190915 ระวังจิตว่างอย่างไร้ค่า-พ่อท่าน-สันติอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้วันที่ 15 กันยายนพุทธศักราช 2519 พ่อท่านอบรมธรรมะภาคเช้าและธรรมสถานสันติอโศกเธอก็มาย้ำเรียกว่ามาคุยกันพูดกันที่สวนที่จะได้พูดกันต่อไปที่แล้วก็เผื่อว่ามันไม่มีอะไรมันเป็นความผิดปกติอะไรๆทุกอย่างมันเรียบร้อยมันก็ไม่มีอะไรคนเราเริ่มจะพูดกันก็น้อยลงทุกอย่างก็อยู่สงบเป็นปกติธรรมดาคนนั้นก็ต่างคนก็ต่างอยู่แม้แต่เรื่องจะพูดอะไรต่ออะไรกันมันก็ไม่มีอะไรมันก็ ธรรมดาเป็นไปก็เพิ่งอยู่กันไปโดยสุขมีทิศทางสุขาวิหารอย่างที่ว่านอกจากว่าเราจะมีอะไรจอนมาคือภาษาหรือว่ามีจุดอะไรที่มาเกิดเป็นไปตามตอนนั้นควรจะเป็นไปมันก็ถึงจะมีอะไรขึ้นมายิ่งคนไม่ขวนขวายถ้าผู้ใดที่สบายใจก็มีอะไรทำไปธรรมดาแล้วเรื่อยๆแล้วจะทำทุกวิหารมันเกิดอยู่แล้วมันก็ไม่มีอะไรเลยถ้ายิ่งมีขนขวายเขายิ่งรวยยิ่งขึ้นไปคิดผู้นั้นก็จะเกิดคุณภาพที่เรื่อยๆไปถึงนั่นแหละเรื่อยไปทีนี้ก็บอกว่า ช่วยค้นหาฉันเลยแล้วไม่คิดอ่านแล้วไม่สะดุดอะไรซะบ้างเลยโดยพยายามที่จะเป็นสภาพไปทำเกิดหรือว่าทำกรอบหรือว่าทำสร้างเป็นบ้านเพราะเราต้องรู้ความจริงโดยความจริงอันหนึ่งว่าเราเองเรายังไม่ตายเรามีสมมุติน้ำขันลูกขันที่ยังเหลืออยู่เป็นขันธ์ 5 เพราะฉะนั้นขันธ์ 5 นี่ครับเผื่อว่ามันอยู่เฉยๆลอยๆเฉยๆแล้วมันก็มีความเสื่อมอยู่ในตัวของมันเองความเสี่ยงที่เราเองเราไปทำให้มันว่าถ้ามันไม่เกิดการพิจารณา เติมสิ่งที่เรียกว่าสัมประสิทธิ์สันติทายานต่างๆขึ้นมาแล้วก็จะเฉยเมยมันจะเฉื่อยเหนื่อยแล้วมันก็จะปล่อยมันก็จะลงไปสู่สภาวะเสื่อมเพราะถึงทั้งหลายของเสื่อมธรรมดาด้วยความเสื่อมธรรมดาแล้วไอ้คำที่พระพุทธเจ้าที่ท่านเน้นๆๆที่เราหยิบยกขึ้นมามาพยายามหนุนให้เราเข้าใจกันอยู่ตลอดเวลามันส่งเสริมกันมันส่งเสริมก็เพราะว่าสิ่งของเรามันหยุดได้แล้วดีแล้วหยุดแล้วมันก็จะเสื่อมๆๆมันก็จะเฉยๆเราจะกลายเ
อ่านต่อ
ป็นกุศลต่างๆ เกษตรกรเพราะฉะนั้นในปราบที่เรายังเป็นสภาพที่คนเป็นคนที่ยังไม่ตายจิตก็เราหยุดได้แล้วมีสมาชิกต่างๆมีสมาธิ 7 ถ้ารู้เราแน่นอนแล้วหยุดคิดได้แล้วสบายพักไปปรุงอะไรก็ไม่ปรุงได้ถ้าเราจะปรุงแล้วก็ปรุงได้เรียบร้อยดีแล้วเราก็เราก็ไม่พึงทำอะไรให้มันต้องเป็นอัตภาพหรืออัตตาเหนื่อยเหนื่อยจึงไม่เข้าเรื่องราวอะไรเพราะเราทำด้วยสีเราทำความเข้าใจและทำความเก่งให้เศรษฐกิจของเราที่จะรู้เท่าทันไม่ว่าถวายทั้ง 5 หรือ 6 ซึ่งไม่ติดของเราเองแต่รู้เท่าทันสัตว์ได้ขึ้นมาทางตาหูจมูกลิ้นกายอะไรแล้วเพราะพรรษาแล้วเราจะปรับปรุง ไปก็ธรรมดามันไม่มีความร้อนจนไม่มีความอะไรหรอกมันก็รับรู้และปรับปรุงไปตามวาระอันนั้นอันนี้ตามสภาพของคนเราจะร่วมด้วยกับคนที่กำลังพูดนี้หรือหมู่ชนที่กำลังเป็นไปนี้แล้วเราก็เจตนาทำให้ดีตรงตัวฉันเองแล้วก็ทำเกิดทิ้งไว้ให้กับโลกเป็นครั้งสุดท้ายเป็นเรื่องสุดท้ายที่เราจะกระทำเราก็พยายามยิ่งกระทำมันก็ยิ่งเกิดผลรู้มากขึ้นเข้าใจมากขึ้นและมากขึ้นเชี่ยวชาญในการที่จะใช้คำพูดใช้ลักษณะอะไรต่างๆรักษาคือเราจะแสดงออกมาหรือว่าจะทำให้เกิดขึ้นมาทำให้เป็นทำให้มีขึ้นมา แต่มันก็จะมาเป็นประโยชน์ทิ้งไว้ในโลกสนับสนุนหรือว่าฉันจะได้บอกว่าฉันสรรเสริญถ้าไม่ฉันเขินหรอกแม้แต่ความที่อยู่ให้ฉันเขินสิ่งที่มันเจริญขึ้นมาตลอดเวลาถ้าแปลความหมายของคำพูดคือคำสอนบทนี้แล้วแต่เรายังงงๆพระพุทธเจ้าท่านก็จะแปลพระพุทธเจ้าท่านว่านี่ก็หมายความว่าให้เราเกิดอยู่ตลอดเวลาเจริญขึ้นอย่างหมายความว่าเกิดให้เราเกิดอยู่ตลอดเวลาคนไหนว่าเรามาสอนให้เราอยู่มันสอนให้เราพักก็สอนให้เราทำความเสื่อมสลายทำให้สุดท้ายหมดตัวแล้วทำไมมันเกิดจาก พี่โพนี่เป็นผู้คิดคำสอนที่มันจะย้อนแย้งกันดูมันย้อนแย้งถ้าสอนดูแล้วมันดูมันก็ขัดกันคนนั้นมันสอนให้หยุดจะสอนให้ระงับไม่สอนให้ทำให้ทำลายทำให้ตายหายากให้ประหารและจิตให้มีการทำอะไรลงไปแล้วทำไมมันสอนให้เกิดอยู่ล่ะพระพุทธเจ้าทำไมทำไม่ได้ทำอะไรแล้วก็ตายไปเลยถ้าเกิดอย่างยิ่งนะบริจาคท่านทำให้ประหารหรือว่าให้ทหารในส่วนที่เป็นปัญหาอุปทานและเป็นโลภะโทสะโมหะเมื่อไหร่เรียนก็ไปแต่ทุกสิ่งทุกอย่างจะหมดแล้วเนียนแล้วในจิตให้จิตเราไม่มี พระโทสะโมหะเกิดอาการไม่ได้นิดหน่อยนึงอัตรานิดหน่อยอัดตานิดนึงหากไม่มีโลภะโลกให้แก่ตนเองเป็นอัจฉริยะจะมีกี่นิ้วแม้แต่กำลังกายกำลังจิตใจของตัวเองที่อธิบายกันมาแล้วอย่างละเอียดก็ไม่มีไม่หวงแหนแม้แต่กำลังกายกำลังปัญญาที่เรามีพร้อมที่จะเอาปัญญาในการสร้างก่อให้คนอื่นพร้อมที่จะให้กำลังใจให้แก่คนอื่นได้มันมีการร่วมมือร่วมใจมีการให้ให้แก่คนอื่นได้มีวัตถุประสงค์มันไม่มีวัตถุแล้วเราเป็นพระแล้วเราเป็นนักบวชเราเป็นผู้ที่มีและวัตถุและจิตยืนให้เขาอย่างน้อยเราก็ไม่มีอะไรนอกจากกายกับปัญญาธุรกิจตัวไม่ต้องแบกไม่ต้องค้นไม่ต้องหาอะไรเลยเมาที่สุดแล้วมีบริการ จริงๆด้วยเราอยู่กันสังคมเราจะเปลือยกายอยู่ก็ไม่ได้หาอะไรจะไม่มีอะไรช่วยเหลือเกินไปซะบ้างเลยแม้แต่การไปมันก็ไม่มีก็ไม่ได้แล้วก็ต้องมีบาปสักใบนึงมีเครื่องคราวที่พอจะช่วยเหลือตัวเองเป็นบริขารประกอบไม่จำเป็นจะต้องจู้จี้จุกจิกกับคนอื่นมากมายนะเพราะว่ามันเกิดประจำอะไรเนี่ยแล้วก็เป็นอยู่เพราะคนนั้นจะเป็นอื่นๆที่จะเกิดขึ้นเป็นบริขารแล้วก็จะได้ประโยชน์แก่เขาเพิ่มเติมขึ้นมาถ้าเราจะแบ่งเป็นคนบ้างจะขอฟังพอสมควรเพื่อทำงานทำการก็เป็นไปโดยมันยังไม่ตายมันไม่ต้องไปทำอะไรมันหรอกสังขารนี้มันเกิดไปเป็นธรรมดาถึงวาระมันต้องไปมันต้องไม่อยู่แน่นอนเลยไม่มีเรื่องอะไรที่น่าจะไม่เข้าใจเขาก็ ก็ทำด้วยการเจริญขึ้นเจริญขึ้นวุฒิวุฒิเป็นไปด้วยดีอยู่ข้อสำคัญที่เราได้ประหารหรือประหารเรียบร้อยหมดแล้วที่จิตของเราหรือไม่ถ้าเรียบร้อยหมดแล้วที่จิตของเราจิตพวกเราสบายไม่มีปัญหาอะไรช่วยเหลืออะไรอยู่เราก็รู้เป็นไปตามขั้นตอนแล้วเราก็ไม่ได้เผลอขายไม่ได้เป็นผู้ประมาทอยู่แล้วก็ทำส่วนน้อยส่วนอะไรนั้นไปก็เป็นไปโดยเราตัดขาตัดน้ำตัดไฟเปิดไฟแล้วก็เป็นอยู่สบายอยู่เพราะถ้าเราเข้าใจจุดแบบนี้แล้วเราจะไม่สงสัยเลยว่าพระพุทธเจ้าท่านสอนสอนพระอริยะของท่านที่ยังไม่ใช่เพราะว่าเจอหน้าอยากเข้าไปเยอะพยากรณ์ เดินออกมาจากกองกามเมื่อกี้นี้เองเดินออกมาจากบ้านเดินบ่นวุ่นทิ้งไว้ๆออกมาเดินออกมาธรรมดาพอเดินบดขึ้นมาแล้วพระพุทธเจ้าออกมานี่สิที่นี่มาอยู่ที่นี่ไม่วุ่นวายอะไรมากมายเราบริจาคก็จับตัวมานั่งแฟนเก่าสบายถูกฟังสาธยายแล้วเขาก็รวมหัวข้อเป็นมนุษย์คนคาถาเป็นลำดับต้นลำดับให้รู้ชีวิตแต่ชีวิตของคนเราเนี่ยเกิดมาจุดที่ดีที่สุดมันคืออะไรคนดีที่สุดคือทานให้เกิดมาเพื่อให้มันจะเกิดมาเพื่ออะไร แต่เราเองมันเกิดมาด้วยโลกโลกียะมันทำให้เราเกิดมามันเกิดมาในโลกคือเกิดมาเอาโรคปั่นเราเกิดมาเอาแล้วพอมันเกิดมาเอาวัตถุเคลื่อนที่สอนสั่งเอาแล้วก็ปิดเอาอยู่อย่างนี้น่ารักชาติจนกว่าจะได้รับคำสอนที่ถูกต้องเราไม่ใช่เกิดมาให้ถ้าจะเกิดก็เกิดมาให้เพราะเราจะสร้างอะไรเราจะก่อเราจะทำอะไรเล่นเป็นอะไรขึ้นมาเป็นพวกมาให้กินนี่คือการเกิดแล้วกินทำไมกินเพื่อให้เขากินก็ก่ออะไรต่อไปอีกก็ติดไฟขึ้นมาทำไมปิดไฟเพราะว่ามาเผาอะไรให้เขาจะปิดไฟเพื่อเป็นรูปร่างของไฟเฉยๆไม่ใช่ปิดไฟเป็น ปิดไฟขึ้นมาเพื่อที่จะมาให้การหุงต้มเผาไหม้ทำอะไรให้เขาเขากินมาทำไมกินมาเพื่อทำงานให้เขารับก็มามันก็รับสมัครเพื่อที่จะขายออกแล้วก็มาเพื่อที่จะให้ต่อรัฐบาลเกิดมาเพื่อที่จะผลิตรับมาเพื่อที่จะก่ออะไรที่ผ่านผ่านมีคนเราในโลกเนี่ยมันมีหลักเกณฑ์ที่จะปฏิบัติอย่างมากมายเลยว่าศีลมีหลักประพฤติหรือมีทฤษฎีต่างๆเล่าเรื่องทานคนเรานี่เกิดมันผ่านอยู่แล้วถึงยอด รัฐมนตรีมีหลักเกณฑ์ในการที่จะประพฤติการเมามายอะไรต่ออะไรต่างๆนานาถ้าเราปฏิบัติโดยศีลโดยหลักการอะไรหนาคล้ายลดละปล่อยออกไปให้ได้มันก็คือทานอยู่ในตัวฟื้นมาปฏิบัติเพื่ออะไรก็เพื่อให้ปล่อยปละออกละออกให้ทานเองหลักเกณฑ์ในการปล่อยปรับสีให้ทานทานให้ได้ศีลก็สอนเพื่อที่จะให้ทานจุดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เรียกว่าสักพักหรือเรียกว่าสวรรค์สวรรค์คือความสูงหรือความยิ่งใหญ่ประกอบไปด้วยความยิ่งใหญ่ยิ่งใหญ่ โทรทัศน์ก็ตามมันหมายความว่าจิตที่มันจะทำการให้ได้ถูกหลักเกณฑ์ต่างๆรอบชำระออกไปได้ในขณะที่มันชำระออกชำระออกอยู่ตรงนี้เขาเรียกว่าเรียกธรรมะในขณะใดที่เห็นโทษเห็นภัยของสิ่งที่เราไปติดชีวิตอยู่หรือสิ่งที่เรายังเห็นเป็นตัวเป็นตนยังจะเอาไว้ไม่ให้ออกไม่ทันเขาเรียกว่าปัญญาคาสิโนเห็นโทษเห็นภายในเรียกว่าปัญญาเป็นตัวปัญญาจะไปเห็นว่าเออเราจะไปไม่รู้จักโทษจากไทยเลยไม่รู้จักการที่มันจะไปยึดติดเกาะ อะไรไว้อยู่ตลอดเวลาไปหวงแหนหน่วงเหนี่ยวแล้วก็ไปคิดจะเอาเข้ามาหาเป็นตัวเป็นตนต่างๆพวกนี้อธิบายตั้งแต่ต้นๆเป็นคนรวยเป็นเศรษฐีแล้วก็มีมากไม่รู้จักให้แล้วก็น่าจะให้ให้ไปที่นั่นน่ะมันจะมีอะไรขอผมเอาไว้ตั้งแต่ต้นเอาไว้อะไรก็ได้มันจะไม่มีอะไรรู้จักทานให้เนี่ยเป็นสมบัติของผู้ดีเป็นผู้ที่ยอดเยี่ยมเป็นสังฆะเป็นสิ่งที่เป็นสวรรค์แท้หัวข้อที่ว่าไว้มารวมสรุปไว้ในบทเป็นพระไตรปิฎกเป็นหมวดหมู่เนี่ยพอมาอธิบายขั้นตอนเองก็รวบรวมหัวหมูหมดพระพุทธเจ้านี่นะประเทศที่ไหนมา บัญชีขั้นเทพมาแล้วถ้าจะมาอธิบายให้เขาฟังเนี่ยไม่ใช่บันทึกภาพจากธรรมชาติยายยาวเหมือนกับยาที่ไปเที่ยวในคนนั้นคนนี้ฟังมาแล้วกลับมาฉันสัญญายาวไปเลยอย่างนี้เปล่ารอที่จริงมันก็ไม่สายไม่อยากมีความพิสดารที่แตกต่างอะไรกันบ้างเล็กน้อยท่านก็บอกนิดหน่อยถ้าเราสรุปรวมเรื่องย่อไม่ใช่ว่าเทพเจ้าใหญ่อย่างนั้นอย่างนี้แล้วก็เอามาว่าไปหมดเราหรอกไม่ใช่อย่างนั้นหรอกอ้าวพระพุทธเจ้าทำมาอธิบายให้พระอานนท์ฟังเมื่อกี้พูดเผลอไปคำว่าถ้านอนกับพระพุทธเจ้ามีคอร์ดสัญญา วันจะมาเล่าให้พระอานนท์ฟังอีกเป็นวันๆน่ะมันก็ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกท่านก็รวมเป็นหมวดหมู่เป็นหัวข้อฟังเนี่ยอนุบาลขาก็ไม่ใช่ว่าพระพุทธเจ้าจะเอาก็ใหญ่ให้ใช้ศัพท์ฟังว่ายังไงก็วายยาวมีรายละเอียดไปหมดให้ฟังหรือเปล่าท่านก็ไปทำตามลำดับที่หัวหนูก็จะทานเป็นต้นมีศีลเป็นต้นมีศรัทธาเป็นต้นมีอากิโนะมีเมฆคำว่าอะไรเป็นตนแล้วก็อธิบายความบ้างอธิบายคือหมายความว่าอย่างนั้นพอสมควรมีเรื่องที่จะเป็นเนื้อหาสาระไปอย่างนั้นพอสมควรไม่ยากพระพุทธเจ้าท่านก็มาสรุปรวมว่ามาอธิบายมาบอกของประเทศอะไรเป็นยังไงบ้างอะไรก็เป็นความพิสดารที่แตกต่างกันไม่ว่าราย อะไรก็ไม่ค่อยเหมือนกันทีเดียวหรอกเพราะงั้นคำอธิบายหรือคำบรรยายต่างๆวันไหนบริจาคจะมีเวลามากๆท่านก็อธิบายสู่ฟังมากหน่อยแต่โดยแท้จริงแล้วมันก็ไม่สนุกก็จะรู้ว่ามันซะจนเกลี้ยงเกลาไปทั้งหมดเลยทีเดียวมันก็ไม่ถึงไม่ได้เป็นอย่างนั้นแล้วคนที่ไม่เข้าใจพอเวลามาบอกว่ามนุษย์เป็นการหาก็มาพูดทานศีลตามความเข้าใจตัวเองพระพุทธเจ้าจะอธิบายทางยังไงคนก็ไม่ได้เข้าใจก็เข้าใจว่าทานอย่างนั้นศีลอธิบายยังไงเธอก็ไม่เข้าใจก็อธิบายสิ่งต่างๆของตัวเองเพราะว่าหัวข้อต่างๆพวกนี้ออกมาทุกอย่างทุกอย่างมันก็เลยกลายเป็นว่ามันไม่ตรงกับพระพุทธเจ้าว่าเมื่อฟังธรรมะพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าก็พูดไปตามพื้นฐาน สิ่งที่พระเจ้าตากมีเป็นอะไรๆก็อาจจะต้องคุยกันสอบถามว่าเป็นยังไงมีอะไรยังไงถ้าผมไม่รู้ก็ต้องสอบถามถึงจะกล่าวถึงตัวคนนั้นซะก่อนมันมีอะไรทุกข์มันมีอะไรก็ไม่มีเรื่องราวยังไงเป็นอะไรยังไงมันพูดยังไงมันเป็นอะไรยังไงเสร็จแล้วเราก็รู้พอท่านรู้หลักฐานรู้อะไรก็ได้อย่างนี้มันก็ทำมันรู้สึกอย่างนั้นก็ดีแล้วอย่างวิทยาศาสตร์แต่จิตจะเป็นพระอริยะขึ้นมาเป็นพระจะเป็นพระอรหันต์ขึ้นมาอยู่บารมีมันท่วมทั่วมาแล้วมันชักเบื่อหน่ายมันชัดเจนว่ามันเป็นสาระอะไรที่จะมีบารมีธรรมเป็นผู้ที่มีเชื้อมีสายมีอะไรอยู่แล้วจะมาเป็นสาวกจะมาทำงานอยู่แล้วล่ะเป็นอัศวินหรือพระพุทธเจ้าอยู่แล้วเป็นนายอยู่แล้วก็ พยายามรวบรวมผู้อธิบายฟังคนเดียวก็เป็นพระอรหันต์พวกเราก็ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่มีเชื้อไม่มีสายไอ้ที่มาๆๆเนี่ยอยู่ดีๆมาโผล่มาเหรอไม่มีอ่ะมันมีมีอะไรอยู่ในตัวมาแล้วมันไม่เชื่อมมีอะไรมีภาวะปัจจัยมันมีกรรมเก่าอธิบายพอเรียนพิบูลย์เลยวันนี้กรรมเก่ามาแล้วเนี่ยแต่ชาติก่อนทำอะไรต่ออะไรมาแล้วก็มันมีเชื้อมีเนื้อมีอะไรในตัวในอะไรต่ออะไรมาแล้วมันมีอะไรจิ้มจิ้มอธิบายอย่างพอเลยมีบุญเลยขาดแต่ต้นก่อนไปทำอะไรมานี่สะสมไว้แล้วก็มีวิบากเหลืออยู่ที่ต้องหมุนเวียนไปอย่างโน้นอย่างนี้มีอะไรต่ออะไรต่างๆนานาอยู่ ก็จริงก็มันไม่ใช่เรื่องจะไม่จริงอะไรหรอกเรื่องจริงจนกว่าเราจะเกิดปัญญาญาณที่ละเอียดที่รู้แล้วก็สั่งสมเข้าให้แนบเลี้ยงข้าวจนมาจับปัจจุบันน่ะทำได้จนกระทั่งถึงรู้ถึงรากเหง้าแห่งจิตจับจิตแล้วก็พยายามหยุดมันล้างหมดเชื้อโลภะโทสะโมหะอันเป็นตัวเชื่อมเกิดแล้วก็หวังนะมันอร่อยอยู่แล้วมันนักในชีวิตเห็นชัดเจนเด่นเลยสะอาดถึงตัวเองปัจจุบันนี้ก็หยุดอยู่ก็หยุดอยู่จะหยุดเมื่อไหร่ก็หยุดเถอะเพราะว่าพวกเรานี่ก็ลองดูถ้าเป็นไปได้ก็ลองหัดดูหัดหยุดจิตจะหยุดด้วยวิธีหัดนั่งหลับตาเป็นอะไรชั้นดีก็ตาม ลองดูถ้าว่างก็ทำมั่งก็ได้หัดรับได้ฉันหยุดเลยจนกระทั่งหยุดได้เก่งๆแล้วรหัสหยุดเฉยๆหรือเปล่าลืมตาดูเฉยๆก็ได้หรือหลับตาดูผนังตาดำๆอยู่เฉยๆไม่มีอะไรมันดำๆมืดๆก็มืดความคิดก็ไม่ต้องคิดอะไรแล้วก็อ่านคิดของเราดูวิตกวิจารณ์โดยที่พวกเรามันไม่ต้องพี่ต้องวิจารณ์อะไรให้มันอุเบกขาถ้าไม่ทันจริงๆถ้าจะไม่เคยมีอยู่แล้วมันมีอะไรคือมันนิดนึงหรือไม่มันมีการปรุงอะไรมันมีการวันหนึ่งเธอว่าสติเต็มนี่แหละหรือแม้จะดูคนอื่นดูต้นสาวกับสาวเฉย ขอดูไปข้างหน้าเห็นต้นไม้กับต้นไม้เฉยๆดูอากาศก็อากาศเฉยๆไม่ต้องปรุงอะไรต่อถ้าเรารู้จิตของเราเป็นจิตที่ยึดอยู่เฉยอยู่นิ่งอยู่เป็นเอกัคคตาอาจเป็นหนึ่งหนึ่งจริงๆไม่เคลื่อนไม่มีอะไรถ้ามันเคลื่อนน้อยๆก็ดีแล้วในเครื่องอยู่ในน้อยๆเห็นไม่ไหวก็นอนอยู่นี่ไม่ได้หลับตาดูคนนั้นตาก็มีแสงน้อยๆอะไรก็ดีก็ยังดีนะถ้าไม่มีเลยได้ 11 มีนาคมที่เฉยๆหลับตาเข้ากับสถานการณ์ ไม่ค่อยสบายจะบอกว่านิโรธนิโรธอริยสัจก็ทำจิตให้อยู่นี่แหละจะบอกอสัญญีหรือว่าอาสาหรือจันทร์อะไรก็เหมือนกันน่ะภาษาเรียกมันไม่มีนิดหน่อยไม่มีไม่มีสังขารจิตก็รู้อยู่ถ้าลืมตาก็รู้ตลอด 3 ก็มืดๆเฮ้ยทำได้กี่นาทีแต่สำเร็จ 10 นาทีก็ลองทำดูธรรมดามันจะทำไม่ได้ง่ายๆก็ไม่ตัดกินเลยไม่ได้หักหยุดไม่ได้หัดวางไม่ได้หัดทำอะไรมาไม่ได้จริงๆมันอยู่ไม่ได้หรอกมันหยุดไม่ได้มันจะหยุดคิดเห็นบอกไม่คิดอะไรเลยได้ยังไงไม่มีเรื่องอะไรที่ผิดเลยได้ยังไง ก็ไม่เชื่อหรอกว่ามันไม่มีเรื่องให้ติดขึ้นมาเลยได้ก็ไม่เชื่อก็จริงของเราจะรู้ว่าเราจะรู้อยู่ดีถ้าจิตลืมตาจะลืมตาก็ลืมตาจะฟังเสียงก็ฟังเสียงถ้าหลับตาก็หลับตาอยู่กับจิตเฉยๆก็อยู่เฉยๆถ้าไม่หยุดอยู่ก็อยู่เฉยๆไม่รู้จะอยู่ที่ไหนล่ะแต่ก็หยุดนิ่งๆๆถ้ากำหนดก็กำหนดจะกำหนดเอาไว้ที่ไหนก็กำหนดถ้าจิตพวกเราไม่ได้ฝึกจิตพวกเราไม่มีความหยุดได้ตามให้ฉันพระก็มีพยาบาทก็มีอุจจาระฟุ้งซ่านมันฟุ้งจริงๆนะหยุดไม่ได้ถึงไม่ได้แต่ที่นี่เฉยเฉยไม่ได้เพราะที่มันจะมีปรุงอะไรก็ได้อยู่ตลอดเวลาเลยลุงไม่ต้องปรุงไหม บอกทางด้านข้างไม่ได้ก็นั่นแหละเราลองหัดดูเนี่ยเป็นบทเรียนเศรษฐกิจสรุปว่างๆเรามีจุดๆๆขามีการอะไรนอกจากบุพเพนิวาสานุสติญาณหรือว่าทำความรู้อะไรลึกซ้อนให้ลูกเกิดรู้ดับอะไรแล้วเราก็เล่นมันเป็นจะเรียกว่าช้างกีฬาแต่ไม่ใช่ชายไม่อยากจะซื้อเขาเล่นเนี่ยฤาษีเขาเล่นเขาก็เล่นอยู่เลยผมบอกให้แม้กระทั่งเขตของอารมณ์ดูคลิปเล่นชิ้นเล็กๆเฉยๆก็จะคิดคิดขึ้นมาว่าพรุ่งนี้ทำอะไรมันคิดขึ้นมาในหลักการต่างๆในทฤษฎีต่างๆ รูปความเข้าใจลึกซึ้งขึ้นมาเราก็รู้เหมือนกันเราอ่านตำราอ่านอะไรก็ได้แล้วก็พิจารณาแล้วมันก็ทะลุปรุโปร่งเข้าใจลึกซึ้งมีมิติมีภาษาและมีปัญญาที่แทงทะลุเข้าไปอะไรก็ได้ซึ่งเข้าไปอีกมันก็เป็นประโยชน์มันก็เป็นอยู่ถ้าเราจะทำก็ทำถ้าไม่ทำแล้วจะหัดหยุดมันก็มีแต่เกิดประโยชน์สุดท้ายก็มีแต่เกิดปัญหาจะเกิดก็เกิดประโยชน์ทั้งนั้นแหละเรื่องใหญ่ที่สุดคือโลภะโทสะเมื่อโลกพระกับโทสะไม่มีเหล้าอะไรแล้วนะมันสบายมันน้อยเราก็สบายแล้วมันถึงกับขนาดไม่มีอะไรมันเหลือน้อยไม่สบายแล้วมันก็จะหยุดจะอ่อนสบายพยายามให้มัน จะลืมตาก็ลองลืมดูอ่าแล้วก็ดูเฉยๆดูชื่อที่มันเฉยมันเฉยได้ไหมมันเป็นยังไงฝึกหัดไปเล่นไปวางเราก็จะได้แน่ใจแล้วมันทำให้แน่ใจด้วยมันทำให้เรารู้ว่าอ๋อติดมันหยุดมันเป็นมนุษย์แล้วก็ทำได้ก็ทำได้แล้วก็เรารู้ที่เรานี่แหละใครจะมารู้กับเราได้ว่าจิตของเราหยุดหรือไม่หยุดคือถ้าเรามันว่างไม่ว่างมันเป็นอากาศไม่ต้องไปนั่งหลับตานั่งหลับตาไม่ทันหลับตายยาก ที่ผมเคยเล่าให้ฟังแล้วก็ไปรู้จักจิตไปเหลือตัวตนไม่มีลูกขันน้ำขันอะไรลูกตัวตนอะไรไม่มีวางลงปุ๊บโอ้โหมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะหลับตาเข้าไปแล้วก็มีความรู้สึกนะไม่มีสติสัมปชัญญะรู้ในจุดว่างงานว่างลงจริงๆไม่ใช่ของง่ายๆตัดทวารเข้าไปแล้วก็มีความรู้สึกมีสติเต็มจ้าไม่ใช่ของง่ายๆทีนี้เราก็มีสติใจอยู่เดี๋ยวนี้เราก็ว่างๆมองตาก็ว่างถ้าออกไปนอกโลกไม่เห็นท้องฟ้าสีครามก็เห็นอะไรอะไรก็เดาไม่ออกคงจะล้มไม่มีอะไรจะทอดกลับมาหาลูกกะตาเอาอากาศข้างนอกมันก็คงลงไป มันก็จะไปไอ้นั่นอะไรมันไม่มีปัญหาแล้วก็โล่งๆอย่างนั้นแหละแต่ทีนี้ไอ้ในสภาพที่เราตัดจะไม่รับรู้อะไรเลยอยู่กับจิตไม่คิดเองมีเวลาหลับตาเข้าไปพอเวลาถึงอากาศสารโปร่งโล่งจริงๆมันโลกจริงมันมีแต่ขาวใสมันมีเฉพาะสายขาวสว่างเฉยๆลงมันไม่รู้สึกอะไรเลยแม้แต่ตัวเองที่ไหนมันก็ไม่รู้ตัวเองที่ไหนก็ไม่รู้เมาง่ายสบายแล้วมันโอ้โหชอบมันก็ยังไม่ฝรั่งคนนั้นว่าโอ้ยมันก็อร่อยที่มันว่างจริงๆมันไม่มีตัวมันไม่มีตัวมันไม่มีอะไรเลยมันก็อยากได้คนเรามันเคยหนักมามันหนักมันจริงๆนะลูกมันก็อยากได้เพราะว่ามันล้ม กรงมันตรงไปจริงๆมันสบายใจสบายติดง่ายติดจริงๆถ้าเราไม่รู้เท่าทันทีนี้เราเองเราก็ไปอย่างนั้นมันเป็นสภาพมันก็จะหามาให้ตัวเองมันก็ยากแสนยากแล้วมันก็ไม่เป็นจริงเพราะเรายังมีรูปขันนามขันอะไรจะไปหาภพมันเป็นภพหนึ่งเพราะจิตที่รับปากซอยแล้วก็ไปทำความระวังอะไรทำให้มันเคี่ยวไปให้มันอยู่จุดอย่างนั้นถ้าทำเป็นลืมอะไรหมดเลยมันจะเอาก็เอากับอาจารย์สาถ้าคาถารู้เรื่องแต่ไม่รู้เรื่องรู้แต่ไม่มีเรื่องอะไรเลยมันมีแต่สภาพดำสภาพมืดกับสภาพสว่างพระคาถาที่เรียกว่าโอภาส สัญญาคือเป็นอีกโลกหนึ่งที่ไม่ใช่เหมือนอีกโลกที่มันมีธรรมดามันมีสมบัติมันมีอะไรต่ออะไรต่างๆนานาดินน้ำไฟลมไอ้นี่มันมันเป็นสภาพว่างเฉยๆมันโล่งไม่รู้จะอธิบายถูกฟังยังไงก็เรื่องของใครก็ไม่มีสภาพนั้นไม่มีตัวเป็นตัวไม่มีความรู้สึกอะไรไม่รู้ตัวตอนแรกๆก็ไม่รู้ตัวว่าอะไรเลยใช่ไหมสักครู่หนึ่งเราไม่มีตัวเราหรอกมันไม่มีอะไรมันก็ลงอยู่นั่นแหละตัวตนที่แท้มันไม่รู้เรื่องแล้วมันก็อยู่ที่นั่นได้ก็อยู่ตลอดกาลก็จะอยู่แต่มันไม่เที่ยงไม่เที่ยงมันไปอำนาจความสามารถของเราอยากอยู่นานกว่านั้นด้วยซ้ำไปแต่มันไม่อยู่มึงออกมามันต้องคลายออกมามันก็ต้องต่ำลงจากตรงนั้น ใจเราไม่อยากออกมาเลยมันมีกิจกรรมกิเลสเลยทีเดียวรู้จิตกิเลสเลยไม่มีมันชอบมันไม่อยากจะไปไหนอีกแล้วไม่อยากจะอยู่ที่อื่นมันไม่อยากจะเปลี่ยนออกมาจากที่นั่นเลยแต่ไม่ต้องออกมาไม่อยู่หรอกมันต้องมาไม่เที่ยงมันเสือกไม่ธรรมดาแม้แต่เจตนาทำทำตัวแบบนี้เสร็จงานแล้วมันก็ได้ชุดนั้นพอได้แล้วมันก็ไม่เที่ยงแล้วก็หลุดออกมาเพราะถ้าเรารู้ซะแล้วแม้แต่เราจะทำอะไรก็ตามแต่มันก็เป็นภพเป็นชาติเป็นภพที่เราตั้งเป็นสภาพของสิ่งที่เราจะต้องไปรับประทานอยู่อย่างนั้นแล้วมันก็น่าจะเดียวกันนัยยะที่เราไม่ให้เราปัจจุบันเนี่ยพอเราเข้าใจแล้วเราทำสำเร็จปัญหาอะไรทั้งนั้นเลยเรารู้เราก็นึกว่าโล่งๆธรรมดาโลกมันไม่โล่งมันก็ยังคิดในลักษณะเก่า อะไรเลยแต่เดี๋ยวนี้เราโลกและวิปัสสะไม่มีต้นเสามันมีประตูมีคนมีอะไรอันนั้นอันนั้นเฉยๆคือมันก็ไม่สะอาดเหมือนกันกับไอ้ตอนเราไม่มีภาษาอะไรเลยไม่สะอาดเหมือนกันแต่ความรู้สึกถ้าเราเทียบเคียงกันไปแล้วมันเป็นอันที่เหมือนกันอยู่ในสภาพที่ไม่เหมือนกันมันเหมือนกันน่ะมันก็โล่งๆเหมือนกันแต่ถ้าเราจะทำถ้าเราจะได้ไม่ต้องทำเอาทำเอาแต่มานั่งทำแล้วก็เป็นอย่างนั้นเธอไม่ใช่ของง่ายด้วยแต่ความรู้สึกว่าลูกทำเหมือนกันไม่ได้หรอกโอ้ยจิตมันก็เหมือนกันแล้วเดี๋ยวนี้เราปล่อยวางว่างลงเหมือนกันหรือเข้าใจดีตั้งแต่วางด้วยไม่ได้กำไรด้วยซ้ำไปไอ้ตัวเข้าใจดีนี่แหละกำไร ไม่เข้าใจดีแล้วเราก็ไม่ต้องยึดมั่นถือมั่นอะไรก็ได้รู้ตามอำนาจของความวิจิตรของจิตภารกิจต้องกินมันจะได้รู้อะไรก็ได้ก็ได้ก็รู้แล้วเราก็ไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นอะไรกับมันเข้าใจก็ต้องการเรามีกฎต้องมีระเบียบเรามีวินัยเรามีหลักอะไรที่เราจะยึดไหมล่ะถ้าเรายึดแล้วก็ทำด้วยก็ทำถ้าเราไม่มีกฎไม่มีระเบียบไม่มีวินัยอะไรที่เราจะยึดแล้วเราจะกระทำอย่างนั้นก็ทำให้เรารู้แล้วเราก็ปล่อยจะเป็นยังไงก็เฉยมันก็เฉยๆมันก็เหมือนกับคนที่ไม่มีปัญหาไม่มีอะไรก็ได้เฉยเลยที่เรียกว่าดูดูราคาคนไทยก็ได้หาอะไรทำจนมันก็คนใจไม้ไส้ระกำรู้แล้วรู้ไอ้นี่แล้ว รู้ทั้งรู้เสร็จแล้วเราก็ทำเฉยเมยพอเราทำเฉยเมยมันก็ดูคล้ายๆคำว่าคนถ้าเผื่อว่าผู้นั้นนี่หรือสิ่งที่เราต้องตัดให้มันควรจะได้ช่วยเหลือน่าสงสารมันทารุณแล้วแล้วก็เชิญมันก็ดูเหมือนคนใช้ไม้ใช่ทองคำก็ช่วยได้อย่างนั้นจริงๆแล้วมันจะเฉยๆได้อย่างนั้นแต่ว่าโดยโลกเราก็รู้อยู่แล้วว่าถ้าอย่างนี้เขาปิดเกมได้ทันทีจิตเราเฉยเลยใครมาตรวจสอบตัวของเราเนี่ยเขาไม่นั่นหรอกเขาไม่รู้หรอกว่ามันไม่ผิดพอใจเราวางเฉยได้อย่างนี้แหละมันไม่ใช่ของง่ายๆนอกจากคนที่ใจไม้กายกรรมโดยตรงสุดยอดจริงๆอันนี้คือจิตใจจริงๆแล้วคนเห็นว่าไม่ได้หรอกเสียประโยชน์ไอ้นั่นมันอีกเรื่องนึงแต่นี่เราก็เฉย ถ้าเขาจะตู่อย่างที่ว่าเนี่ยสมมติว่าเราเฉยเมยมันน่าจะช่วยทำให้ไม่ช่วยสู้ได้จริงๆเหมือนกันเพราะเรื่องโลกเหล่านี้เป็นเรื่องของสมมุติในโลกถ้าเราไม่รู้ว่าสมมุติอย่างนี้เนี่ยโลกก็ถือสานะอย่างนี้มีเขาโดยควรแล้วก็จะต้องกระทำแล้วเราก็ทำถ้าเห็นว่าไม่เกินระเบียบไม่เกินวินัยไม่เกินกฎซึ่งคนเราก็ต้องรู้อยู่แล้ววันนี้ถ้าเขาพูดทำไมไม่ทำให้มันเกินกฎเกณฑ์ระเบียบส่วนสูงถ้าไม่ได้จะพิจารณาผู้ใดได้พยายามกระทำเล่นอะไรต่ออะไรจนกระทั่งรู้จักสบายรู้จักอะไรที่มันได้ประโยชน์แก่ตนเองแล้วเราก็จะแน่ใจเราก็จะมั่นใจเราจะรู้สึกสบายๆที่สำคัญที่สุด [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ปลายักษ์ไม่มีประโยชน์อะไรเลยไม่มีโทษสิ่งที่ประกอบเข้าด้วยเป็นประโยชน์เลยยิ่งชัดเจนใหญ่มีแต่ชัดเจนเราไม่ได้หยุดนิ่งอะไรมันก็เป็นไปถ้าหยุดนิ่งมันก็เสื่อมมันหยุดนิ่งมันก็เจริญมันก็เป็นไปได้ดีพอผมจะเอาประถมพุทธศาสนาอ่านถูกฟังชัดหมดเราได้พูดถึงบอกว่าหรือทำจากทำที่สุดท้ายเขาพระพุทธเจ้าที่เราถือว่าทำต่อเนื่องกับคำเกิดครั้งแรกที่พระเจ้าให้มันรู้เป็นพระพุทธเจ้า เป็นคำที่เป็นความรู้เป็นภาษาหรือเป็นบัญญัติในทางภาษาคือการเอามาเล่าสู่พระอานนท์ฟังทีหลังเนี่ยหัดมันก็เป็นถึงแม้มาเล่าทีหลังแต่มันเป็นสิ่งที่เกิดก่อนก็ถือว่าอันนี้เป็นประถมอีกครั้งจะเป็นอันเป็นอันแรกเป็นปฐมพร เข้าเวรขันโตกทุกขาชาติพนังแสวงหาอยู่ซึ่งนายช่างปลูกเรือนคือตัณหาผู้สร้างภพการเกิดทุกคราวเป็นทุกข์ร่ำไปมีแต่จำนวนในพุทธศาสนาเรารู้จักเจ้าเสียแล้วเห็นท่านแล้วเข้าใจท่านแล้วนี่กำลัง ท่านอยู่กับปัจจุบันทีเดียวคิดโถคิดโทษสิเรารู้จักเจ้าแล้วสุนัขเคหังเจ้าจะทำเรือนให้เราไม่ได้อีกแล้วนะคะนารายณ์จะเท่าเราจะทำเรือนให้เราไม่ได้อีกต่อไปนะศรัทธาเตาถ้าหากกูตังค์ที่สังคังครองเรือนทั้งหมดของเจ้าเราหักซะแล้วยอดเดือนเราก็รื้อเสียแล้วสิ่งที่จะประกอบเป็นตัวโครงสร้างอะไรไปทั้งหมดมีสังสรรค์ จิตของเราถึงแล้วสิ้นสภาพที่อะไรปรุงแต่งไม่ได้อีกต่อไปมันได้ถึงแล้วซึ่งความสิ้นไปแห่งตัณหาเมื่อพระพุทธเจ้าท่านถึงความแจ้งในใจบรรลุเนี่ยประโยคนี้เกิดขึ้นเจ็บกระดูกเทียบเคียงกับอุปมาอุปไมยท่านเสมอและท่านก็รู้ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่พบอะไรไม่พบในยามปัญญาอันสูงสุดจิตใจของเราก็ท่องเที่ยวแสวงหาแล่นไปส่งท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏต่างๆและอดีตชาติต่างๆเพื่อที่จะเสาะหามาสร้างขอให้ตนนั่นแหละมันก็สร้างเรือนแสวงหาอยู่สิ้น ช่างปลูกเรือนมนุษย์สร้างเรือนให้กับตัวเองสร้างให้เป็นรูปเป็นตัวอยู่ตัวที่มันอยากได้แล้วมันเป็นตัวที่แล่นอยู่นั่นน่ะคือตัณหาผู้สร้างภพฟังให้ดีนะไอ้ตัวพบเนี่ยกาพย์มาพบในหยาบแสนยากพวกเรานี่ได้ไล่เรียงกันมาจนกระทั่งการมาพบกันลงในรูปลบสิ่งเสียงสัมผัสอะไรให้กับตัวเองวุ่นวายอะไรเป็นวัตถุสมบัติอะไรอย่างนี้เมื่อเราเองเราไม่แล้วมันไม่ใยดีมันไม่มันไม่มันไม่ใช่หรอกมันใจดีก็ไม่ใจดีรังเกียจก็ไม่รังเกียจก็เห็นดูเห็นรูปเป็นสีเห็นไอ้โน่นไอ้นี่เขาบอกว่าสวยแล้วก็ไม่ได้ไปหมั่นใส่อะไรเขาเขาจะบอกว่าไม่สวยเราก็ไม่ได้ไปผลักดันเหมือนกับเขาจะผลักดันไม่มีอะไรเราก็ชอบก็เขาก็ไม่ได้ รับรู้จะทำก็ไม่ได้ทำอะไรหากมีลูกมีสีม
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive