630615_รายการเอื้อไออุ่นออนไลน์(สำมะปี๋ซี่วิต) ครั้งที่ 7​ ศาลีอโศก ทะเลธรรม ชเลขวัญ(1).docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2563
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์16 KB
วันที่แก้ไข15 มิถุนายน 2563

เนื้อหาในไฟล์

630615_รายการเอื้อไออุ่นออนไลน์(สำมะปี๋ซี่วิต) ครั้งที่ 7 ศาลีอโศก ทะเลธรรม ชเลขวัญ https://www.boonniyom.net/48808.html อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวน์โหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1dy8y2RxH8I4SoZdcws-ZgvXUBvaY9ZDKLZGY5VlMhuI/edit?usp=sharing

ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/open?id=1dFx5mTImdamH2hcPaaJM25KTlOmE9OI1 ทะเลธรรม..คุณยายละไม..ที่เข้ามาทะเลธรรมเพราะศรัทธาลุงจำลองกับหมอเขียว พอมาฟังพ่อครูก็มาอีก ไม่คิดว่าชาตินี้จะได้มาเจอพระอรหันต์ เดี๋ยวนี้ฟังธรรมเข้าใจบ้าง ตั้งแต่อาจารย์ 2 มาอยู่ ขอติดตามพ่อครูกับอาจารย์ไปทุกชาติ พ่อครูว่า... เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แล้วเชื่ออย่างไรว่าเป็นพระอรหันต์ ตอบได้ไหม? ตรงอื่นเขาก็บอกว่าสำนักของตนเองเป็นพระอรหันต์เหมือนกัน หลายองค์อยู่ในประเทศไทยขณะนี้ยืนยันว่าท่านเองก็เป็นพระอรหันต์ หลวงพ่อกัณหาก็บอกว่าตัวเองเป็นอรหันต์และบอกว่าอาตมาเป็นพระอนาคามี เดี๋ยวนี้ท่านก็ยังยืนยันว่าท่านเป็นพระอรหันต์ แม้ท่านไม่บอกเองก็ให้ลูกศิษย์บอก ถ้าจะมาบอกว่ามันมีอะไรลึกๆที่บอกกันได้ เอาพระไตรปิฎกมาเปรียบเทียบกันเลยว่าอย่างนี้ก็มีสาราณียธรรม 6 ปฏิบัติได้จริงเป็นอย่างนี้อย่างนี้พูดไปหมด จนกระทั่งจรณะ 15 วิชชา 8 ปฏิจจสมุปบาท มีสภาวะทำอย่างไรก็ไล่เรียงให้ดูเขาก็ไม่เชื่อ เขาฟังแล้วก็ยังไม่เชื่อ อาตมาก็ไม่มีปัญหา อาตมาเข้าใจว่า คนที่เขาไม่เชื่อนั้นดี แทนที่จะไปหลงงมงาย เชื่อโดยที่ไม่เข้าใจ อย่างนี้ก็ไม่เข้าท่าหรอก เขายืนยันว่าไม่เชื่อ ก็ไม่เชื่อจนกว่าเขาจะเข้าใจ คุณจะเชื่อก็เพราะว่าคุณเข้าใจ เข้าใจแล้วไม่ใช่เข้าใจธรรมดา มันจะเข้าใจอย่างลึกซึ้ง อย่างนี้ต้องใช่ เออ อย่างนั้นค่อยตัดสินค่อยเชื่อ อย่างนี้ใช่อย่างนี้ดี ไม่ถูกหลอกง่ายๆ

อ่านต่อ

หากเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้างโมเมอย่างนี้ไม่ดี อาตมาเองก็ไม่อยากได้คนที่ไม่มีภูมิตัดสินตัวเองแบบนี้ โมเม เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง หากคนอย่างนี้มาอยู่ด้วยมากๆก็แย่เลย ไม่เป็นทิฏฐิสามัญญตา ไม่เป็นศีลสามัญญตา ไม่มีภูมิเป็นลำดับๆ พระโสดาบันเสมอพระโสดาบัน พระสกิทาคามีเสมอพระสกิทาคามี พระอนาคามีเสมอพระอนาคามี พระอรหันต์เสมอพระอรหันต์ มันต้องเป็นลำดับ มีศีล 8 ศีล 5 ศีล 10 ศีลโอวาทปาฏิโมกข์ ก็เข้าใจเนื้อหาว่าขนาดนี้เป็นอย่างนี้ มีศีล 5 มีเท่านี้ มีศีล 8 สูงกว่าศีล 5 อย่างไร มีเนื้อหาแท้ๆ แม้แต่ศีลข้อที่ 1 เกี่ยวกับสัตว์ คนที่มีศีล 8 ก็จะมีความลึกซึ้งมีความละเอียดมากกว่าเราอย่างนี้นะ ศีลข้อที่ 2 เกี่ยวกับของเกี่ยวกับพืช เขามีศีลสูงกว่าเรามากกว่าเรานะ ในศีลข้อเดียวกันนี้เขามีคุณสมบัติมากกว่าเราสูงกว่าเรา ศีลข้อที่ 3 เกี่ยวกับเรื่องเพศเกี่ยวกับรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เขามีคุณสมบัติสูงกว่าเราอยู่นะ ความหมายกลุ่มเดียวกัน แต่เขาสูงกว่า คนที่มีภูมิปัญญาก็สามารถเข้าใจสภาพเหล่านี้ได้ หรือศีล 10 เกี่ยวกับเรื่องเงินทองเลย คนนี้เขาศีล 10 เขาสบายเขาไม่ติดยึดเขาไม่มีเลยก็ได้ เราก็ยังสะสมกักตุน มุบมิบ ยังไม่เชื่อมั่นในส่วนกลางวาพึ่งพากันได้ สูงกว่านั้นเป็นศีล 26 ข้อ มันมีเนื้อหาลึกซึ้งละเอียด มันมีความคัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34)

สู่แดนธรรม...อยากให้พ่อครูอ่าน sms คนที่มาด่ามาว่า พ่อครูว่า.. _โอม สุทธวงศ์ • บรรลุธรรมสำเร็จเป็นพระอรหันต์เลยรึไง รู้ไม่จริงอย่าเอามาโม้ไอ้หำ แล้วเป็นผู้นำม้อบปิดถนนไล่รัฐบาลได้ด้วยหรือจนบ้านเมืองล่มจมมาจนถึงบัดนี้ไอ้กรวย พ่อครูว่า... นี่คือความเห็นของคนที่เข้าใจไม่ได้ ยังมีอีกเยอะที่ไม่แสดงออก คนที่อดไม่ได้ก็จะโต้ตอบออกมา คนที่เขาแรงกว่านี้ไม่โต้ตอบก็มี หรือไม่แรงกว่านี้ หรือแรงอยู่แต่เขาไม่โต้ตอบก็มี มันไม่มีปัญหาหรอก มันเป็นธรรมดา อาตมาไม่ได้สงสัยอะไร มันเป็นของที่เข้าใจยาก รู้ได้ยาก และคนรู้ได้และเข้าใจเชื่อถือได้ อย่าไปหวังง่ายๆ อาตมาไม่ได้หวังง่ายๆเลย อาตมาทำงานมาถึง 50 ปี ได้ประมาณนี้ก็ โอ้โห.. อาตมาได้พูดมาไม่รู้กี่ทีแล้วว่าอาตมาประสบผลสำเร็จในชีวิตชาตินี้แล้ว ตายวินาทีนี้ก็ได้ ทำงานได้พักผ่อนไม่เป็นหมันในชาตินี้ทำงานได้ผลถึงขั้นนี้แล้ว อาตมามีลึกลงไปอีกว่า ได้ขนาดนี้แล้ว ผู้ที่เข้าใจผู้ที่ได้ธรรมะ สามารถที่จะเป็นผู้สืบสาน มีเนื้อหาสาระของธรรมะที่เป็นโลกุตระนี้ และจะทำงานสานต่อกันไป แม้ว่าอาตมาตายลงไปก็จะมีผู้สืบทอดรุ่นใหม่ก็จะตามมาอีก อาตมาจึงชัดเจนว่า ไปรอด ศาสนาพุทธไปรอด แต่ถ้าจะบอกว่าเต็มที่ไหม ก็ยังไม่ชัดนัก ก็ยังไม่ถึงขั้นนั้น ตายได้ก็ถือว่ามีผู้สืบทอด แต่ว่าอาตมาตายชาตินี้แล้วจะต้องไม่ต้องเกิดอีกเลย หรือเกิดอีก เกิดมาแล้วก็ไม่ได้ทำงานยาก เกิดมาเพื่อมาดูผลงาน อาตมาเป็นพระโพธิสัตว์ที่ปรารถนาพุทธภูมิเป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง ร่างนี้ตายชาตินี้ กายสเภทาปรัมปรณา หลังจากตายอาตมาก็ยังไม่สูญ ยังไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสาน ยังจะกลับมาเกิดอีก ยังไม่ตายอย่างนิพพาน 3 แบบ คือ ตายอย่างสุญญตนิพพาน อนิมิตนิพพาน หรือ อปนิหิตตนิพพาน สุญญตานิพพาน คือ ตายอย่างทำสูญเลย อนิมิตนิพพาน คือ ไม่สร้างนิมิตใดๆไว้เลย ไม่มีนิมิตใดเหลือไว้เลย อปนิหิตตะ คือไม่มีตั้งจิต ปล่อยไป สูญไปหมดทั้งรูปทั้งนามหมดเลย ไม่มีอะไรอีกเลย ก็ตายอย่างปรินิพพานเป็นปริโยสาน เป็นนิพพาน 3 อย่างนี้ ปรินิพพานเป็นปริโยสานมีอยู่ในมูลสูตร ดูเหมือนว่าจะมีอยู่ในพระสูตรเดียวนี้ ถ้าไม่มีสภาวะจริง อธิบายไม่ได้หรอก หมายความว่าอย่างไรแท้ แต่อาตมามีสภาวะจริงและอาตมาก็เพราะว่ามีอาตมาไม่ได้ทำปรินิพพานเป็นปริโยสาน อาตมาจึงได้ยืนยันได้ และก็มีความหมายที่สุดท้ายรองจากอมตะแห่งมูลสูตร อมตะเป็นข้อที่ 9 ปรินิพพานเป็นปริโยสานเป็นข้อที่ 10 มีวิมุติ เป็นข้อที่ 8 สู่แดนธรรม...นับว่าเราโชคดีที่ได้ศึกษากับพระอรหันต์ตอนท่านเป็นท่านประพฤติอย่างไร ถ้ามีการทำงานอย่างไรซึ่งเป็นการเปิดเผย มีใครข้องใจสงสัยอย่างไรก็ถามได้ ดีกว่าที่จะเป็นการศึกษากับพระอรหันต์ที่ตัวเองก็ไม่บอกใคร แล้วให้ลูกศิษย์พากันยกย่องว่าท่านเป็นอรหันต์ ก็ใช้การเดากันไปว่าอย่างนี้อรหันต์ อย่างนี้ไม่ใช่อรหันต์

_ไพบูลย์ แสงสุดตา • เหมือนพระตรงไหน บิดเบือน อุตริ ออกแนวเลอะเทอะ พ่อครูว่า...ก็เป็นธรรมดาท่านที่พิมพ์มาให้อาตมาก็เกรงใจไม่อยากที่เอาของที่เขาว่าตอบโต้หยาบคายมา อาตมาก็บอกว่าเอามาเถอะอาตมาจะกลั่นกรองเอง มันหยาบ อาตมาก็จะใส่น้ำตาลใส่ผงชูรสเสริมไปเอง เอามาเถอะ อันไหนที่ไม่ไหวจริง ขนาดที่พูดไอ้หำไอ้กรวยก็เหนียมๆ แต่อันหยาบกว่านี้ก็ไม่พูดไปหรอก พูดเพียงให้คนจินตนาการได้ คำว่าพระของคุณไพบูลย์ เขาว่าอย่างนี้เหมือนตรงไหน ไม่ต้องพูดถึงรูป เจตนาไม่เหมือนเขาอยู่แล้วเพราะว่าผิดกฎหมายเขาไม่ให้แต่งกายลอกเลียนแบบพระ เช่นเขาโกนคิ้วเราก็ไม่โกน ส่วนโกนหัวเราก็โกนเหมือนกัน นุ่งห่มผ้าเขาก็สีเหลือง เราก็มาสีแบบทางนี้ แม้แต่การนุ่งห่มสภาพการครองผ้า แบบธรรมยุตแบบมหานิกายก็เป็นแบบหนึ่ง อาตมาก็ห่มอีกแบบหนึ่ง เราก็มาออกแบบเป็นของเราเอง ยิ่งชุดนี้รับรองมหานิกายไม่กล้านุ่งห่มอย่างอาตมาแน่ เพราะเราเองไม่มีปัญหาเรื่ององค์ประกอบของเปลือกผ้าผ่อนที่อาศัย ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เรื่องเนื้อหาสาระที่เกี่ยวกับจิตเจตสิกรูปนิพพาน อันนี้สิ ต้องมีรูปมีนามมีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับภาวะจิต เจตสิกรูปนิพพาน อันนั้นแหละสำคัญ ต้องเข้าใจให้จริงเลย สภาวะของเนื้อหาสาระจิตเจตสิกต่างๆซึ่งถูกรู้เรียกว่ารูป แล้วก็ไล่เรียงไปตามความละเอียดเป็นพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ กับ โสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผล ….แล้วก็นิพพานเป็นโลกุตรธรรม 9 เนื้อหาของพระโสดาปัตติมรรคเป็นขนาดไหน สกิทาคามีมรรค เป็นขนาดไหนสกิทาคามีผลเป็นยังไง อนาคามีมรรค อนาคามีผล มันมีเขตมีเนื้อหามีพยัญชนะที่พอรู้ร่วมกันได้ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ทั้งนั้นเอามาชี้เอามายืนยันแล้วเราก็มารู้ของเรา แต่ละคน เพราะว่าจิตวิญญาณรู้ได้ด้วยตน จิตวิญญาณของตนจะให้คนอื่นรู้แทนไม่ได้ ถึงได้ก็ไม่รับรองกัน แล้วจะต้องเชื่อถือกันอีกอย่างเช่นพระพุทธเจ้าท่านรับรองว่าจิตคนนี้เป็นอย่างนี้ หรือผู้รู้ที่สามารถรู้จริงๆไม่ง่าย อาตมาไม่อยากให้ใครมารับ บอกว่าคนนี้เป็นอย่างนี้ไม่ทำ ให้คุณรู้ของคุณเองแล้วก็เอาไปเปรียบเทียบกับของคนอื่น อย่าให้อาตมาไปชี้บ่งว่า คนนี้เป็นอย่างนี้ ไม่เอา แบบนี้ไม่มีประสิทธิภาพที่ดี เป็นประสิทธิภาพที่หลอกกันได้ ครอบงำกันได้ อาตมาไม่ชอบ อย่างนั้นไม่ดี ให้เขาใช้ปฏิภาณปัญญาความสามารถแต่ละคนเอง _ถาวร...คำถามลึกๆ ผมได้อ่านพระไตรปิฎกเล่ม 22 ข้อ 221 อนุมานสูตร เกี่ยวกับบุคคลที่ว่ายาก ทำไมบางคนศึกษามาก็มาก แต่ทำไมยังว่ายากอยู่ พ่อครูว่า..เราก็ไม่อยากเป็นคนดื้อด้าน เราก็อยากเป็นคนว่าง่ายสอนง่าย ทำไมมันยังดื้อด้านมันไม่ออกมันยังไม่ได้ไม่เลิกไม่หยุด พ่อท่านก็ว่าเหลือเกิน แต่ทำไมไม่หยุด มันเป็นอย่างนี้ คุณไม่ได้ทำไปตามลำดับอย่างน่าอัศจรรย์ คุณนึกว่าคนเองทำได้สูงอยู่แล้ว ส่วนมากจะไปหลงปรมัตถ์ในด้านในด้านอัตตา แต่ด้านนอกคุณเผิน คุณติดหมากพลูอยู่ คุณนึกว่าคุณเป็นพระอรหันต์ อย่างเช่นมหาบัว อย่าไปดูถูกด้านที่หยาบด้านข้างนอก ต้องปฏิบัติตั้งแต่เบื้องต้นเกี่ยวกับสัตว์ เกี่ยวกับข้าวของที่เป็นทุจริต สัตว์นี่คือชีวิตจะต้องเกื้อกูลกันช่วยเหลือกันหวังประโยชน์แก่สัตว์ทั้งปวง มีความเอ็นดู มีความเมตตา ส่วนวัตถุนั้นอย่าไปทุจริต อย่าไปเอาสิ่งที่ไม่ใช่ของของเรามาเป็นของเรา อย่าไปโกงอย่าไปปล้นจี้ ไปแย่งชิง ไปโลภ ไม่เอามาเป็นของเราแล้ว เรากลับจะให้ของเราไปให้แก่เขาให้มากๆ อย่างนี้ก็เป็นภาวะแทรกซ้อนๆๆอยู่ในสภาพของข้อ 2 อทินนาทาน จะต้องเป็นผู้ให้ไม่ใช่ผู้เอา เรื่องที่เป็นผู้ให้ไม่ใช่ผู้ที่เอาเนี่ย ไม่ใช่เรื่องเล่นเลย อาตมาว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจยากยิ่งกว่าเรื่องของสัตว์ เรื่องของสัตว์ ไม่ฆ่าแกงไม่ทำร้ายกัน แม้ที่สุดเราก็หวังประโยชน์เพื่อสัตว์ทั้งปวงอยู่ มันยังง่ายกว่า เรื่องวัตถุนี้ มันจะเป็นเราเป็นของเรา เราจะสะสม เราจะหวงแหน ตระหนี่ เรายังยึดถือเป็นเราเป็นของเรา หรือเรายังโลภมาก มันซ้อนอยู่เยอะ มันไม่กล้าไม่มี ทั้งๆที่คุณไม่เป็นไรหรอกอยู่ในสังคมเราสาธารณโภคี คุณมีหมื่นล้านก็เอามาเข้ากองกลาง แล้วคุณอยู่ที่นี่อาศัยใช้สอยๆ เชื่อไหมว่าคนมีหมื่นล้านเอามาเข้ากองกลางโดยเฉพาะกับอโศก คุณจะใช้กองกลางนี้ยังไม่มีใครต้านคุณ เพราะคุณให้ตั้งหมื่นล้าน พวกเราจะมีคนละหมื่นล้านที่ไหนมาเข้ากองกลาง ไม่ต้องหมื่นล้านหรอก ร้อยล้านก็พิสูจน์เลยถ้าคุณเอามาให้ อโศกไม่มีใครมาบริจาคให้เป็นร้อยล้าน ไม่มี ตั้งแต่อาตมาทำงานมา 50 ปี คนที่จะมาบริจาคให้ร้อยล้านไม่มี 50 ล้านก็ยังไม่มี ทีเดียว นอกจากก็ยังหมุนไปหมุนมา เป็นก้อนเป็นกอบเป็นกำไม่เคยมี รายละเอียดเรื่องความหวงแหนยึดติดในข้อ 2 อทินนาทานา เรื่องอทินนาทาน เป็นเรื่องที่ 1 เลย เรื่องสัตว์นั้นเป็นเรื่องง่าย ในบารมี 10 ทัศจบเรื่องทาน เรื่องของปรมัตถ์ที่จะเรียนเรื่องทาน จิตให้เป็นที่หนึ่ง ถ้าคุณให้ทานอย่างไม่สาเปกโข จบเลย ถ้าคุณยังทำไม่ได้คุณจึงยังมีตัวตนมีตัวกูของกูไปเรื่อยตั้งแต่ ปฏิพัทธจิตโต สันนิธิเปกโข ปริภุญชิตสามีติ อัตตมนตาโสมนัสสา อย่างธัมมชโย เอามาใช้ บอกให้เอามาให้ทาน กับครูไม่ใหญ่หมดเนื้อหมดตัวเลยปิดบัญชีมา ปลื้มเลย ใช้พยัญชนะว่าปลื้ม อัตตมนตาโสมนัสสา คือมันเลยภพชาติของ ปริภุญชิตสามีติ เป็นชาติหน้าสวรรค์วิมานอย่างฤาษีลิงดำไป ที่จริงมันไม่ใช่เรื่องจริงแต่มันเป็นเหมือนของจริงทีเดียว เพราะมันมีคุณสมบัติของ นามธรรม อย่างผู้ที่มี บารมีหรือมีสภาวะ มีสาระสัจจะ ที่คุณจะต้องเกิดมามีวัตถุก็ต้องมีวัตถุ คุณเกิดมาชาตินี้วัตถุของคุณหายาก แต่คุณจะมี นามธรรม ที่มีได้ยากกว่าวัตถุอีก สูงส่งกว่าวัตถุด้วยอย่างนี้เป็นต้น มันก็เป็นสัจจะของมัน คุณมีบารมีด้านใดมันก็จะเป็นอย่างนั้น บอร์นทูบี ของมันทุกอันไป สัจจะพวกนี้ถึงบอกว่า สมมติไม่มีใครไปโกง ไม่มีใครจะไปเล่ห์เหลี่ยมกับสัจจะได้เป็นอันขาด สัจจะซื่อสัตย์ที่สุดจริงที่สุดตรงที่สุดทุกอัน เพราะฉะนั้นขอให้เรียนรู้ธรรมะไปยังคุณถาวรว่ามา ไปไล่เรียงตั้งแต่สัตว์ ตัวเองอยู่ปักษ์ใต้เกี่ยวกับสัตว์ยังมีอะไรอีกไหม ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่กับสัตว์ 2 กับวัตถุ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุหรือพืช เรามีทุจริตในวัตถุหรือพืชหรือไม่ เป็นตัวละเอียดอีก จนกระทั่งคุณไม่ติดว่าเป็นเราเป็นของเราในวัตถุ โดยเฉพาะเข้ามาอยู่กับส่วนกลางสาธารณโภคี คุณก็ยังจะมาติดอยู่อย่างนี้ หรือคุณไม่มี ใช้แต่ของส่วนกลางเลย ไม่ต้องเป็นเราเป็นของเราเลย เราจะใช้เมื่อไหร่ก็ไปเบิก เบิกไม่ให้ก็ไม่เอา ถือว่าบารมีเรามีเท่านี้ อะไรอย่างนี้เป็นต้น ผู้ที่ชัดเจนในตัวเองแล้วกล้า เป็นอาสโภ เป็นความกล้าหาญของฐานจิตวิญญาณมนุษย์ เป็นฐานะของผู้เจริญตามลำดับไป ก็เอาล่ะ คุณถาวรนี่ จะว่าไป ปัญญาก็ต้องมีพอด้วย บอกตรงๆ ถาวรนี่มีปัญญาเฉโกมันกลบปัญญา ความรู้เฉโก มันกลบความรู้ปัญญา จงไปลดความรู้เฉโกลง ไปเพิ่มความรู้ปัญญา คุณยังยึดถือความรู้เฉโกมาก เป็นตัวกูของกู ฟังดีๆนะตรงนี้ลึกซึ้งความรู้ของ เฉโก คุณอย่าไปยึดถือมันมาก ทิ้งมันไปเลย มาเอาความรู้ทางปัญญาดีกว่า ต่างกันอย่างไร เฉโก คือ มันมีความเป็นตัวตนของโลกมากขึ้น แต่ถ้าคุณมาเอาหมดตัวหมดตน เชื่อว่าเราไม่ต้องมีตัวมีตน แต่มีพวก มีสาธารณโภคี มีเพื่อน มีอันอื่น ที่ไม่ต้องเป็นตัวตน คนอื่นเขารับเป็นตัวตน องค์รวมหมู่ทั้งหมดเป็นตัวตน คุณไม่ต้องมีตัวตนเลย คุณอยู่ในกลางความไม่มีตัวตน ซึ่งหลายคนก็ไม่มีตัวตน แต่ความไม่มีนั่นแหละคือมีของส่วนรวม ล้านนี่เป็น 0 หรือเป็น 1 หรือ 1 นี่เป็นล้านๆๆๆ ความไม่มีของเรานั่นแหละคือความมีทั้งหมด เปลี่ยนความเข้าใจของโลกและจักรวาล ผู้เข้าใจจะเข้าใจเลยแล้วกล้าด้วยมันชัดเจนยิ่งเราทำได้แล้วโอ้โห ทำไมมันชัดเจนขนาดนี้ https://www.boonniyom.net/48808.html

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน