ช่วยตน-ช่วยท่าน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์1.56 MB
วันที่แก้ไข2 มีนาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

ช่วยตน-ช่วยท่าน มาทำงาน…. ทางนี้ จะต้องรู้ตน จะต้องมีสติสัมปชัญญะอันดี ผมเตือนทุกคน อย่ามาอย่างหลง อย่ามาอย่างมืด อย่ามาอย่างงมงาย ต้องมาอย่างเป็นผู้ที่มีสติสัมปชัญญะ เป็นผู้เข้าใจ ทดสอบ ทดลอง ผมมีขั้นตอนให้ทดลองเสมอ ให้พิสูจน์ ให้ติดตาม พิสูจน์เอาจนแน่ใจ เอาจนแน่จริง ว่าทางนี้เป็นทางเลิศ ทางนี้เป็นทางประเสริฐ ของมนุษย์ เป็นสุดยอดของความมีค่า และความมีประโยชน์ของมนุษย์ ต้องรู้ จุดพัก รู้จุดว่า สงบระงับเท่าที่เป็นไปได้นั้น เป็นสภาพที่ถ้าจะใช้ภาษาเรียกว่า สุข มันก็อยู่ที่การสงบ การพัก การระงับ การหยุดอยู่ การพักอยู่ นั่นแหละ สุขเย็น เลิศยอดแห่งสุข ไม่ใช่สุขเพราะไปปรุง ไม่เป็นสุขเพราะไปทำ ไปวุ่นไปวาย แม้ที่สุด ผู้ใดรู้จักสุขนั้นแล้ว เราก็จะติดสุขอย่างนั้นๆ นั้นไม่ได้

ช่วยตน-ช่วยท่าน เรารู้ว่า เราควรพักเท่าที่พอดี พอเหมาะ แล้วเราก็จะเป็นผู้ที่มีเมตตาคุณ หรือจะมีกรุณา ที่เรียกว่า กรุณาธิคุณ อย่างพระพุทธเจ้าบ้าง แม้จะไม่มาก ก็เป็นลักษณะ โดยนัยยะอันเดียวกัน เราจะมีกรุณาธิคุณอย่างนั้น เอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์โลก โดยการรู้อยู่ เข้าใจอยู่ว่า ถ้าเราทำงานช่วยให้ เพื่อนมนุษย์ให้ออกมาจากบ่วงนั้น ออกมาจากการติดกับดักของโลกธรรมทั้งหลาย โลกียธรรมทั้งหลาย เป็นงานที่ยากอยู่ และถ้าเรามีกรุณาธิคุณ มีเมตตาคุณที่จะช่วยเหลือเฟือฟาย ให้เพื่อนมนุษย์นั้นๆได้ออกมาบ้าง ก็เป็นคุณค่าของมนุษย์ ผู้พบจริง เห็นจริงแล้วเป็นเบื้องสุด เป็นขั้นสุด จะไม่มีความสงสัย จะไม่มีการละเว้นในการที่จะช่วยคนอื่นเขา เมื่อยก็พัก การทำงานช่วยผู้อื่นก็ต้องเมื่อย เมื่อยเราก็รู้ว่าเมื่อย เราทำงาน เราก็รู้ว่า มันไม่ใช่สุขอย่างสงบ สุขอย่างสงบนั้น ก็คือพัก คือหยุด สุขอยู่สงบหมด ไม่มีกายกรรม

อ่านต่อ

ไม่มีวจีกรรม ก็อยู่สบาย แต่ตราบใด ยังมีกายกรรม มีวจีกรรม มันก็เมื่อย มีมโนกรรมมันก็เมื่อย แต่เราก็รู้ว่า มันเป็นค่า มันเป็นสิ่งสุดท้าย สำหรับพระอรหันต์ทุกองค์ที่รู้แจ้งเห็นจริง ที่เข้าใจแล้วว่า เราจะทำงาน ตราบขันธ์เรานี้แตกสลาย มันก็หมดเรา มันก็หมดเรื่อง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน