ประเพณียุคนี้ที่ทำให้ศาสนาพุทธเสื่อม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.49 KB
วันที่แก้ไข29 พฤศจิกายน 2565

เนื้อหาในไฟล์

ประเพณียุคนี้ที่ทำให้ศาสนาพุทธเสื่อม _ผาหิน จอมภูผา · กราบนมัสการพ่อท่าน,ท่านสมณะและสิกขมาตุด้วยความเคารพอย่างสูงครับ การจะทำวรรณะ ๙ ได้สัมบูรณ์ต้องอาศัยมิตรดีขัดเกลาตามสาธารณโภคีที่พ่อท่านพาทำพาสร้าง จากบทสรุปของท่านสมณะเดินดินที่ว่า พวกซิสเตอร์มาฟังพ่อครูด้วยความยินดีนั้น ผมนึกถึงกลุ่มชาวพุทธที่ท่านสมณะเคยนำมาแสดงธรรมการแบ่งลำดับประเภทของ ชาวพุทธ ได้แก่ ๑.ชาวพุทธ(ผู้นับถือศาสนาพุทธตามบัตรปชช.), ๒.พุทธศาสนิกชน(ผู้ทำตามประเพณีพุทธ), ๓.พุทธมามกะ(ผู้ประพฤติปฏิบัติตามหลักศาสนาพุทธ), ๔.พุทธบริษัท(ผู้ได้มรรคผลตามหลักพุทธ)..... ผมฟังมานานแล้วไม่ได้จดบันทึกแต่ดึงจากสัญญาอาจผิดพลาดไม่รู้ว่าจะถูกต้อง หรือไม่ พ่อท่านช่วยกรุณาอธิบายขยายให้ลูกได้เกิดอัญญธาตุ ด้วยเถิดขอรับ....น้อมกราบขอบพระคุณด้วยความเคารพอย่างสูง พ่อครูว่า... พุทธบริษัท 4 นับตั้งแต่ โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ ก็ขยายความไปข้างต้นแล้วถ้าจะอธิบายโดยละเอียดก็อธิบายทั้งหมดของศาสนา พุทธศาสนิกชนก็เรียกบุคคลคนทั่วไป ตามประเพณี ซึ่งประเพณีของศาสนาพุทธทุกวันนี้ จมไปกับการทำจารีตประเพณี สำคัญที่สุดคือสวดมนต์ และรดน้ำมนต์ เท่านั้นเอง นั่นคือผลประโยชน์ที่เขาถือว่าเขาจะได้ มันเสื่อมถึงขนาดนี้เลย ได้รูปแบบ ได้สวดมนต์ก็ถือว่าได้ทำกุศลได้สวด 100 เที่ยว 1,000 เที่ยว สวดพร้อมกันต่อหน้าสาธารณชน พร้อมกันล้านรูป อาบัติทุกคำสวด พระพุทธเจ้าท่านห้ามเอาบทพุทธธรรมของพระพุทธเจ้า มาสวดพร้อมกันต่อหน้าสาธารณชน ไม่เป็นไร แต่ถ้าเอาปณามคาถามาสวดพร้อมกันต่อหน้าสาธารณชนไม่ผิดมุสาวาทา ในพระธรรมวินัย แต่ถ้าเอาธรรมะของพระพุทธเจ้ามาสวดพร้อมกันต่อหน้าสาธารณชน ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เป็น 3 คน 5 คนขึ้นไปหรือเป็นล้านคนอย่างที่เขาไม่เข้าใจ ก็

อ่านต่อ

อาบัติอยู่อย่างนั้น ซึ่งเป็นวินัยของพระพุทธเจ้าแท้ๆ วินัยปาฏิโมกข์สวดป้องกันอยู่ทุกวัน แต่ก็อาบัติอยู่อย่างนี้ อาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ปลงไม่ตก ถ้าไม่เลิกทำ ต้องเลิกทำ เลิกออกจากสิ่งที่ติด จึงจะปลงอาบัติตก เพราะฉะนั้นศาสนาพุทธเดี๋ยวนี้ไม่มีของจริงเลยทุกวันนี้ สวดมนต์ซึ่งก็ผิดแล้ว ลึกซึ้งนะเรื่องสวดมนต์นี้ ศาสนาพุทธไม่ใช่ศาสนาสวดมนต์อ้อนวอน ศาสนาพุทธสวดท่องเพื่อจะจำธรรมะบทของพระพุทธเจ้าไว้สำหรับผู้ที่มีหน้าที่คือภิกษุ ฆราวาสไม่เกี่ยว ฆราวาสจะต้องฟังจากพระสาธยาย ไม่ใช่ไปนั่งท่อง ไม่มีความจำเป็น แต่ใครอยากจะเป็นเองก็เรื่องของเขาส่วนตัว ไม่ได้ไปกำหนด แต่ทุกวันนี้มันไม่รู้เรื่อง แล้วเอาการสวดมนต์ที่เป็นของลัทธิศาสนาอื่นๆทั้งหมด ที่เป็นเทวนิยมเขานิยมสวดมนต์อ้อนวอนต่อพระเจ้า นี่มันไม่ใช่ ศาสนาพระพุทธเจ้าไม่ต้องไป สวดอ้อนวอนไม่ต้องไปสวดอะไรอย่างนั้น สวดไว้เพื่อที่จะจำให้ได้ การสวดมี 2 ลักษณะคือ 1 ส่วนสังคีติ 2 ส่วนสังคายนา 1.สวดสังคีติคือสวดให้จำให้ได้เอาไว้ อันนี้ก็จะสวดกันเหมือนท่องสูตรคูณ อยู่ในห้องเรียนตัวเอง นอกห้องเรียนไม่เอาไปสวดอวดใครหรอก จะไปท่องสูตรคูณ อวดคนข้างนอกไม่มี แม้แต่นักเรียนจะไปสวดมนต์บวชกันข้างนอกห้องเรียน ไม่มีหรอก สวดกันในห้องเรียนเพื่อช่วยกันมันไปด้วยกันก็จะไปได้ดี 2. สวดสังคายนาสวดคนเดียว ทุกคนนั่งฟังร่วมกัน อันใดผิด ก็ทักท้วงขึ้น แล้วก็จะคุยกันว่าใครถูกใครผิด คนสวดถูกหรือว่าคนทักท้วงถูก หมวดกลุ่มก็วิจัยกัน ใครถูกเอาอันนั้น ตามหลักยุติด้วยอธิกรณสมถะ ๗ ถ้าไม่งั้นก็โหวตกันด้วย เยภุยยสิกา ตัดสินตามหลักธรรมวินัย 7 ข้อนั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งซับซ้อนแต่เดี๋ยวนี้เละเทะหมดแล้ว แล้วไปหลงกันว่าสวดมนต์ ได้กุศล หนักเข้าไปถึงได้บุญอีก ขี้หมาทั้งเพเลย กุศลก็ไม่ได้ กุศลเรียกว่าความดีงาม บุญเรียกว่าตัดกิเลส การตัดกิเลสนั้นไม่ได้แน่อยู่แล้ว กุศลก็ยิ่งไม่ได้เพราะทำให้ธรรมะ ของพระพุทธเจ้าเสียหมดแล้วมันจะได้ดีอะไรเล่า ทำให้พระศาสนาพระพุทธเจ้าเสีย เสียรูปแบบ เสียประเพณี เสียธรรมเนียม เสียทุกอย่าง แล้วก็ทำให้คนหลงใหลติดยึด สวดมนต์ ว่าได้อะไรต่างๆ ได้สวรรค์วิมาน จนถึงเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตทำเป็นพิธีการ อย่างเช่นธรรมกาย จะมาสวดมนต์พร้อมกันเป็นแสนรูป สวดทั้งคืนอะไรอย่างนี้ คือเป็นเรื่องเลอะเทอะไปหมดเลยทำอาบัติให้แก่ตัวเอง ทำสิ่งที่เป็นการล้มล้างของพระพุทธเจ้า เป็นโจรทำลายศาสนา ขออภัย อาตมาพูดสัจธรรมไม่ได้ไปลงโทษ ไม่ได้ใส่ความ ซึ่งมันออกนอกรีตนอกทาง ไปไกลมากเลย กู่ไม่กลับ อาตมาว่าไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรอก เชื่อ เขาลงหลักปักหมุดปักเข็มไปแน่นแล้ว แต่ก็ต้องพูดสัจธรรมสู่ฟัง เราก็แก้ไขสำหรับคนที่มีภูมิปัญญารู้เรื่องก็ไม่เอาด้วยกับเขา พวกเราไม่ได้ไปร่วมอะไรกับเขาพวกนั้น ทุกวันนี้เราสวดปณามคาถา ในการสวดมนต์ ไม่ได้เอาธรรมบทมาสวดให้เป็นอาบัติเลย ที่สวดนี้เป็นปณามคาถาพาหุง 8 มหากา ภะวะตุสัพ ไม่มีอันไหนเป็นธรรมบทของพระพุทธเจ้าเลย มีแต่ตามคาถา คือบทสวดที่แต่งขึ้นใหม่เพื่อเป็นการเชิดชูสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้า สรรเสริญคุณของธรรมะเรียกว่า ปณามคาถา ทุกวันนี้เขาไม่เข้าใจศาสนา ไม่เข้าใจธรรมะของพระพุทธเจ้าและเทพ 651128 รายการปรับทุกข์ ปลุกธรรม พ่อครูตอบปัญหาผู้ชมทางบ้าน

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน