ทานอย่างไรได้อานิสงส์สูงสุด.docx
เนื้อหาในไฟล์
ทานอย่างไรได้อานิสงส์สูงสุด _ซึ้งซื่อ วิเชียร : กราบนมัสการพ่อท่านด้วยสุดเศียรเกล้าครับ ผมขออนุญาตเสนอ โศลกธรรม ของพ่อท่าน ครับ การได้ให้แก่ผู้อื่นเสมอ หรือผู้ได้ทำการเสียสละ นั้นก็เป็นคุณธรรมที่เลิศ ที่ยอดแล้วสำหรับผู้ทำ ยิ่งเราได้ให้หรือได้เสียสละด้วยปัญญาว่า นี่สมควร หรือไม่สมควรแล้วจึงให้ จึงเสียสละ ก็ยิ่งเลิศยิ่งยอดยิ่งและที่สุดเราให้ด้วยจิตสงบ จิตเฉยเสียสละด้วยจิตเปล่าไม่ต้องการอะไรมาตอบแทน ให้โดยไม่มีจิตคิดแลกเอาอะไร แม้แต่เพียงเผลอยึดเอาคุณธรรมความดีไว้เพื่ออวดอ้าง ข่มกับผู้อื่น ก็ไม่มี ก็ยิ่งนั่นแหละคือยอดธรรมเลิศมนุษย์ สำหรับผู้ทำได้เป็นได้ เป็นโศลกธรรมของพ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ ๑๑ พ.ย ๑๙ กราบนมัสการขอบพระคุณพ่อท่านอย่างสูงยิ่งครับ พ่อครูว่า... อันนี้เป็นสัจจะที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ในทานสูตรแล้ว ว่า ทานที่มีอานิสงส์สูงสุดคือทานที่ไม่มี สาเปกโข (ไม่มี)สาเปกโข คือ จิตที่ ไม่มีอะไรต่อ จบที่ทำงานจบ มีอุปจยะกับสันตติ อปุจยะคือการเกิด เกิดการทานเสร็จแล้ว สันตติจบ ไม่มีอะไรเชื่อมต่อไปอีก ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ถ้ายังมีวิบากมันก็จะมี ชรตา ถ้าไม่มีวิบากมันก็จบเลย ปรินิพพานเลย ถ้าใครเข้าใจ ใจ ของตัวเอง จิตตัวเอง ทานแล้วก็ทำใจในใจให้รู้ให้เห็นว่า ทานอย่างมีผล อัตถิทินนัง ที่เป็นข้อต้นเลยของสัมมาทิฏฐิ ทานที่มีผลหรือมี อานิสงส์มากคือทานที่ ไม่มีภพชาติ ทานที่ไม่มีอะไรต่อเป็น สาเปกโข ไม่มีตัวกูของกู ไม่มีตัวเราของเรา ทำแล้วก็จบเหมือนไม่ได้ทำ เราจะจำได้หรือจำไม่ได้ก็ไม่มีปัญหาอะไร ไม่จำเป็นจะต้องจำก็ได้ แต่จำได้แล้วก็อย่าให้มีจิตที่ไปนึกว่านี่เป็นของเรานะ นี่เราทำนะ นี่เราเป็นประโยชน์นะหรือเรามีบุญคุณ มันยิ่งไปใหญ่ เป็นอุปกิเลสซ้อน เพราะฉะนั้นการทำใจในใจอย
อ่านต่อ
่างนี้แหละ ละเอียดลึกซึ้งยิ่งนัก จะมีผลสูง มีอานิสงส์มาก ก็ด้วยการทำให้ถูกต้อง อ่านจิตอ่านใจตัวเองให้ได้ว่ามีอาการ อาการของจิต มีมากมีน้อยอย่างไรบ้าง ถ้าไม่ไปเป็นอย่างนั้น ยังมีกระแสต่อ มีภพชาติต่อ ยังไม่จบ ถ้าทานแล้วไม่มีภพชาติต่อก็จบ ยกตัวอย่างเช่น อาตมาทำสวนน้ำ ให้คนได้มาพักผ่อน แล้วเราก็ไปนึกว่า เราเองนี้เป็นคนมีบุญคุณ เป็นคนเป็นผู้สร้างผู้ทำให้นะให้คุณได้มาอาศัยใช้สอยนะ จิตเราก็ไปนึกว่าเราเป็นประโยชน์ เราเป็นผู้ที่มีประโยชน์แก่เขา ถ้าจิต เราไปยึดถือย่างนั้นก็เป็นทานที่ไม่มีอานิสงส์มาก เป็นนัตถิทินนัง ถ้าทำทานแล้วจิตเป็นมุทิตา ถ้าจิตแค่หยาบแค่ เมตตา กรุณา เมตตาคือ เจตนาให้เขาพ้นทุกข์ กรุณาคือลงมือช่วยให้เขาพ้นทุกข์ แล้ว จะมีเราเป็นของเราไม่ได้ ต้องมุทิตา แล้วก็จบวางเลย เป็นอุเบกขา นี่คือสมบูรณ์แบบ 660503 ปลุกพลังเงียบช่วยกันทำให้การเมืองเจริญ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก