศิลป์ รักภักดี จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ ได้รับอุบัติเหตุร่วมในรถตู้ เย็นวันที่ 1 5 กุมภาพันธ์ 2 558 เวลาประมาณ 21 . 45 น. สถ านที่เกิดเหตุ สี่แยกหัวตะพาน อำเภอ ม่วงสามสิบ จังหวัด อุบล ราชธานี ร อยต่อแดนอำเภอ ลืออำนาจ จังหวัด อำนาจเจริญ อาการบาดเจ็บตำแหน่งที่ได้รับบาดเจ็บ บาดแผลผิว หนังฉีกขาดเล็กน้อย ประมาณ 1 เซนติเมตร แผลไม่ลึก ตรงกลางกระดูกหน้าแข้ง เสียเลือดเล็กน้อย ไม่ได้ทำแผล ล้างแผล ที่โรงพยาบาลแต่ อย่างไร แผลบริเวณหน้าผากด้านขวาเหนือคิ้วขวา และหัวคิ้วขวาเกิดเป็นรอย ถลอกแดงช้ำแต่ไม่เสียเลือดคั่งในผิวหนัง บริเวณแผลกว้างประมาณ 3- 5 เซ็นติเมตร รักษาตัวประมาณ 1 สัปดาห์ ก็หายจนเป็นปกติ ขณะที่เข้าโรงพยาบาลแล้วจิตใจยังดีอยู่ครับ หน้าผากโนครับ แผลถลอกที่หน้าแข้งเล็กน้อยครับ เจ็บ บริเวณหน้าอกด้านขวาจากแรงกระแท กกับคอนโซลหน้ารถทำให้มีอาการแน่น หน้าอก ปวดระบม หายใจติดขัดเล็กน้อย ภายหลังจาก X - ray แล้ว กระดูกไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ กล้ามเนื้อแค่ฟกช้ำเล็กน้อย หลังเจออุบัติเหตุประมาณ 3 0 นาที การหายใจที่ติดขัดก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนเกือบปกติ สำหรับอาการ 3 อาการ ข้างต้นนั้น ไม่ได้รักษาโดยใช้ยาจากโรง พยาบาลแต่อย่างใด ไปที่โรงพยาบาล ลืออำนาจ แค่ X - ray และทำความสะอาดแผลเท่านั้น โ ดยผมได้ดื่ม น้ำปัสสาวะ และใช้น้ำปัสสาวะลูบทา บริเวณที่มีอาการทั้ง 3 ตำแหน่ง อาการก็ดีขึ้นภายใน 3 0 นาที สภาวะที่เกิดขึ้น ขณะอยู่ในเหตุการณ์และหลังเหตุการณ์การเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนี้ ผู้ขับ ขับ ด้วยความเร็วไม่ต่ำกว่า 1 00 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง จังหวัด อุบล ราชธานี มุ่งหน้าไปปลายทางที่ตัวเมืองอำนาจเจริญ ในเวลาประมาณ 21 . 45 น. ตรงสี่แยกหัวตะพานไม่มีไฟสว่างส่วนถนนสี่แยกด้านหน้ามีไฟส่องสว่างอยู่ด้านซ้ายมือแยกไปหัวตะพานเท่านั้น แยกไปขวามือ ก็ไม่มีไฟมืดสนิทด้วย อาการของผู้ขับที่อาจเมื่อยล้าจากกิจกรรมตอนกลางวันความม ื ดด้านหน้ารถความไม ่ คุ้นเคยกับเส้นทาง หรือ ปัจจัยอื่น ๆ อีกก็ตาม ผู้ขับตัดสินใจเลี้ยวซ้ายฉับพลันตรงสี่แยกนี้ไม่ลดความเร็ว ไม่มีเบรกห้ามล้อใด ๆ ผู้ขับขี่ อุทาน เสียงดังว่าโอ๊ย !!!! 2 ครั้งอาจด้วยสะดุ้งตกใจเหนือการควบคุมหรืออะไรสักอย่าง รถพุ่งด้วยความเร็วฉีกโค้งตรงไปยังเสาไฟฟ้า อีกเลนถนนหนึ่ง ทางขวามือคนขับ หน้ารถฟาดเข้าอ ย่างจังกับต้นเสาไฟเหล็กกลมขนาด 4 นิ้วยุบ ตีเข้ามาทั้งแถบ อัดหน้ารถให้ยุบเข้ามาพวงมาลัยยุบเข้ามา คอนโทรลยุบเข้ามาอัดตัวผู้ขับไว้กับเบาะที่นั่งเสาไฟเบียดเสียดล้อรถด้านหน ้าขวามือหลุดไปกองอยู่กับพื้น ผู้วิจัย ได้เดิ นทางมาดูรถตู้ที่ประสบเหตุที่ อำเภอ ม่วงสามสิบ จังหวัด อุบลรา ชธานี ผมนั่งเบาะซ้ายด้านหน้ารถคู่กับคนขับ ขณะอยู่ในสภาวะอุบัติเหตุมีความรู้สึกว่า หลังจากได้ยินเสีย ง ร้อง โอ๊ย !! ด้วยความตกใจของผู้ขับ ผมเหลือบตาดูคนขับ ผมยิ้มขึ้นมาบนใบหน้า หันหน้ามองตรงไปด้านหน้าออกไปจากกระจกรถข้างหน้ามืดมิดไม่เห็นอะไรความรู้สึกผมเป็นไปอย่างเชื่องช้า ผมยิ้มให้ตนเองรู้สึกกับตนเองว่าดูซิ ตาล ( คนขับ) จะแก้ปัญหาอย่างไรผมรู้สึกตัวเบาลอยขึ้นมาได้ ทุกอย่างผ่อนคลาย ปลอดโปร่งอย่างยิ่ง ไม่มีอาการหวาดผวา ตระหนกตกตื่นอย่างใดทั้งสิ้นรถพุ่งไปช้า ๆ ในความรู้สึกของผมแต่ข้างนอกมันเร็วมาก ในความรู้สึกชาวบ้านแถวนั้นเมื่อเรากลับมาสอบถามเขา ในภายหลัง สภาวะที่ได้ไม่มีหวาดกลัว สะดุ้งตกใจตื่นใด ๆ ร่างกายผ่อนคลายปล่อยวางทุกอย่างส ิ้ น สติรับรู้ตลอดเวลา หลังเหตุการณ์ผ่านไปผมได้สภาวะ เป็นความรู้สึกจริงในใจตนขึ้นมาว่า วันนี้มันเป็นบุญกุศลของผมที่เข้ามาตักเตือน ให้ผมอย่าประมาทในการพากเพียรล้างกิเลสกาม ราคะ อัตตา มานะ ของตนเองให้พากเพียรทำเต็ม ๆ สุด ๆ รีบเร่งให้เร็ว ๆ ที่สุดก่อน “ หมายเหตุแม้กระทั่งญาติธรรมจากบ้านราชฯ เองก็ได้นำอาหารและสมุนไพรมาส่งให้ กำลังใจจากอาจารย์ หมอเขียว และพี่น้องเราล้นเหลือ เราได้เห็นวัฒนธรรมขององค์กร พี่น้องที่ อยู่ในพื้นที่ก็ช่วยกันทำงานเบื้องหลังอย่างเต็มที่เต็มกำลังเพราะอาชีพทำงานฟรี งานไม่มีหมด ” ถอดความหมอให้กำลังใจพี่ตาลวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2558 บันทึกเสียง ธรรมะจาก ผู้วิจัย เพื่อ ให้กำลังใจกับจิตอาสาอิทธิชัย จันทชาติ ( ตาล ) รวมถึงจิตอาสาที่ประสบอุบัติเหตุ (รวม 3 ท่าน) บันทึกเสียงและส่งไปทาง ไลน์ “อ้าวส่งกำลังใจให้นะทำใจให้สบายไม่ต้องกังวลอะไรตอนนี้ได้บอกวิธีทำยาไปแล้ว ที่จะช่วยหยุดเลือด ที่มันยังไหลไม่หยุดอยู่นะให้กินยาตัวนั้นไป ทายาตัวนั้น ประคบยาตัวนั ้นก็จะดีขึ้นนะ สิ่งที่เราต้องทำ คือ ทำใจให้สบายไม่ต้องกังวลอะไรนะ อะไรจะเป็นก็ให้มันเป็น อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด เราได้ทำหน้าที่ ๆ ให้มันดีที่สุด ในสนามแห่งความดี เป็นบุญกุศลสูงสุดแล้วในชีวิตเรา ก็ขอให้เราภาคภูมิใจในการบำเพ็ญของเรา นักรบจะมีความสุขเมื่อได้บำเพ็ญท่ามกลางสนามรบเรา สนามแห่งความดีเราควรจะมีความสุขนะที่เราได้บำเพ็ญในสนามแห่งความดี บาดเจ็บในสนามรบ ตายในสนามรบก็เป็นความภาคภูมิใจที่สุดของการทำหน้าที่ของทหารนะ คนเราก็มีการบาดเจ็บก็เป็นบุญกุศลสูงสุดในชีวิตเราแล้ว ขอให้เราภาคภูมิใจสุขใจ และก็ปล่อยวางใจให้สบาย ปล่อยให้ร่างกายมันซ่อมแซมของมันไป ปล่อยให้บุญกุศลที่เราทำมาให้มันซ่อมแซมร่างกายไป ทำจิตใจของเรานั้นให้สุขสบายเข้าไว้ ปล่อยวางไม่ต้องกังวลอะไร ปล่อยให้พลังแห่งความดีที่เราได้บำเพ็ญมาได้ออกฤทธิ์ ออกฤทธิ์ให้เรานั้นสุขสบาย ให้ซ่อมสร้างร่างกายของเราให้แข็งแรง ที่เ หลือเราก็ใช้ด้านวัตถุช่วยเหลือไป บอกให้เขาให้ทำยาให้รับประทานแล้ว ที่จะช่วยร่างกายให้ฟื้นได้เร็ว ให้หยุดเลือด ให้เลือดลมไหลเวียนได้เร็ว ให้ร่างกายมันซ่อมแซมฟื้นฟูได้เร็วได้บอกไปแล้วทั้งยากินและตัวที่จะเอา ไปประคบนะทำไปตามนั้นแหละ ตัวเราก็ต้องทำใจให้สบายนั่นแหละเป็นหลัก ทำใจให้สบาย ไม่ต้องกังวลอะไร เรียนรู้บุญกุศลที่เราได้ทำมา ให้บุญกุศลเขาออกฤทธิ์แล้วชีวิตของเราก็จะอยู่เย็นเป็นสุขจะฟื้นได้เร็วปล่อยวางใจให้ดี ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งสิ้นนะ อะไรจะเป็นก็ให้มันเป็น เราทำหน้าที่ ๆ ดีที่สุดของเรา เราได้เกิดการบาดเจ็บหรือไม่สบายต่าง ๆ ในขณ ะ ที ่ทำหน้าที่เป็นบุญกุศลสูงสุดแล้ว ในชีวิตของเรานะ เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจที่สุดแล้วจงปล่อยวางกุศลให้ทำหน้าที่ ของเขา ทำใจให้ สบายไม่ต้องกังวลอะไร เจริญธรรม ” ข้อมูลบางส่วนที่เกี่ยวกับ สาบเสือ จากการบรรยายของอาจารย์หมอเขียว ในค่ายสุขภาพค่ายหนึ่งในปี พ.ศ. 2557 มีดังนี้คือ “สาบเสือ มีประสิทธิภาพสูงมากในการหยุดเลือดและสมานแผลตอนเด็ก ๆ เป็นบาดแผล เคี้ยว ๆ แล้วเอามาแปะแผล เคี้ยวม ั นดีนะอย่าไปกลัวว่ามันจะอันตรายนะ ที่เคี้ยวบางคนเคี้ยวไม่กล้ามาแปะ ทีเคี้ยวอาหารทำไมกลืนได้ที่ปากคนจะมีด่าง ด่างจะทำ การ ย่อยสลายพอเราเคี้ยวสาบเสือจะได้ด่าง ย่อยธาตุออกมาแล้วมันจะเร็ว มันจะดี มันจะเร็วในการรักษามันจะสมานแผลดีมาก แก้ปวดดีมาก สมานแผลแก้ปวดหยุดเลือดอยู่ในนั้นข้างนอกก็รักษาดี ข้างในก็รักษาดี คนที่เขาตกเลือดอะไรต่าง ๆ ให้กินเข้าไปแล้วหยุดเลือดดีสาบเสือจะผสมสมุนไพรฤทธิ์ร้อนเย็นก็แล้วแต่ จะ ไปต้มได้ ใครไม่กล้ากินสมุนไพรสด จะเอาไปต้มก็ได้ มันไม่ดีเท่ากับสดหรอกใ นอนาคตสาบเสือจะเป็นสมุนไพรที่ ยิ่งใหญ่เลย มีงานวิจัยหลายอย่าง พบ ในสาบเสือมีธาตุที่เป็นประโยชน์เยอะเลย ให้ไปเ สิร์ช ในเน็ตพิมพ์คำว่าสาบเสือ มีธาตุเยอะแยะไปหมดเวลาเป็นไข้ เลือดออก แก้ไข้เลือดอ อกดีมากเลย เป็นไข้เลือดออกบอกเข าไปเลย ให้ ปั่นทำสมุนไพรฤทธิ์เย็นเนี่ย ทำเป ็ นน้ำ ปั่นใส่ ใบ ข้าว ใส่ย่านางดีมาก มันจะแก้เลือดออกข้างใน ที่เราเป็นปัญหาเลือดไหลไม่หยุด เขามีตัวที่ทำให้เลือดแข็งตัวได้ดี มีตัวแก้อักเสบ และสมานแผล อยู่ในตัว 1.ผมเคยให้ผู้ป่วยที่เลือดไหลทางลำไส้ ดีท็อกซ์ ด้วยสาบเสือ หยุดเลือดได้ 2.ริดสีดวงทวารเลือดไหลออกมาเยอะ ๆ ผมใช้สาบเสือ 3.เวลาผู้หญิงตกเลือดเลือดไหลทางมดลูก ผมจะให้กินสมุนไพรฤทธิ์เย็นผสมสาบเสือ ยิ่งมีน้ำมะพร้าวด้วย ผู้หญิงที่ตกเลือดน่ะนะปั่นสมุนไพรฤทธิ์เย็นกับสาบเสือ ใส่น้ำมะพร้าวแล้วกินเข้าไปเลย มันจะหยุดเลือดเร็วมากเลย 4.ปัสสาวะเป็นเลือด หมักสาบเสือกับปัสสาวะ ใส่ทั้งต้นทั้งใบก็ได้ หั่นเล็ก ๆ หั่นหรือ ไม่หั่นก ็ได้ แช่ทั นทีใช้ได้ทันที ถ้าจะให้ดี 3 วัน กลิ่นยังไม่เข้าท่า 7 วันขึ้น ไป แก้อักเสบดีมาก 6 เดือนมีคนเอาไปวัด ค่า PH 10 เป็นด่างอย่างยอดเยี่ยมเลย หมักใส่อะไรก็ได้ เป็นจะดีหน่อยไม่มีกลิ่นน้ำปัสสาวะเย็น ผมเจ็บคอมาก หมักปัสสาวะไว้ 6 เดือน แล้วมาดื่ม อาการปวด เจ็บคอ ลดลงทันที ” ( กมลพรรณ ฮอฟแมน . ผู้ให้ข้อมูล . 2558 , มีนาคม 22 ) กรณีศึกษาที่ 2.53 นางสาวส่องหล้า เทพเชาว์นะ หญิงไทย อายุ 52 ปี อาชีพ รับราชการครู ชำนาญการพิเศษ จังหวัด นครราชสีมา มะเร็งเต้านมด้านซ้าย ระยะที่ 1 รู้จักแพทย์วิถีธรรม จาก เพื่อนบ้านแนะนำแรงจูงใจที่ทำให้ท่านเป็น จิตอาสาแพ ท ย์วิถีพุทธ มีเ ป้าหมายการศึกษาแพทย์วิถีธรรม คือประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน (พึ่งตนและช่วยคนให้พ้น ทุกข์) อย่าปล่อยให้ชีวิตสูญเปล่าไปวัน ๆ จงพากเพียรทำความดี เผยแพร่ความรู้ช่วยเหลือ ได้นำความรู้ ไปปฏิบัติกับพี่น้องครอบครัว เช่น การสวนล้างลำไส้ใหญ่ ผลคือทำแล้วสบาย สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้รับประทานอาหารปรับสมดุลร่างกายตามลำดับการออกกำลังกาย กดจุดลมปราณ โยคะ กายบริหารที่ถูกต้อง นอกจากจะพาพี่น้องทำแล้ว ยังนำไปเปิดสอนให้กับประชาชนในงานที่ตนเองรับผิดชอบ ซึ่งได ้ผลดีมาก เช่น ประชาชนหายปวดหลัง ปวดเอว อาการนอนไม่หลับ ก็หลับสบายดี ปัญหาอุปสรรคในการช่วยเหลือผู้อื่น ปรับทัศนคติในการหันมาใช้หลักการ แพทย์วิถี ธรรม ปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการดูแลตนเองหรือพึ่งตนตามหลักแพทย์วิถีธรร ม การใช้ธรรมะ และ การฝึกใช้ ยาเม็ดที่ 8 ต้องทนเพียร และทำอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือผู้อื่น ต้องทำเป็นตัวอย่าง เป็นพ่อแบบแม่แบบให้คนอื่นเห็น เหมือน คุณหมอเขียว ทำให้คนอื่นดู ( ตัวอย่างที่ดี มีค่ากว่าคำสอน) ประโยชน์หรือข้อคิดที่ได้จากการร่วมเดินธรรมจาริก ได้ฝึกความสงบสำรวมเมตตาคนข้างเคียงฝึกการเสียสละ ความอดทน เรียนรู้การปรับสมดุลร้อนเย็น (ส่องหล้า เทพเชาว์นะ. บันทึก . 2557, พฤศจิกายน 20 ) กรณีศึกษาที่ 2.54 นางสาว สำรวย เดชดี 4269105 -147955 หญิงไทย อายุ 59 ปี อาชีพ ทำแชมพู ครีมนวดผม จังหวัด กรุงเทพ มหานคร ปวดเมื่อยธรรมดา รู้จักการแพทย์วิถีธรรมได้อย่างไรเดิมเคยเป็นญาติธรรมชาวอโศก คุณหมอก็เป็นชาวอโศก และนำพาการออกกำลังกาย สอน การกินอาหาร ให้ธรรมะที่เป็นสัจ ธรรม (รู้สึกสะดุด) แรงจูงใจที่ทำให้ท่านเป็น จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ เพราะการศึกษาของแพทย์วิถีธรรมเป็นการศึกษาเพื่อลดกิเลส และช่วยโลก ปัจจัยที่ทำให้ประสบ ความสำเร็จในการช่วยเหลือผู้อื่น หรือเผยแพร่ความรู้การแพทย์วิถี ธรร ม 1. มีการอบรมให้ความรู้แก่ผู้สนใจอยู่เสมอ 2. โดยใช้สื่อต่าง ๆ เช่น หนังสือ , แผ่นพับ , CD, DVD, MP 3 , รายการทีวี (สำรวย เดชดี. บันทึก . 255 8 , มีนาคม 20 ) 4333875 19050 กรณีศึกษาที่ 2.55 นางสาว สิริรัตน์ ธนพรไพศาล หญิงไทย อายุ 59 ปี อาชีพทันตแพทย์ประจำโรงพยาบาลเอกชน จังหวัดกรุงเทพมหานคร อาการผื่นแดงหลังตาและคอ โดยเป็น ๆ หาย ๆ รู้จักการแพทย์วิถีธรรม จากการบอกเล่าของเพื่อน แรงจูงใจที่ทำให้ เ ป็น จิตอาสาแพ ท ย์วิถีพุทธ เพื่อ สามารถเป็นหมอดูแลตนเองและสามารถไปแนะนำคนอื่น ๆ ให้ดูแลตนเองได้ เนื่องจากยังทำงานเป็นทันตแพทย์ประจำโรงพยาบาลเอกชนอยู่ จ ึง ได้พบคนไข้ที่เป็นโรคต่าง ๆ มากมายมาทำฟันกับตนเอง ก็ได้แนะนำคนไข้ที่เป็นมะเร็งหรือป่วยหนักหลายคนให้ไปเข้าค่ายสุขภาพ 7 วันได้หลายคน และเขาสามารถกลับบ้านดูแลตัวเองต่อได้ ปัญหาอุปสรรคในการดูแลตนเองหรือพึ่งตนตามหลักแพทย์วิถีธรรม มีเรื่องใหญ่คือการลดกิเลส เรื่องการ ไม่ทานเนื้อสัตว์ ปัญหาอุ ปสรรคในการช่วยเหลือผู้อื่น หรือ เผยแพร่ความรู้แพทย์วิถีธรรม ปัญหาใหญ่คือคนส่วนใหญ่ยังยึดมั่นกับการแพทย์แผนปัจจุบันคิดว่า สิ่งนั้นคือดีที่สุด ใช่ที่สุด ปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการดูแลตนเองหรือพึ่งตนตามหลักแพทย์วิถีธรรม คือ การประหยัด เรียบง่าย ทำเอาเองได้ ไม่ต้องคอยให้คนอื่นทำให้ ปัจจัยที่ทำให้ประสบความส ำเร็จในการช่วยเหลือผู้อื่น หรือ เผยแพร่ความรู้การ แพทย์วิถี ธรรม การแพทย์วิถีธรรมเป็นจริงตลอด กาล ไม่มีใครลบล้างได้เพราะเป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้มา โดยอาจารย์หมอเขียวได้นำมาเผยแพร่ให้ทุกคนได้รู้ แนวทางในการพัฒนา จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ ในปัจจุบันอาจารย์หมอเขียวได้พัฒนา จิตอาสาโดยเน้นการลดกิเลสและอัตตาในตัวจิตอาสาเอง ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกต้องถูกตรง เพราะ จิตอาสาจะเข้มแข็งขึ้น สามัคคีกันมากขึ้น แนวทางในการเผยแพร่การแพทย์วิถีธรรม รูปแบบการจัดค่ายสุขภาพทั่วประเทศทุกวันนี้ทำมาถูกทางแล้ว โดยได้เน้นการเข้าสู่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขโดยตรง โดยเน้น อสม. อบต. ต่าง ๆ ร่วมกันจัดค่ายพัฒนาเจ้าหน้าที่สุขภาพก่อน ที่จะนำไปสู่ประชาชนต่าง ๆ ต่อไป ทั้งเจาะลึกและด้านกว้างควบคู่กันไป ประโยชน์หรือข้อคิดที่ได้จากการร่วมเดินธรรมจาริก สิ่งที่ได้คือความทรหดอดทน ได้เห็นถึงพลังหมู่กลุ่มที่ร่วมกันเดินผลักดันให้มีพลังมากขึ้น ( สิริรัตน์ ธนพรไพศาล . บันทึก . 2558, มีนาคม 20 ) ก รณีศึกษาที่ 2.56 นางสาว สุชนา ทิวถนอม 4304665 -236855 หญิงไทย อายุ 45 ปี อาชีพ จิตอาสาแพ ท ย์วิถีพุทธ จั ง หวัด กรุงเทพมหานคร สุขภาพไม่แข็งแรง เหนื่อยง่าย ติดเชื้อง่ายท้องอืด และท้องผูกเป็นประจำ รู้จักการแพทย์วิถีธรรมได้อย่างไร เพื่อนที่วัดธรรมกายแนะนำ แรงจูงใจที่ทำให้มาเป็น จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ ป่วย ปัญหาอุปสรรคในการดูแลตนเอง การกำจัดกิเลสในรูปของกามและอัตตา ยังทำได้ไม่ดี ใจไม่แข็งและอาจยังประมาทอยู่ ปัญหาอุปสรรคในการช่วยเหลือผู้อื่น หรือเผยแพร่ความรู้แพทย์วิถีธรรม ผู้คนส่วนใหญ่ ยังยึดติดอยู่กับการพึ่งพาผู้อื่นไม่เคยชินกับการพึ่งพาตนเอง บางครั้งการสื่อสารข้อมูลทางแพทย์วิถี ธรรมออกไปบางครั้งจึงไม่ได้รับการยอมรับโดยง่าย หรืออาจจะรับได้ก็เป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้น ปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการดูแลตนเองหรือพึ่งตนตามหลักแพทย์วิถีธรรม ความเจ็บป่วย ความทุกข์ใจแสนสาหัสที่ไม่มีแนวทางไหนสามารถชี้ทางให้พ้นทุกข์ได้ ปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร ็จในการช่วยเหลือผู้อื่น หรือ เผยแพร่ความรู้การแพทย์วิถี ธรรม ความจริงหรือสัจจะ และการมีใจที่อยากจะให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน แนวทางในการพัฒนา จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ 1. การเรียนการสอนจาการฝึกปฏิบัติช่วยคนจริงในค่ายสุขภาพ เพราะเป็นโอกาสที่เหมาะสมที่สุดที่จะได้เรียนรู้ฝึกฝนปฏิบัติการช่วยเหลือคนอย่างแท้จริง เ รียนรู้การฝึกเป็นจิตอาสาที่ดี 2. การเรียนการสอนจากค่ายแฟนพันธ์แท้ทำให้เรียนรู้เทคนิคในการช่วยเหลือผู้คนได้ ห ลากหลายวิธี 3. การเรียนการสอนจากค่ายพระไตรปิฎก ทำให้ได้เรียนรู้ธรรมะที่จะนำพาให้เราพ้นทุกข์ได้อย่างแท้จริง แนวทางในการเผยแพร่การแพทย์วิถีธรรมควรทำการเผยแพร่ผ่านทางหน่วย งานสาธารณสุข ประโยชน์หรือข้อคิดที่ได้จากการร่วมเดินธรรมจาริก การตั้งตนอยู่ในความลำบาก กุศลธรรมเจริญยิ่ง เป็นคำสอนที่จริง ทำให้ตัวเองขยันฝึกซ้อมเดิน ทำให้ร่างกายแข็งแรง ทำให้เห็นความทุกข์ยากของตนและของผู้อื่นทำให้เกิดความเห็นใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือกันและกัน ( สุชนา ทิวถนอม . บันทึก . 2558, มีนาคม 20 ) กรณีศึกษาที่ 2.57 Miss Supanee Siriwarothakul หญิงไทย อายุ 47 ปี อาชีพ Physical therapist รัฐฟลอริด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา ประวัติเป็นคนสุขภาพดี ตื่นตัว ออกกำลังกาย และทำสมาธิ รู้จักการแพทย์วิถีธรรม จากเพื่อน ปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการดูแลตนเองหรือพึ่งตนตามหลักแพทย์วิถีธรรม คือ ต้องการมีสุขภาพดีและปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ( W ant to be healthy and follow Dhamma from Buddha ) ปัจจัยที่ทำให้ประสบความส ำเร็จในการช่วยเหลือผู้อื่น หรือ เผยแพร่ความรู้การ แพทย์วิถี ธรรม คือ ต้องการให้ผู้อื่นมีสุขภาพดีด้วย โดยเฉพาะคนที่เรารัก และต้องไม่รู้สึกแย่เมื่อเขาไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราคิด เราเพียงแค่แบ่งปันประสบการณ์ที่ดีในแนวทางนี้ให้กับเขา ( W ant them to be hea l thy too especially my love one and try not to get mad when they didn’t go along. I just told them my good experience with this way. ) แนวทางในการพัฒนา จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ คือ ทำตัวอย่างที่ดีที่ตน แล้วคนอื่นเขาจะเห็นเอง ( P ut yourself for good example and people will see it. ) แนวทางในการเผยแพร่การแพทย์วิถี ธรรม คือ การแนะนำชี้ประเด็นตัวอย่างที่ดี คนส่วนใหญ่ชอบการวิจัยที่เป้าหมายชัดเจน ชาวต่างชาติที่ไม่ได้เป็นชาวพุทธก็ยากที่จะเข้าใจในศาสตร์นี้ ( N eed to point the good examples. People here like the research in objective. Most of them not Buddhist, it is really hard from them to understand. ) ( Supanee Siriwarothakul . บันทึก . 2557, พฤศจิกายน 15 ) กรณีศึกษาที่ 2.58 นางกานดา ศักดิ์ศรชัย 4256405 -232410 หญิงไทย อายุ 65 ปี อาชีพ เกษียนอายุราชการ จ ังหวัด อุตรดิตถ์ สุขภาพค่อนข้างดี รู้จักการแพทย์วิถีธรรม เนื่องจา กโรงพยาบาล อุตรดิตถ์ จัดอบรมค่าย สุขภาพ 1 วัน แรงจูงใจที่ทำให้ป็น จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ คือ ได้ ฟังอาจารย์ หมอเขียว คิดได้ว่าค วรทำตนให้เป็นประโยชน์ เผยแพร่ความรู้ช่วยเหลือผู้อื่น กับคนใกล้ชิดเมื ่อไม่สบายและยินยอมกับผู้ร่วมงาน หรือ ผู้ป่วยตามโอกาส ปัญหาอุปสรรคในการดูแลตนเองหรือพึ่งตนตามหลักแพทย์วิถี ธรรม ไม่ค่อยมั่นใจการประเมินภาวะไม่สมดุลเวลาแก้ก็เดา ๆ และลองดู ปัญหาอุปสรรคในการช่วยเหลือผู้อื่นหรือเผยแพร่ความรู้แพทย์วิถีธรรม ผู้อื่นไม่ทราบแนวคิดการเจ็บป่วยแบบวิถีธรรม ไม่มีประสบการณ์และความมั่นใจทำไปเดี๋ยวไม่ดีขึ้นจะต้องไปรับผิดชอบ ปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการดูแลตนเองหรือพึ่งตนตามหลักแพทย์วิถีธรรม แก้ ปัญหาแล้วได้ผลโดยพึ่งตนได้ใช้ของใกล้ตัวและไม่มีผลแทรกซ้อน ปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือผู้อื่น หรือเผยแพร่ความรู้การแพทย์วิถี ธรรม มีความรู้ เข้าใจผู้อื่นและเป็นแบบอย่าง แนวทางในการพัฒนา จิตอาสาแพ ท ย์วิถีพุทธ หมั่นฟังธ รรมและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทบทวนและ พิจารณาธรรม ฝึกสมาธิ ฝึกสติเข้าหมู่กลุ่มเพิ่มพลังบ้างเมื่อเริ่มอยู่กับที่หรือถดถอย ประโยชน์หรือข้อคิดที่ได้จากการร่วมเดินธรรมจาริก เห็นความเชื่อมโยงพลังธรรม ะ กับสุขภาพ เรียงลำดับ ตามที่รู้สึกว่าง่ายไม่ซับซ้อนใช้เวลาสั้น ๆ และใกล้ตัว ( กานดา ศักดิ์ศรชัย . บันทึก . 2557, พฤศจิกายน 15 ) กรณีศึกษาที่ 2.59 นายสรณ ลีลาสันติธรรม 4425950 -280670 ชายไทย อายุ 62 ปี อาชีพ จิตอาสาศูนย์ บาท จ ังหวัด นนทบุรี ก่อนมาแพทย์วิถีธรรมเป็นโรคความดันโลหิตสูง ตอนนี้หายเป็นปกติแล้ว รู้จักการแพทย์วิถีธรรมทางทีวีดาวเทียม ASTV และ FMTV มาเป็น จิตอาสาแพ ท ย์วิถีพุทธ เพราะมีผลตอบ แทนคือทำให้หายป่วย โดย ใช้ยา 9 เม็ด ซึ่ง เ ป็ นวิธีที่ เรียบง่าย รวดเร็ว เช่น กดจุด ลมปราณ กัวซา ดีท็อกซ์ หากมีโอกาสเผยแพร่ความรู้แพทย์วิถี ธรรมก็ ขอแค่ให้มีโอกาส แม้น้อย ก็จะทำ เพราะ ทำ ได้ ในทุกที่ทุกทาง เหตุปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการดูแลตนเองตามหลักแพทย์วิถีธรรม คือ จิตใจความช่วยเหลือ ซึ่งเราพร้อมช่วยเหลือได้ทุกเวลา รูปแบบหรือแนวทางในการพัฒนา จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ จิตอาส า ต้องมีจิตใจอาสาก่อนรูปแบบหรือแนวทางในการเผยแพร่การแพทย์วิถีธรรม ทุกคนต้องช่วยกันสร้างทำสิ่งที่ทำได้ตามที่มี ควรมีเทคนิคเพิ่มเติมจาก 9 ข้อที่มีอยู่เดิม ตามแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและตามความสะดวกตามความถนัดของแต่ละคน ( สรณ ลีลาสันติธรรม . บันทึก . 2557, พฤศจิกายน 15 ) 4324350 41275 กรณีศึกษาที่ 2.60 นางสาวปทิตตา จารุวรรณชัย หญิงไทย อายุ 39 ปี อาชีพ จิตอาสา จังหวัด กรุงเทพ มหานคร เป็นหวัดบ่อย เพลีย รู้จักการแพทย์วิถีธรรม คนในครอบครัวแนะนำ แรงจูงใจที่ทำให้ท่านเป็น จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ มีความสุขที่ได้ทำ ทำแล้วสบายใจ ทำเท่าที่ทำได้ เผยแพร่ความรู้ช่วยเหลือผู้อื่นหลัก ๆ แนะนำให้ความรู้ผู้ป่วยและผู้ที่สนใจผ่านทางเฟส บุค หากผู้ป่วยยินดีเปิดเผยข้อมูลก็จะนำมาประชาสัมพันธ์ไว้ที่หน้าเว ป มีทั้งเคสผู้ป่วยไปเข้าอบรมจาก ที่ค่าย และเรียนรู้ด้วยตนเอง ผ่านสื่อเน็ต และผู้ที่ติดปัญหาแล้วเขียนมาปรึกษา ปัญหาอุปสรรคในการดูแลตนเองหรือพึ่งตนตามหลักแพทย์วิถีธรรม ใ นบางครั้งเกิดจากภาระหน้าที่งาน บางครั้งเกิดจากกิเลส จึงทำให้ยังป่วย ปัญหาอุปสรรคในการช่วยเหลือผู้อื่นหรือเผยแพร่ความรู้แพทย์วิถีธรรม พื้นฐานการรับรู้ไม่เหมือนกัน ผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาลภายใต้การดูแลของแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนปัจจุบัน ไม่ยอมรับ ญาติผู้ป่วยมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้ป่วยผู้ป่วยไม่สามารถตัดสินใจเองได้ ความศรัทธาของผู้ป่วยมีไม่มากพอ ผู้ป่วยปฏิเสธการรับรู้ ผู้ป่วยฟังแล้วตีความผิด เช่น ในเรื่องของอาหารร้อนเย็น ให้ทานอาหารฤทธิ์เย็นแต่ไปทานอาหารฤทธิ์ร้อนและผู้ป่วยเข้าใจว่าเป็นอาหารฤทธิ์เย็น ผู้ป่วยเร่งผลการรักษา ผู้ป่วยนึกไม่ออกเมื่อฟังอธิบายแล้ว เช่น รสชาติวิธีการการเข้าถึงแหล่งข้อมูล เช่น บ้านไกล ไม่มี อินเทอร์เน็ต ใช้เครื่องมือสื่อสารไม่เป็น ปัจจัย พิการทางสายตา พิการทางหู ปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการดูแลตนเองหรือพึ่งตนตามหลักแพทย์วิถีธรรม ศรัทธาในกฎแห่งกรรม ปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือผู้อื่นหรือเผยแพร่ความรู้การแพทย์วิถี ธรรม วิบากกรรมจะจัดสรรให้ลงตัว ความจริงใจและประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยของผู้ให้คำปรึกษา แนวทางในการพัฒนา จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ ในกรณีที่คนจำนวนน้อย การถ่ายทอดและระบบพี่เลี้ยงมีส่วนช่วยได้มาก แต่หากมีจำนวนมากขึ้น เพื่อให้ข้อมูลไม่บิดเบือนหรือเพี้ยนไปจากต้นฉบับ ควรจัดทำสรุปเป็นคู่มือหรือแนวทางในการปฏิบัติตนของจิตอาสา แนวทางในการเผยแพร่การแพทย์วิถีธรรมเพื่อให้ข้อมูลไม่เพี้ยน ควรจัดทำเป็นคู่ม

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน