ไม่สุขไม่ทุกข์มี 2 แบบ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์7.80 KB
วันที่แก้ไข7 กรกฎาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

ไม่สุขไม่ทุกข์มี 2 แบบ _สว่างแสง ขวัญดาว · น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ กราบนมัสการท่านสมณะและสิกขมาตุด้วยความเคารพค่ะ ท่านสิกขมาตุสัจฉิกตาว่า จุดสูงสุดของพุทธคือการไม่ทุกข์ ไม่สุข ท่านว่าคนทั่วไปปรารถนาไม่ทุกข์ แต่การไม่สุขนั้นคนยังไม่อยากเว้น ดิฉันว่าศาสนาพุทธมีความวิเศษตรงที่สอนให้คนมาปรารถนาการไม่ทุกข์ ไม่สุขได้ และพบการไม่ทุกข์ไม่สุขได้จริงค่ะ น้อมกราบนมัสการด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ พ่อครูว่า…วิเศษ คนที่สามารถรู้ว่าอาการจิตของเรา อาการที่มันไม่ทุกข์ไม่สุข อทุกขมสุข การที่รู้อาการไม่ทุกข์ไม่สุขนี้ รู้ได้ 2 อย่าง รู้อย่างงมงาย รู้อย่างไม่ชัดแจ้ง ไม่เปิดเผย ไม่สว่าง รู้อย่างมี จักษุ ปัญญา ญาณ วิชชา อาโลก(แสงสว่าง) สัมผัสเหตุปัจจัยอยู่อย่างสว่างๆ กับรู้อย่างมืด ไม่มีจักษุ ปัญญา ญาณ วิชชา ไม่มีแสงสว่าง ดับแล้วก็ทำให้ไม่สุขไม่ทุกข์ เพราะเป็นการดับสัญญา ดับการกำหนดรู้มันก็เลยไม่รู้สึกสุขรู้สึกทุกข์ พวกหลับตาได้ไม่สุขไม่ทุกข์อย่างนี้เหมือนกันแล้วซวย นึกว่าตัวเองไม่ทุกข์ไม่สุข เพราะว่าความไม่ทุกข์ไม่สุขเป็นยอดสำคัญของศาสนาพุทธ เพราะฉะนั้นไปดับอย่างนั้น ก็เลยได้แต่ งม จม ซวย ไปหลงเลย เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นจะต้องไปนั่งหลับตาให้ไม่สุขไม่ทุกข์แบบนั้น ไม่จำเป็น เพราะฉะนั้นมันไม่มีปัญหาเลย สำหรับผู้ที่มาปฏิบัติให้เข้าใจความสุขความทุกข์โดยดับเหตุ เมื่อดับเหตุไม่สุขไม่ทุกข์ได้แล้ว กิเลสละเอียดหมดเกลี้ยงเลย ความไม่สุขไม่ทุกข์ก็รู้กันอย่างสว่างๆ รู้กันอย่างสัมผัสอะไรต่ออะไรได้เลย หลับตาลงก็เงียบสบาย ไม่ต้องไปนั่งหลับตาให้ยากเลย อย่างนั้นสะกดจิตแทบตาย กว่าจะไม่สุขไม่ทุกข์ได้ แต่ผู้ที่ไม่สุขไม่ทุกข์อย่างสัมมาทิฏฐิของพระพุทธเจ้าแล้ว ลืมตา พอได้จริงแล้วเป็นอรหันต์ จะ

อ่านต่อ

หลับตาลงไป มันก็สบาย เพราะมันไม่มีหรอกจะไปดับไม่สุขไม่ทุกข์แบบหลับตา เพราะไม่สุขไม่ทุกข์ในขณะแม้แต่ลืมตาแล้ว หลับตามันก็เหลือแต่จิต จิตก็ไม่มีเหตุคือกิเลส ไม่มีตาหูจมูกลิ้นกายก็ไม่มีเหตุที่กระทบสัมผัสแล้ว หลับตาไปจิตก็สบายง่าย ถ้าลืมตาสัมผัสด้วย ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่สุขไม่ทุกข์ยากกว่า แต่นี่ เหตุ สัมผัสทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ก็ไม่มี ดับไปหมด ยิ่งหลับเลย ก็เลยมีแต่จิต เมื่อจิตหมดกิเลสแล้วเหตุก็ไม่มี นอนหลับก็มีแต่กรน ด้วยสรีระ มันไปห้ามไม่ได้ พระอรหันต์ก็ห้ามกรนไม่ได้ 660705 การถืออยู่ป่าของพระป่าเป็นสิ่งผิดตามธุดงควรรคที่ 6 พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน