นักการเมืองอวรรณะ 9 เขาชอบหาเสียง.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.57 KB
วันที่แก้ไข6 กรกฎาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

นักการเมืองอวรรณะ 9 เขาชอบหาเสียง อาตมาพูดไปแล้ว ไม่ใช่พูดอย่างโม้ๆ ไม่ได้พูดอย่างลอยลม แต่พูดอย่างที่มีสภาวะรองรับ มีบุคคลชาวอโศกรองรับ คุณลักษณะทั้งหลายแหล่นั้นจริง เป็นคนพ้นจาก อวรรณะ 6 แปลง่ายๆภาษาไทยว่าเป็นคนชั้นต่ำ 1. เลี้ยงยาก (ทุพภระ) 2. บำรุงยาก (ทุปโปสะ) 3. มักมาก (มหัปปิจฉะ) 4. ไม่รู้จักพอ (อสันตุฏฐิ) ไม่สันโดษ 5. เกียจคร้าน (โกสัชชะ) 6. คลุกคลีหมู่คณะ(คลุกกองกิเลส) (สังคณิกา) (พตปฎ. เล่มที่ 1 ข้อ 20) ตรงข้ามกับ วรรณะ 9 พ่อครูว่า... เป็นความเกียจคร้านและยังเป็นคนเกียจคร้านด้วย โกสัชชะ กุสีตะ พวกอวรรณะ 6 นี้ เป็นคนไม่เจริญ เป็นมนุษย์หรือ เป็นคนในสังคมที่เป็นโทษ เป็นคนเลี้ยงยากคืออย่างไร เลี้ยงยากมีชีวิตมีความยึดถือมากอย่างนี้ จะกินอย่างนี้ จะอยู่อย่างนี้ จะเอาอย่างนี้ จะเป็นอย่างนี้ อย่างนี้ อย่างนี้ ยึดถือตัวเอง ที่คนอื่นเขาไม่เห็นด้วยหรือเขาคนอื่นเขาตามยากจะเป็นคนอย่างนั้น และเป็นคนยึดมั่นด้วยข้อที่ 2 เป็นความไม่เจริญข้อที่ 2 พัฒนาแก้ไขยากคนนี้ ทุโปสะ ไปแก้ไขที่เขายึดนี่ยากด้วย 3. เป็นคนไม่รู้จักพอไม่สันโดษ เท่าไหร่ๆก็จะต้องการไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุด บำเรอกิเลส บำเรอตนเอง แล้วเป็นคนที่คลุกคลีด้วยหมู่คณะ หมู่คณะที่เป็น อวรรณะ คลุกคลีด้วยหมู่คณะ พวกของตัว จะหาพวกและจะคลุกคลีอยู่กับพวกของตัว ไม่เปิดจิตรู้จักคณะอื่นที่เขาดีบ้าง ถ้าจะพูดถึงคณะของพิธา กับคณะของชาวอโศกนี้คนละฟากโลกเลย เอ้า พอ ผ่านพวกนี้ไปก่อน เพราะฉะนั้นถ้าเป็นคนที่เกียจคร้าน คำนี้ลึก เป็นความเกียจคร้าน เป็นคนเกียจคร้าน ภาษามันฟังดูง่ายว่าคนเกียจคร้าน เขาก็ดูไม่เห็นเป็นคนเกียจคร้าน แต่เขาขยันหาพวกหาคณะ ไม่ได้มาขยันเรียนรู้สิ่งที่จะเปิดกระโหลกของเขาเลย ของเขาจะอยู่ในความรู้กะลาคร

อ่านต่อ

อบของเขา เป็นกะโหลกหุ้มอยู่ที่ในตัวเอง เป็นอัตตาตัวตนที่ยึดติดความรู้ ยึดติดสิ่งที่เขานึกว่ามันดี ซึ่งเขาเลิกกันแล้ว เป็นเรื่องที่ ซับซ้อน เป็นเรื่องที่นึกว่าฉลาดแต่โง่ซับซ้อน เขานึกว่าเขาฉลาดแต่เขาโง่ซับซ้อน นึกว่าความซับซ้อนที่หลากหลายนั่นคือความมากรู้ ความโง่ที่หลากหลายนั้นนึกว่าเป็นความมากรู้ความฉลาด แต่มันยิ่งโง่ซับซ้อนทับถม หลากหลาย แล้วก็นึกว่าที่เขารู้อย่างนี้คือความฉลาด เอ๊ อธิบายชัดดีนะอันนี้ เป็นความโง่ที่เขาโง่ซับซ้อนมากๆๆๆ แล้วเขานึกว่าความหลากหลายของความโง่ที่ซับซ้อนนี้คือ ความฉลาด ชัดดีไหม นี่เป็นอย่างนั้นจริงๆ อย่างที่พิธาเขานึกว่าเป็นสมัยใหม่ ที่จริงมันเก่าแล้วล่ะ เด็กน้อยเอ๋ย มันเก่ามากแล้วอย่างที่ทำนี้ เขาเลิกแล้ว เขาไม่หาพวก เขาไม่คลุกคลีด้วยหมู่ เขาขยันที่จะไปหาเสียงให้ตัวเอง เปรียบเทียบพิธากับพลเอกประยุทธ์นี่คนละเรื่อง พิธานี้หาเสียงให้แก่ตัวเองตลอดเวลา แต่พลเอกประยุทธ์นี้ทำงานไม่หาเสียงเลย แค่นี้คุณก็ไม่มีดวงตา คุณก็มองไม่ได้ มองไม่ออก ไม่รู้ แล้วก็หานโยบายอะไรต่ออะไรมาล่อหลอกคนโง่ คนอยากได้ตะกละตะกลามทางโลกธรรม ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข เอามา สร้างอัตราการก้าวหน้าที่จะหลอกให้คนตะกละตะกลาม คุณก็ได้คนที่มีกิเลสตามมาเป็นพวก คุณไม่ต้องหาเสียงหรอก คนจริงเขาไม่หาเสียง เขาทำงานเลย คุณทำงานกับประชาชนเช่นนักการเมืองที่บอกว่า ทำงานกับประชาชน แต่นี่ไม่ได้ไปทำงานกับประชาชนมีแต่ไปหาเสียงกับประชาชน คำว่าหาเสียงกับทำงานกับประชาชน หาเสียงกับประชาชนกับคนทำงานกับประชาชน 2 อย่างนี้แยกให้ออก แล้วทำให้จริง อาตมาหมดเวลาสำหรับวันนี้ เจริญธรรมทุกคน จบ 660703 สังคมอโศกคือสังคมสาราณียธรรมที่มีสภาวะจริง รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #28 ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน