190921 อปริหานิยธรรม7-พ่อท่าน-ศีรษะอโศก.txt

โฟลเดอร์2519 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์106 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้วันที่ 21 กันยายนพุทธศักราช 2519 ขณะนี้เวลา 4:00 น สถานศีรษะอโศกถ้าวันนี้เราจะมาทำวัตรกันด้วยธรรมบทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสวด 2 หมวดซึ่งวันนี้ผมเลือกเอาหมวด 7 ที่เราจะมาพูดขึ้นมาอธิบายกันเพราะว่าเราทำงานกันมาและได้พยายามที่จะทำประโยชน์ให้แก่ต้น ไม่ได้ประโยชน์ตนแล้วพอสมควรบ้างถ้าเราก็พร้อมกันนั้นเราก็มีประโยชน์ท่านประกอบไปด้วยการมีประโยชน์ท่านประกอบไปด้วยนี่จะต้องระลึกถึงทำหมวดอธิษฐานอธิษฐานนิยธรรม 7 อย่างสำคัญทีเดียวอาถรรพ์อภินิหาริย์ธรรมที่จริงเนี่ยมีหลายๆๆมีหลายๆหมวดได้หลายอย่างอยู่แต่หมดที่เราเอามาใช้เอามาเรียงกันอยู่เนี่ยหมวดที่พระพุทธเจ้าท่านว่าไว้ 7 อย่างของอันนี้มีหลาย 7 5 บริหารในหนังสือพุทธประวัติจากพระองค์ก็ดูเหมือนจะมีอยู่หลายพันไปหมดหรือว่าขุมทรัพย์ก็ไม่รู้ จำไม่ได้มีๆอยู่หมวดพระบริหารที่จะทำเลยมีอยู่หลายสูตรแต่ก็เอาสูตรนี้หรือเอาหมวดนี้ล่ะมาจากอังคุตตรนิกายรัชกาลที่ 10 พระธรรมะที่เป็นที่ตั้งธรรมะที่ไม่เป็นไม่ใช่ที่เป็นธรรมะไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อมอาบน้ำไม่ใช่อัปปรีย์ธรรมมะไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อมเป็นไปเพื่อความเจริญฝ่ายเดียวชื่อว่าอริยธรรมในชื่อว่าบริหารอริยธรรมมี 7 อย่างคือ 1 หมั่นประชุมกันเนืองนิดนึงมันประชุมกันเนืองนิตย์หักข้อที่ 1 ที่ว่าหมั่นประชุมกันเนืองนิดเนี่ยทำไมท่านถึงบอกยืนยันว่าที่จะไม่เป็นความเสื่อมนี่ต้องหมั่นประชุมกันเนืองนิตย์เธอก็ปล่อยว่าถ้าเผื่อว่าเราประชุมแล้วมันดูง่ายๆเอาแต่ต้นซะก่อนการประชุมกันนี่หมายความว่าการรวมกันเอามาเอาไปทำความแน่นกันเข้าไว้เรื่อยๆแน่นกันเข้าไว้เรื่อยๆเอามาทำความแน่นประสานกันเข้าอะไรมันมีการขัดกันอะไรมันมีการไม่ลงร่องลงช่องกันก็ประชุมกันปรึกษากันอะไรที่มันแตกมันขัดกันขึ้นมาก็ คำประสานพยายามรวมกันเข้าใหม่อย่า

อ่านต่อ

ให้มันแตกอย่าให้มันแยกอย่าให้มันสลายมีลักษณะของการประชุมเพราะฉะนั้นถ้าเรามันประชุมกันเสมอๆเราก็ได้ประสานกันอยู่เสมอๆนอกจากภาษาก็อยู่เสมอๆแล้วเรายังจะได้รวมเป็นหมวดหมู่เป็นเหมือนกับมัดเรียวไผ่แต่มันก็กองทัพที่ยังรวมกันอยู่อย่างน้อยที่สุดถึงแม้ว่าถ้าเราจะมีการขัดแย้งหรือว่ามีการขัดอะไรอะไรกันยังไงยังไงบ้างอยู่ในหมู่มันก็ยังเป็นหมู่ที่เรียกว่าเป็นเชื้อเป็นวงเป็นเนื้ออยู่ในหมู่เดียวกันเชื้อเดียวกันวงเดียวกันอยู่นั่นแหละอันอื่นที่แขกแขก ที่อยู่ข้างนอกเข้ามายังไงยังไงถ้าเกิดจะเกิดการทำลายกันขึ้นมาหรือว่าทางโน้นจะเป็นศัตรูทางนู้นจะมีมามาประทุษร้ายอะไรขึ้นมาในหมู่นี้พอเอาเข้าจริงแล้วหมูเนี่ยถึงแม้จะทะเลาะกันอยู่ก็ต้องหยุดทะเลาะกันในช่วงนั้นหันเข้าร่วมกันสู้กับหมู่นอกอยู่ดีแหละถ้าเผื่อว่าได้รวมกันเป็นหมู่อยู่นอกจากเสียว่าแต่เกษมอะไรแต่เปอร์เซ็นมีทางไปอยู่ที่อื่นอะไรกันไม่ได้อยู่ใกล้ไม่ได้อยู่รวมไม่ได้อยู่ชิดกันแล้วก็ถ้าอย่างนั้นก็อีกเรื่องนึงแต่ถ้าเผื่อว่าอยู่ใกล้อยู่รวมกันอยู่แล้วเราก็มันจะรวมกันเข้ามาทีเดียวเมื่อรวมกันก็มาแล้วก็มีกำลังเมื่อมีกำลังมันก็ไม่เสื่อมง่าย มาร่วมงานกันไม่มีรอยแตกไม่มีรอยร้าวไม่มีอะไรขัดกันแย้งกันมันก็รวมกันอยู่ง่ายมันก็รวมกันอยู่นานจึงเรียกว่าไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อมจะได้ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อมมีแต่ความรวมมีแต่ความประสานมีแต่ความรักรอบผนึกแน่นมีแต่ความรักรอบหนึ่งแน่นกันเข้าเรื่อยไปงานที่นี่เป็นรูปประธรรมอธิบายง่ายๆง่ายๆเป็นรูปธรรมที่เป็นอยู่ที่นี่นามธรรมในการประชุมกันเนี่ยเราได้เปิดเผยต่อกันเราได้มีอะไรใครมีอะไรก็เอาออกมามาพูดกันมาประสานกันมาทำความตกลงกันจิตใจแค่นี้ยังไงก็เผลอออกมาใครคิดยังไง นึกยังไงใครมีความรู้สึกยังไงอะไรที่มันไม่เข้าใจเรื่องของเราอะไรที่มันไม่ได้มันไม่เป็นไปได้ดีอะไรก็ออกมาว่ากันเอามาทำความตกลงกันเสียเอามาขัดมากล่าวกันเอามาแบ่งกันบางทีคนนึงต้องการอีกอย่างนึงคนนึงต้องการอีกอย่างหนึ่งก็เอามาแฉออกมาแล้วก็แบ่งกันเอามาตกลงกันแล้วมันก็แล้วทุกสิ่งทุกอย่างถ้าเราได้ปลงลงได้วางลงได้ตัดสินลงได้หยุดเล่นแล้วเล่นลูกเรื่องนั้นก็ง่ายเรื่องนั้นก็เป็นไปได้ดีเรื่องนั้นก็ไม่มีอะไรเปลืองไม่มีอะไรรั่วมันมีอะไรเสื่อมสลายลงไปง่ายเลยการประชุมจึงมีผลมากประชุมเงินนิดแล้วเมื่อการประชุมเกิดขึ้น เรารู้แล้วว่าเป็นผลดีก็อย่าอิจฉาเราอาจจะเข้าใจให้ดีว่าเราทำนี่เป็นของดีการมารวมกันอยู่เสมอเช้าเย็นเช้าเย็นมาเจอกันแล้วก็มีอะไรก็ว่ากันไปชุมนุมกันอยู่รวมกันอยู่ร่วมกันอยู่อันใดมีข้อคิดข้ออ่านอะไรกันมาก็ว่ากันไปอยู่ปรึกษาหรือถ้อยทีถ้อยอาศัยกันผนึกกันไม่ใช่ว่าอยู่ด้วยกันแต่แตกแยกกันไปโดดเดี่ยวไปไม่ค่อยได้รู้เรื่องอะไรกันเลยต่างคนต่างไม่รู้เรื่องไอ้การที่จะรวมน้ำใจอาการที่จะรวมความคิดในการที่จะทำความเข้าใจแก่กันและกันก็ไม่มีมันก็ห่างร้างลาเมื่อหาร้านอาหารก็มีแต่โรยรามีแต่ความเสื่อมอันนี้เป็นธรรมดาธรรมดา ลักษณะธรรมดาเองเมื่อเราทำประโยชน์ตนได้แล้วเราจะทำประโยชน์ให้ได้มีประโยชน์มากก็ต้องผนึกกำลังรวมกำลังและการทำงานให้เป็นหมู่เป็นกลุ่มขยายหมู่ขยายกลุ่มเข้าไปมากเท่าใดหมู่โตขึ้นแม้หมู่โตขึ้นแล้วก็ยังเกี่ยวข้องมีกำลังที่เป็นทิศทางอันเดียวกันอีกหลายๆหมู่หลายๆกลุ่มมีกำลังที่เป็นทิศทางเดียวกันอีกมันมีมีการรับรอบมีการผลิตกำลังจะมีฤทธิ์แรงจะมีการเดินทางไปได้ไกลลักษณะของการประชุมมันประชุมกันเมืองนิดนึงมันดีอย่างนี้ 2 ประชุมก็พร้อมเพรียงกันประชุมเมื่อเลิกประชุมก็พร้อมเพรียงกันเลิกแล้วพร้อมเพียงช่วยกันทำกิจที่สงฆ์จะต้องทำที่จริงข้อหนึ่งมันก็กินความกันหมดแล้วที่จริงข้อหนึ่งกินความแล้วถ้าเผื่อว่าเราไม่โง่จนเกินไปก็ 2 นี่ไม่ต้องบอกก็ได้แต่นั่นแหละพระพุทธเจ้าท่านก็ตรัสเอาไว้ให้มันละเอียดละออเผื่อสำหรับคนที่ผมคิดว่าหอสมองไม่แล่นท่านก็ไม่ได้ว่าใครไม่ประมาทใครนะเพราะว่าใครที่บอกว่าไม่มีสมองไม่มีปัญญานักก็เป็นจริงตามคุณนั้นก็ช่วยกันเพราะผู้ใดที่ไม่มีสมองคิดแล่นจนไม่รู้ในรายละเอียดต่อไปนี้ก็ต้องบอกว่าเมื่อประชุมก็พร้อมเพรียงกันประชุมเพราะว่าเวลา ประชุมก็พร้อมกันไม่อืด My Art ไม่ชัดไม่ช้าหาไม่เป็นไรเพราะขยะใครหย่อนอะไรก็ไม่เอาขาดๆเกินๆไม่ทำเป็นการกระทำโดยพร้อมเพียงมันก็มีกำลังถ้าคนละทิศคนละชักมันจะไปพร้อมมันจะไปมีกำลังอะไรนักหนาแต่ถ้าพอมีกำลังรวมเข้าไปปั๊บนี่เป็นทวีเป็นกำลังทวีจะให้พร้อมเพียงกันประชุมว่าเลิกกับพร้อมกันเลิกเมื่อวานก็วางพร้อมๆกันเลยทีเดียวมันก็เบาไปเลยพอเวลาจะท้องกำลังท้องก็ไปพร้อมๆกันอย่างนี้ลักษณะอย่างนี้จะเห็นได้ว่ามันเป็นเนื้อเป็นสาระเป็นกำลังเป็นมัดหมี่ที่มีกำลังดีที่เป็นความดีเพราะงั้นเราก็ต้องหัดฝึกตั้งแต่เราหัดเริ่มเวลา ไปเวลาเข้าประชุมเวลามาเวลาอะไรจะได้กลายเป็นลักษณะมันประชุมพร้อมเพียงกันทำแล้วก็พร้อมเพรียงกันเลิกไม่เลิกพร้อมเพียงกันเลิกแล้วพร้อมเพียงช่วยกันทำจิตที่ 2 จะต้องทำเพราะจิตอะไรที่ 2 มีอยู่พวกเรามีต่างคนต่างเห็นต่างคนต่างรู้แล้วหรือไม่รู้ก็บอกกันว่านี่เป็นจริงที่เราจะต้องช่วยกันทำนะบอกกันเข้าไปแล้วก็ต่างคนต่างช่วยกันทำไปคิดอย่างนั้นอย่างนี้มันก็พร้อมพลังมันก็เป็นกำลังมันก็เป็นการร่วมมือร่วมใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวอยู่กันอย่างจะได้รูปในร่างแล้วก็ได้กำลังวางชาอะไรขาดตกบกพร่องอะไรไม่ควรที่จะไม่ ไม่ไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันไม่ๆมันตกไปมันไม่ให้รับรู้กันก็ควรจะให้รับรู้กันควรให้เป็นไปได้อย่างทั่วถึงทุกอย่างก็เป็นเหมือนอันหนึ่งอันเดียวกันทั้งหมดทั้งการรู้และทั้งการทำได้เราทำหน้ากันอย่างนี้แล้วนะเรารู้อันนี้กันนะส่งข่าวคราวกันที่พวกเรากระทำกันอยู่นี่มันดีมากแม้แต่เราอยู่กันคนละทิศคนละที่เนี่ยมันก็เกิดขึ้นโดยธรรมเพราะว่ามันรู้โดยปัญญาข้างในๆการอยู่กันต่างอยู่กันต่างที่ต่างถิ่นกันไปในปีนี้เราแยกที่แยกกระทิงและแยกที่แยกถิ่นแล้วมันก็เกิดโดยธรรมเพราะเราเคยอยู่ด้วยกันเราเคยส่งข่าวสงครามถึงกันเราเคยมีอะไรอะไรขาดตกบกพร่องอะไรที่ควรจะบอกกันกล่าวกันก็นึกนึกถึงกันแล้วก็ส่งข่าวส่งข่าวกัน เขียนเวียนไปถึงกันเออที่นั่นอันนี้มีอันนี้แล้วนะที่ไม่มีอันนี้แล้วนะที่นั่นที่นี่มีไอ้นี่กวนฉันไม่มีไอ้นี่ไม่กวนอะไรมันเหมือนกับเตรียมตัวกันมันเหมือนรู้กันอยู่มีอะไรต่ออะไรก็พร้อมที่จะถึงกันได้โดยไม่ต้องมีอะไรชาพ่อมันรู้รู้ถึงกันอยู่แล้วก็มีการเวียนส่งข่าวส่งข่าวทำหนังสือนั้นหาทำเมนูนี้เวียนบอกกันกล่าวกันไม่ได้หยุดได้หย่อนติดต่อสืบสาวกันอยู่ตลอดเวลามันก็เป็นกำลังอันที่จะชำนาญแคล่วคล่องติดกันอยู่ต่อกันอยู่ไม่ขาดไม่กินไม่หลุดตอนมันเป็นลักษณะธรรมะฟังให้ดีมันเป็นลักษณะสามารถที่ดีและเราทำกันเองทำ ไม่ต้องเข้าใจมีอะไรก็อันนี้ก็นึกถึงอันนู้นอันนู้นนึกถึงอันนี้อันนี้ควรจะเป็นไปอย่างนู้นน่าจะได้ประโยชน์นี้สืบต่อกันไปเผื่อแผ่กันไปอยู่อย่างนี้นี่ก็เป็นกิจของสงฆ์หรือเป็นอริยธรรมเป็นการประชุมที่แม้แต่ไม่ว่าไม่ได้ลงนั่งร่วมประชุมในสถานที่เดียวกันแต่เราก็ยังสืบต่อมีการชุมนุมมีการประชุมกันด้วยสื่อสารมีการชุมนุมกันด้วยความรู้แม้แต่ตาเราไม่เห็นเราก็ยังจะได้รู้ในสภาพอย่างนั้นอย่างนี้บ้างอย่างนี้ก็เป็นประโยชน์เป็นการชุมนุมหรือแบบเป็นการประชุมอย่างนึงเหมือนกันนี่พวกเราได้ทำอยู่ก็น่าอนุโมทนาอย่างยิ่งการเป็นส่วนดีอันนี้ก็ 2 มันประชุมพร้อมเพียงกันประชุมแล้วก็เลิกเมื่อเลิกก็เลิกประชุมพร้อมกันมีการ เพียงกันทั้งหมดแล้วก็พร้อมกันทำกิจใดๆของสงฆ์งานการอะไรที่เราควรจะช่วยลงไม้ลงมือกันก็ไม่ได้ดูได้กันข้อ 3 ไม่บัญญัติสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่บัญญัติขึ้นไม่บัญญัติในสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่บัญญัติขึ้นไม่ถอนสิ่งพระองค์สิ่งที่พระองค์บัญญัติไปแล้วสมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบทตามที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้เอาอันนี้ก็เรารู้ๆกันอยู่มาแล้วล่ะแล้วเราก็ได้พยายามไม่บัญญัติถึงที่ถึงสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่บัญญัติขึ้นเราพระพุทธเจ้าจะบัญญัติอะไร มาจะกำหนดอะไรขึ้นมายิ่งจะวางเป็นกฎเป็นวินัยเป็นศีลอะไรขึ้นมาเนี่ยท่านต้องมีพระปรีชาญาณมีความรู้อย่างลึกซึ้งละเอียดแล้วว่ามันจะต้องยาวนานไปเท่าไหร่ท่านพูดอะไรออกมาควรจะรับฟังและคนจะยึดถือไปเท่าใดเพราะคนยึดถือเชื่อฟังนะพระพุทธเจ้าเนี่ยพูดอะไรเหมือนคำสั่งเสียงเป็นอาณาเป็นคำขาดเป็นคำที่มีฤทธิ์มีเดชหรือแม้แต่ปรากฏหลักอะไรขึ้นมาก็เป็นฤทธิ์เป็นเดชเพราะฉะนั้นถ้าจะบัญญัติอะไรขึ้นมาแล้วท่านต้องคิดแล้วเราจะรู้ตัวของท่านด้วยมีอัตรายุทธตาแน่นอนถ้าต้องรู้ตัวของท่านด้วยเพราะท่านจะพูดอะไรจะกล่าวอะไรจะบัญญัติอะไรจะมีอะไรเนี่ยมันจะต้องมีผลมากมีผลแรง เพราะฉะนั้นอันใดยังไม่ควรกล่าวยังไม่ควรพูดยังไม่ควรบัญญัติยังไม่ควรกำหนดขึ้นมาท่านจะไม่กำหนดแต่อันใดที่ท่านได้กำหนดขึ้นมาได้บัญญัติขึ้นมาได้กระทำขึ้นมาแล้วก็แน่นอนที่สุดอันนั้นจะต้องท่านใด้ต้องเห็นด้วยให้ดีคิดหาเหตุผลคิดหาส่วนที่มันปกป้องถ้ามีบริสุทธิ์ที่คุณแต่ถ้ามีใจบริสุทธิ์ถ้าไม่ได้ไปหมดบัญญัติเพื่อที่จะเป็นผลประโยชน์แก่ตนหรือผลประโยชน์แก่หมู่หรือผลประโยชน์แก่อะไรที่มันเข้าข้างโดยไม่เข้าไม่เข้าเรื่องเข้าราวถ้าไม่ได้เป็นไปอย่างนั้นท่านเป็นไปเพื่อความเจริญที่ส่งเสริม มีความเจริญที่จะพัฒนาไปเรื่อยๆท่านจึงบัญญัติขึ้นแล้วเราเองเรายังไม่เก่งเท่าท่านอย่าเพิ่งไปบัญญัตินะไม่บัญญัติสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่บัญญัติขึ้นพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้บัญญัติอะไรแล้วเราจะไปบัญญัติขึ้นมาโดยที่ว่ามันขัดกันด้วยตรงกันข้ามกันด้วยเจ้าท่านบัญญัติอยู่และอย่าจบไม่ถอนสิ่งที่พระองค์ได้ทรงบัญญัติไว้แล้วพระพุทธเจ้าบัญญัติไปแล้วเดี๋ยวเราจะไปถอนไปอะไรทิ้งอย่าพึ่งพึงไปถอนเป็นอันขาดอย่าไปถอนทิ้งง่ายๆอย่าไปปัดง่ายๆถ้าไม่อยากอะไรไว้แล้วก็จงพยายามให้ดีไตร่ตรองให้มากแม้ท่านจะอนุญาตอยู่บ้างเลยนะพระพุทธเจ้าอนุญาตว่าสินค้าหมดเล็กน้อยให้ธงถอนได้เบิกได้สินค้าบทเล็กน้อย ไม่เคยตัดเอาไว้กับพระอานนท์ถึงพระอานนท์ก็ถูกพวกหมูสหธรรมิกเล่นงานเหมือนกันว่าทำไมไม่ถามเอาไว้ไปเอาบัตรเล็กน้อยแล้วไอ้สินค้าบทเล็กน้อยที่ให้ถอนได้มันยังไงกันเพราะไอ้นั่นก็ตอบไม่ได้เพราะคนอื่นก็ตอบไม่ได้เพราะเห็นว่าแต่ละองค์แต่ละองค์ที่ประชุมกันตอนนั้นน่ะรู้แล้วจะเป็นพวกสายเจโตสายเจโตที่มาเป็นพวกเถรวาทนี่เป็นสายเกจิพระกัสสปะก็เจโตพระอานนท์ก็เจโตเป็นพวกที่เดินทางนานๆหน่อยเป็นพวกที่มีอะไรก็ไปเรื่อยๆนะพวกนี้มั่นคงอยู่หรอกแค่นานมั่นคงอยู่หรอกแต่ว่าไปเรื่อยๆนานปัญญาไม่ค่อยไม่ค่อยสูงผมหายาน่ะปัญญามากโอเคแล้วว่านี่เจ Play Store แดงฟ้อนท่านก็ไม่กล้าตัดสินการทำสังคายนาทำพระไตรปิฎกก็ได้กันแล้วถ้าไม่กล้าตัดสินหรอกว่าไปอย่างนี้ถ้าไม่กล้าตัดสินแต่ก็เอาไว้คงไว้อย่างนั้นก็เลยไม่แก้ไขอะไรกันน่ะสิครับบทเล็กน้อยอะไรก็ไม่ต้องไปแก้ไขพอดีเหมือนกันแหละมันก็ไม่เสียหายอะไรมันประหลาดอะไรก็ดำเนินมาตามที่บัญญัติที่พระพุทธเจ้าแสดงบัญญัติมาไว้แล้วก็ดำเนินไปเรื่อยๆสมาทานศึกษาอยู่ในสินค้าหมดตามที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้ก็ได้สมาทานหมายความว่าได้ช่วยเอาสิ่งนั้นมาไว้กับตนเสมอสมาทานหมายความว่าไงสามารถเข้ามาช่วยเอายึดเอาช่วยเอายึดเอาสิ่งนั้นมาไว้กับตนเสมอเสมอสมาทานศึกษา ร้านนายสิกขาบทในบทบัญญัติต่างๆของพระพุทธเจ้าศึกษาไปประพฤติไปทั้งรับปริญญาต้องปฏิบัติไม่ใช่ศึกษาแต่เพียงปริยัติไม่ใช่อ่านแต่ท่องแล้วก็จำได้เฉยๆแล้วก็จบไม่ใช่ต้องพิสูจน์ให้ถึงจุดปฏิบัติทดสอบทดลองให้เกิดผลจริงสัมผัสจริงเห็นจริงรู้จริงสัมผัสอยู่รู้อยู่อย่างแท้จริงเป็นฌานน่ะโตปัดสะโตอย่างแท้อย่างนั้นจึงจะเรียกว่าศึกษาทั้งหมดเกิดปฏิเวธธรรมก็ศึกษาอยู่ผู้ใดรู้ในบัญญัติก็อย่าพึงไปจากดวงหรือว่าไปละเมิดละเลยเพื่อไปโยนทิ้งซะง่ายๆอันนี้ก็สำคัญมากในเรื่องการที่จะยงอยู่ในความไม่เสื่อมเพราะว่าเราดำเนินตามหลักเกณฑ์ดำเนินตาม แมวหรือว่าสิ่งที่มันเป็นทฤษฎีสำคัญๆที่หัวหน้าหรือว่าผู้นำหรือว่าผู้ที่ได้คิดอ่านไม่เข้าใจอะไรยาวๆไกลๆได้กระทำขึ้นแล้วเราก็ 3 ข้อ 4 ภิกษุเหล่าใดเป็นผู้ใหญ่เป็นประธานในสงฆ์เคารพนับถือภิกษุเหล่านั้นเชื่อฟังถ้อยคำของท่านพระภิกษุที่เป็นประธานในสงฆ์และให้เคารพนับถือภิกษุเหล่านั้นเชื่อฟังถ้อยคำของท่านพระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ว่าสะอาดพระธรรมทั้งหลายแหล่จะเป็นประธานของพวกเธอทั้งหลายเมื่อพระอานนท์ทูลถามถ้าไม่ได้ ภิกษุที่เป็นผู้ใหญ่จะเป็นประธานแก่เธอฉันก็ไม่ได้จัดอย่างนั้นอ่ะฟังดีๆบริจาคทำไมไอ้สัตว์ว่าภิกษุที่เป็นผู้ใหญ่จะเป็นประธานแก่เธอท่านก็ไม่ได้สัตว์เพราะถ้าตัดอย่างนั้นแล้วมันไม่เป็นปรมัตถ์มันเป็นตัวตนบุคคลเราเขาแต่ถ้าตรัสว่าธรรมะนั่นแหละจะเป็นประธานแก่อ่าศาสนาหรือว่าเป็นประธานแก่บริษัทอย่างนี้มันกลางคนใดก็ตามที่มีปัญญารู้ธรรมะธรรมะจะอยู่ในบุคคลเพราะฉะนั้นเมื่อบุคคลผู้ใดมีธรรมะมากอันนั้นก็จะเป็นประธานเป็นตัวนำประธานนี่หมายความว่าตัวนำเป็นหลักเป็นหัวหน้า จะเป็นหลักจะเป็นหัวหน้าเพราะถ้าพูดได้ตาเห็นธรรมแล้วก็จะรู้ได้เข้าใจได้ว่าโอ้นี่แม้จะเป็นคนภิกษุอาจจะเป็นภิกษุที่ไม่ใช่ยายอาจจะเล็กก็ได้อาจจะเป็นภิกษุบวชใหม่ก็ได้ประมาทไม่ได้ทีนี้ถ้าเผื่อว่าเขามีทำอยู่ในผู้นั้นผู้นั้นก็จะเป็นผู้นำสำหรับผู้ที่มีตาเป็นธรรมการใช้ปัญญาที่จะเข้าไปหยั่งรู้ว่าความมีธรรมในธรรมนั้นน่ะมันไม่ใช่ชายตาเนื้อเพราะงั้นผู้ใดมีตาละเอียดมีธรรมมาจากสุขจะมองเข้าไปเห็นธรรมะของผู้นั้นผู้นั้นอยู่ในผู้นั้นผู้นั้นจะเป็นคนหนุ่มคนวัยอ่อนวัยน้อยหรือบวช ไหนก็ตามไม่ใช่คนแก่คนเฒ่าก็ตามถ้ามีผู้นั้นมีธรรมะอันสูงผู้มีตาจะมองเห็นแล้วก็เคารพกันโดยนัยยะรู้ธรรมในธรรมเข้าใจในธรรมในธรรมอันนั้นก็เป็นประธานแก่ผู้นั้นโดยตรงสำหรับผู้รู้ส่วนของหยาบๆที่มันบอกกันไม่ได้เข้าใจกันได้ยากพระพุทธองค์ก็ได้ว่ากันเป็นลักษณะของสมมติฐานไว้แล้วว่าให้เคารพกันโดยพรรษาอายุการผู้ใดบวชก่อนผู้นั้นถือว่าเป็นประธานเป็นผู้ใหญ่ก็เคารพนับถือกันโดยนับอายุพรรษาใครบวชก่อนเป็นพี่ใครบวชก่อนเป็นผู้ใหญ่ใครบวชที่หลังเป็นผู้น้อยนี่ก็เป็นการบอก สองด้านเป็นการให้ความรู้ทั้งสองด้านเพราะงั้นผู้เป็นประธานเรียกว่าผู้ใหญ่นั้นบางคนก็ใหญ่โดยอายุพรรษาอายุการกินบวชบางคนก็ใหญ่ด้วยนามธรรมหรือคุณธรรมที่แท้จริงมันก็รู้แล้วแต่ว่าเป็นการชี้บอกเป็นการให้ความเข้าใจที่จะต้องเข้าใจให้ได้ทั้งหมดใจทั้ง 2 มุมแล้วเราจะเอาอย่างไรพรุ่งนี้บวชก่อนเราก็เคารพตามธรรมโดยสมมติที่ทำไม่ผิดถ้าเผื่อว่าคนนี้บวชที่หลังก็ตามเล็กก็ตามน้อยกว่าก็ตามแต่เขามีคุณธรรมมีความดีงามมีปัญญามีมนุษย์แท้จริงเป็นพระอริยะที่สูงสูงขึ้นไปตามลำดับจริงๆ ผู้ที่รู้พูดไม่มีตารู้ก็จะเคารพจะยกอันนั้นเป็นประธานโดยธรรมผู้อื่นจะไม่ยกตามเพราะเขาไม่รู้ก็ไม่ประหลาดอะไรเรียกได้ว่าเคารพนับถือภิกษุเหล่านั้นเชื่อฟังถ้อยคำของท่านเมื่อผู้ใดได้ชื่อว่าภิกษุเหล่าใดเป็นผู้ใหญ่เป็นประธานในสงฆ์เราก็จะเชื่อฟังเราก็จะเคารพนับถือในถ้อยคำเพราะโดยสมมติว่าเป็นอภินิหาริย์ธรรมโดยสมมติแล้วเราก็ไม่ไปแสดงอะไรที่เป็นของสมมุตินั้นออกมาขัดแย้งกับปรมัตถ์แม้เราจะรู้ว่าผู้ใดอยู่ในที่นี้แล้วเคารพผู้นั้นแม้จะเป็นอายุน้อยแล้วก็เคารพส่วนตนอยู่ในราวที่มีปัญญารู้เราอยากให้คนอื่นเขารู้ก็ แสนยากเพราะงั้นเราก็ไม่ไม่ละเราเคารพของเราแต่โดยรูปธรรมโดยง่ายๆแล้วเราก็ต้องเคารพตามรูปของสมมุติเอาผู้ภันเตคือผู้ที่มีอายุสูงเพราะสิ่งนี้รู้ง่ายและทุกคนยอมรับง่ายเห็นได้เป็นหลักฐานที่ชี้อ้างในเร็วได้หยาบที่เดิมๆหยาบๆมันก็รู้กันได้แล้วเราก็ต้องเคารพนับถือในสมาธิสัจจะมันจากที่เป็นสมมติอันนี้ด้วยเราต้องรับอันนี้แล้วก็รับก่อนด้วยรับสมมติอย่างนอกนอกนี่ก่อนด้วยไอ้ส่วนนายนั้นค่อยว่ากันสำหรับคนละเอียดคนที่รู้กันเองเข้าใจกันเองเป็นไปด้วยกันเองฟังพร้อมกันเองมัน ปัญหาอะไรเพราะถ้าพูดว่าทำอย่างนี้แล้วเคารพภิกษุที่เป็นผู้ใหญ่เป็นประธานในสงครามเป็นผู้แล้วก็นับถือภิกษุเหล่านั้นเชื่อฟังพระธรรมของท่านอยู่เสมอไปตามลำดับตามลำดับถ้าเราเองเราเป็นพระอริยะกว่าเราก็จะรู้ได้ว่าประธานนี้จะปกครองเราได้หรือไม่ประธานนี้จะเป็นประโยชน์จริงต่อสังคมต่อหมู่ต่อสังคมหรือว่าต่อกลุ่มของส่งของหมู่นี้ไปได้หรือไม่เราจะรู้เองถ้าไม่ได้มันก็จะต้องค่อยๆแยกค่อยๆแยกกันไปเองแหละมันก็เสื่อมเองถ้าไม่ได้มันเสื่อมของมันเองโดยทำแต่เราเองเราไม่ใช่ตัวการที่เราจะไปทำให้มันแตกแยกหรือว่ามันเสื่อมเราไม่ต้องเป็นตัวการหรอกแต่ละ สถานีเอาไว้พยายามกระทำดีที่สุดถ้ามันไม่ดีจริงมันก็เสื่อมมันก็แย่มันก็แตกกันไปเองไอ้นี่เป็นสัจธรรมแต่ถ้ามันอยู่ดีเป็นไปได้ดีมีการรัดรอบก็มีการสังเคราะห์กันส่งเสริมกันเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกันโดยธรรมที่แท้จริงแล้วล่ะก็มันไปได้นานนี่นี่ข้อที่ 4 ข้อที่ 5 ไม่รู้อำนาจแก่ความอยากที่เกิดขึ้นไม่รู้อำนาจจากความอยากที่เกิดขึ้นหาเรื่องของความอยากมันเป็นธรรมดาของผู้ที่ยังไม่หมดกิเลสเมื่อมันมีอยู่มีเชื้อมีอะไรเหลืออยู่มันก็จะเหลือความอยากอยู่เพราะฉะนั้นเราจะต้องรู้ตัวความอยากของเรา [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ไปแสดงอะไรก็ตามแต่ที่ลุแก่อำนาจออกไปรุนแรงไปทำไอ้โน่นผิดไอ้เพี้ยนอะไรต่ออะไรต่างๆนานาเราจึงจะต้องระมัดระวังไม่รู้แก่อำนาจความอยากจะต้องไปบรรลุไม่รู้แก่อำนาจมันพยายามทำให้แรงเองคำว่ารู้แก่อำนาจคือไม่พยายามทำให้แรงทำให้มันเป็นไปโดยที่เราตามใจมันส่งเสริมมันใหญ่ลูกแก่อำนาจให้แก่ความอยากของเราเมื่อผู้ใดไม่รู้แก่แก่ไม่รู้อำนาจแก่ความอยากที่เกิดขึ้นคนนั้นก็เบาได้คนนั้นก็ประสานได้คนนั้นก็อยู่สนิทมีเงินง่ายเป็นไปได้ดีอันนี้ข้อที่ 5 ข้อที่ 6 ยินดีในเสนา ชนะป่าหาข้อนี้ดีก็ดีเข้าใจถูกก็ดีถ้าเข้าใจไม่ถูกก็เลวเหมือนกันยินดีในเสนาชนะป่าถ้าเรามองเผินๆง่ายๆดูง่ายๆการไปอยู่ป่าในคล้ายๆก็บอกให้ไปสันโดษสงบระงับอยู่คนเดียวดูเชิงเป็นเดียรถีย์เป็นเดือนละทียินดีในเสนาชนะป่าอาการคำว่ายินดีเนี่ยหมายความว่าชอบใจเราแปลให้ตื่นๆเขาก็ยินดีกับแฟนตื้นๆว่าชอบใจพอใจหาอะไรยินดีในเสนาชนะป่าเขาเรียกว่าเราได้มาสักคันหนึ่งทีนี้ออฟแรงง่ายๆป่าปลาคือสถานที่อย่างนี้แหละ ที่ไม่ได้คลุกคลีอยู่กับกามไม่ได้อยู่กับคำไม่มีบางอย่างชาวบ้านชาวบ้านรูปรถเป็นเสียงสัมผัสอะไรมากมายอย่างเงี้ยป่ามีแต่ป่าชัดๆเมื่อผู้ใดมีจิตไม่ยินดีไม่คลุกเคล้าไม่ปรารถนาที่จะวุ่นวายกับเรื่องรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสหรือว่าความเป็นบุคคลอย่างโลกียะอย่างลาภยศสรรเสริญสุขกันอยู่แล้วล่ะก็ผู้ใดมีจิตออกนะก็จะออกมาอยู่ป่าได้สงบจะอยู่ได้นานนานก็อยู่ได้ลูกไปแล้วก็อยู่กินไปแล้วก็เป็นอะไรก็เป็นไปง่ายๆไม่ได้อยู่ได้แต่ถ้าพูดใดไม่มีจิต วิเวกยังมีจิตกระสันยังมีจิตที่ยังคลุกคลีด้วยกามอย่างคลุกคลีด้วยโลกธรรม 8 วุ่นวายอยู่ด้วยเอาไม้ยกอะไรกันต่างๆไปอีกผู้นั้นจะมาออกป่าเนี่ยมันยากเอามาตั้งไว้ในป่าไม่ได้หรอกมากมายที่ชมได้ยางออกมาจากน้ำชั่วเดี๋ยวมันก็ไม่ได้มันจะดูดกลับเข้าไปทั้งๆที่มียางเหนียวอยู่ในนั้นด้วยนะออกมาได้แค่พรากไม้ในช่วงระยะออกมาจากน้ำแค่นั้นก่อนคือออกมาห่างจากหมู่ข้าไม่มีออกมาจากขาหมูพวกขนรกๆนี่ออกมาให้มาอยู่ป่าหน่อยไม่ยินดีหรอกไม่ชื่นใจไม่เปรมปรีไม่พอจ่ายเป็นไปได้ยากเพราะขั้นต้นที่สุดถ้าเผื่อว่าผู้ใดที่จะ ปฏิบัติธรรมขึ้นต้นๆฉากไม้ที่ชมในยางมาจากน้ำซะก่อนเอาออกมาจากกองกลางมามาจากกองโลกธรรมออกมาจากกองอบายมุขพรากออกมาได้ไหมถ้าบ่ได้ยินดีเริ่มยินดีด้วยปากเป็นขั้นต้นดีแล้วเพราะต่อๆไปถึงค่อยๆปรับออกจากป่าเข้าไปใครมายินดีป่าและติดป่าอีกนะแจงอีกอย่างที่เคยพูดแล้วเคยอธิบายฟังแล้วจมอยู่ในป่าติดป่าอีกเป็นเดือนละทีเสียอีกต้องฟังเป็นขั้นตอนให้ดีนะเป็นขั้นตอนให้ดีถ้าไม่งั้นเรากลับตาลปัตรหมดเลยกลับเสียหมดเลยเจ๊งเพราะอยากจะยอมๆอยู่ที่แดนเนี่ยมีโยมคนนึงนะแกไปขออยู่ด้วยตอน ต้องการเข้าพรรษาตอนเข้าไปจะเข้าพรรษาภาพใครก็ไปขอผ้าหอบผ่อนไปแต่งชุดไปเลยเป็นชุดปักของเราเลยทีเดียวโกนหัวนุ่งผ้าใส่เสื้อสีกลับเลยทีเดียวเลยทีเดียวแหละเข้าไปก่อนเข้าไปถึงก็ขอผมขออยู่ด้วยสัก 3 เดือนเข้าพรรษานี้ว่างั้นผมบอกอ้าวถ้าอยู่ได้ถ้าปฏิบัติได้อยู่พวกเราก็เอาเหมือนกันผมเห็นผ่านมาแล้วก็เออแต่งตัวนึงก็เลยต้องค่อยๆทะเลาะกันบอกแกให้บอกว่านี่โยมมานี่จะอยู่ในที่นี้เขามีเครื่องแบบกันมาเมื่อกี้ผ่านเข้ามาเห็นแล้วใช่ไหม พอดีแกมาเจอผักที่สุดโทรตอนนั้นยังเป็นป่าอยู่ก่อนแล้วก็คุยกันมาก่อนชุดเดียวกันเพราะว่าใช่นั่นน่ะชุดนั้นเขาเรียกชุดปะเป็นผู้ปฏิบัติที่ไล่ขึ้นมาสูงพอสมควรแล้วนะแรกๆเข้ามาอยู่นี่เขาเรียกอาคารตรงกลางยังไม่ต้องมาแต่งตัวอย่างงี้หรอกเป็นผมพ่อก็ยังไม่ต้องโกนต้องเกินอะไรนุ่งผ้าใส่เสื้อง่ายๆธรรมดาใหม่หลงป่าหลงเชื่ออะไรมากมายมีชุดง่ายๆแต่งธรรมดาแต่ยังไม่ต้องเข้าเครื่องแบบนี้ก็เหมือนกับทหารมาเป็นพลทหารก็แต่งชุดนี้ก่อนเป็นสิบตรีสิบโทอะไรไปเป็นนายร้อยอะไรก็ต้องแต่งชุดขึ้นไปตามลำดับที่ผมพูดขึ้นมามาเอาชุดนายร้อยแต่งเลยเขาไม่ยอมอ่ะนะผมก็บอกแกไงแกเข้าใจเหมือนกันแกเป็นทหาร ต้องเปลี่ยนออกละแกก็มาเปลี่ยนออกยากเหมือนกันรู้สึกใจไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่เหมือนกันแต่ว่ามันทำไงได้มาเจอเข้ามาหมู่มาหมู่มันก็ต้องยอมก็เอาหาเสื่อหาฝากแกก็ไม่มีเสื้อผ้าอะไรอื่นมาอีกเลยนะแกก็เอาไอ้ชุดของแกมาจริงๆฉันด้วยแล้วต้องมาขอเปลี่ยนขออะไรต่ออะไรมาได้จากคนนั้นคนนี้มาจะได้จัดการมาตัวอะไรจากเดิมก็อาศัยแกก็บ่นว่าร้อนอย่างนู้นอย่างนี้ไอ้โน่นไอ้นี่มันเป็นเหตุเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ความไม่ชอบมันก็กลับมันก็ทำให้แกนะทีนี้แกเองแกมาอยู่ที่นี่มันเป็นเสนาชนะป่าออกมาอยู่เสนาชนะป่าแต่เอ็งจะไม่เคยมาอยู่เสนาสนะป่านี่มันก็จะต้องทำทั้งใจ ตายทั้งอะไรก็ได้ที่มันไม่เคยสัมผัสอยู่อย่างโลกๆมันก็ได้รับสัมผัสเปลี่ยนแต่เราสัมผัสเปลี่ยนจากที่เคยพวกนี้ก็เป็นเหตุเป็นปัจจัยทั้งหมดที่จะอยู่จะอยู่ได้หรือไม่ได้ถ้าแกเองแกมีธรรมะหรือว่ามีจิตจะอยู่ได้ยินดีในเสนาสนะป่าแกก็จะอยู่ได้แต่นี่เพราะแกเองแกผิดไม่ค่อยไหวแล้วอยู่พวกเราการกินการอยู่การไปการมาการอะไรแล้วมันกระทบกับจุดไม่พอใจเสียด้วยพอสมควรแก่ก็เลยรายจ่ายมันก็ชักจะไม่ค่อยเข้าทีแกมาอยู่อยู่ไฟอยู่ไฟได้ไม่กี่วันได้ 3 วันแกก็เช้าๆเช้าวันที่ 3 วันแล้ววันที่ 4 ก็โผล่มาถึงขอบผ้าห่อของตุ๊กแกมาหาผมเปลี่ยนเป็นชุดเก่ากลับมาถึงยกมือไหว้ผมบอกว่าผมบุญไม่ถึงผมมันจะต้องขอลา 3 วันว่าจะมาถึงจะมาอยู่ขออยู่สัก 3 เดือนอยู่ได้ 3 วันก็จะขอลาออกปากมันจะทับผมบ้างแกก็บอกแล้วเราก็ฟังจะทับแกทีนี้แกจะมีความคิดอย่างนั้นแกก็ออกตัวเลยพอดีคืนก่อนที่ผมจะให้ก่อนที่แกจะออกมาเนี่ยแกได้ฟังธรรมะที่ผมบรรยายถึงตอนการอยู่เสนาชนะป่าอยู่นั่นผลสลากคืนกลับมาอธิบายยังไม่เก่งหรอกเหมือนเดรัจ พวกศาสนาอื่นๆและไร้ศา

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน