34 ภาคผนวก ฑ น 2833-3022.docx
เนื้อหาในไฟล์
ภาคผนวก ฑ “คำคมเพชรจากใจเพชร” “คำสอนตามสถานการณ์ เพชรจากใจเพชร” “คำคมเพชรจากใจเพชร” และ “คำสอนตามสถานการณ์ เพชรจากใจเพชร” เป็นสำนวนคำสอนที่ผู้วิจัยได้ถ่ายทอดและสื่อให้กับจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ ผู้เข้าค่ายสุขภาพ และผู้สนใจทั่วไป ในการบรรยายอบรมในค่ายอบรมสุขภาพแพทย์วิถีธรรม การบรรยายเนื้อหาสุขภาพเชิงลึกตามหลักพระไตรปิฎกในค่ายแฟนพันธุ์แท้พระไตรปิฎกแพทย์วิถีธรรมค่ายพระไตรปิฎกนักศึกษาแพทย์วิถีธรรม การประชุมปรึกษาหารือกิจกรรมการงานต่าง ๆ ของเครือข่ายแพทย์วิถีธรรมในโอกาสและวาระต่าง ๆ กันรวมถึงการประชุมเตรียมงานก่อนและหลังเสร็จการทำกิจกรรมการงานของหมู่กลุ่มที่เรียกว่า“การประชุมเตวิชโช” การพูดคุยแลกเปลี่ยนสนทนาธรรม การแสดงธรรม เพื่อทบทวนธรรม ใคร่ครวญธรรม ที่ผ่านการสื่อสารในช่องทางแบบปากต่อปาก หนังสือ วารสาร แผ่นพับ ดีวีดี วีซีดี เอ็มพี 3 รายการโทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต ยูทูฟ เพสบุ๊ค ไลน์ เป็นต้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538-2558 เพื่อใช้พัฒนาจิตวิญญาณความเป็นพุทธะของ จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ ที่จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธได้รวบรวมและบันทึกไว้ในระหว่างปีพ.ศ. 2538-2558 รวมจำนวน 909 สำนวน หรือคำสอนดังนี้ 5105400 -622299 5105400 -622299 ส่วนที่ 1. ตารางที่ 45 “คำคมเพชรจากใจเพชร” ที่ได้มีการเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ในเฟสเพจชื่อ “คำคมเพชรจากใจเพชร”เรียงลำดับตามยอดการเข้าถึง รวมจำนวน 60 สำนวน (จากตารางที่ 40 บทที่ 8) ส่วนที่ 2. ตารางภาคผนวกที่ 46 “คำสอนตามสถานการณ์ เพชรจากใจเพชร”ที่ได้มี การเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ในเฟสเพจชื่อ “เพจถอดเทป-แยกหัวข้อบรรยายและบันทึก การประชุม” เรียงลำดับตามยอดการเข้าถึงรวมจำนวน 18 คำสอน ส่วนที่ 3.
อ่านต่อ
คำคมเพชรจากใจเพชร แยกตามรายปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538-2558 ตารางที่ 47 คำคมเพชรจากใจเพชร ประจำปี พ.ศ. 2558 จำนวน 119 สำนวน ตารางที่ 48 คำคมเพชรจากใจเพชร ประจำปี พ.ศ. 2557 จำนวน 157 สำนวน ตารางที่ 49 คำคมเพชรจากใจเพชร ประจำปี พ.ศ. 2556 จำนวน 23 สำนวน ตารางที่ 50 คำคมเพชรจากใจเพชร ประจำปี พ.ศ. 2538-2555 จำนวน 532 สำนวน ส่วนที่ 1. “คำคมเพชรจากใจเพชร”และ “คำสอนตามสถานการณ์ เพชรจากใจเพชร” ที่ได้มีการเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ในเฟสเพจชื่อ “คำคมเพชรจากใจเพชร” เพื่อเป็นประโยชน์กับผองชน ได้มีผู้ที่เห็นประโยชน์ที่ได้เข้ามาติดตามและเข้าถึงข้อมูล ที่ได้นำมาเรียบเรียงนำเสนอเป็นบางส่วนในงานวิจัยนี้ 60 สำนวน โดยนำเสนอเรียงลำดับตามจำนวนคนเข้าถึง และได้แสดงจำนวนของความเห็นว่า “ถูกใจ” พร้อมวิเคราะห์ว่าเข้ากับหลักพุทธธรรมในหมวดใด ดังนี้ ตารางที่ 45 “คำคมเพชรจากใจเพชร” ที่ได้มีการเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ในเฟสเพจชื่อ “คำคมเพชรจากใจเพชร”เรียงลำดับตามยอดการเข้าถึงรวมจำนวน 60 สำนวน ลำดับ คำคมเพชรจากใจเพชร จำนวนคนเข้าถึง ถูกใจ ตรงกับหลัก พุทธธรรมหมวด 1 “คนไม่ซื่อสัตย์ต่อคู่ครอง ไปมีผัวน้อย เมียน้อยคุณว่าเป็นคนดีหรือคนไม่ดี คนไม่ดีใช่ไหม ? แล้วคุณจะเสียดายของไม่ดีทำไม ? คุณไม่ต้องไปเสียดายหรอก..ของไม่ดี !! อยากได้เหรอ ? ของไม่ดี ? โธ่ ! ไปเสียดายทำไม ? ของไม่ดี ไปก็ดีนักหนาแล้ว มันควรจะฉลอง 7 วัน 7 คืน ที่ของไม่ดีไปจากเราเสียได้ โอ้โห..หลงเชื่ออยู่ตั้งนาน หลงรับใช้อยู่ตั้งนาน หลงช่วยเหลืออยู่ตั้งนาน นับว่าโชคดีสุด ๆ แล้ว ที่ของไม่ดีไปจากเราได้ มันดีนะ!! ไม่ต้องไปเสียดายหรอก ของไม่ดีเนี่ย พระพุทธเจ้าบอก ไม่ต้องไปเสียดาย ว่างั้น จริง ๆ แล้ว ต้องขอบคุณ คนที่เขาเอาไปด้วยนะ เพราะถ้าไม่ใช่ฝีมือขนาดเขา ก็เอาของไม่ดีไปจากเราไม่ได้มันต้องขอบคุณเขา ร้อยครั้ง พันครั้ง แล้วเขาต้องไปอดทนอยู่กับของไม่ดีแทนเรา ขอบคุณมาก ๆ ๆ เราไม่ต้องไปอดทนอยู่ กับของไม่ดีไง ? เขาไปอดทนแทนเรา มันต้องขอบคุณเขานะ ไม่ต้องไปโกรธ ไปเกลียดนะ เมื่อของไม่ดีไปจากเรา แสดงว่าเราได้หมดเวรหมดกรรมแล้ว ไม่ต้องไปรับใช้อะไรเขาอีกแล้ว ไม่ต้องไปเจ็บปวด ทุกข์ทรมานกับคนไม่ดี ไม่ต้องไปห่วงใยรับใช้ปรนนิบัติคนไม่ดีอีกต่อไปแล้ว หมดเวรหมดกรรมแล้ว ทุกข์ทำไม? มันต้องเป็นสุขสิถึงจะถูก ?” http://youtu.be/2SmW_anpaoY… ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 (หนังสือไขรหัสลับสุดขอบฟ้า) 117,088 5,466 คุณสมบัติของพระโสดาบัน (พระไตรปิฎก เล่ม 19 ข้อ 1461) “...ผู้ใดพึงถึงความประพฤติ (ผิด) ในภริยาของเรา ข้อนั้นไม่เป็นที่รักที่ชอบใจของเรา อนึ่ง เราพึงถึงความประพฤติ (ผิด) ในภริยาของคนอื่น ข้อนั้นก็ไม่เป็นที่รัก ที่ชอบใจแม้ของคนอื่น ธรรมข้อใด ไม่เป็นที่รักที่ชอบใจของเรา ธรรมข้อนั้น ก็ไม่เป็นที่รักที่ชอบใจแม้ของผู้อื่น ธรรมข้อใด ไม่เป็นที่รักที่ชอบใจของเรา เราจะพึงประกอบผู้อื่นไว้ด้วยธรรมข้อนั้นอย่างไร? อริยสาวกนั้นพิจารณาเห็นดังนี้แล้ว ตนเองย่อมงดเว้นจากกาเมสุมิจฉาจารด้วย ชักชวนผู้อื่นเพื่อให้ งดเว้นจากกาเมสุมิจฉาจารด้วย กล่าวสรรเสริญคุณแห่งการงดเว้นจากกาเมสุมิจฉาจารด้วยกายสมาจารของอริยสาวกนั้น ย่อมบริสุทธิ์โดยส่วนสามอย่างนี้” 2 ใครอยากได้อะไรจากคนอื่นมาก ๆ จะไม่ได้รับการเคารพจากคนนั้น ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) บรรยาย ณ เรือนจำแดนหญิงภูเก็ต วันที่ 12 มีนาคม 2558 33,249 2,046 มหาสติปัฏฐานสูตร 4 “หนทางนี้เป็นที่ไปอันเอกเพื่อความบริสุทธิ์ของเหล่าสัตว์เพื่อล่วงความโศกและปริเทวะเพื่อความดับสูญแห่งทุกข์และโทมนัสเพื่อบรรลุธรรมที่ถูกต้องเพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพานหนทางนี้คือสติปัฏฐาน 4 ประการ 4 ประการเป็นไฉนดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้พิจารณาเห็นกาย ในกายอยู่มีความเพียรมีสัมปชัญญะมีสติกำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ ....” 3 “อยากจะบอกคนว่า “อย่ารอให้หนักนะ มันช่วยยากนะ มีความรู้สึกว่าอย่ารอ ให้หนักเลย รีบมาเถอะ ไม่งั้นคว้าไม่ทัน นรกก็เอาไปกินน่ะ มีความรู้สึกว่า โอ้ มนุษย์หนอ ไปเพลินอะไรอยู่ รีบมาเรียนแล้วค่อยไปเพลินก็ได้ มาเรียน ให้ทำเป็นก่อน เรียนแล้วจะไปไหนก็ไปเถอะ รู้วิธีดูแลสุขภาพแล้ว รู้วิธีทำให้ตัวเองแข็งแรง รู้วิธีทำให้ตนเองปลอดภัย รู้วิธีดำรงชีวิตแล้ว จะลุยที่ไหนก็เชิญ ไม่มีปัญหาหรอก แต่ยังไม่รู้นี่ มาเรียนให้มันชัด ๆ ก่อน อันตราย มันไม่ไหว ผมทำการแพทย์วิถีธรรมมา 19 ปี หลายท่านผมเห็นแล้วเสียดายมาช้าแต่ละท่าน ๆ มันกู้ยากมากเลย กู้ได้เหมือนกันแต่มันกู้ยาก รู้ว่ามันยาก แต่ถ้ามาเร็วหลายท่านรอด คนที่รับสิ่งนี้ได้ก็รีบมารับเถอะ ก่อนที่นรกจะไล่ล่า นรกนี่มันไล่ล่าตลอดเวลา ถ้าเข้าใจเรื่องวิบากกรรม พระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ว่าวิบากกรรมจะไล่ล่า ภัยพิบัติต่าง ๆ จะไล่ล่ามนุษย์ตลอดเวลา พระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้อย่างนั้น มันไล่ล่าตลอดเวลาเลยนะ มันไล่ล่ายิ่งกว่าหมาไล่เนื้อ มันเร็วมาก แรงมาก ถ้าใครไม่ทันแล้ว ตัวใครตัวมันเลย ใครสร้างเกราะป้องกัน หรือเกราะทำลายมันได้ สามารถป้องกันได้ทำลายได้ มันมีวิธี ถ้าผู้ใดรู้วิธีก็จะปลอดภัย ก็จะอยู่เป็นสุข” ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) วันที่ 19 ธันวาคม 2557 31,317 2,392 ความไม่ประมาท “ความไม่ประมาท เป็นทางเครื่องถึงอมตนิพพานความประมาทเป็นทางแห่งความตายชนผู้ไม่ประมาทย่อมไม่ตายชนเหล่าใดประมาทแล้วย่อมเป็นเหมือนคนตายแล้วบัณฑิตทั้งหลายตั้งอยู่ในความไม่ประมาททราบเหตุนั่นโดยความแปลกกันแล้ว ย่อมบันเทิงในความไม่ประมาทยินดีแล้วในธรรมอันเป็นโคจรของพระอริยเจ้าทั้งหลายท่านเหล่านั้นเป็นนักปราชญ์...” (ขุ.ธ.25/ 12) บาปบุญกุศล และ อกุศล พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในหลักกาลามสูตร “เมื่อใดพึงรู้ด้วยตนเอง ว่าธรรมเหล่าใดนั้นเป็นอกุศลเป็นกุศล มีโทษ ไม่มีโทษ เป็นต้นแล้ว จึงควรละหรือเข้าถึงธรรมตามนั้น” (องฺ.ติก.20/505) บัณฑิตย่อมเว้นสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ถึงเอาแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ (องฺ.จตุกฺก.21/42) “บุคคลพึงรีบทำความดีพึงห้ามจิตจากบาปเพราะเมื่อทำบุญช้าไปใจย่อมยินดีในบาป(ขุ.ธ.25/19) ขณะอย่าล่วงท่านทั้งหลายไปเสียเพราะว่าผู้ที่ล่วง ขณะเสียแล้ว เป็นผู้ยัดเยียดกัน ในนรกย่อมเศร้าโศก (ขุ.ธ.25/32) การไม่ทำบาป นำสุขมาให้ (ขุ.ธ.25/25) ความสั่งสมบุญ นำสุขมาให้ (ขุ.ธ.25/19) กรรมและผลของกรรม “....เราไม่กล่าวความที่กรรมอันเป็นไปด้วยสัญเจตนา ที่บุคคลทำแล้ว สะสมแล้วจะสิ้นสุดไป เพราะมิได้เสวยผล แต่กรรมนั้นแล จะให้ผลในทิฏฐธรรมเทียว หรือในภพถัดไป หรือในภพอื่นสืบ ๆ ไป (อภิ.ก.37/1698) 4 อย่าไปจองเวร เวรจะเป็นของเรา ผู้เข้าใจเรื่องกรรมไม่แจ่มแจ้ง จะจองเวรตลอด ต่อให้ไม่อยากจองมันก็จองอยู่นั่นแหละ เพราะมันอดไม่ได้ที่จะจอง จองเพราะมันรู้สึกไม่ยุติธรรมใช่ไหม แต่ถ้าเราเข้าใจเรื่องกรรมอย่างแจ่มแจ้ง มันจะรู้สึกยุติธรรมมั้ย ยุติธรรม เพราะทุกอย่างยุติธรรมเสมอ ไม่มีอะไรบังเอิญ ถ้าเกิดเรื่องเลวร้ายแปลว่าอะไร เพราะเราเคยทำเช่นนั้นมามากกว่านั้น รับแล้วก็หมดไป เราก็โชคดียิ่งขึ้น กุศลออกฤทธิ์ได้มากยิ่งขึ้น หมั่นทำดีมาก ๆ สิ อย่าไปทำชั่ว อย่าไปจองเวร ส่วนคนที่ทำไม่ดีกับเรา เขาทำไม่ดีกับเรา เวรกรรมนั้นเป็นของใคร ของเรา สิ่งที่เราได้รับเท่าไหร่สิ่งนั้นเป็นของเรา แล้วคนไม่ดีมาทำกับเรา ทำไม่ดีกับเราเท่าไหร่ สิ่งนั้นเป็นของใคร ของเขาเอง ก็อันเดียวกันนั่นแหละ เข้าใจมั้ย สิ่งที่เราได้รับเป็นอันเดียวกับที่เขาได้รับ เข้าใจมั้ย ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) ณ เรือนจำนครพนม วันที่ 28 ตุลาคม 2557 29,232 657 กรรมและผลของกรรม เวรในโลกนี้ย่อมไม่ระงับเพราะเวรเลย แต่ย่อมระงับเพราะความไม่จองเวร (ขุ.ธ. 25/11) พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่กล่าวความที่กรรมอันเป็นไปด้วยสัญเจตนา ที่บุคคลทำแล้ว สะสมแล้วจะสิ้นสุดไป เพราะมิได้เสวยผล แต่กรรมนั้นแล จะให้ผลในทิฏฐธรรมเทียว หรือในภพถัดไป หรือในภพอื่นสืบ ๆ ไป (อภิ.ก.37/1698) “กรรมชั่วอันบุคคลทำด้วยตนเองแล้ว จักเศร้าหมองด้วยตนเอง กรรมชั่วอันบุคคลไม่ทำด้วยตนเองแล้ว ย่อมบริสุทธิ์ด้วยตนเอง ความบริสุทธิ์ ความไม่บริสุทธิ์ เฉพาะตน ผู้อื่นจะช่วยชำระผู้อื่นให้บริสุทธิ์หาได้ไม่” (ขุ.จู.30/219) 5 อยากได้อะไรจงเกลียดสิ่งนั้น เป็นคำประชดให้สะดุดใจหันกลับมาคิดเจตนา คือ ให้แปลว่าเราจะได้ในสิ่งที่เราเกลียดเสมอ เกลียดอะไรจะได้สิ่งนั้น ดังนั้นอย่ารังเกียจสิ่งนั้น ถ้าเราไม่อยากได้สิ่งนั้น เราก็จะพ้นจากสิ่งนั้นได้ ต่อให้ได้สิ่งนั้นเราก็จะไม่ทุกข์ ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) วันที่ 5 มีนาคม 2558 27,548 1,547 ความสุข ละเหตุทุกข์ได้เป็นสุขในที่ทั้งปวง (ขุ.ธ.25/59) ละทุกข์ทั้งปวงได้ เป็นความสุข (ขุ.ธ.25/33) ได้สิ่งใด พึงพอใจในสิ่งนั้น (วิ.ภิกฺขุนี. 3/96) 6 ใครที่ถูกคนอื่นว่า อย่าไปโกรธเขานะ แปลว่าเราแสบมาก ขนาดพระพุทธเจ้า ท่านยังถูกว่าเลย ทำความดีมาก ๆ นะ มันจะไปชิงออกฤทธิ์แทนวิบากบาปเอง ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) 26,560 1,318 กรรมและผลของกรรม “... ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่กล่าวความที่กรรมอันเป็นไปด้วยสัญเจตนา ที่บุคคลทำแล้ว สะสมแล้วจะสิ้นสุดไป เพราะมิได้เสวยผล แต่กรรมนั้นแล จะให้ผลในทิฏฐธรรมเทียว หรือในภพถัดไป หรือในภพอื่นสืบ ๆ ไป (อภิ.ก.37/1698) “กรรมชั่วอันบุคคลทำด้วยตนเองแล้ว จักเศร้าหมองด้วยตนเอง กรรมชั่วอันบุคคลไม่ทำด้วยตนเองแล้ว ย่อมบริสุทธิ์ด้วยตนเอง ความบริสุทธิ์ ความไม่บริสุทธิ์ เฉพาะตน ผู้อื่นจะช่วยชำระผู้อื่นให้บริสุทธิ์หาได้ไม่” (ขุ.จู.30/219) บาปบุญกุศล และ อกุศล การไม่ทำบาป นำสุขมาให้ (ขุ.ธ.25/25) ความสั่งสมบุญ นำสุขมาให้ (ขุ.ธ.25/19) ความสุข ผู้ประพฤติธรรม อยู่เป็นสุข (ขุ.ธ.25/ 37) อกุศลธรรมเจริญขึ้น กุศลธรรมเสื่อม อกุศลธรรมเสื่อม กุศลธรรมเจริญขึ้น (ที.ม.10/258) เมื่อเขาเสพศีลพรต ชีวิตพรหมจรรย์ ซึ่งมีการบำรุงดี อกุศลธรรมเสื่อมไปกุศลธรรมเจริญมากยิ่งขึ้น ศีล พรต ชีวิตพรหมจรรย์ ซึ่งมีการบำรุงดี เห็นปานนั้นมีผล (องฺ.ทุก.20 /518) 7 “หากคุณไม่ป่วย คุณจะไม่รู้หรอกว่า มันทุกข์ทรมานแค่ไหน คนเจ็บป่วยจะเป็นคนมีน้ำใจ จะเข้าใจ จะรู้สึกเห็นใจกัน เวลาเราแข็งแรง ๆ บางทีเราไม่เห็นใจคนป่วยหรอก คนเห็นใจจะมีน้ำใจ “ ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) 25,936 637 ความสุข ความไม่เบียดเบียนกันเป็นสุขในโลก (วิ.ม. 4/ 6) ผู้เจริญเมตตาดีแล้ว หลับและตื่นย่อมเป็นสุข (ธรรมสภา. 2540) ผู้ประพฤติธรรม อยู่เป็นสุข (ขุ.ธ.25/ 37) 8 ถ้าไม่มีเหตุการณ์ร้ายนั้น ๆ มันจะไม่เกิดสิ่งดี ๆ ในโลก ให้ยินดี ที่เราจะได้เป็นคนมีเมตตา ประโยชน์ของความผิดพลาดอันหนึ่งในชีวิตของเรา ก็คือ ทำให้เราเป็นคนมีเมตตา ความผิดพลาดมีคุณค่ามหาศาลต่อชีวิต มีคุณค่ายิ่งกว่าความไม่ผิดพลาด การไม่ผิดพลาดคือความเลวร้ายสูงสุดในชีวิต คนที่ไม่เคยผิดพลาดเลย จะเป็นคนไม่ให้อภัยคน คนเก่ง ๆ ไม่พลาด ๆ จะไม่ค่อยให้อภัยคน ยิ่งเก่งเท่าไหร่ ๆ จะไม่ให้อภัยคนเท่านั้น ๆ ถ้าเราเป็นคนผิดพลาดมาก่อน จะรู้ว่าเราผิดพลาดกันได้นะ โลกนี้พร่องอยู่เป็นนิตย์........ เราต้องพลาดมีข้อบกพร่องอยู่เป็นนิตย์ ชีวิตเราถ้าได้พลาด เราจะยิ่งมีเมตตามากขึ้น แม้แต่กับตัวเราเองเช่นเดียวกัน เมื่อมีเมตตาจะได้กุศล ไม่งั้นจะไปตีทิ้งคน ให้ตั้งหลักใหม่ อย่าตีทิ้งคน เราก็ไม่ได้กุศลเขาก็ไม่ได้กุศล ให้มีเมตตาต่อกันจะได้กุศลทั้งสองฝ่าย “ ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) วันที่ 8 กรกรฏาคม 2556 23,400 471 บาปบุญกุศล และอกุศล พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในหลักกาลามสูตร “เมื่อใดพึงรู้ด้วยตนเอง ว่าธรรมเหล่าใดนั้นเป็นอกุศล เป็นกุศล มีโทษ ไม่มีโทษ เป็นต้นแล้ว จึงควรละหรือเข้าถึงธรรมตามนั้น” (องฺ.ติก.20/505) “บัณฑิตย่อมเว้นสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ถึงเอาแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ (องฺ.จตุกฺก.21/42) “โลกพร่องอยู่เป็นนิตย์ไม่รู้จักอิ่ม เป็นทาสแห่งตัณหา...” (พระไตรปิฎก เล่ม 13 ข้อ 450) 9 อย่าคิดไม่ดีแม้เพียงเล็กน้อย เพราะจะสั่งสมเป็นวิบากร้ายที่นำผลร้ายอย่างใดอย่างหนึ่งมาให้ชีวิตอย่างแน่นอน ผู้ที่พากเพียรลดกิเลสและทำความดีมาก ๆ จะพบสภาวะนี้ได้เร็ว ส่วนคนทั่วไปที่ไม่ได้พากเพียรลดกิเลส ไม่ได้พากเพียรทำความดีนั้นจะพบเร็วหรือช้าก็ได้ (ส่วนใหญ่จะพบช้า) แต่จะรอสร้างผลร้ายอย่างใดอย่างหนึ่งให้ชีวิตอย่างแน่นอน ถ้าจับอาการจิตในขณะที่จิตคิดไม่ดีได้ ต้องรีบล้างออกทันทีจึงจะไม่สั่งสมเป็นวิบากร้าย วิธีล้างก็คือ ในขณะที่คิดไม่ดีให้พิจารณาความไม่เที่ยงความไม่มีตัวตนแท้ของสุขลวงชั่วคราวแป๊บเดียวหมดไปเมื่อได้เสพกามหรือเสพการเกิดสิ่งที่ดีดั่งใจหมาย พิจารณาโทษของการคิดไม่ดีนั้น ว่าจะสั่งสมเป็นวิบากที่สร้างผลร้ายอย่างใดอย่างหนึ่งกับตนอย่างแน่นอน ไม่เร็วก็ช้า เสียพลังสร้างทุกข์ใส่ตนเสียสมรรถนะของตน ทำให้ตนและผู้อื่นขาดโอกาสได้ประโยชน์ที่ควรได้ ทำให้ปัญหาที่ควรจะแก้ได้ยังคงอยู่และขยายผลร้าย นอกจากนี้ยังเป็นแรงเหนี่ยวนำให้คนอื่นเป็นเช่นนั้นตาม ต้องได้รับสิ่งร้ายตามเรา และเวียนกลับมาเป็นวิบากร้ายของเรา พิจารณาซ้ำไปซ้ำมาจนหมดความคิดร้ายนั้นอย่างเต็มใจอิ่มเอิบเบิกบานใจ จึงจะไม่สั่งสมเป็นวิบากร้าย แต่จะสั่งสมเป็นวิบากดีเแทน ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) วันที่ 5 มีนาคม 2558 22,800 747 กรรมและผลของกรรม “..... ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่กล่าวความที่กรรมอันเป็นไปด้วยสัญเจตนา ที่บุคคลทำแล้ว สะสมแล้วจะสิ้นสุดไป เพราะมิได้เสวยผล แต่กรรมนั้นแล จะให้ผลในทิฏฐธรรมเทียว หรือในภพถัดไป หรือในภพอื่นสืบ ๆ ไป (อภิ.ก.37/1698) “กรรมชั่วอันบุคคลทำด้วยตนเองแล้ว จักเศร้าหมองด้วยตนเอง กรรมชั่วอันบุคคลไม่ทำด้วยตนเองแล้ว ย่อมบริสุทธิ์ด้วยตนเอง ความบริสุทธิ์ ความไม่บริสุทธิ์ เฉพาะตน ผู้อื่นจะช่วยชำระผู้อื่นให้บริสุทธิ์หาได้ไม่” (ขุ.จู.30/219) บาปบุญกุศล และ อกุศล การไม่ทำบาป นำสุขมาให้ (ขุ.ธ.25/25) ความสั่งสมบุญ นำสุขมาให้ (ขุ.ธ.25/19) ความสุข ผู้ประพฤติธรรม อยู่เป็นสุข (ขุ.ธ.25/ 37) 10 คนเราชีวิตมันอยู่ที่การฝึกนะ ชีวิตคนนี่ฝึกได้ อย่าไปกลัวร้อนอย่าไปกลัวหนาว ถ้ากลัวหนาวมันยิ่งหนาว ถ้ากลัวร้อนมันยิ่งร้อน ถ้ากลัวโรคมันยิ่งเป็นโรค ถ้ากลัวตายมันยิ่งจะตาย อย่าไปกลัวความกลัวเป็นกิเลส กิเลสแปลว่าทุกข์ พระพุทธเจ้าตรัสว่า กิเลสเป็นเหตุแห่งทุกข์ ความกลัวเป็นเหตุแห่งทุกข์ แล้วเราจะทุกข์ทำไมล่ะ ชีวิตมันควรจะสุข มันไม่ควรจะทุกข์ อย่าไปกลัว ฝึกได้ คนเราฝึกได้ ทุกอย่างมันฝึกได้ ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) บรรยายค่าย อสม. เจ็ดเสมียน วันที่ 28 ธันวาคม 2557 22,548 775 มหาสติปัฏฐานสูตร 4 “... หนทางนี้เป็นที่ไปอันเอกเพื่อความบริสุทธิ์ของเหล่าสัตว์เพื่อล่วงความโศกและปริเทวะเพื่อความดับสูญแห่งทุกข์และโทมนัสเพื่อบรรลุธรรมที่ถูกต้องเพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพานหนทางนี้คือ สติปัฏฐาน 4 ประการ...” (ที.ม.10/273) อิทธิบาท 4 หมายถึง ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความสำเร็จอิทธิบาท 4เหล่านี้อันพระผู้มี-พระภาคผู้รู้ผู้เห็นเป็นพระอรหันตสัมมา-สัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นทรงบัญญัติไว้แล้ว เพื่อความทำฤทธิ์ให้มากเพื่อความทำฤทธิ์ให้วิเศษเพื่อแสดงฤทธิ์ได้….” (ที.ม.10/200) อินทรีย์ 5 “...อริยสาวกผู้มีศรัทธาพึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเป็นผู้ปรารภความเพียรเพื่อละอกุศลธรรมเพื่อยังกุศลธรรมให้ถึงพร้อมมีกำลัง มีความบากบั่นมั่นคง ไม่ทอดธุระในกุศลธรรมทั้งหลาย....” (สํ.ม.19/1,011– 1,015) 11 แพทย์วิถีธรรมทำงานไม่ต้องมีตัวตน ไม่มีคนเคารพเราไม่เป็นไร ขอให้เราได้บอกได้ช่วยเหลือคน คนได้สาระประโยชน์ก็พอ แก่นแพทย์วิถีธรรมคือ เอาสาระให้คนได้ประโยชน์ ชื่อเสียงอะไรไม่สำคัญกับเรา สำคัญคนได้สาระ ประโยชน์ก็พอ “ ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) วันที่ 15 มกราคม 2558 21,496 580 ไตรลักษณ์ “....ภิกษุผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ย่อมมีธรรมอันเหมาะสม คือ พึงเป็นผู้พิจารณาเห็นอนัตตาในรูป ในเวทนา ในสัญญา ในสังขาร ในวิญญาณอยู่ เมื่อเธอพิจารณาเห็นอนัตตาในรูป ในเวทนา ในสัญญา ในสังขาร ในวิญญาณอยู่ ย่อมกำหนดรู้รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เมื่อเธอกำหนดรู้รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ย่อมหลุดพ้นจากรูป ย่อมหลุดพ้นจากเวทนา ย่อมหลุดพ้นจากสัญญา ย่อมหลุดพ้นจากสังขาร ย่อมหลุดพ้นจากวิญญาณ ย่อมหลุดพ้นจากชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส เรากล่าวว่า ย่อมหลุดพ้นจากทุกข์....” (สํ.ข.17/ 84-86) 12 ทำดีไว้ใช้ในปัจจุบันและอนาคต ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) วันที่ 15 มกราคม 2558 22,167 1,567 กรรมและผลของกรรม “....ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่กล่าวความที่กรรมอันเป็นไปด้วยสัญเจตนา ที่บุคคลทำแล้ว สะสมแล้วจะสิ้นสุดไป เพราะมิได้เสวยผล แต่กรรมนั้นแล จะให้ผลในทิฏฐธรรมเทียว หรือในภพถัดไป หรือในภพอื่นสืบ ๆ ไป (อภิ.ก.37/1698) 13 อะไรที่ควรทำแต่ไม่ทำ อะไรที่ช่วยได้แต่ไม่ช่วย คือวิบากร้าย ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) วันที่ 25 มีนาคม 2558 จังหวัดภูเก็ต 21,234 2,187 กรรมและผลของกรรม “... ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่กล่าวความที่กรรมอันเป็นไปด้วยสัญเจตนา ที่บุคคลทำแล้ว สะสมแล้วจะสิ้นสุดไป เพราะมิได้เสวยผล แต่กรรมนั้นแล จะให้ผลในทิฏฐธรรมเทียว หรือในภพถัดไป หรือในภพอื่นสืบ ๆ ไป (อภิ.ก.37/1698) มหาปเทส 4 คือหลักการใหญ่ที่ใช้อ้างอิงตรวจสอบแล้วตัดสินสิ่งใดไม่ห้ามว่า ไม่ควรแต่สิ่งนั้นเข้ากับสิ่งไม่ควร ขัดกับสิ่งควร สิ่งนั้นจึงไม่ควร สิ่งใดไม่ห้ามว่าไม่ควร แต่สิ่งนั้นเข้ากับสิ่งควร ขัดกับสิ่งไม่ควร สิ่งนั้นจึงควร สิ่งใดไม่อนุญาตว่าควรแต่สิ่งนั้นเข้ากับ สิ่งไม่ควร ขัดกับสิ่งควร สิ่งนั้นจึงไม่ควร สิ่งใดไม่อนุญาตว่า ควร แต่สิ่งนั่นเข้ากับสิ่งควร ขัดกับสิ่ง ไม่ควร สิ่งนั้นจึงควร (วิ.ม.5/92) 14 ทุกอย่างล้มเหลวได้ แต่ “ใจ” ล้มเหลวไม่ได้ ใจต้องไม่ทุกข์ใจต้องเป็นสุขตลอดเวลา คนที่จะเป็นตรงนี้ได้ คือคนที่รู้ว่าไม่มีอะไร ที่ “ไม่พรากจากกัน” มีแต่คน “โง่” เท่านั้นที่หลงว่าเป็นของตนเอง ใจเพชร กล้าจน(หมอเขียว) วันที่ 18 ตุลาคม 2556 20,926 2,198 จิต “ธรรมทั้งหลาย มีจิตนำหน้า”. (ขุ.ธ. 25/11) ไตรลักษณ์ หมายถึง ลักษณะสาม อาการที่เป็นเครื่องกำหนดหมายให้รู้ถึงความจริงของสภาวธรรมทั้งหลาย ที่เป็นอย่างนั้น ๆ 3 ประการ .... เมื่อเธอกำหนดรู้รูปเวทนา สัญญาสังขาร วิญญาณ ย่อมหลุดพ้นจากรูป ย่อมหลุดพ้นจากเวทนาย่อมหลุดพ้นจากสัญญาย่อมหลุดพ้นจากสังขารย่อมหลุดพ้นจากวิญญาณ ย่อมหลุดพ้นจากชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส เรากล่าวว่า ย่อมหลุดพ้นจากทุกข์” (สํ.ข.17/84) 15 “เวลาไม่ใช่เงินไม่ใช่ทองนะ เวลาเป็นคุณค่าและความผาสุก” ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) รัฐฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา วันที่ 25 กันยายน 2557 20,876 852 ความสุข พอใจเท่าที่มี เป็นความสุข (ขุ.ธ.25/33) ได้สิ่งใด พึงพอใจในสิ่งนั้น (วิ.ภิกฺขุนี.3/96) นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง(ขุ.ธ.25/ 59) 16 “การแก้ไขปัญหาโรคภัยไข้เจ็บที่แท้จริง ไม่ใช่การฟังข้อมูล หรือไม่ใช่การพบหมอเพียงแค่ 5 นาทีนะ ขอยืนยันการแก้ไขปัญหาโรคภัยไข้เจ็บ ไม่ใช่พบผู้รู้เพียงแค่ 5 นาที เข้าใจไหม ? พบ 5 นาทีได้ข้อมูลนิดเดียว หากชีวิตจริงไม่ต้องเรียนรู้ความจริงอย่างละเอียด ไม่ต้องใช้เวลาเรียนรู้ชีวิตจริง ถ้าไม่ต้องใช้เวลาเรียนรู้ความจริงของชีวิตที่มากพอ ป่านนี้ปัญหาทุกปัญหา มันแก้ได้ง่ายแล้ว ถ้าชีวิตเราไม่ต้องสละเวลาเรียนรู้ความจริงของชีวิตที่มากพอ ไม่สละเวลาที่มากแล้วสามารถแก้ปัญหาได้ ป่านนี้ปัญหาทุกปัญหามันแก้ไปหมดแล้ว หมายความว่า ใช้เวลาน้อย ๆ แล้วแก้ปัญหาได้ ป่านนี้มันแก้ไปแล้ว ใครจะไม่อยากใช้เวลาน้อยใช่ไหม ก็อยากใช้เวลาน้อยทั้งนั้นแหละ แต่ได้พิสูจน์แล้วไม่ใช่หรือ ร้อยกว่าปี ร้อยกว่าปีมันเป็นการวิจัยที่ถือว่าชัดเจนแล้วนะ ร้อยกว่าปี แล้วใช้เพียงแค่เวลาสั้น ๆ แล้วแก้ปัญหา มันไม่ประสบความสำเร็จ นี่มันเป็นผลการวิจัยชัด ๆ เลยนะว่า ใช้เวลาสั้น ๆ แก้ปัญหามันไม่สำเร็จ มันชัดแล้วนะ งานวิจัยปริญญาเอกเขาทำกันแค่ 3 ปี 5 ปี นี่ 100 กว่าปีแล้วว่าทดลองใช้เวลาสั้น ๆ จะแก้ปัญหาได้ไหม หรือพบหมอ 5 นาทีนี่ โรคมันหายไหมนี่ โรคส่วนใหญ่มันไม่หาย ชัดอยู่แล้ว หายเพียงเล็กน้อย บางอันก็ไม่หาย หายเหมือนกันแต่มันน้อย ไม่หายมันชัดแล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อมันชัดแล้ว ใช้วิธีเดิมแล้วมันไม่หาย อย่างนั้นมันจะหายไหมล่ะ มันก็ไม่หาย มันชัดแล้ว แล้วพระพุทธเจ้าท่านก็ตรัสว่า ได้ฟังสัตธรรมที่บริบูรณ์ พระพุทธเจ้าว่างั้น จึงจะพ้นทุกข์ ได้ฟังความจริงที่บริบูรณ์ แล้วความจริงที่บริบูรณ์มันจะพูดสั้น ๆ ได้ยังไง ?? ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) วันที่ 22 กันยายน 2557 รัฐฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา 20,392 359 บาปบุญกุศล และ อกุศล พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในหลักกาลามสูตร “เมื่อใดพึงรู้ด้วยตนเอง ว่าธรรมเหล่าใดนั้นเป็นอกุศล เป็นกุศล มีโทษ ไม่มีโทษ เป็นต้นแล้ว จึงควรละหรือเข้าถึงธรรมตามนั้น” (องฺ.ติก.20/505) “บัณฑิตย่อมเว้นสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ถึงเอาแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ (องฺ.จตุกฺก.21/42) นิยาม 5 อย่าง คือ อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม กรรมนิยาม และธรรมนิยาม (อรรถกถาแปล เล่ม 76 หน้า 81) หลักปฎิจจสมุปบาท (อนุโลม) 11 คือ การอาศัยกันและกันเกิดขึ้น(ความเป็นเหตุปัจจัยสืบเนื่องกันเป็นไปตามลำดับ) กรรมและผลของกรรม พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่กล่าวความที่กรรมอันเป็นไปด้วยสัญเจตนา ที่บุคคลทำแล้ว สะสมแล้วจะสิ้นสุดไป เพราะมิได้เสวยผล แต่กรรมนั้นแล จะให้ผลในทิฏฐธรรมเทียว หรือในภพถัดไป หรือในภพอื่นสืบ ๆ ไป (อภิ.ก.37/1698) 17 อย่าดูแต่งาน อย่าจมอยู่แต่กับงาน แต่ไม่ปฏิบัติธรรม ทุกอย่างจะละเอียดไปหมด ความละเอียดและความสมบูรณ์ของงานไม่มีวันสิ้นสุด เราต้องตัดรอบที่สัปปุริสธรรม เวลาปฏิบัติธรรมดูเรา ดูคนอื่น ดูองค์ประกอบทั้งหมด เหตุผล ประมาณกาลว่ากาละไหนเร่งด่วน ทำหยาบทันกาลได้ประโยชน์จะต้องทำ ถ้าละเอียด มีเวลาค่อยทำ แต่ถ้าไม่ทันการณ์ ก็ถอยมาทำหยาบ หยาบก็คือเร็ว ละเอียด คือช้า ชีวิตจริงยึดไม่ได้สักอย่าง จะต้องทำเป็นหมดทุกอย่าง ตั้งแต่หยาบจนถึงละเอียดจะต้องเป็นหมดทุกคน เราต้องเป็น
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive