9 ภูเพียรธรรม_บทที่ 3 - ภูมิปัญญาการเคี้ยว.docx
เนื้อหาในไฟล์
บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย
การวิจัยเรื่อง ภูมิปัญญาการเคี้ยวก วฬิง การาหารเพื่อสุขภาวะในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นี้เป็นการศึกษาโดยใช้กระบวนการวิจัยแบบ ผสมผสาน ( Mixed Methods Research ) ระหว่างการวิจัยเชิงชาติพันธุ์วรรณนา ( Ethnography Research ) และการวิจัยเชิงป ริมาณ ( Quanti tative Research ) ซึ่งมีวัตถุประสงค์การวิจัย คือ 1 . เพื่อศึกษา ภูมิปัญญาและ พฤติกรรมการเคี้ยวอาหารคำข้าว ( กวฬิง การาหาร) เพื่อสุขภาวะในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 2. เพื่อทดลองภูมิปัญญาการเคี้ยวก วฬิง การาหาร ที่ บูรณา การตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ในสวนป่านาบุญ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร จำนวน 5 คน 3 . เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบภูมิปัญญาการเคี้ยวก วฬิง การาหารเพื่อสุขภาวะในประเทศไทย และเสนอยุทธศาสตร์การส่งเสริมสุขภาวะในชุมชน การศึกษา งานวิจัยนี้ แบ่งขั้นตอนการศึกษาวิจัย ออกเป็น 3 ขั้นตอน โดยวิธีดำเนินการวิจัยเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในแต่ละ ขั้นตอน นั้น จะนำเสนอ ในประเด็นต่าง ๆ ที่สำคัญ ประกอบ ด้วย 4 ประเด็นหลัก คือ 1 ) ขอบเขตการวิจัย 2 ) เครื่องมือการวิจัย 3 ) การเก็บรวบรวมข้อมูล 4 ) การวิเคราะห์ข้อมูล ขั้นตอนที่ 1 เ ป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ( Qualitative Research ) ที่เน้นใช้แบบการวิจัยเชิงชาติพันธุ์วรรณนา ( Ethnography ) ในรูปแบบของการศึกษาปรากฏการณ์ จากประสบการณ์ตรงของผู้ให้ข้อมูลหลักเฉพาะรายกรณีศึกษา ( An Explanatory Case Study ) ในลักษณะเพื่อมุ่งหาคำอธิบายและให้เข้าใจถึงความหมาย แนวคิด ความเชื่อ วัฒนธรรม และ หลักการประพฤติปฏิบัติการดูแลสุขภาพ ที่เกี่ยวข้องกับ “ ภูมิปัญญาและ พฤติกรรม การเคี้ยว ก วฬิง การาหาร เพื่อสุขภาวะ ” ตามหลักพุทธธรรม และหลักวิทยาศา ส
อ่านต่อ
ตร์การแพทย์แผนปัจจุบัน และ ประสบการณ์ของผู้ให้ข้อมูลหลักถึงปัจจัยองค์ประกอบต่าง ๆ ที่มีผลในการปรับเปลี่ยน “พฤติกรรม การเคี้ยวก วฬิง การาหาร เพื่อสุขภาวะ” ตามหลักพุทธธรรมเพื่อความผาสุกอันยั่งยืน ในชุมชนวิถีธรรม โดยใช้กระบวนการหาความรู้แบบอุปนัย ( Inductive method ) ขั้นตอนที่ 2 เป็นการวิจัย ทดลองและ เชิงคุณภาพ ( Experimental & Qualitative Research ) เพื่อ ศึกษา การ ทดลอง ปฏิบัติของภูมิปัญญา การเคี้ยว ก วฬิง การาหารเพื่อสุขภาวะ ที่ บูรณา การ ตามหลัก การแพทย์วิถีธรรม เพื่อความผาสุก อย่าง ยั่งยืน ( I nput ) ในกระบวน การ ปร ับเปลี่ยนและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อสุขภาวะความผาสุก เบิกบาน และ ผ่องใส อย่างยั่งยืน ไปเป็นลำดับ ๆ ( Process) และผลจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ทำได้ ( O utput ) ทดลอง เป็นเวลา 1 ปี และศึกษา รูปแบบของ ภูมิปัญญาและ พฤติกรรมสุขภาพที่ดีและไม่ดี ด้วยกระบวนการปฏิบัติหลัก “ ศีล สมาธิ ปัญญา ” เพื่อการปรับเปลี่ยน “ ภูมิปัญญาและ พฤติกรรมการเคี้ยวก วฬิง การาหารเพื่อสุขภาวะ” ตามหลักพุทธธรรมเพื่อความผาสุกอันยั่งยืน สมบูรณ์ เบิกบาน และ ผ่องใส เพื่อการจัดทำยุทธศาสตร์ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สุขภาพ และพัฒนาสุขภาวะในระดับชุมชน ประเทศ และภูมิภาคต่อไป ขั้นตอนที่ 3 เป็น การวิจัยเชิงปริมาณ ( Quantitative Research ) ศึกษา ปรากฏการณ์ ของ องค์ประกอบ ความเข้าใจความรู้เรื่อง “ ภูมิปัญญาและ พฤติกรรม การเคี้ยวก วฬิง การาหารเพื่อ สุขภาวะ” ตามหลักพุทธธรรม เพื่อความ ผาสุก เบิกบาน และ ผ่องใส อย่างยั่งยืน ไปเป็นลำดับ ๆ ( Input and Process) ของ ประชาชนในประเทศไทย และผลจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ทำได้ ( O utput ) โดยใช้แบบสอบถาม เก็บข้อมูล กลุ่มตัวอย่าง ผู้ให้ข้อมูลหลัก จำนวนรวม 5 93 คน รวมทั้งการเสนอยุทธศาสตร์การส่งเสริมสุขภาวะชุมชนในประเทศไทยต่อไป
ขั้นตอนการวิจัย ขั้นตอนที่ 1 การวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ข้อ 1 คือ เพื่อศึกษา ภูมิปัญญาและ พฤติกรรมการเคี้ยว กวฬิงการาหาร เพื่อสุขภาวะในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นอย่างไร 1 . ขอบเขตการวิจัย 1.1 ขอบเขตด้าน พื้นที่ ผู้วิจัยได้กำหนดขอบเขตพื้นที่การศึกษา ในพื้นที่ ประเทศไทยและสาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว ดังนี้ ประเทศ ไทย ศึกษาใน พื้นที่ ในพื้นที่ของชุมชนวิถีธรรม อันประกอบด้วย พื้นที่ การดำเนินงานของชุมชนเครือข่ายแพทย์วิถีธรรม ชุมชนบุญนิยม และชุมชนทั่วไป ในประเทศไทย ดังต่อไปนี้ ดังต่อไปนี้ 1 . สวนป่านาบุญ 1 จังหวัดมุกดาหาร สวนป่านาบุญ 2 จังหวัดนครศรีธรรมราช สวนป่านาบุญ 3 จังหวัด ปทุมธานี และชุมชนเครือข่ายแพทย์วิถีธรรมในประเทศไทยและทั่วโลก 2 . บวรหรือพุทธสถานของชาวชุมชนบุญนิยม (ชุมชนอโศก) อันได้แก่ บวรราชธานีอโศก จังหวัดอุบลราชธานี บวรสีมาอโศก จังหวัดนครราชสีมา บวรภูผาฟ้าน้ำและบวรลานนาอโศก จังหวัดเชียงใหม่ จากการศึกษาของเ พชรตะวัน ธนะ รุ่ง ได้มีการศึกษาการบูร ณา การองค์ความรูและภูมิปัญญาด้านสุขภาพของชุมชนพึ่งตนเอง ซึ่งพบว่า ชุมชนราชธานีอโศก มีการพัฒนาองค์ความรู้ด้านจิตวิญญาณที่เข้มข้น ส่วนชุมชนสวนป่านาบุญ เน้น การ พัฒนาจิตวิญญาณให ้กับจิตอาสาที่มาจากความ หลากหลาย ในการอยู่และทำงานร่วมกัน ทั้ง 2 ชุมช น มีการดำเนินชีวิตตาม หลักพุทธธรรม แนวบุญนิยมและ ระบบสาธารณโภคี ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกัน ของชาวชุมชน ที่แต่ละบุคคลมาจากความหลากหลาย แต่มีอุดมการณ์ร่วมกัน ทำให้การพัฒนาเกิดขึ้นได้ด้วยความสมัครสมานสามัคคีของกลุ่มสมาชิก (เพชรตะวัน ธนะ รุ่ง. 2555 : 252) ผู้วิจัยจึงเลือกศึกษาชุมชนสวนป่านาบุญและชุมชนอโศกในการวิจัยครั้งนี้ ขอบเขตพื้นที่การศึกษาในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ผู้วิจัยกำหนดขอบเขตพื้นที่การศึกษาในแขวง สะหวัน นะเขต แขวงจำปาสัก และนครเวียงจันทร์ ที่เป็นชาติพันธุ์ลาวและรับประทานข้าวเหนียว เนื่องจากเป็นเขตพื้นที่อยู่ใกล้ชิด เป็นเขตพื้นที่ ที่มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรม และศาสนา ใกล้เคียงกับ พื้นที่ที่ศึกษาในจังหวัดมุกดาหารและอุบลราชธานี ที่เป็น พื้นที่ที่ศึกษาในประเทศไทย 1.2 ขอบเขตด้านเนื้อหา 1 . 2 . 1 เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ข้อ 1 ผู้วิจัยได้กำหนดขอบเขต ด้าน เนื้อหา ดังนี้ 1 . ศึกษา ความหมาย ความเชื่อ วัฒนธรรม และหลัก วิธี การประพฤติปฏิบัติการดูแลสุขภาพ ที่เกี่ยวข้องกับ “ ภูมิปัญญาและ พฤติกรรม การเคี้ยว ก วฬิง การาหารเพื่อสุขภาวะ ” ตามหลักพุทธธรรม และหลักวิทยาศาสตร์ และทฤษฎีแผนต่าง ๆ 2 . ศึกษาประสบการณ์ของผู้ให้ข้อมูลหลักถึงปัจจัยองค์ประกอบต่าง ๆ ที่มีผลในการปรับเปลี่ยน “ ภูมิปัญญาและ พฤติกรรม การเคี้ยว ก วฬิง การาหาร เพื่อสุขภาวะ” บูรณา การตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ตามหลักพุทธธรรมเพื่อความผาสุกอันยั่งยืน ในชุมชนวิถีธรรม 3 . ศึกษา แนวคิดทฤษฎีตามหลักพุทธธรรม ปรัชญาเศรษฐกิจ พ อเพียง ทฤษฎีเกี่ยวกับสสาร พลังงาน และจิตวิญญาณ ทฤษฎีภาวะผู้นำ ทฤษฎี ระบบ ธรรมะ 2 แบบขั้วตรงกันข้าม ( Binary Opposition ) แนวคิดทฤษฎีความสัมพันธ์กันเป็นองค์รวม ทฤษฎีนิเวศวิทยาวัฒนธรรม ทฤษฎีเ กี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพ ที่สัมพันธ์กับ “ ภูมิปัญญาและ พฤติกรรม การเคี้ยวก วฬิง การาหารเพื่อสุขภาวะ” เพื่อความผาสุก อย่าง ยั่งยืน 1 . 3 . ขอบเขตด้าน บุคคลที่ศึกษา 1 . 3 . 1 ผู้วิจัยได้กำหนดขอบเขตประชากรและกลุ่มตัวอย่างผู้ให้ข้อมูลหลักในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ตามวัตถุประสงค์ข้อ 1 แบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม ดังนี้ 1 . จิตอาสาแพทย์วิถีธรรมที่ผ่านการคัดเลือกจากเครือข่ายแพทย์วิถีธรรม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 - มิถุนายน 2561 ซึ่งบำเพ็ญและอาศัยอยู่เป็นประจำในพื้นที่ สวนป่านาบุญ 1 จังหวัดมุกดาหาร สวนป่านาบุญ 2 จังหวัดนครศรีธรรมราช และสวนป่านาบุญ 9 จังหวัด สุพรรณบุรี มีอายุ 20 ปีขึ้นไป ศึกษารวม 1 3 คน 2 . จิตอาสาแพทย์วิถีธรรมที่ผ่านการคัดเลือกจากเครือข่ายแพทย์วิถีธรรม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 – มิถุนายน 2561 ซึ่งมาบำเพ็ญแบบประจำ แต่ไม่พักอาศัย ในพื้นที่ชุมชนเครือข่ายแพทย์วิถีธรรมในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่สวนป่านาบุญ 1 จังหวัดมุกดาหาร สวนป่านาบุญ 2 จังหวัดนครศรีธรรมราช และ สวนป่านาบุญ 9 จังหวัดสุพรรณบุรี และเครือข่ายแพทย์วิถีธรรมทั่วโลก มีอายุ 20 ปีขึ้นไป ศึกษารวม 2 5 คน 3 . ประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติ จากชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยและ ทั่วโลก ที่เคยผ่านเข้ารับการอบรมค่ายสุขภาพพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพ อเพียง ตามหลักการแพทย์ วิถีธรรม ( 5 – 9 วัน ) ณ สวนป่านาบุญ 1 จังหวัดมุกดาหาร หรือ สวนป่านาบุญ 2 จังหวัดนครศรีธรรมราช และ สวนป่านาบุญ 9 จังหวัดสุพรรณบุรี หรือเครือข่ายแพทย์วิถีธรรมทั่วประเทศและทั่วโลก ที่เป็น ผู้ป่วยโรคเรื้อรังไม่ติดต่อ ( NCDs ) โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะต่าง ๆ โรคเบาหวาน ไขมันสูง ความดันโลหิตสูง และโรคภูมิแพ้ต่าง ๆ เป็นต้น ที่เคยผ่านการอบรมค่ายสุขภาพแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม เพื่อการพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ในระหว่าง เดือนมกราคม พ.ศ. 2557 – เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2561 ศึกษารวม 11 คน 4 . นักบวชและ ชาวชุมชนบุญนิยม (ชุมชนอโศก) ที่ พัก อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ของชุมชนบวรราชธานีอโศก จังหวัดอุบลราชธานี ชุมชนบวรสีมาอโศก จังหวัดนครราชสีมา ชุมชนบวร ภูผาฟ้าน้ำและบวรลานนาอโศก จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป ศึกษารวม 1 6 คน 5. ชาวไทยพุทธทั่วไป วิถีไทยวิถีพุทธ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในพื้นที่ชุมชนอำเภอดอนตาล และตลาดชานุมาน อำเภอชานุมาน จังหวัดมุกดาหาร ตลาดช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ศึกษารวม 7 คน 6. ประชาชน ชาวลาว ในประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่เป็นบุคคลและ หรือ ครอบครัวที่มีอายุยืนในหมู่บ้านสาธารณสุขดีเด่น หรือดาวของสาธารณสุข และหรือกลุ่มบุคคลที่มีสุขภาวะจากการเคี้ยว ก วฬิง การาหาร เพื่อสุขภาวะ ตามที่กลุ่มชนนั้นจะมีภูมิปัญญ าตาม ภูมิรู้และ ผล การ ศึกษาของกลุ่มชนนั้น ๆ ศึกษารวม 2 7 คน การศึกษาตามวัตถุประสงค์ที่ 1 นี้ เป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลโดยใช้การสังเกตแบบมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วม (Participant and Non-Participant Observation) และการสัมภาษณ์เชิงลึก ( In - depth interview) การเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ( Purposive sampling) เป็นการเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยพิจารณาจากประสบการณ์ตรงที่ผู้วิจัยได้สัมผัสกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาวะของผู้ให้ข้อมูลหลัก โดยอาศัยความรอบรู้ ความชำนาญ และการตัดสินใจของผู้ทำวิจัย ด้วยเทคนิค Judgement sampling อันประกอบด้วย ผู้นำชุมชน ชาวชุมชนผู้มีประสบการณ์การปรับเปลี่ยน “พฤติกรรม การเคี้ยวก วฬิง - การาหารเพื่อสุขภาวะ” ตามหลักพุทธธรรมเพื่อความผาสุกอันยั่งยืน ชาวชุมชนที่เคยป่วยด้วยโรค NCDs และเป็นชาวชุมชนผู้ที่มีประสบการณ์ในการปรับเปลี่ยน “พฤติกรรม การเคี้ยวก วฬิง การาหารเพื่อสุขภาวะ” เป็นผู้ให้ข้อมูลหลัก ( key I nformants) รวมจำนวน 99 คน โดยแบ่งการเก็บข้อมูลในประเทศไทยกลุ่มตัวอย่างผู้ให้ข้อมูลหลักตามข้อ 3.1.1 – 3.1. 5 รวม 72 คน และในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 27 คน จำนวนผู้ให้ข้อมูลจะพิจารณาจากความอิ่มตัวของข้อมูล ซึ่งเป็นข้อมูลที่เพียงพอสามารถอธิบายความหมายของประสบการณ์ที่เกิดขึ้นได้ 2 . เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 2 . 1 ลักษณะ เครื่องมือ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 ลักษณะเครื่องมือที่ใช้ ประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง สมุดจดบันทึก กล้องถ่ายภาพ กล้องถ่ายวีดีทัศน์ เครื่องบันทึกเสียง เครื่องและโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับบันทึกข้อมูลและประมวลผลในการ วิเคราะห์สังเคราะห์ข้อมูล และการจัดทำฐานข้อมูล มีตัวผู้วิจัย ผู้ช่วยวิจัย และผู้ประสานงาน ซึ่งเป็นจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม เป็นผู้จัดทำเครื่องมือสำหรับการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ 2 . 2 การสร้างเครื่องมือ การสร้างเครื่องมือหรือกรอบการสัมภาษณ์ เพื่อเก็บข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยกำหนดขั้นตอนและวิธีการสร้างเครื่องมือดังนี้ 2 . 2 . 1 . ในการวิจัยเชิงคุณภาพ เป็นการสร้างกรอบการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างเพื่อเก็บข้อมูล โดยการศึกษาข้อมูลเบื้องต้น เพื่อใช้เป็นความรู้พื้นฐานในการกำหนดกรอบการสัมภาษณ์ ให้ครอบคลุมขอบเขตเนื้อหาประเด็นที่จะศึกษา ศึกษาจากเอกสาร งานวิจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และจากการการลงภาคสนาม มีพูดคุยสัมภาษณ์เบื้องต้นกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ 2 . 2 . 2 ศึกษาข้อมูลภาคสนามชุมชน วิถีธรรมและ นักปฏิบัติธรรมในประเทศ ไทย และ สาธารณประชาธิปไตยประชาชน ลาว แล้วนำข้อมูลที่ได้มาสร้างกรอบการสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง ให้ครอบคลุมในประเด็นที่ศึกษา ประกอบด้วย 1 . ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ให้ข้อมูล ประกอบด้วย ชื่อ – สกุล เพศ อายุ เชื้อชาติ สัญชาติ ภาษาที่ใช้พูด อาชีพ ระยะเวลาที่มาอยู่ในชุมชน 2 . ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็น “ ภูมิปัญญาและ พฤติกรรม การเคี้ยว ก วฬิง การาหาร เพื่อสุขภาวะ” เพื่อความผาสุก เบิกบาน และ ผ่องใส อย่างยั่งยืน ไปเป็นลำดับ ๆ ด้วยการปฏิบัติหลัก “ ศีล สมาธิ ปัญญา ” ตามหลักพุทธธรรม หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักบุญนิยม หลักการแพทย์วิถีธรรม หลักวิทยาศาสตร์ ระบบธรรมะ 2 และทฤษฎีแผนต่าง ๆ ดังนี้ 2 . 1 การให้ความสำคัญของเทคนิคการปรับสมดุลร้อนเย็น การละบาป บำเพ็ญบุญ การทำจิตใจให้ผ่องใส ด้วยการเจริญ “ ศีล สมาธิ ปัญญา ” ตามหลักพุทธธรรม อาริมรรค มีองค์แปด ในมิติของ พฤติกรรมการเคี้ยวเพื่อสุขภาวะ 2 . 2 แรงจูงใจในการมาศึกษาและปรับ “ พฤติกรรม การเคี้ยวก วฬิง การาหาร เพื่อสุขภาวะ” ตามหลัก “ ศีล สมาธิ ปัญญา ” ตามหลักพุทธธรรม หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักบุญนิยม หลักการแพทย์วิถีธรรม หลักวิทยาศาสตร์ ระบบธรรมะ 2 และทฤษฎีแผนต่าง ๆ 2 . 3 ความสำเร็จ ปัญหาและอุปสรรค ในการพึ่งตนและช่วยเหลือผู้อื่น เพื่อปรับพฤติกรรมการเคี้ยว ให้มีสุขภาวะที่ดีตามหลัก “ ศีล สมาธิ ปัญญา ”ตามหลักพุทธธรรม หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักบุญนิยม หลักการแพทย์วิถีธรรม หลักวิทยาศาสตร์ ระบบธรรมะ 2 และทฤษฎีแผนต่าง ๆ 2 . 4 แนวทางในการปรับปรุงแก้ไข และการพัฒนารูปแบบ “ พฤติกรรม การเคี้ยวก วฬิง การาหารเพื่อสุขภาวะ” ที่ส่งผลต่อ ความผาสุกอย่างยั่งยืน โดย วิเคราะห์สังเคราะห์ด้วยแนวคิดทฤษฎี กระบวนทัศน์การปรับเปลี่ยนและพัฒนาความเห็นตามหลัก “ ศีล สมาธิ ปัญญา ” ประกอบด้วยอาริ ยมรรค มีองค์แปด สัมมาทิฎฐิ เมตตาและอุเบกขา ด้วยการเจริญ “ อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา ” ตามหลักพุทธธรรม หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักบุญนิยม หลักการแพทย์ วิถีธรรม หลักวิทยาศาสตร์ ระบบธรรมะ 2 และทฤษฎีแผนต่าง ๆ 3 . ตรวจสอบกรอบการสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แล้วนำกรอบการสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง เสนออาจารย์ที่ปรึกษา และผู้ทรงคุณวุฒิ ตรวจสอบความถูกต้องและเหมาะสม เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในการเก็บข้อมูลภาคสนามได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุม 3.1 การ หาคุณภาพของเครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล การสัมภาษณ์ ภาคสนามมีวิธีการดังนี้ 3.1.1 แบบสัมภาษณ์และแบบสอบถาม ที่ใช้เป็นแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง ที่มี คำถามแบบปลายเปิด โดยนำแบบสัมภาษณ์และแบบสอบถาม มาตรวจสอบความเที่ยงตรง และให้ ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาข้อคำถามในการสัมภาษณ์และสอบถาม ให้ครอบคลุมเนื้อหาครบถ้วน ข้อคำถามถูกต้องเหมาะสม ตรงตามโครงสร้าง และภาษาที่ใช้เหมาะสมกับผู้ให้ข้อมูล 3.1.2 นำแบบสัมภาษณ์และแบบสอบถาม ที่ผู้เชี่ยวชาญเห็นชอบแล้วไปทดลองสัมภาษณ์กับกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก เพื่อตรวจสอบความเหมาะสมของภาษาอีก ในส่วนของความเชื่อมั่นนั้น ทดสอบด้วยวิธีสัมภาษณ์และสอบถามซ้ำ และตรวจสอบความเชื่อมั่นของคำตอบที่ได้ จากการสัมภาษณ์และสอบถาม ด้วยการใช้ผู้สัมภาษณ์และสอบถามคนเดียว เมื่อได้ข้อมูลแล้วนำข้อมูลดังกล่าวให้ผู้ถูกสัมภาษณ์และสอบถาม ยืนยันคำตอบของตนเอง 3 . การเก็บรวบรวมข้อมูล การ เก็บ รวบรวม ข้อมูล เพื่อ การวิจัยเชิงคุณภาพ ตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 ที่เกี่ยวข้องกับ “ ภูมิปัญญาและ พ ฤติกรรม การเคี้ยวก วฬิง การาหารเพื่อสุขภาวะ” ด้วยการปฏิบัติหลัก “ ศีล สมาธิ ปัญญา ” ตามหลักพุทธธรรม หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักบุญนิยม หลักการแพทย์วิถีธรรม หลักวิทยาศาสตร์ ระบบธรรมะ 2 และทฤษฎีแผนต่าง ๆ ในชุมชนวิถีธรรม ของกลุ่มตัวอย่างและผู้ให้ข้อมูลในข้อ 1 . 3 โดยศึกษา จาก 3 . 1 หนังสือ วารสาร เอกสาร ข้อมูลทางสื่อโทรทัศน์ วิทยุ สื่อออนไลน์ ดีวีดี วีซีดี เอ็ม พี 3 ที่ ได้มีการเผยแพร่ไว้เป็นสาธารณะ 3 . 2 เอกสาร แบบสอบถามและแบบประเมินผลสุขภาพต่าง ๆ สื่อต่าง ๆ ที่ บันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะของผู้ใช้ การแพทย์วิถี ธรรม สถาบันบุญนิยม 3 . 3 การสัมภาษณ์เชิงลึกแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ด้วยแบบสัมภาษณ์ กึ่งโครงสร้าง เก็บข้อมูลภาคสนาม โดยเลือกกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลักแบบเจาะจง ( Purposive sampling ) จำ นวน 99 คน ในประเด็นการให้ความสำคัญของเทคนิค การปรับสมดุลร้อนเย็น การละบาป บำเพ็ญบุญ การทำจิตใจให้ผ่องใส ด้วยการเจริญศีลสมาธิปัญญา ตามหลักพุทธ ธรรม อาริ ยมรรค มีองค์แปดในมิติของ พฤติ กรรม การเคี้ยว แรงจูงใจในการมาศึกษาและปรับ “ พฤติกรรม การเคี้ยวก วฬิง การาหารเพื่อสุขภาวะ” ปัจจัย ความสำเร็จ ปัญหาและอุปสรรค ในการพึ่งตนและช่วยเหลือผู้อื่นให้มีสุขภาวะที่ดีตาม หลักเทคนิคการดูแลสุขภาพตาม หลัก ศีลสมาธิปัญญา แนวทางในการปรับปรุงแก้ไข และการพัฒนารูปแบบ พฤติกรรมการปรับเปลี่ยนความคิดเห็นที่ส่งผลต่อ ความผาสุกอย่างยั่งยืน โดย วิเคราะห์สังเคราะห์ด้วยแนวคิดทฤษฎี กระบวนทัศน์การปรับเปลี่ยนและพัฒนาความเห็นตามหลัก “ ศีล สมาธิปัญญา ” ประกอบด้วยหลัก “ อาริ ยมรรค มีองค์แปด สัมมาทิฎฐิ เมตตาและอุเบกขา ” ตามหลักพุทธธรรม หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักบุญนิยม หลักการแพทย์วิถีธรรม หลักวิทยาศาสตร์ ระบบธรรมะ 2 และทฤษฎีแผนต่าง ๆ 3 . 4 เก็บ รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับ แนวทางในการปรับปรุงแก้ไขและการพัฒนารูปแบบ พฤติกรรมการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ที่สร้างผลต่อความ คิด เห็น ความเข้าใจ และ สุขภาวะความผาสุก และเบิกบาน อย่างยั่งยืน โดย วิเคราะห์สังเคราะห์ด้วยแนวคิดทฤษฎี กระบวนทัศน์การปรับเปลี่ยนและพัฒนาความเห็นที่ถูก ตรง ตามหลัก “ ศีล สมาธิ ปัญญา ” ประกอบด้วยหลัก “ อาริ ยมรรค มีองค์แปด สัมมาทิฎฐิ เมตตาและอุเบกขา ” ตาม ตามหลักพุทธธรรม หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักบุญนิยม หลักการแพทย์วิถีธรรม หลักวิทยาศาสตร์ ระบบธรรมะ 2 และทฤษฎีแผนต่าง ๆ ที่รวบรวมได้ 4 . การวิเคราะห์ข้อมูล วิเคราะห์ สังเคราะห์เนื้อหาของข้อมูลจากเอกสารและสื่อ ต่าง ๆ ดังกล่าว รวมถึงจากการสัมภาษณ์เชิงลึก โดยการจัดแยก ฐานข้อมูลตามรายการข้อมูล ด้วย แนวคิดทฤษฎี กระบวนทัศน์ การปรับเปลี่ยนและพัฒนา ความเห็นและหลัก “ อาริ ยมรรค มีองค์แปด สัมมาทิฎฐิ ” ด้วยการเจริญ “ อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา ” ในการปฏิบัติหลัก “ศีล สมาธิ ปัญญา ” ตามหลักพุทธธรรม หลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักบุญนิยม หลักการแพทย์วิถีธรรม หลักวิทยาศาสตร์ ระบบ ธรรมะ 2 และทฤษฎีแผนต่าง ๆ โดยใช้การพรรณนาอย่างลุ่มลึก ( Thick Description ) และสถิติร้อยละ ขั้นตอนที่ 2 การ วิจัยทดลอง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ข้อที่ 2 ของการวิจัย คือ ทดลองภูมิปัญญาการเคี้ยว ก วฬิง การาหาร ที่ บูรณา การตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ในสวนป่านาบุญ 1 อำเภอดอนตาล จังหวัด มุกดาหาร จำนวน 5 คน เพื่อเสนอรูปแบบการพัฒนา “ ภูมิปัญญาและ พฤติกรรม การเคี้ยวก วฬิง การาหาร เพื่อสุขภาวะ” ขอบเขตการวิจัย 1 . 1 ขอบเขตด้านพื้นที่ ผู้วิจัยได้กำหนดขอบเขตพื้นที่การศึกษาในพื้นที่ประเทศไทย ศึกษาในพื้นที่ของชุมชนวิถีธรรม สวนป่านาบุญ 1 อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เนื่องจาก เป็น ชุมชนที่ มี ภูมิปัญญาการเคี้ยว กวฬิง การาหาร เพื่อสุขภาวะ บูรณา การตามหลักการแพทย์วิถีธรรม อย่างเป็นรูปธรรม 1 . 2 ขอบเขตด้านเนื้อหา เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ข้อ 2 ผู้วิจัยได้กำหนดขอบเขตเนื้อหาการ ศึกษา คือ การศึกษาทดลอง ภูมิปัญญา การเคี้ยว ก วฬิง การาหารเพื่อสุขภาวะ บูรณา การตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ตาม หลัก ปฏิบัติ “ ศีล สมาธิ ปัญญา ” ตาม หลักพุทธธรรม คือ “ มรรคมีองค์ 8 สติปัฏฐาน 4 จรณะ 15 โพชฌงค์ 7 โพธิปักขิย ธรรม 37 ” เพื่อความผาสุก เบิกบานและผ่องใส อย่าง ยั่งยืน ( I nput ) ขั้นตอน กระบวน การ ปร ับเปลี่ยนและพัฒนาพฤติกรรม การเคี้ยว เพื่อสุขภาวะความผาสุก เบิกบาน และ ผ่องใส อย่างยั่งยืน ( P rocess ) และผลจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ทำได้ ( O utput ) โดยการเก็บ ผล ย้อนหลัง 9 เดือน ตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ – ตุลาคม พ.ศ. 2560 และเก็บไปข้างหน้า 3 เดือน คือ เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2560 - กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 ณ ศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สวนป่านาบุญ 1 อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร 1 . 3 ขอบเขตด้าน บุคคลที่ศึกษา การศึกษาวิจัย ครั้งนี้ เพื่อสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ข้อ 2 จึง มีเกณฑ์ในการคัดเลือกอาสาสมัคร จำนวน 5 คน ดังนี้ - จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม - ผู้ที่เคยผ่านการอบรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม 5 – 9 วัน - อายุ 20 ปีขึ้นไป การ ให้ข้อมูล อาสาสมัคร - คัดเลือกอาสาสมัครเข้าร่วมการทดลอง ตามเกณฑ์ ที่ กำหนดไว้ ซึ่งผู้วิจัย ได้ ชี้แจง ขั้นตอนในการทดลอง แก่ผู้ที่สนใจในค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม สวนป่านาบุญ 1 จ ังหวัด มุกดาหาร เพื่อ พิจารณาในการตัดสินใจ ยินยอม เข้าร่วม การวิจัยครั้งนี้ - ผูวิจัยแจ งราย ละเอียดเกี่ยว กับข อมู ลส วนตัว ของผ ูวิจัย ไดแก หมายเลข โทรศัพท ที่สามารถ ติดต อได 24 ชั่วโมง และแจ งให อาสาสมัครทราบถึงสถานที่บริการทางสาธารณสุขที่สามารถเข ารับ บริการไดในกรณีที่เกิดภาวะ แทรกซ อน อันเนื่องมาจากการวิจัย - ในกรณีที่อาสาสมัครไมประ สงค จะเข าร วม โครง การต อ สามารถแจ งผู วิจัยไดทุกเวลาโดยไมมีผลต่อ สิทธิต่าง ๆ ของอาสาสมัคร เครื่องมือการวิจัย เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ข้อ 2 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยการทดลอง ภูมิปัญญา การเคี้ยว กวฬิง การาหาร เพื่อสุขภาวะ มีดังนี้ 2 . 1 การวิจัย ครั้งนี้ใช้ “ภูมิปัญญา การเคี้ยวก วฬิง การาหารเพื่อสุขภาวะ ” บูรณา การ ตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ในการ ปฏิบัติ “ ศีล สมาธิ ปัญญา ” ตาม หลัก หลักพุทธธรรม หลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักพุทธ ศาสนาตามภูมิของ พ่อครูสมณะ โพธิ รักษ์ (หลักบุญนิยม) หลักพุทธศาสนาตามภูมิของ ดร. ใจเพชร กล้าจน (หลักการแพทย์วิถีธรรม) หลักวิทยาศาสตร์และทฤษฎี การแพทย์ แผนต่าง ๆ แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับสสาร พลังงาน จิตวิญญาณ และแนวคิดความสัมพันธ์กันเป็นองค์รวม ขั้นตอนการปฏิบัติมีดังนี้ - รับประทานอาหาร ตามหลักปรับสมดุลร้อนเย็นและ ตาม ลำดับการย่อยง่าย รับประทานมื้อหลักในตอนเที่ยงและมื้อรองในตอนเช้าหรือตอนเย็น และตั้งศีลรับประทานวันละ 1 มื้อ ตามความสามารถที่ทำได้ - พิจารณา การตั้งศีลมาปฏิบัติเรื่องใดเรื่องหนึ่งใน กามคุณ 5 (รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส) ในอาหาร โดยอ่านเวทนา อาการและคว ามรู้สึกชอบและไม่ชอบที่ทำให้เกิด อารมณ์สุข ทุกข์ เฉย ๆ (ไม่ชอบ - ไม่ชัง) ขณะตักเลือกอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร ขณะรับประทานอาหาร และหลังรับประทานอาหาร ของตนเองทุกวัน - พิจารณาความน่ารังเกียจในอาหารที่เป็นพิษ โทษ ภัย ต่อ สภาวะของร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ ขณะตักเลือกอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร ขณะรับประทานอาหาร และหลังรับประทานอาหารของตนเองทุกวัน - ประมาณในการรับประทานอาหารให้สมดุลร้อนเย็น ประมาณปริมาณอาหารให้รับประทานไม่มากหรือน้อยเกินไป ขณะตักเลือกอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร ขณะรับประทานอาหาร และหลังรับประทานอาหาร ในแต่ละวัน - ฟังธรรมจาก ดร.ใจเพชร กล้าจน ท่องทบทวนธรรม ตามหลัก การ แพทย์วิถีธรรม ใคร่ครวญธรรม ด้วยตนเอง สนทนาธรรมกับหมู่มิ ตรดี ในเรื่องการเคี้ยวอาหารเพื่อสุขภาวะ - ตรวจประเ มินอาการชอบและไม่ชอบที่ทำให้เกิด อารมณ์สุข ทุกข์ เฉย ๆ (ไม่ชอบ- ไม่ชัง) ในอาหารว่า “เท่าเดิม มากขึ้น หรือลดลง” ด้วยตนเองทุกวัน และเปรียบเทียบก่อนหลังการทดลอง ในเรื่องการเคี้ยวอาหารเพื่อสุขภาวะ - ตรวจประเมิน ความเท่าเดิม มากขึ้น หรือลดลง ของความทุกข์ ทาง สุขภาพ กาย (สมดุลร้อนเย็น) ทางใจ ทางสังคม และ ทาง จิตวิญญาณ (ปัญญา) ด้วยตนเองทุกวัน และเปรียบเทียบก่อนหลังการทดลอง ในเรื่องการเคี้ยว ก วฬิง การา หารเพื่อสุขภา
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive