630725 แยกแยะความจริงแท้ในแกงเขียวหวาน_.docx
เนื้อหาในไฟล์
แยกแยะความจริงแท้ในแกงเขียวหวาน : Scrutinizing the truth of life from the green curry.
พ่อครู : สภาวะอาการของสังขาร ตัวแรกของอวิชาที่มันโง่ โง่เพราะว่ามันไม่รู้สังขาร แล้วมันจะไปรู้ถึงขั้นวิญญาณได้อย่างไร ความเป็นสังขารเขาก็ยังไม่ชัดเจน การสัมผัสสังขาร สังขารกาย ปรุงแต่งกาย เขาทำเป็นนะ เขาเอาไก่มาผัดกับกระเพรา ก็ปรุงแต่งผัดกระเพราขึ้นมา แกงเขียวหวานเขาก็เอาอะไรต่ออะไรมาใส่เข้ามา แล้วก็เป็นแกงเขียวหวาน เขาก็ปรุงเป็น นี่คือการปรุง เอาอันนั้นอันนี้มาใส่ คนให้เละเลย ให้มันเข้ากัน ชนิดเนียนจนกระทั่ง แกงเขียวหวาน คนที่ไม่รู้จักแกงเขียวหวาน กินแกงเขียวหวาน ก็อร่อย แต่ทำยังไง เอาอะไรผสมอะไร ไม่รู้ รู้แต่ว่าแกงเขียวหวาน แต่เขาไม่รู้ว่า แล้วแกงเขียวหวาน เขาผสมอะไรบ้าง แล้วแยกธาตุแกงเขียวหวานออกดู เขาก็ไม่รู้อะไร เป็นต้น นี่คือไม่รู้สังขาร แค่สังขารตัวเดียวเขาก็ไม่แยกแยะ เขาก็ไม่เรียนไม่รู้กันแล้วทุกวันนี้ มีแต่พยัญชนะ เป็นสังขาร ท่องไปถึงภพ ชาติ โศกปริเทวะ ทุกข โทมนัส อุปายาสะ ท่องเก่ง แต่เจาะไม่ถึงเนื้อใน แล้วเขาก็หลงว่าอร่อย ไอ้เนี่ย โธ่เอ๊ย คุณก็กินกะทิ แกงเขียวหวาน คุณก็กินกะทิ กินมะเขือ เขียวหวานไก่ คุณก็กินไก่ คุณก็กินอะไรต่อมิอะไรพวกนี้ผสมกัน เราก็แยกแยะออกไป ว่าไก่มันควรกินไหม มันควรกินอะไรมากกว่ากัน กะทิควรกินไหม ควรเผ็ดมากไหม ควรมันมากไหม ตัวสำคัญคือตัววิญญาณที่แจกออกเป็นเจตสิกต่างๆถึงขั้นเวทนา เวทนาเจตสิก เป็นตัวสำคัญ เป็นตัวฐาน ในการปฏิบัติอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ในพรหมชาลสูตร ว่า เวทนาเป็นฐาน ถ้าไม่มีเวทนา ไม่มีฐานะที่จะมาปฏิบัติเลย ไม่มีเรียนรู้ มีแต่จิตแส่หา มีแต่จิตตัณหา มีแต่จิตดิ้นรน ไม่มีตัวที่จะปฏิบัติ มีแต่จิตดิ้นรน บ้าๆบอๆไปหมด ต้องมี
อ่านต่อ
ฐานที่ยึด ฐานที่เรียน ฐานที่รู้ ฐานที่จัดการ ฐานที่แก้ไข ฐานที่จะทำให้มันจบได้ จบได้ก็จบได้ ที่เวทนา แยกเป็นเนกขัมสิตเวทนาได้ จนเป็นอุเบกขาเวทนาได้ รักษาอนุรักขนาปธาน รักษาอุเบกขาเวทนาให้ถาวร ทำได้ทุกปัจจุบัน เป็นอดีตรักษา เป็นอดีตทำให้มันคงที่ ทำให้มันชัดเจน ทำให้มั่นคงเที่ยงแท้ ทำให้มันเป็นผลสำเร็จ ที่มันเด็ดขาดๆๆ ไม่มีผิดพลาด แม้แต่ที่สุด หลับตาชู๊ต ตีลังกาชู๊ต หันหลังชู๊ต เข้าหมด แสดงว่าจบครบได้หมด สู่แดนธรรม : เข้าห่วงบาสเกตบอลเลย พ่อครู : เข้าหมดได้ทุกท่า เป็นอัตโนมัติเลย ทุกอย่างก็ไม่มีผิดพลาด จะอยู่ในลีลาไหน ถูกจับเหวี่ยง จับแกว่ง จับกระแทกอยู่ในท่าไหน อุเบกขาได้หมด แยม : กราบขอโอกาสค่ะ เรียนถามพ่อท่านนะคะ ตัวอย่างบางเรื่องที่เรายังติดอยู่คะ ก็ได้ฟังธรรมที่พ่อท่านสอน ให้พิจารณาตามความเป็นจริง อย่างเช่น เราติดแกงเขียวหวาน ก็ให้พิจารณาว่ามันประกอบไปด้วยอะไร 1 2 3 4 นี่คะ แต่รู้มันก็รู้ แต่จิตมันก็ยังติดอยู่ อย่างนี้แสดงว่าเรายังไม่สามารถพิจารณามากพอ จนเกิดปัญญาใช่ไหมคะ พ่อครู : ไม่ถึงแก่น ไม่ถึงเนื้อ เรากินอะไร เรากินรสเขียวหวาน เรากินกลิ่น กินสี กินสังขาร คืออาการปรุงแต่งของแกงเขียวหวาน หรือเราจะกินเอาธาตุ ที่มันมากับเขียวหวาน ธาตุที่มันมา กับมะพร้าว กับเนื้อมะพร้าว ที่มันมากับพืชผักที่แกงอยู่ในนั้น มาจากน้ำตาล จากเกลือ จากอะไรก็แล้วแต่ ถ้าผู้ใดชัดเจนในสิ่งเหล่านั้น เมื่อมีคนเอาเฉพาะผักมาให้กิน เอาเฉพาะกะทิมาให้กิน เอาเฉพาะเกลือมาให้กิน เราก็เห็นว่าสมควรกิน แล้วเอาเนื้อมาให้กิน เราไม่กิน เอาอันนั้นมาให้กิน เราก็กิน สิ่งที่ควรกิน ถ้าแกงเขียวหวานมันมีอะไรบ้าง เราก็กินแยกแต่ละอันแต่ละอัน เราก็ได้กินแกงเขียวหวานทั้งหมดละ แต่ก็ไม่เอาไปยำเส็งทำพิธีการให้เมื่อยกว่าจะได้กิน ต้องมาหั่น ต้องมาผสม ต้องมาตำ ต้องมาคลุก ต้องมาผัด ต้องมาแกง ต้องมาต้ม ต้องมาโอ้ย กว่าจะได้กิน เมื่อย สู่แดนธรรม : มีครั้งหนึ่ง พี่นิดปฏิพล พูดตลกให้ผมฟัง กินกาแฟแยกส่วน แล้วก็ไปเต้นเขย่าให้มันคนกันในท้อง มันไม่คนในท้องหรอก ถ้าคุณกินอะไรเข้าไปในท้อง มันปรุงแต่ง พ่อครู : มันไม่คนกันในท้องหรอก คุณกินอะไรเข้าไปในท้อง มันปรุงแต่ง มันจัดการของมัน ที่จริงคุณกินเข้าไปนั้น มันทำให้มันแยกยากนะ มันจะยากเอาธาตุแต่ละอย่างแต่ละอย่าง โอ้โหไอ้คนนี้มันทรมานกูจริงโวย ไอ้ท้องมันจะร้องโดยเฉพาะคนไทย อะไรกันวะปรุงจริงๆเลย สู่แดนธรรม : ผมว่าชาติไหนจะสู้อาหารไทยได้บ้างนะ สมณะแสนดิน : ร่างกายมันต้องไปแยกเป็นธาตุเล็กๆอยู่ดี พ่อครู : ใช่ ต้องแยกเป็นธาตุเล็กๆอยู่ดีเอาไปใช้ มันเยอะไปหมดเลย มันต้องเสียเวลาที่จะมาแยก เพราะฉะนั้นเดี๋ยวก็แสบท้อง เดี๋ยวก็ปวดท้อง เดี๋ยวก็ร้อนท้อง เดี๋ยวก็ขี้แตก สมณะแสนดิน : เวลาป่วยให้กินข้าวต้มกับเกลือ สู่แดนธรรม : ให้มันง่ายที่สุด สมณะแสนดิน : อย่าไปกินซับซ้อน สู่แดนธรรม : พ่อท่านเคยสอนผมจำได้อย่างดีเลย การกินอาหารทั้งหลายเนี่ย ร่างกายดูดเอาไปแต่ธาตุเรานั้น ร่างกายไม่ได้ดูดเอาความอร่อยของกิเลสเราเอาไปหล่อเลี้ยงร่างกายนะ ร่างกายไม่ได้สนใจนะว่าคุณจะอร่อยหรือไม่อร่อย พ่อครู : โอ๊ยคนเขากินมีรสชาติ มีอร่อยอร่อยเขามีชีวิตชีวาจะตาย สู่แดนธรรม : ร่างกายไม่สามารถเอาความอร่อยของของเราไปเลี้ยงร่างกาย สมณะแสนดิน : เขาว่าไม่อร่อยกินไม่ลง พ่อครู : ความโง่จะเอารสอร่อย ร่างกายมันบอกว่าโอ้โห เหนื่อยชิบหายเลยต้องมาแยกร้องกันเอง เอ็งปรุงแต่งมาเยอะ สู่แดนธรรม : แสดงว่าร่างกายนี้ก็คืออุตุแท้ๆเลยใช่ไหมครับ มันดูดเอาแต่ธาตุอย่างเดียว พ่อครู : ไม่ใช้อุตุเลย มันจะเอาธาตุพี่ชะดีกว่า พีชะมันสามารถจะดูดเอาสิ่งทีดี สมณะแสนดี : มีเพลงที่พ่อท่านแต่ง เราเกิดมาจากดินแท้ๆ เราเกิดมาจากไฟแท้ๆ อะไรอย่างนี้ คือ ร่างกายมาจากดินน้ำไฟลม ไม่มีความอร่อยปน สู่แดนธรรม : ความปรุงแต่งของร่างกายแท้ๆ ก็เป็นเพียงแต่พืช ไม่เอากิเลสเข้าไปเลี้ยงขันธ์ พ่อครู : ใช่ มันเป็นธาตุชีวะไง เราจะไปเอาอุตุทีเดียว มันก็เข้าใจ มันก็ปรุงด้วยอุตุนี่แหละ แต่มันก็ต้องปรุงอยู่ เพราะว่าเรายังสังขารที่ปรุงแต่ง ชีวะคือสังขาร ปรุงแต่งด้วยธาตุเหล่านั้น กับนามธรรม คือ ชีวะ และคือจิตวิญญาณ คือถ้าพลังงานที่มันยังยึดเกาะกันอยู่ เพราะฉะนั้น คุณเป็นธาตุพลังงานที่ยึดเกาะเรียกว่าจิตวิญญาณ คุณต้องเรียนรุ้ให้ทันว่าอ๋อ จิตวิญญาณมันเป็นอย่างนี้เอง ทำให้จิตวิญญาณสะอาดก่อน สะอาดจากเครื่องปรุงแต่ง มันเกินจากความเป็นจริง พอดูแล้ว เหลือธาตุสะอาดที่เป็นสังขาร สังขารสะอาดเพราะมีปัญญารู้แล้วว่า สังขารสะอาดเป็นเช่นนี้ เราจึงจะสามารถ ไม่ติดไม่ยึด เพราะว่าเราเอาไม่ได้ติดรส ไม่ได้ติด ไม่ได้ติดเสียง ไม่ได้ติดสัมผัส แม้ที่สุด การมาเป็นสังขารปรุงแต่งกันอยู่ ก็เข้าใจว่า มันไม่ใช่อัตตา มันไม่ใช่สิ่งที่ปรุงแต่งยึดกันเป็นก้อน ที่จะต้องไม่แยกจากกันเลย มันไม่ใช่ มันอนัตตา มันไม่มีตัวตนหรอก อยากออกไปแล้วมัน 0 หมดเลย แต่มันมีธาตุตั้งแต่ 2 ตัว 3 ตัว 4 ตัว 5 ตัว 6 ตัว สู่แดนธรรม : รายการวันนี้ เนื้อหาโดยมาก ออกไปในทางปรุงแต่ง พ่อครู : แยกแยะธาตุในการปรุงแต่ง สู่แดนธรรม : วันนี้น่าจะพูดถึงว่าชีวิตนี้ อะไรควรปรุงแต่ง ไม่ปรุงแต่ง ประมาณนั้น พ่อครู : อย่าเอาไอ้ที่มันเป็นจิตกลิ เอาสิ่งที่ไม่ควรมาปรุงแต่ง แล้วเราก็รู้ไอ้ธาตุปรุงแต่ง คือสังขารนี้ มันไม่ใช่อัตตา มันเป็นอนัตตา มันมารวมกันอยู่ชั่วคราว เพราะงั้นอยู่อย่างมีประโยชน์ก็มีประโยชน์ไป ผู้ที่รู้จริงแล้ว มันจะรู้ว่าปรุงแต่งกันอยู่นี่คืออะไรบ้าง เราสามารถที่จะรู้ว่าอนัตตา อ๋อปรุงแต่งหรือไม่ปรุงแต่ง เราอยากปล่อยมัน เป็นธาตุอุตุธาตุ วันนี้จึงสามารถทำให้ สังขารนี้อยากเป็นอุตุธาตุไปได้หมด ก็จบ
พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ … 25 กรกฎาคม 2563 ……………..……………..……………..…………… รูปสวย สีงาม รสอร่อย ฯลฯ หรือสภาพที่สัมผัสชวนให้สุขใดๆนั้น มันหลอกคนเก่งที่สุด ถ้าไม่รู้ให้ทันแล้ว “ฆ่ามัน” ให้ถูก เราก็จะไม่มีหวังได้นิพพาน … Beauty, striking colors, heavenly flavor or any attractive touch that would induce happiness are in fact the most illusive. Without comprehending them to correctly kill them, we have no hope for the nirvana. ...Samana Bodhirak