190820 กะเทาะชีวิตที่หลงโลก-พ่อท่าน-ม.รามคำแหง.txt

โฟลเดอร์2519 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์269 KB
วันที่แก้ไข29 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ต่อไปนี้ท่านจะได้รับฟังการบรรยายธรรมและตอบปัญหาโดยท่านพระปฏิวัติที่ได้แสดงที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงซึ่งจัดโดยกลุ่มผู้ที่ศึกษาก็เชิญผู้สนใจรับฟังได้ณบัดนี้และพรท่านอาจารย์ชุมชนทุกๆท่านถ้าวันนี้อาตมาได้มานั่งอยู่ที่ร่มอันรื่นรมย์ที่เรียกว่าร่มไม้ร่มเย็นอาจจะเป็นปลาธรรมชาติเป็นสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าเป็นของประกอบของความเป็นมนุษย์ซึ่งเดี๋ยวนี้จะ ถูกคนแต่ปากแล้วก็ตัดออกไปเรื่อยๆป่าธรรมชาติที่จะให้ความร่มแก่มนุษย์จะถดถอยไปเรื่อยๆหมดไปเรื่อยๆถ้าขอให้ทุกๆคนได้พยายามลองมองแล้วก็ใช้ปัญญาคิดประกอบด้วยว่าร่มไม้ให้เป็นส่วนประกอบสำคัญอย่างยิ่งของมนุษย์เหมือนกันขณะนี้มันไม่สมดุลกับความเป็นอยู่ของมนุษย์แล้วแม้แต่ร่มไม้ก็ถูกกว่าคอนกรีตได้เบียดเบียนทำให้ความเย็นหายไปมีแต่ความร้อนเข้ามาแทนที่ความเย็นที่เกิด ร่มไม้ไม่เหมือนความเย็นที่เกิดจากร่มป่าคอนกรีตต่อให้ใช้ air condition ขนาดไหนๆก็ตามความเย็นเหล่านั้นจะไม่เหมือนที่ได้จากร่มไม้ที่เป็นความเย็นเพราะว่าธรรมชาติที่ประกอบไปด้วยอะไรก็ตามแต่ในโลกที่ประกอบไปด้วยดินน้ำไฟลมและประกอบเป็นธาตุอากาศและประกอบเป็นธาตุวิญญาณสิ่งเหล่านี้สังเคราะห์กันอยู่มาตั้งแต่โลกสร้างจนกระทั่งทุกวันนี้มันก็ยังประกอบกันอยู่อย่างเดิมมันไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปไหนนอกจากผู้ที่ไม่รู้อวิชชาหลงมากเกินไปฉะนั้นเองที่ได้เปลี่ยนแปรสภาพที่เป็นไปโดยธรรมดาอันพอดีพอดีของมัน แล้วก็ทำให้มันเป็นสิ่งที่รถคุณค่าและผู้รับคุณค่าจากมันนั้นเป็นคนเข้าใจผิดก็เลยไปได้เอาสิ่งที่ไม่ถูกคุณค่าให้แก่ตนเองและโดยเฉพาะก็คือคนลิเวอร์พูลเรียกว่ามนุษย์ผู้มีปัญญานี่แหละแต่เสร็จแล้วก็ปัญญาของตัวเองทำให้ตัวเองได้รับสิ่งที่ด้อยค่าหรือไม่ได้รับสิ่งที่ควรจะได้รับเพราะฉะนั้นแม้แต่เพียงต้นไม้แม้แต่เพียงสิ่งที่มันจะใช้ประโยชน์เป

อ่านต่อ

็นประโยชน์ใช้สอยสำหรับมนุษย์นั่นน่ะขณะนี้อยากจะขอร้องทุกๆคนใส่ใจแลและก็พยายามให้มีขึ้น เพราะเมื่อความต้องการในด้านวัตถุที่เป็นไปในรูปอื่นๆไม่ใช่รูปที่ง่ายดายแต่เป็นไปในรูปที่ประดิษฐ์ตกแต่งเป็นในรูปที่เฟ้อออกไปในความคิดนึกที่มนุษย์อยากอวดเก่งมันมีทวีทรัพย์ทวีขึ้นมามากขึ้นมากขึ้นทุกวันเพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็นไปด้วยดีของธรรมชาติตอนนี้กำลังถูกปราบกำลังถูกฤทธิ์ร้อนทำให้ถูกทำลายและก็เป็นพิษเป็นภัยแก่ตนเองบรรยากาศที่เป็นป่าคอนกรีตจะเต็มไปด้วยคอรัปชั่นต่างๆที่เป็นอากาศเสียจะเต็มไปด้วยอะไรต่ออะไรต่างๆนานามากที่สุดเพราะว่าธรรมชาติไม่ช่วยมันมีแต่สิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์แล้วก็เกิดการสังเคราะห์ดิบๆ มาใช้คำว่าการสังเคราะห์ดิบๆก็คือสิ่งที่ถูกปรุงถูกระเบิดถูกทำปฏิกิริยาถูกก่อถูกสร้างอะไรขึ้นมาแล้วมันกลายเป็นของที่ยังไม่เต็มที่ยังไม่ลงตัวกลายเป็นของดิบๆที่อาตมาใช้คำว่าดิบๆเนี่ยโดยประสานก็อาตมาอาตมาไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์อาตมาไม่ใช่นักเกี่ยวกับเรื่องเคมีอะไรต่างๆหรือว่าแม้แต่ไอ้ที่พูดไปเนี่ยพูดไปด้วยปัญญาที่รู้แล้วก็ใช้ภาษาง่ายๆเพราะฉะนั้นขอให้เข้าใจว่าอาตมาไม่มีภาษาตรงหรือไม่มีเทคนิคเพิ่มอะไรที่จะพูดกับชื่ออะไรที่ถูกต้องกับเขานักแต่ก็ขอให้พยายามเข้าใจที่อาตมาหมายหน่อยก็แล้วกันแต่ถ้าเกิดว่าสิ่งเหล่านี้มันถูกสร้างขึ้นมันเกิดขึ้น ที่มันยังไม่เป็นไปโดยดีแล้วมันก็ทำผิดเป็นพิษเป็นภัยแก่สิ่งที่อยู่ร่วมโดยเฉพาะก็คือมนุษย์ตอนนั้นสิ่งที่สังเคราะห์ที่เกิดขึ้นมาใหม่ๆที่มันยังไม่ได้เรื่องได้ราวก็คือของที่มันดิบๆและเป็นภัยเริ่มตั้งแต่ธาตุที่ปฏิกเกิดปฏิกิริยาขึ้นมาที่เราเรียกว่าเป็นแก๊สหรือเป็นธาตุลมหรือเป็นธาตุไฟเรียกในภาษาทางทำหน่อยเรียกว่าธาตุไฟหรือธาตุลมเกิดมาแล้วก็เป็นของที่เสียแจกจ่ายกันอยู่ถ้าสิ่งเหล่านี้คนบางทีสู้ไม่ได้แต่ต้นไม้บางทีเป็นประโยชน์กับเขาด้วยมันจะช่วยเรามากที่สุดแต่คนก็ไปทำลายมันลงเพื่อที่จะเอาสิ่งอื่นที่หลงว่าดีกว่าตอนนั้นก็ขอ ทั้งหมดแล้วก็เพิ่มขึ้นเถอะถ้าใครช่วยกันปลูกต้นไม้ปลูกต้นไม้ขึ้นมาอีกก็จะเย็นอย่างน้อยที่สุดปลุกขึ้นมาเอาร่มแต่ที่จริงมันไม่ได้แต่แค่ร่มมันไม่ใช่ได้แค่ร่มบังกายมันได้ร่มใจด้วยนะมันได้ร่มแห่งชีวิตด้วยร่มชีพด้วยเป็นร่มชูชีพที่ไม่ใช่ว่าร่มชูชีพที่หอยตกห้อยโตงเตงบนอากาศแต่เป็นร่มชูชีพแห่งชีวิตจริงๆเลยและต้นไม้เนี่ยก็พยายามปลูกขึ้นมาทดแทนจะตัดลงไปด้วยความจำเป็นหน้าที่ใดก็ควรจะได้ปลูกทดแทนกันขึ้นมาณที่นั้นที่มันมีที่อื่นที่จะปลูกได้และมีสถานที่ใดที่จะปลูกได้ก็ช่วยๆกันเถอะช่วยชีวิตของพวกเราเองไม่ใช่เพื่อใครเพราะมนุษย์ชนทุกๆคนเราเป็นมนุษย์แล้วเราต้องคิด ทุกๆคนเพราะมนุษย์ทุกๆคนนั้นไม่มีใครไม่ต้องการความสุขไม่มีใครไม่ต้องการความถูกต้องไม่มีใครไม่ต้องการความดีความดีงามไม่มีทุกคนต้องการความดีงามทุกคนต้องการความถูกต้องทุกๆคนต้องการความสุขภาษาเรียกมันว่าอย่างนั้นแล้วเขาก็ต้องการสิ่งที่เป็นสภาวะธรรมที่เรียกว่าความสุขที่แท้จริงที่ดีที่สุดที่ถูกต้องที่สุดแล้วเราก็ต้องพยายามศึกษาพยายามคิดหาว่าชีวิตเราเกิดมานี่เดินทางไปสู่ฝังศพมนุษย์ทุกคนเดินทางไปสู่หลงฝังศพในช่วงระยะทางที่เราเดินไปสู่หลุมฝังศพที่เรามีความคิดที่เรียกว่าจิตวิญญาณอยู่ในตัวของเรา มันก็แสวงหาตามที่เราเองเราคิดว่าหรือเราหลงอยู่ว่าแล้วเราเข้าใจไม่เรียกว่าหลงก็ได้เรียกว่าเข้าใจอยู่ว่ามันควรจะได้สิ่งนี้ควรจะเป็นอย่างนี้ควรจะมีอย่างนี้โดยที่เราได้ตีราคาแล้วว่านี่เป็นของดีเป็นของสูงหรือว่าเป็นของถูกต้องที่เราจะได้มาแล้วเราก็จะใช้ชีวิตร่วมกับสิ่งที่จะได้มานั้นมาใช้ร่วมกันแล้วเราก็เห็นว่าเป็นสุขและอยู่ได้ด้วยอย่างดีอย่างสมบูรณ์ของเราตามที่เรานึกคิดชีวิตก็เราจะไปเห็นอย่างนี้แล้วก็จะแสวงหาอย่างนี้ตลอดไปไม่เกิดการก่อสร้าง การประดิษฐ์เกิดการปรุงแต่งเกิดขึ้นมาเยอะๆๆมากมายเกิดขึ้นมาจนกระทั่งไม่รู้เรื่องว่าอะไรไปก่อขึ้นสร้างขึ้นเกิดขึ้นทำขึ้นนั่นน่ะมันมีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์หรือว่าทำลายแล้วเราก็เป็นหลงสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดเวลาจนมากจนเกินมากขึ้นมากขึ้นเกินขึ้นแล้วก็กลายเป็นสิ่งเผาผลาญเป็นสิ่งทำลายจนกระทั่งชีวิตก้าวหน้าพัฒนาขึ้นมามีหลักเกณฑ์ในการหมุนเวียนมีการแลกเปลี่ยนเพราะว่าคนมีความเก่งไม่เท่ากันมีความสามารถไม่เท่ากันความสามารถไม่เท่ากันก็ได้ด้านแรงกายแรงงานทางกาย กลับแรงงานในทางสมองที่เกิดขึ้นมาไม่เท่ากันเมื่อไม่เท่ากันแล้วผู้มีแรงกายที่มากก็สามารถเอาแรงกายนั้นเข้าไปจ่ายสร้างผลผลิตขึ้นมาได้ตามอำนาจของแรงกายที่ตนเองมีและก็ได้สิ่งที่ตนผลิตได้นั่นแหละเป็นเครื่องอย่างที่ถ้าพูดได้รู้ว่าอะไรจะควรผลิตเป็นสิ่งที่ยังชีพโดยตรงเขาก็จะผลิตสิ่งนั้นขึ้นมาถ้าเขาทำได้ถ้าเขาทำเป็นเช่นว่าคนที่เห็นว่าข้าวเป็นสิ่งดีเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ควรจะผลิตเขาก็ไปผลิตข้าวตรงๆผลิตขึ้นมาแล้วก็มาหงส์มากินธรรมดาเพื่อยัง ถ้าคนส่วนมากกินข้าวก็เป็นสิ่งผลิตที่ถูกต้องแล้วดีแล้วเพราะคนส่วนมากกินถ้าเขามีแรงมากผลิตได้มากเขากินพอเจ้าของคนผลิตกินพอส่วนเหลือส่วนเกินก็เป็นส่วนที่ได้เกื้อกูลเผื่อแผ่ให้แก่ผู้ที่ไม่ผลิตก็เป็นการแจกจ่ายไปกับผู้ที่สามารถผลิตอันนี้แต่ถ้าผู้ที่เข้าใจอย่างอื่นซึ่งไม่ใช่ Facebook เข้าใจถึงความจำเป็นหรือไม่เข้าใจถึงสิ่งที่ดีอย่างที่ว่านี้โดยไม่เข้าใจอันอื่นจะยกตัวอย่างง่ายๆให้เห็นชัดๆไม่รู้ว่าผลิตเฮโรอีนขึ้นมาเอาไปขอที่คนกินแต่ของที่คนใช้เป็นของยางชีวิต แต่ตัวเองใช้ตัวเองถูกก็ตามหรือว่าตัวเองไม่สูบแต่ตัวเองคิดว่าผลิตออกมาแล้วมนุษย์ส่วนหนึ่งสู่มนุษย์ส่วนหนึ่งใช้ก็ยังชีวิตและเขาก็ผลิตสิ่งนี้ออกมาเมื่อผลิตออกมาแล้วก็พยายามเอาไปแลกเปลี่ยนแลกเปลี่ยนกับข้าวซึ่งเป็นของจำเป็นของมนุษย์ที่สำคัญกว่าเฮโรอีนลึกซึ้งเอาไปแลกข้าวมากินให้ในการแลกเปลี่ยนไปอย่างนี้กับความเข้าใจถูกเข้าใจผิดอย่างนี้แหละสำหรับนักผลิตก็ผลิตกันต่างๆนานาที่อาตมายกตัวอย่างให้ฟังเนี่ยง่ายๆ 2 อย่างเพื่อที่จะเอามาเทียบเคียงให้เห็นว่าคนเรานี่เป็นนักผลิตด้วยแรงสมองและผลิตด้วยแรงกายก็ตาม ผลิตออกมาผลิตออกมาจนกระทั่งผลิตสิ่งที่ทำลายหรือผลิตสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่แท้จริงในชีวิตปี 2561 ก็จะไปติดสิ่งที่มันไม่เป็นสิ่งดีเป็นสิ่งทำลายที่คนหล่อขึ้นมาเพราะผลิตขึ้นมาแล้วก็โฆษณาประชาสัมพันธ์หลอกลวงพยายามทำให้คนเห็นอย่างนั้นว่าดีเห็นอย่างนี้ก็ดีหลอกกันไว้สร้างรถที่นิยมสร้างค่านิยมเอาไว้มากมายนับไม่ถ้วนถ้าจะนัดผลผลิตหรือสิ่งผลิตในโลกนี้มากเหลือเกินและคนก็ไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งประดิษฐ์ที่มีประโยชน์จำเป็นที่สุดของชีวิตที่เป็นปัจจัยสำคัญของชีวิตสุดท้ายก็เป็นหลงสิ่งประดิษฐ์ นั่นจนงมงายมากกว่ามากบางอย่างยังไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ที่ออกมาเป็นวัตถุธรรมเป็นก้อนเป็นแป้งเป็นชิ้นเป็นอันก็มีผลิตออกมาเป็นแต่เพียงสภาพที่เรียกว่าได้สัมผัสหรือได้สัมผัสแต่เพียงเห็นด้วยตาก็เดี๋ยวเดียวก็หายไปได้ยินด้วยหูประเดี๋ยวเดียวก็หายไปได้กลิ่นประเดี๋ยวเดียวก็หายไปแต่แตะที่ลิ้นที่รถประเดี๋ยวเดียวก็หายไปแต่สำหรับทางกายประเดี๋ยวเดียวก็หายไปเสร็จแล้วเราก็ไปหลงว่าสิ่งเหล่านั้นน่ะเป็นสิ่งที่เราจะได้ควรได้จำเป็นกับชีวิตแล้วก็ไปติดยึดหลงเสพติดมาก 9 หลงหนัก 9 เพิ่มฤทธิ์เพิ่มแรงให้จัดจ้านเข้า เสียงก็เพิ่มขึ้นและก็มีแง่มีเหลี่ยมปรับปรุงตกแต่งระบายสีประดับประดาในแง่ต่างๆขึ้นอีกทั้งรูปทั้งรถทั้งกลิ่นทั้งเสียงทั้งสัมผัสต่างๆถูกกรุงถูกแต่งถูกประดิษฐ์ประดอยขึ้นมามากขึ้นมากขึ้นมากขึ้นและคนก็ไปติดจัดขึ้นแล้วก็จะต้องจัดขึ้นอีกเรื่อยๆเช่นคนก็ดีเรื่อยๆจนที่สุดคนไม่รู้ว่าอะไรคือความจำเป็นและก็เกิดมาใช้แรงงานเพื่อที่จะผลิตผลิตอะไรก็ได้จนไม่รู้ว่าสิ่งที่ผลิตได้ประชาสัมพันธ์หลอกลวงกันว่า ไม่ถูกอันนี้จะต้องยอดเยี่ยมจะให้ความสุขกับชีวิตจะให้ความสุขกับชีวิตถ้าถ้าให้ความทำลายจากชีวิตให้ความเผาผลาญกับชีวิตให้ความเหนื่อยยากกับชีวิตยกตัวอย่างง่ายๆเช่นคนไปกระโดดโลดเต้นไปเต้นรำมันเป็นการไปจ่ายขณะที่ธรรมดาทักทายทักทายเอวกระชากขากระชากแขนเพื่อให้มันเมื่อยเมื่อธรรมดาให้มันเมื่อยไม่มีอะไรเลยมีแต่การจ่ายพลังงานขยายกล้ามเนื้อทำให้มันกระจุกกระจิกเต้นไปเต้นมาแล้วก็จ่ายแคลอรี่ต่างๆออกไปแล้วเขาก็มอมเมากันว่ามันอร่อยสุขสดชื่นเพลิดเพลินสนุกสนานอะไรก็แล้วแต่เอาองค์ประกอบต่างๆ อะไรก็ตามแต่ไปหยิบไอ้นั่นมาผสมไอ้นี่ไอ้นี่มาผสมไอ้โน่นผสมผสมกันเข้าไปให้เป็นสภาพทำอย่างหนึ่งหรือเป็นสภาวะธรรมอย่างหนึ่งที่เรียกว่าสังขารธรรมปรุงขึ้นมาแล้วก็ชี้ชวนองค์ประกอบสำเร็จรูปวันนี้ให้แก่คนคนพูดอวิชชาหรือผู้โง่ทั้งหลายก็เป็นหลงว่าอันนี้เป็นของดีจะต้องไปทำอย่างนี้แหละประกอบองค์ประกอบที่เขาสร้างขึ้นมาหรือว่าสังขารทั้งขาและรูปอย่างนี้แหละจะต้องไปทำอย่างนี้ให้ได้แก่ตนเองและก็คิดว่าชีวิตมีความสุขแล้วและเป็นของสำคัญเป็นสิ่งจำเป็นแก่ชีวิตและเราก็จะต้องจ่ายจ่ายทั้งเวลาจ่ายทั้งทุนรอนจ่ายทั้งแคลอรี่ที่เป็นแรงกายธรรมดาออกไป แคลอรี่จะเอาไปจ่ายไปทั้งแรงการสปาร์คอารมณ์ที่จะไม่ได้ใช้สมองอะไรหรอกสมองน่ะถูกเขาหลอกไปแล้วก็ไปจ่ายแคลอรี่นั้นแล้วก็นึกว่าไอ้นี่แหละคือสิ่งที่จะต้องได้ต้องเป็นต้องมีชีวิตก็จะผ่านไปผ่านไปอย่างนี้เป็นต้นนี่ยกตัวอย่างอย่างหนึ่งในช่วงชีวิตของมนุษย์ลึกชนิดหนึ่งของมนุษย์ที่มนุษย์เรานี่แหละไปยึดเข้าไปหลงเข้าไปติดเข้าเพราะถูกเขามอมเมาเข้าให้แล้วก็ใช้จ่ายชีวิตใช้จ่ายเวลาอันมีกันคนละ 24 ชั่วโมงถ้าให้แต่มันใช้แรงที่ตนเองได้มาจากอาหารได้มาจากภาคที่เอาไปสังเคราะห์ร่างกายเข้าไว้ เอามาจ่ายก็ถึงนี้จ่ายไปเรื่อยๆแล้วมนุษย์ก็ไม่รู้ว่าอะไรคือสุขที่แท้จริงถ้าจะเอาสูงในการปรุงที่เป็นสังหารรูปแบบนี้ไปยกตัวอย่างมาแต่เพียงการเต้นรำอย่างเดียวนี่นะมีอีกเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นเป็นแสนอย่างในโลกที่เราจะต้องถ้าโง่เราก็จะต้องไปติดมันหมดแล้วเราจะมีชีวิตที่แสนหนักที่สุดณที่สุดที่จะหาอะไรมาบำบัดสิ่งที่เราไปหลงนี้ไม่คุ้มไม่พอจึงกลายเป็นคนนึกว่าตัวเองเกิดมาไม่เต็มไม่ได้ส่งไม่ครบบริบูรณ์คนจึงกลายเป็นภาพตัวเองที่โง่ที่ไม่ล้ม หลอกเขาสร้างขึ้นมาแล้วก็หลอกหลอกแล้วเราก็ไปหลงติดพอติดเข้าแล้วก็ต้องจ่ายมันโดยที่ไม่เห็นจะเป็นอะไรแต่ต้องจ่ายมันอยู่นั่นแหละแล้วก็ทำงานทำการบอกว่าหากินไม่พอหาใช้ไม่พอเอาไปเผาผลาญเอาไปจ่ายฟรีเขาหลอกบางทีก็ประกอบขึ้นมาถึงจะใช้ค่าใช้จ่ายมากมีสิทธิ์ประกอบที่จะหลอกมากขาดเช่นว่าจะกินข้าวเค้าเสียงเพลงจะต้องมีเอกหญิงกรรณิการ์หรือหญิงเชิงประเพณีขึ้นไปเต้นระบำไปลองเปิดตูดเปิดก้นอะไรโชว์ๆหน่อยแล้วเราก็ไปกินข้าวแล้วก็ไปเช็คสตางค์แต่ก็ต้องชาร์จเขาต้องเอาให้แพงขึ้นค่าใช้จ่ายที่เขาลงทุนและเราก็นึกว่าเราจะต้องไปได้สิ่งเหล่านั้นเหล่านั้นแล้วเราก็ไปนั่งกินนั่งจ่ายจากนี้เป็นต้นแล้วเขาก็จะต้องทำคิดว่าเขาจะ ทำแล้วก็จะต้องได้อย่างนั้นชีวิตจะต้องเป็นอย่างนั้นที่เป็นต้นแล้วเราก็จะต้องไปจ่ายชีวิตกับสิ่งที่เหลวแหลกพวกนี้วันแล้ววันเล่าติดมากแสบมากก็หนักมากแล้วก็ไม่รู้ว่าทำไมเราจะต้องไปจ่ายแพงๆถ้าจะกินข้าวตกลงต้องกินข้าวเพราะว่าชีวิตต้องกินข้าวปัจจัยของชีวิตมันมีอยู่ 4 อย่างที่จำเป็นที่สุดถ้าเกินกว่านั้นแล้วก็จะเพียงเครื่องประกอบที่จะยังอยู่กับโลกไปได้บ้างเท่านั้นเองแต่ถ้าเอาจริงๆแล้วปัจจัยเนี่ยพระพุทธเจ้าก็ตัดไป 4 อย่างเอาเข้าจริงแล้วแม้แต่ไม่ถึง 4 อย่างก็ยังพออยู่ได้ด้วยซ้ำไปแต่เอาเถอะเราไม่ต้องไปกระบี่เกษียณจะเกินควรพยายามตามคำสอนพระศาสดาเช่นถ้าเราถือศาสนาพุทธแล้วก็เห็นจริงด้วยมีอาหาร ใส่เข้าไปในกระเพาะร่างกายที่อยู่ที่จะหลบแดดหลบฝนหลบร้อนหลบหนาวพอสมควรแต่ไม่ใช่ว่าเป็นภาพที่อยู่ได้ถูกมอมมาว่าเกิดเป็นคนจะต้องสร้างบ้านให้ใหญ่ๆนอกจากใหญ่แล้วยังไม่พอจะต้องประดิษฐ์ประดอยให้มีแง่งมีแง่มีหงอนมีเว้าตรงนั้นแหว่งตรงนี้หมอตรงนั้นต้องโค้งอ้าวต้องเตรียมต้องแหลมต้องเอาอาร์ตต้องอ่าไม่รู้ล่ะไอ้สถาปนิกที่ว่ามันยอดวิชาอะไรก็ตามแต่เนี่ยก็แล้วแต่จะหลอกปรับปรุงกันเพื่อที่จะชี้นำไปหาว่าข้าเก่งข้าเก่งทั้งนั้นแล้วก็จะชักชวนให้คนมาหลงเราแล้วเราก็จะออกเขาคิดหรือว่าก่อสร้างแบบ ขึ้นมาประโคมหลอกกันแล้วก็จะก่อจะสร้างห้ามเอาไว้แม้แต่แค่ที่อยู่ก็จะต้องหลอกกันมากมากกว่ามากใช้คำพูดประกอบว่าเป็นศิลปะเป็นรสนิยมเป็นอะไรก็ตามแต่มากเหลือเกินเพื่อที่จะเป็นองค์ประกอบในการที่จะหลอกกันให้หลงติดแล้วก็จะมีที่อยู่ที่จะต้องเปลืองเปลืองแสนเปลืองคนอย่างพระพุทธเจ้าสอนลูกศิษย์ของท่านภิกษุทั้งหลายเอ๋ยจงเป็นอยู่สร้างนิสัยให้อยู่ถ้าที่อยู่แล้วก็นอนมาตามกฎหมายคนได้ให้ได้พระพุทธเจ้าที่ตรัสอย่างนี้สอนลูกศิษย์เนี่ยเป็นคนขนาดไหนถ้าคนจะ คนอย่างพระพุทธเจ้าเนี่ย background ของท่านรากฐานเดิมของท่านที่อยู่ของท่านที่มีประสาท 3 ฤดูเรียกว่าแอร์ carnation ทุกประเภทในสมัยโน้นน่ะ 2,000 กว่าปีคิดดูก็แล้วกันเดี๋ยวนี้น่าจะตามหลังสมัยพระพุทธเจ้าท่านก็มีแล้วบาดแผลของเนชั่นและไม่ได้อยู่ในหลังเดียวกันด้วยหลายหลังด้วยคิดดูซิเนี่ยพื้นพื้นฐานบ่ทันมีถึงขนาดอย่างนั้นแต่เสร็จแล้วท่านก็สละทิ้งเลิกหลงเลิกยึดถือและก็สละมาอยู่ตามคนมาอีกคนได้ก็นอนได้จนคนมาทักมาถามท่านประธานเนี่ย ต้องใช้สติจะเสียสละอะไรกันมานอนบนย่าบนดินบนทรายมีความสุขอย่างไรมาถามกันมันเปรียบเทียบเลยว่าถ้านอนอย่างนี้เนี่ยท่านเป็นสุขหรือทำไมโง่คือหมายความว่าวงเล็บไว้จะถามถามอะไรเงี้ยทำไมถ้าไม่นอนให้มันดีกว่านี้ถ้าจะสุขหรือพระเจ้าพิมพิสารท่านมีที่นอนอย่างดีท่านทำไมไม่ไม่เห็นจะว่าอย่างโน้นตกทำไมถ้าไม่เอาอย่างนั้นท่านก็เป็นเจ้าทำไมทิ้งมาแล้วมานอนอย่างนี้เนี่ยท่านพูดง่ายๆก็แปลเป็นหยังภาษาไทยๆง่ายๆก็บอกว่าบ้าเลยอยู่ดีๆไม่ว่าดีมีที่นอนดีๆมาดันนอนกับพื้นจะยากก็ตายมีความสุขยังไงเขาบอกแล้วว่าแต่ต้นแล้วว่าคนเรามันแสวงความสุข พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าเราเป็นความสุขก็สุขดีสุขกว่าพระเจ้าพิมพิสารที่นอนบนผู้บนที่นอนอันหลงใหลนั้นด้วยคนฟังก็ไม่เข้าใจเพราะว่าเขาเอาจิตของเขาวัดถ้าเขามานอนดินนี่เขาทุกข์แน่พระก็นอนอย่างพระเจ้าพิมพิสารเขาก็ว่าเขาถูกแน่เพราะฉะนั้นเขาจะคิดไม่ออกพระพุทธเจ้าก็แยกแยะให้ฟังว่าความสุขมันไม่ได้อยู่ที่วัตถุถ้าสมมุติว่าอยู่ที่ใจถ้าสมมุติอยู่ที่ใจของเราเรานอนที่นี่เราก็ไม่ยึดถืออะไรนอนเราเข้าใจสัจธรรมของการนอนเราจะนอนคือเราจะพักผ่อนในอีกคนนึงมันก็มีพักผ่อนกลับขึ้นมาตื่นขึ้นมาใช้แคลอรี่ใช้ทำงานปรับเปลี่ยนเวรกันไปถ้านอนมากๆไม่มีทำงานมันก็แห้งตายถ้ากลายเป็นฟอสซิลกลายเป็น เข้มแข็งหรือการเป็นง่อยเปลี้ยแต่ถ้าเผื่อว่ามันจะหลับเปลี่ยนกันอยู่อย่าโดยสมดุลมันก็เป็นการอยู่อย่างดีทรงอยู่อย่างดีเพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าแต่มันทำอะไรอธิบายอย่างที่อาตมาว่านะอาตมาอธิบายสู่เราฟังแต่ให้มากๆและไม่ได้เข้าใจไปเลยถ้าคนเรารู้จักการพักนอนก็พักผ่อนแล้วถ้ามีความสามารถจนกระทั่งนอนพักผ่อนแล้วก็ตัดทวารนอนคือกษัตริย์ทวารนั่นแหละตัดสวาทไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับอะไรและก็พักจิตพักกายกรรมพรรคบัญชีกรรมพรรคมโนกรรมและก็รับเพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานไปพักนึงให้พักการทำงานไปอย่างมากที่สุดเพราะงั้นเถอะแต่ท่านก็สบายสบายตรงไหนสบายตรงที่มันได้พักการทำงานท่านก็รู้ว่าทำอันนี้ถูกต้องแล้วเพราะถ้านอนจะนอนที่ไหนก็ตามที่ดิน รู้จักกันนอนชักกระตุกถ้าไม่เดือดร้อนจริงๆอันนี้คนมองยากเหมือนอย่างพวกคุณเนี่ยจะนอนที่ตรงดินอย่างนี้คุณจะนอนไหวไหมแต่ถ้าคุณไม่มีจิตที่วางได้ปล่อยได้คุณยึดถือว่าโอ้เปื้อนแค่เปื้อนแค่ชื้นไปแค่ขรุขระไปมีไอ้นั่นแหลมนิดหญ้าแหลมหน่อยมีไหมมีอิฐอะไรนิดอะไรหน่อยเจ็บปวดไปหมดเพราะอะไรเพราะว่าเราเองเราถือมากเกินไปยึดมากเกินไปก็นอนไม่ได้แต่ถ้าคนที่ไม่ยึดไม่ถือแล้วเป็นจริงเพราะอาตมาที่สุดแล้วที่สุดแล้วก็เป็นจริงนอนได้แม้แต่นิดๆสบายใจนอนกี่ชั่วโมงก็ตั้งขึ้นนอนทำให้ชมสบายดีแม้จะเอะอะมาแถวนี้จะตายอาตมานอนที่นี่ก็หวานเลยรับรองเดี๋ยวนี้ก็หลับเดี๋ยวนี้คือตรงนี้นับ ตรงแผ่นดินตรงนี้แหละขวาเลยแล้วรับรองสบายไม่เดือดร้อนพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าท่านเองท่านสุขโดยส่วนเดียวพระนอนดินนอนใหญ่ก็สุขโดยส่วนเดียวพอหลับแล้วไม่รู้มันหลับสนิทแล้วไม่มีรู้หรอกอะไรความทุกข์ไม่มีในโลกเพราะฉะนั้นถ้านอนอย่างนี้ท่านก็สุขถ้าจะให้ท่านไปนอนบนฟูกบนหมอนก็ยิ่งสพมที่มันจะไปยากอะไรก็นอนอย่างนี้ท่านยังสุขได้และนอนบนตู้คุณหมอก็บอกมาสิที่ท่านบอกท่านสุขโดยส่วนเดียวอาจจะรีบกลับกันถ้าให้พระเจ้าพิมพิสารมานอนกับท่านบ้างล่ะเป็นไงถ้านอนที่นอนพวกนอนหมอนถูกแล้วรับรองแต่ให้ท่านมานอนอย่างนี้สั่งอย่างพระพุทธเจ้าได้ไง สุขส่วนเดียวมันมีสุขด้วยทุกข์ด้วยเกิดพระพุทธเจ้าทุกคนเดียวไม่มีการทุกข์ไม่มีส่วนทุกข์ส่วนไหนอย่างนี้เป็นต้นนี่แหละคือความแกร่งของมนุษย์ขอนแก่นที่ 7 ไม่ได้ปลอมแปลงไม่ได้เสแสร้งแต่ตัดความยึดถือขึ้นตัดความยึดถือได้เกิดปัญญารู้ความตัดจริงได้ในจิตใจจริงๆไม่หลงคนก็หลอกว่าถ้านอนจะต้องนอนฟูกเดี๋ยวนี้ที่นอนของคนไม่ใช่พูดธรรมดาอาตมาก็ไม่เคยได้นอนนะมันมีหมดอาตมาเคยเห็นตามร้านบอกว่ามีทั้งเตียงน้ำเตียงใหญ่สังเคราะห์ต่างๆพวกอะไรต่ออะไรต่างๆนานาที่นี่โอ้โหสารพัดสารพัดเลยเดี๋ยวนี้จะต้องนอน ไม่รู้ฉันตอนไหนขนาดไหนก็แล้วแต่เถอะนอกจากที่นอนที่ประกอบไปด้วยความอ่อนนิ่มเอาตามที่เราสมมุติหรือหลงแล้วยังไม่พอยังจะประกอบไปด้วยรูปฟอร์มจะประกอบไปด้วยสีสันยังจะตอบประกอบไปด้วยบรรยากาศห้องนอนจะต้องมีขีดสเปรย์ได้กลิ่นเพราะปูนลึกเป็นโลชั่นอะไรก็ตามแต่ประกอบไปด้วยอะไรก็ตามแต่ละอีกมากกว่ามากเหลือเกินและเขาก็นึกว่าชีวิตคือความสุขและเขาก็เป็นภาพถ้าใช้จ่ายที่จะต้องมีองค์ประกอบในความสุขนั้นมหาศาลและก็ผ่านไปในเวลาวันหนึ่งชั่วโมงเท่ากันผ่านไปในเวลา 5 ชั่วโมง 4 ชั่วโมง 3 ชั่วโมงหรือ 8 ชั่วโมง 10 ชั่วโมงที่จะนอนหรือที่จะผ่านในช่วงนั้นไปเหมือนกัน เหมือนกันหมดแล้วเขาเองเขาก็จะไปยอมอุปทานหรือความติดยึดให้มันมากให้มันเข้มให้มันจัดให้มันแก่มากยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นแม้แต่พูดมาถึงที่นอนขนาดนี้คนก็หลงใหลในที่นอนองค์ประกอบในการนอนเนี่ยมหาศาลเสร็จแล้วเขาก็เป็นข้ารับใช้ตัวเองยิ่งติดมากยิ่งวุ่นมากก็ยิ่งมียิ่งจะต้องประกอบไปมากเพราะฉะนั้นทุกๆแง่ทุกๆมุมทุกชีวิตอย่าว่าแต่การนอนเลยการกินก็ประกอบไปก็ไม่รู้กี่อย่างประกอบไปปุ๊บไปไม่รู้จะเท่าไหร่ที่เป็นการกินเนี่ย เขาเคยปรับปรุงกันมานานแล้วมันมีการหลอกกันได้เพียง 4 ทวารคือรูปชวนกินลูกชวนกินทานตะวันป่าพอเห็นแล้วก็เออไอ้นี่หน้าทางตากลิ่นชวนกินพอมาแตะลิ้นรถชวนกินเพราะว่าสัมผัสเอามือจับเข้าหรือสัมผัสกับผิวกับเนื้อแล้วก็ผัดเองนั่นแหละกรอบน่ากินนมน่ากินหรืออะไรก็แล้วแต่เป็นการสัมผัสมีเท่านี้ตามธรรมดาเลือกกินเนี่ยถ้ามี 4 สัมผัสน้อยกว่าเมถุนน้อยกว่าเรื่องของพระเศรษฐีทางฝ่ายผู้หญิงผู้ชายถ้ามีทุนก็เต็ม เลย 5 สัมผัสทั้ง 5 ประตูเต็มแต่ถ้าเรื่องจริงมี 4 แต่เดี๋ยวนี้คนถูกหลอกไปเอามาครบ 5 เลยเอาเสียงมาประกอบด้วยเมื่อกี้มี 4 ตอนนั้นนะมีแต่รูปรสกลิ่นสัมผัสเสียงไม่มีหรอกกินน่ะที่จริงมันไม่เขียนชวนกินมันยังไม่มีเมียยังไม่มีเสียงชวนกินแต่เขาก็เอาเสียงมาประกอบจนได้เดี๋ยวนี้จะเห็นได้แถวถนนเพชรบุรีโอ้โหนะเสียงจริงๆมันไม่เกี่ยวข้องเลยกับการกินไม่เกี่ยวข้องกับอาหารแต่เขาจะต้องไปเอาไปประกอบกับอาหารให้ได้เลี้ยงก็กินข้าวเขาเสียก็กินข้าวท้องเสียคนที่เอาองค์ประกอบ เพิ่มเสียงมาประกอบการกินก็เห็นว่าคนนี้ไปปิดเสียงเพลงโดยตรงถูกมอมเมามาแล้วด้วยเพลงก็เลยเอาเพลงมาประกอบกับการกินข้าวแล้วก็ตะโกนกันว่าดีและสังขารรูปอย่างนี้และสภาวะอย่างนี้หรืออะไรอันนึงที่เป็นไม่มีรสนิยมซะหน่อยจะต้องกินเอาเสียงเพลงจึงแสดงถึงกับถึงแสดงถึงชั้นแสดงถึงชั้นชนแสดงถึงความเป็นมนุษย์อยู่ในสังคมชั้นชั้นนึงไม่รู้ล่ะชั้นไหนก็ตามแต่สมุดกันเป็นมนุษย์อีกชั้นนึงที่อยู่ในสังคมชั้นนึงเค้าว่างั้นก็กินข้าวเขาเสียงเพลงถ้าใครถามว่าคุณเคยเข้าไปกินข้าวในร้านอาหาร อันนั้นภัตตาคารนั้นที่มีนักร้องชั้นยอดสั่งมาจากต่างประเทศจะไปกินมือหนึ่งมือหนึ่งเนี่ยโอ้โหราคาเพราะว่านักร้องหรือองค์ประกอบในการกินนั้นประกอบไปด้วยนักร้องที่สั่งมาจากต่างประเทศสั่งมาหมดเขาหลอกกันมาอย่างไรจะเป็นนักร้องหญิงนักร้องชายนักร้องผิวขาวผิวดำสั่งมาเกลี้ยงแล้วคนก็จะต้องไปกินอย่างนี้แหละคนมีครับคนมีคลาสแล้วก็ไปกินอย่างนี้แล้วก็รับใช้ชีวิตตัวเองอย่างนี้เป็นการสร้างค่านิยมไว้สำหรับรอคนจูงคนก็คงเป็นข้าวแม้แต่อะไรที่เรียกว่าชั้นสูงมีแนวโน้มเสมอแม้จะเอามาลงข่าวสังคมก็เป็นข่าวสังคมใน เชิดชูไม่วันนี้ก็ไปกินไปจองตั๋วกินข้าวที่นั่นเพื่อดูนักร้องที่สั่งมาจากต่างประเทศอย่างนั้นอย่างนี้ไม่ทันแต่เขาก็ไม่เขียนถึงตำรวจเฉยๆยังอาตมาหรอกนะเขาเขียนในข่าวสังคมแต่รู้ความหมายก็แล้วกันถ้าวันนี้เจอเอ่อนามสกุลโรคอะไรก็แล้วแต่แล้วแต่สมมติว่าเดี๋ยวอาตมาจะสมมุติเป็นชื่อจริงๆเพราะเดี๋ยวจะไปเจอคนนั้นคนนี้ก็คราวนี้ก็คนนั้นไปนั่งรับประทานอาหารเพื่อฟังเสียงของน้องของคิงคองอย่างเช่นมืดอะไรก็ว่าไปสำรวจ ข่าวสังคมที่เขียนเนี่ยมันมีแนวโน้มชี้ชวนไปให้เห็นว่าน่าเอาอย่างน่าเอาอย่างกรณีเอาอย่างขึ้นหน้าเอาอย่างนะหน้าเอื้อต่อหน้าเป็นอย่างนี้น่าจะทำอย่างนี้นะมนุษย์เอ๋ยมันมีแนวโน้มเป็นอย่างเงี้ยเป็นทฤษฎีที่นำไปอย่างนี้เสมอจึงเป็นค่านิยมจูงดึงให้คนเห็นดีหลงเห็นดีคนไหนที่ปัญญาต่ำหรือคนไหนที่อภิชาคนไหนที่ไม่มีสำนึกที่ดีก็ติดหลงถูกมอมเมาง่ายเอาอย่างก็จะต้องไปกินข้าวแบบนี้เราต้องทราบเพียงจะทำอย่างนี้ทำแล้วนึกว่าตัวเองเคืองพอได้กระทำอย่างนี้บ้างนึกว่าตัวเองน่าภาคภูมิและก็หลงชี้ ชักจูงกันไอ้เฟิร์สให้หลงนึกว่าได้สังคมชั้นสูงสังคมที่มีครั้งเนี่ยอาตมายกตัวอย่างแต่เพียงแค่ 1 เรื่องหนึ่งมาเนี่ยอย่างนี้โครงสร้างอย่างนี้มีในอื่นๆมีในความเป็นอยู่อื่นๆทั้งนั้นโครงสร้างอย่างนี้แหละแล้วก็ทำให้มนุษย์เราไม่รู้สาระของชีวิตเผาผลาญเรื่องเปล่าทรมานตนเองแม้แต่แค่กินถ้าจะมาพระพุทธเจ้าเคยอยู่ในวังอาหารการกินกินอย่างถูกหลอกมานานนักหนาเพราะท่านออกบวชทั้งแรกๆท่านก็เอาอย่างนักบวชอื่นๆวิบาก บิณฑบาตได้อาหารอะไรมาเอาลงไปในบาตรคนอยู่ในบาตรหมดไม่ว่าอาหารคาวอาหารหวานอาหารอะไรก็ตามแต่อาหารที่มันประดามีที่เขาใส่ให้คลุกอยู่ในบาตรแล้วท่านก็ลงมือฉันอาหารและกินอาหารอย่างนักบวชทั้งหลายแหล่คนลงไปในนั้นและพาเราจะพูดตรงๆก็คือข้าวสุนัขข้าวสุนัขจริงๆมันมีทั้งไอ้สัตว์ไอ้แกงไอ้อะไรก็ตามแต่เอาเดี๋ยวนี้แหละเอาคนปัจจุบันนี้ก็เหมือนกันก็เหมือนกันในป่าเนี่ยมันมีอาหารอย่างนี้แหละคนกำลังไปเละๆก็พุทธเจ้าตอนแรกๆมีเกจิอาจารย์เขาเขียนเล่าไว้เหมือนกันว่าท่านพ่อเห็นอาหารอย่างนี้แล้วกระทบความรู้สึกตอนแรกและย้อนชวนไปถึงท่านอยู่ในวัง เราอยู่ในวังร้านอาหารทุกอย่างใส่ผ้าชนะอย่

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน