630907 เนื้อแท้จิตวิญญาณแห่งการสื่อสาร (พ่อครูเปิดงานอบรมสื่อฯ ตัดต่อคลิปจากสมาร์ทโฟน).docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2563
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข8 ตุลาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

เนื้อแท้จิตวิญญาณแห่งการสื่อสาร

(พ่อครูเทศน์ออนไลน์เปิดงานอบรมสื่อฯ ตัดต่อคลิปจากสมาร์ทโฟน ที่สันติอโศก 7 ก.ย. 2563)

พ่อครู : วันนี้เรามาพบกันในเรื่องของการสื่อสาร คำว่าการสื่อสาร ย่อๆสั้นๆการสื่อสารหมายถึง กาละ หรือเวลา หรือสิ่งที่มัน เดินทางไปไม่มีหยุด ของวัฏฏสงสาร ของความหมุน ของการเดิน ของสิ่งที่เคลื่อนไป คือสื่อสาร ก็จะมีสื่อสารเป็นการเคลื่อนอย่างหนึ่ง อีกอย่างหนึ่ง ก็คือไอ้ตัวที่มันจะต้องควรสื่อสาร อันหนึ่งก็เป็น Dynamic การสื่อสาร ตัวที่ควรจะต้องสื่อสาร เป็น Static หรือเป็นตัวที่เสถียรอยู่ก็มี 2 ทุกอย่างในเทวะหรือในคู่ ก็มีตัวตั้งและตัวเคลื่อน แล้วจะเกิดอะไรอะไรขึ้นมาในโลก ถ้าไม่มี 2 ตัวนี้ ไม่มีอะไรเคลื่อนในโลก เพราะฉะนั้นเราจะต้องชัดเจน เราจะต้องเข้าใจตัวสภาวะ ที่จะต้องสื่อสาร กับการสื่อสาร มีสภาวะที่จะต้องสื่อสาร แต่ไม่มีใครสื่อสารเลย มันก็นิ่ง หายสูญไปเลย จบไม่มีอะไรได้ อะไรที่เกิดมาแล้วก็ไม่มีอะไรสืบต่อไปอีกเลย มันก็กุด มันก็สั้น ก็สูญลง หายไปจากวัฎฎสงสาร เพราะฉะนั้น หากสิ่งนั้นเรื่องนั้น เป็นสิ่งที่ดี เป็นเรื่องที่ดี มันก็ควรจะต้องให้มันเดินทาง ควรจะให้มันยืนยาว ให้มันเดินทางไปปรากฏตัว เคลื่อนที่ไป เป็นประโยชน์แก่คนแก่ ทุกอย่างในมหาจักรวาล โดยเฉพาะให้แก่คนนี่แหละ เป็นตัวสำคัญ จะให้มันอยู่ได้ ถ้ามันดี สิ่งที่ดีๆๆ การเป็นสิ่งที่ดีก็จะเสื่อมได้เหมือนกัน เราก็ต้องบูรณะสิ่งที่ดีนั้นไปเรื่อยๆ แล้วเดินส่งสื่อสารไป ให้มันยาวนานสุดนาน เพราะมันเป็นสิ่งที่จะต้องอาศัยในวัฏฏสงสาร ในวัฏฏสงสารก็มีสัตว์ มีมนุษย์นี่แหละเป็นสิ่งสำคัญ นอกนั้นก็มีพืช มีอะไรต่ออะไรก็ว่าไป อธิบายมาหมดแล้ว อุตุก็ตาม พืชก็ตาม จิตนิยามก็ตาม เพราะงั้นการสืบสานสืบทอดนี่ ถ้าสิ่งนั้นดี สิ่งนั้น

อ่านต่อ

เป็นประโยขน์ มีคุณค่าต่อมวลมนุษยชาติต่อโลกแล้ว ให้มันสูญเสียไป ไม่ต่อ ไม่สื่อ ไม่สารต่อไป มันก็น่าเสียดายสุดๆเลยใช่ไหม เพราะสิ่งนั้นดี เรื่องนั้นดี เป็นเรื่องที่ประเสริฐ เป็นเรื่องที่วิเศษ เราก็ควรจะต้องให้มันมี ให้มันอยู่ ให้มันยืนยาวไป ให้นานเท่านาน นี่ก็คงจะเข้าใจ นี่คือหลักเกณฑ์ สภาพ 2 2 อย่าง สิ่งหนึ่งคืออันนั้น ๆ กับการต่อเชื่อม โยงใย สืบทอด ไปให้เป็นประโยชน์ที่จะเกิดต่ออยู่ในวัฏฏสงสาร อยู่ในกาละ ที่นี่อะไรที่มันจะเคลื่อนที่ หรือมันจะเป็นประโยชน์ หรือมันจะเดินทางไป ให้เกิดคุณค่าอะไรอะไรขึ้นมานี่ มันก็มีคนนี่แหละเป็นหลักสำคัญใหญ่ที่สุด มีจิตนิยาม มีมนุษย์ชาติในคนที่มีปัญญา มีความรู้ความสามารถ แล้วก็มีองค์ประกอบอีกอย่างหนึ่งก็คือ ตัวสภาวะ ตัววัตถุปกรณ์ หรือตัวสิ่งที่เป็นเนื้อหาเนื้อแท้ ที่คนจะเอาอันนั้นขึ้นไปให้เป็นประโยชน์ต่ออะไรอะไร ก็มีสภาพ 2 เพราะงั้นสภาพ 2 ก็คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเลย ขยายความไปเท่าไรก็ยิ่งเห็นความสำคัญ ถ้าใครไม่รู้จักสภาพ 2 ที่จะเอามาร่วมกัน แล้วก็ทำให้เกิดประโยชน์ อะไรต่ออะไรขึ้นมา หรือเป็นโทษ ถ้าเป็นโทษก็ทำลาย ถ้าเป็นประโยชน์เราก็บูรณาการ ทำให้มันเจริญๆขึ้น ตลอดไป เพราะฉะนั้นอันที่ 1.อะไรเกิดขึ้นมาดี อันที่ 2.มีสิ่งนั้นๆ อันที่ 3.กรรม กิริยา หรือการกระทำ คนหรือจิตวิญญาณ จิตนิยามนี่ เป็นตัวรู้ จัดการการเคลื่อนที่ การเดินไป อุตุ มันก็มีกาละของมัน ถ้าไม่มีพลังงานอะไรไปเสริมหนุน มันก็จะจบตัวมันเอง เสื่อมสูญไป อุตุ พีชะก็เหมือนกัน เพราะจิตนิยามจึงเป็นตัวประธาน เป็นธาตุรู้ เป็นธาตุรู้เป็นพระเจ้าเลย เป็นตัวควบคุม เป็นตัวจัดการ เพราะงั้นตัวพระเจ้านี่ หรือตัวควบคุม ตัวจัดการนี่ จึงเป็นผู้ที่ต้องรู้จักสิ่งที่เป็นโลก สิ่งที่เป็นองค์ประกอบอยู่ ทั้งหมดทั้งมวลที่เป็นองค์ประกอบอยู่ในทุกๆบริบท ทุกๆเขต ทุกๆขนาด แม้ที่สุดทุกสิ่งที่ตั้งอยู่สั้นที่สุด เร็วที่สุด เล็กที่สุด จุดปัจจุบันที่แหลมเล็กที่สุด หรือจัดขนาดที่เราต้องรู้พลังของเราว่า เราจะทำงานกับ มวลที่เราจะร่วมทำงานได้นี่ พอเหมาะพอดีกับเราเท่าไร อันนี้ก็ต้องประมาณตน อันนั้น ในขนาดนั้นๆละ จะเรียกภาษาอะไรเยอะแยะ content context อะไรต่างๆนาๆ บริบท ปริเฉจ แม้แต่ที่สุดถึงขั้น ที่เราใช้ภาษากันอยู่ตรงนี้คือ status quo สิ่งที่มันเกิดอยู่ในปัจจุบันนั้นๆ เป็นองค์รวม ซึ่งจะขยายเล็กขยายใหญ่ขนาดไหนก็ขึ้นอยู่กับเราร่วมอยู่ในนั้นกับความสามารถ สมรรถนะความสามารถของเรา ที่จะจัดการสิ่งนั้นได้ แล้วก็มีพฤติการณ์ มีการกระทำ มีการปฏิบัติ เพราะงั้นการปฏิบัติตอนนี้เรากำลังพูดอยู่ในประเด็นของคำว่าสื่อสาร การปฏิบัติสื่อสาร ถ้าสิ่งใดเกิดขึ้นมาแล้ว พูดไปแล้วเมื่อกี้ว่า จบอยู่ตรงนั้นเลย เรียกว่าสิ่งนั้น หยุดตรงนั้น ไม่มีสันตติ มีสิ่งนั้นอยู่สุด จบ คือ สะ กับ อันติ อันตะ กับ อันติ อันตะโดยพยัญนะแปลว่า ที่สุด อันติ ที่สุดที่มี 3 เส้า อะ อา อิ 3 เส้า อันตะ ก็ 1 2 อา 3 อิ สันติ ก็คือ สระ 3 ตัว 3 เส้าของพลังงาน เพราะฉะนั้นสันติ จึงเป็นพลังงานที่ใหญ่กว่าสันตะ สันตะ มัน อะ ถ้าสานตะ หรือสานตินี่ก็ยาวกว่าสันติ ถ้าเป็นสันติเลย ขออภัยเมื่อกี้พูดผิด ถ้าเป็นสันติก็สั้น ถ้าเป็นสานตะ ไม่มีอินะ ถ้าเป็นสันติ หรือว่าสานตินี่ ยาวเลย ครบ 3 เส้า ใหญ่ที่สุด อย่างนี้เป็นต้น ก็คือลักษณะที่บอกลักษณะสังขยาเลข บอกทั้งมวล บอกทั้งจำนวน ทั้งปริมาณ ได้ตัวที่จะสื่อสารต้องมีทั้งคุณภาพของสิ่งที่จะสื่อสารนั้น จบลงที่ตรงการกระทำ ถ้าไม่มีกรรม ไม่มีกิริยา ไม่มีผู้กระทำ ไม่มีวัตถุปกรณ์ที่จะเอามาประกอบการกระทำ ทุกวันนี้วัตถุปกรณ์ในการที่จะสื่อสาร ก็โอ้โห เล็กละเอียด เร็วไว มีปาฏิหารย์ ถือได้ว่าเป็นปาฏิหารย์กันเลย ทั้งเร็ว ทั้งไว ทั้งเล็ก ทั้งละเอียด ทั้งซอกซอน เข้าไปได้ทุกสิ่งทุกที่ อะไรต่างๆนาๆ ทำให้ครบสมบูรณ์ จากเล็กลงไป แล้วก็ลงไปขยายใหญ่ จากใหญ่ย่อลงไปให้เล็ก อะไรต่ออะไรพวกนี้ โอโห นี่พูดไม่หมดนะ ที่อาตมาพูดไม่ครบ สิ่งที่มนุษย์รู้ แล้วก็เอามาใช้งาน เอามาใช้ประโยชน์ได้อย่างสุดยอด สรุปแล้ว เรื่องสื่อสารที่จะต่อเชื่อม ที่จะดำเนินต่อไปให้เป็นประโยชน์ ต่อผู้อื่นๆต่อไป ถ้าเราสืบทอดต่อไป มันก็จะเกิดประโยชน์ไปในกาละ ถ้าไม่สืบทอด ไม่ทำเลย มันก็หมดกรรม กรรมกับกาละจึงเป็น 2 คำ ที่เป็นตัวจบ กรรมกับกาลจึงเป็น 2 คำที่เป็นตัวจบ กรรมคือตัว static กรรมคือสภาวะนั้น กับกาละคือสภาวะเคลื่อน ร่วมกันเมื่อไรก็ไป มีภาษาหรือคำอธิบายอุทาหรณ์อย่างหนึ่งก็คือ คำว่าลม กับ ไฟ เจ้า ไฟ นี่ เป็นตัวกระบวนการ โอ้โห ร้ายแรง สลาย ทำลาย หรือว่าหล่อหลอมอะไรก็ได้ มีคุณ มีโทษ อยู่ในตัวยิ่งใหญ่ที่สุด ไฟนี่ กับเจ้าลม เจ้าลมเป็นพลังงาน ดันให้เคลื่อน แล้วเขาก็คบหากัน ข้ารุกเอ็งวิ่ง ไฟบอกว่าข้ารุก ลมบอกว่าเอ็งวิ่งเลยนะ ดันให้วิ่งเลยนะ ข้ารุกเอ็งวิ่ง 2 ตัวนี้ จะช่วยกันเป็นคู่หูที่เป็นพลังงานสร้าง หรือพลังงานทำลาย ที่เป็นพลังงานยิ่งใหญ่ ในพลังงาน 2 ที่จะใช้ เพราะฉะนั้นสื่อสารที่เราจะใช้นี่ เราก็ต้องรู้ในคุณภาพ คุณประโยชน์ คุณวิเศษของมัน แล้วเราก็จะต้องให้มันมีมนุษย์เอาไปใช้ได้ มนุษย์อาศัยได้ ถ้าไม่มีความรู้ และก็ไม่มีมนุษย์คุณธรรม แล้วมันก็หมดค่า หมดประโยชน์ แล้วทุกวันนี้จะเห็นฤทธิ์เดชของสื่อสารได้ว่า โอ้โห ฤทธิ์มันยิ่งใหญ่มากเลย เหมือนสงครามที่จะแย่งอำนาจ จะแย่งวัตถุ จะแย่งอะไรก็แล้วแต่ ทุกวันนี้ จะแย่งประเทศทั้งประเทศกัน อย่าว่าจะแย่งอาหารการกิน หรือว่าสิ่งที่อาศัย หรือแม้แต่สิ่งที่ไปหลงไหล ยึดถือว่าน่าได้ น่ามี น่าเป็น อะไรก็แล้วแต่ ทุกวันนี้นี่มันอาศัยสิ่งที่จะโฆษณา สิ่งที่จะใช้สื่อ ครอบงำอุปาทานยึดถือ ครอบงำอยากได้ อยากเป็น อยากมี หรือครอบงำความยึดถือ ให้คนยึดถือ แล้วก็เคลื่อนที่เป็นเศรษฐศาสตร์ เคลื่อนที่เป็นการสะพัด แล้วก็ถือการสะพัด ถือไอ้ความยึดถือ ถ้าเรามี เราเป็น เราได้มาก ได้อวด ได้อ้างได้ โชว์ได้ เบ่งได้ ข่มได้ หรือได้ใช้อำนาจบาดใหญ่ได้ ก็ถือว่าตัวเองยิ่งใหญ่ ประเสริฐ เป็นผู้มีอำนาจมาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ถ้าเราเข้าใจธรรมะแล้วก็จะรู้ว่า มนุษย์ หลงตัวหลงตน หลงความถาวร หลงตัวว่า 1.ตัวเองจะอยู่ยิ่งใหญ่ 2.อยู่อย่างถาวร ยิ่งใหญ่กับถาวรนาน ก็เป็น 2 สภาพ ที่ควบคู่กัน อะไรอยู่นี่ เพราะงั้นสรุปแล้ว ความรู้ที่พูดไปคร่าวๆ นิดๆหน่อยๆเอง สรุปนะ เท่าที่พูดมาก็ถ้าเข้าใจถือว่าครบ ขยายออกไปได้ ถ้ามีปฏิภาณความรู้ มันก็มีเหตุ มีปัจจัย เป็นอิทัปปัจจยตา เป็นปัจจยการไป ได้ขยายไป เท่าไรก็ไม่มีจบหรอก เพราะฉะนั้น 0 ก็เท่ากับ infinity 0 ก็เท่ากับไม่มีจบ ไม่มีอะไรสิ้นสุด นั่นแหละ มันก็อยู่ที่เหตุปัจจัยที่เราจะเอามาประกอบ ที่จะเอามาร่วมกันสร้าง โดยให้มีคุณภาพที่ดีที่สุด กับอยู่คงทนนานที่สุด ดีที่สุดเป็นประโยชน์ต่อสัตว์โลก เป็นประโยชน์ต่ออะไรก็แล้วแต่ กับนานที่สุด ก็เป็นสภาพ 2 สภาพ 2 ยิ่งใหญ่ๆ อย่างนี้เป็นต้น รวมสรุปแล้วจะเป็นสภาพ 2 ขยายออกไปเป็นตัวอธิบาย หรือเป็นตัวขยายของ 2 นี่แหละ ถ้าขยายได้สมดุลๆๆๆ มันก็จะเกิดความเป็นคุณค่า ทั้ง Quality และ Quantity ทั้งสภาพปริมาณ คุณค่าทางปริมาณ ที่จะดี จะเจริญยิ่งใหญ่ ยิ่งเยี่ยมไปเรื่อยๆ ก็เป็นอันว่า สรุปแล้วสื่อสารนี่ มันจะเป็นวัตถุปกรณ์ของมนุษย์ชาติ ที่จะต้องใช้ แล้วเขาก็ศึกษาความวิจิตพิศดารของมัน ความวิเศษขององค์ประกอบที่จะทำให้มันมีประโยชน์ คุณค่า อะไรได้อีก ดีที่สุด มากที่สุด เร็วที่สุด อะไรก็แล้วแต่ เขาก็จะต้องทำทุกมิติ ให้มันเจริญทุกมิติ จบตรงที่ว่า สุดสำคัญที่สุด มนุษย์ ก็จะต้องมีสิ่งที่ขยายเดินทาง คือ สื่อสาร มนุษย์สร้างสิ่งที่ดีที่สุด แล้วก็ขยายให้เดินทาง สื่อสาร ไปสู่ผู้อื่นต่อ แล้วสิ่งนี้ก็เป็นประโยชน์คุณค่าอะไรได้ดีที่สุด มากที่สุด เร็วที่สุด อะไรก็แล้วแต่ เขาก็จะต้องทำ ทุกมิติ ให้มันเจริญทุกมิติ จบตรงที่ว่า สุดสำคัญที่สุด มนุษย์ก็จะต้องมีสิ่งที่ขยายเดินทางคือ สื่อสาร มนุษย์สร้างสิ่งที่ดีที่สุด แล้วก็ขยายให้เดินทางสื่อสารไปสู่ผู้อื่นต่อ แล้วสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ คุณค่ามากที่สุด ดีที่สุด นานที่สุด ในสิ่งที่มีในโลก สื่อสารก็คือสิ่งที่เน้นไปทางที่มี ไม่ใช่เน้นไปในทางที่ไม่มี สื่อสารเน้นไปทางมี ถ้าเผื่อว่าความไม่มีก็คือหยุดเลย ไม่ต้องสื่อสาร มันก็จะจบในตัวของมัน โดยมีชรตาเลย ไม่มีอะไรที่จะอุปจายะ ไม่มีอะไรจะเกิด ไม่มีอะไรจะเสื่อม สันตาติอยู่ตรง 1 แล้วก็หมดไปเลย ถ้ามันเสื่อมแล้วก็ทำให้มันเสื่อมโดย 0 มันก็หยุด 0 เลย สลายทันที จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน