ศึกษาความผูกพัน-ความสัมพันธ์ กรณี บี-ประทับใจ3.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข30 พฤษภาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

ศึกษาความผูกพัน-ความสัมพันธ์ กรณี บี-ประทับใจ3(รวม1+2+3) เพราะฉะนั้นวันนี้ แม้เป็นวันที่เรามีผู้ที่อยู่ร่วมกับเราจากไป ก็จงเอามาเป็นอุทาหรณ์ มาเป็นตัวอย่างในการที่จะเกิดความรู้ปฏิภาณ ที่จะได้รู้ได้รับเข้าใจเพิ่มขึ้นอีกว่า เราเสียสิ่งนี้แต่เราได้อีกสิ่งหนึ่ง เราเสียคน ไม่ใช่คนเลวนะ ถ้าเราถูกพญามัจจุราชพรากคนไปคนนึง แต่เราก็จะได้ความรู้ ได้กำลังใจ ได้ว่าเราจะดำเนินชีวิตกันอยู่ เราจะมีคติในการดำเนินไปอย่างดี สุคติอย่างไร อย่าไปเข้าใจว่าสุคติตายไปแล้วจะไปสู่สุคติ ตายไปแล้วจะไปสู่ทุคติ ไอ้อย่างนั้นเป็นการพูดประโลมใจเท่านั้นเอง แต่อันนี้เป็นปัจจุบันธรรม อย่างไร เราจะดำเนินต่อไปอย่างสุคติเราจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างดี เราเข้าใจว่าควรจะประกอบกรรมอย่างนี้ ควรจะกระทำอย่างนี้ ควรจะคิดอย่างนี้ มีแนวคิด มีการสร้างสรรค์อย่างนี้ มีการประพฤติอย่างนี้ กระทำอย่างนี้ให้เจริญ แล้วเราก็ได้อาศัยเผื่อแผ่ให้คนอื่นได้อาศัย อย่างนี้ต่างหากคือสิ่งที่ประเสริฐ อาตมายังมีชีวิตอยู่ ยังจะพาดำเนินไปอีก ตั้งใจจะอยู่ให้พอสมควร นี่เขาจะฉลองให้อาตมาก็รับการฉลอง เพราะว่าจะเป็นการเรียกว่าส่งเสริม ถ้าบอกว่าโฆษณามันเหมือนตีฆ้องร้องป่าว ไม่ถึงขั้นนั้น นี่เป็นเพียงการโปรโมทส่งเสริม ให้คนได้ฟัง ให้คนได้เห็น ให้คนได้เข้าใจว่าพากันมาทำอย่างนี้นะ เช่น กำลังจะโปรโมทอาตมา กำลังจะส่งเสริมอาตมาว่าอาตมาพาทำอย่างนี้ อาตมาพาทำกันมาตั้ง 50 กว่าปีแล้ว ตั้งแต่เลิกจากทางโลกออกมาบวช พ.ศ 2513 มาถึงวันนี้ 50 กว่าปี ก็พาส่งเสริมให้พวกเรามีชีวิตจนกระทั่งเป็นตัวอย่างชุมชนสาธารณโภคีกันขนาดนี้ ซึ่งเป็นเรื่องยืนยันต่อสังคมโลกว่าพาคนมาเป็นอย่างนี้มันเป็นสุคติอย่างไร เป็นปกติหรือสุคติ พาดำเนินไปสู่สิ่งดีคือสุขคติ หรือมันพากันไปสู่สิ่งไ

อ่านต่อ

ม่ดีเป็นทุคติกันจริงๆ นี่มาพิสูจน์เรื่องปัจจุบันธรรม พฤติกรรมจริงมีให้เห็น ยืนยันจับต้องได้ เป็นทั้ง ฟีโนมิน่า เป็นทั้ง scenario เป็นทั้งปรากฏการณ์เป็นทั้งสถานการณ์ Scenario คือสถานการณ์ ฟีโนมิน่าคือปรากฏการณ์ ที่อาตมาพาทำทั้งปรากฏการณ์ทั้งสิ่งที่เป็นสถานการณ์ ที่ให้คนยืนยันพิสูจน์ได้ ว่ามันเป็นสิ่งที่มนุษย์ควรได้ควรเป็นควรมีกัน เป็นสิ่งที่เราจะได้เข้าใจและเราก็จะได้มาพากันทำจริงๆให้เกิดปรากฏการณ์ แล้วก็กลายเป็นสถานการณ์ที่เราได้อาศัย เป็น scenario อาศัยรับรองชีวิต แล้วคนอื่นเขาก็จะได้เห็นเป็นฟีโนมินอลเป็นฟีโนมิน่า เป็นปรากฏการณ์ที่กระจายเผยแพร่ phenomena เป็นพหูพจน์ให้ได้รับรู้ได้รับเข้าใจ ว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งประเสริฐเป็นสิ่งที่ควรได้ควรมีควรเป็นกัน เอาล่ะอาตมาใช้เวลามาพอสมควรชั่วโมงครึ่ง จะต่อไปอีกก็ยังรู้สึกว่ายังมีกำลังอยู่ ก็ลงไปสู่ที่ตอนนี้เรามีผู้พรากจากไปเป็นผู้ที่เราก็ได้อยู่ร่วมกันมา มีประโยชน์ร่วมกัน มีเมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม ร่วมกันมาแล้วด้วยสังคมสาธารณโภคี สังคมที่เรามีส่วนกลางอาศัยใช้สอย แล้วเราก็พากเพียรปฏิบัติตนด้วย ทิฏฐิสามัญญตา ศีลสามัญญาตากันไป มันก็จะมีคนแล้วคนเล่าแบบนี้ ไม่ใช่ว่าบีเป็นคนที่ตายคนแรกในพวกเรา ก็มีคนที่ตาย ที่เราก็เคยผูกพันอาลัยอาวรณ์กันมาแล้ว จนกระทั่งถึงบีขณะนี้เป็นปัจจุบัน ซึ่งอาตมา บ่นไปไม่กี่วันผ่านไปเฮือนสุดชีวิต ว่า เฮือนสุดชีวิตไม่ได้ทำงานมานานแล้ว ไอ้หยา มาถึงวันนี้ต้องได้ทำงาน ไม่น่าบ่นเลย ไม่ได้หมายความว่าอาตมาบ่นมันก็จะต้องเกิดไม่ใช่หรอก พอดีมันมีจังหวะก็นำมาพูดไปเท่านั้นเอง มันก็เป็นสัจธรรมของชีวิตมนุษย์ ที่นี่แหละเกิดมาก็มาอาศัยซึ่งกันและกันส่งเสริมกัน ช่วยเหลือกันและพากันให้เจริญ เจริญๆ ไปสู่สุคติ เจริญๆไปสู่การดำเนินชีวิตที่ดีๆๆ ยิ่งขึ้น รู้จักทิศทาง ไม่ต้องไปใช้ความคิดที่งมงายไปชาติหน้าสุคติ ชาติหน้าจะเป็นวิญญาณ. ไม่เราทำวิญญาณปัจจุบันเราในปัจจุบันนี้ ธาตุจิตธาตุวิญญาณให้เข้าใจให้มีพลังงานทางกาย วาจา ใจ แล้วก็สร้างพลังงานกายกรรมพลังงานวจีกรรม ซึ่งมาจากมโนกรรมที่เป็นประธาน ช่วยกันเจริญขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งมันเป็นโลกเป็นสังคมมนุษย์ที่อาตมา แหม ในจิตลึกๆของอาตมานี้อาตมาเข้าใจว่า คนอย่างพวกเราที่เป็น มันเป็นคนที่ถอด ถอดรหัส ถอดเอาความรู้มาจากพระพุทธเจ้าได้จริงๆเลย ตรงกับที่คำสอนพระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้แล้วเอามาประกาศ พวกเรานี้ได้รับถ่ายทอดมาได้ ถอดแบบออกมา มาเป็นคนที่เหมือนพระพุทธเจ้าพาเป็น มาเป็นคนมีวรรณะ 9 มาเป็นสังคมสาราณียธรรม 6 สำเร็จ อาตมาว่าอาตมาพูดไว้วันนี้ คนจะเข้าใจที่อาตมาพูด สรุปๆว่า มาเป็นคนวรรณะ 9 เป็นคนอย่างไร เป็นคนสาราณียธรรม 6 มันเป็นคนอย่างไร นี่แหละมันเป็นเรื่องอย่างนี้แหละครับ อย่างนี้แหละเชิญมาดูสิ เชิญมาสัมผัสมาศึกษา อย่าไปหลงระเริงไปใช้เวลา ใช้แรงงาน ใช้ความเกิด ความตาย อยู่กับไอ้นู่นเสียชาติเกิดมาหลายชาติแล้ว มาเลยลัดๆ มาเลย คัดสั้นเข้ามาเลย ลัดๆคัดสั้นมาที่นี่เลย ตรงจุดที่มนุษย์พึงได้พึงมีพึงเป็นกัน นี่สุดยอดเลย เพราะฉะนั้นอาตมาเกิดมาชาตินี้อาตมาไม่ได้สงสัย ไม่สงสัยคำสอนพระพุทธเจ้า ไม่สงสัยว่า ที่ได้เอาคำสอนของพระพุทธเจ้ามาถ่ายทอดนั้น จนกระทั่งพวกเรามาเรียนรู้แล้วก็มาปฏิบัติประพฤติได้ขนาดนี้ ยิ่งสำทับให้อาตมาเห็นจริง ว่ามันเป็นไปได้ยาก แต่มันก็เป็นไปได้ ท่ามกลางโลกที่เทียบเคียงคนทั้งโลก 7,000 ล้านกว่า เดี๋ยวนี้จะ 8,000 ล้านหรือเปล่าก็ไม่มีใครบอกมา เลยว่าพลโลกมีอยู่จริงๆเท่าไหร่เรามีอยู่แค่นี้แหละ 800 8,000 สวยๆหน่อยตัวเลขก็ 80,000 แต่แปดแสนนั้นยังไม่กล้าพูดว่า ชาวอโศกจะมีถึง 800,000 หรือเปล่า ถ้ามี 800,000 ขึ้นไปในโลกจะเป็นตัวอย่างอันปรากฏขึ้นในโลก ที่คนผู้แสวงหาสิ่งที่ประเสริฐ มนุษย์จะประเสริฐอย่างไร อย่างนี้ มนุษย์ประเสริฐเป็นอย่างนี้ มนุษย์อาริยะ มนุษย์เจริญเป็นอย่างนี้ พูดแล้วผู้ที่เขาฟังที่เขาไม่เชื่อ เขาไม่เห็นจริง เขาไม่เข้าใจบอกว่ามาเป็นคนจนหรือว่าเป็นคนประเสริฐ เขาก็ จะเกือบอาเจียนเลย (เอี๋ย) เป็นอาการอาเจียนของเด็กน้อย เขาก็จะไม่เชื่อ แต่นี่มันเป็นสัจจะนะ มันเป็นความจริง มันเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ประกาศได้ อาตมาเห็นว่ามันยังมีเนื้อหายังไม่มาก ยังไม่แน่น ยังไม่หนักพอ จึงพยายามลากสังขาร พยายามลากสังขารนำพากันไปอีก กาลเวลาจะพิสูจน์คนด้วย อาตมาก็จะทำและยืนยันสัจจะที่พูดกันมาก่อนแล้วว่า กาลเวลาพิสูจน์คน มันเป็นการพิสูจน์คนว่าอาตมาพาทำนี้มันเป็นประโยชน์จริงหรือประเสริฐจริงหรือ เขาจะค่อยๆยืนยันพิสูจน์ไป พิสูจน์ไปเรื่อยๆแล้วก็จะเปรียบเทียบกับสิ่งที่ไม่ประเสริฐ กับสิ่งที่ประเสริฐเปรียบเทียบกันไป เขาจะเห็นความจริงจะยอมรับความจริงได้ ยกตัวอย่างง่ายๆว่าคนไปรวยนี่มันไม่เจริญหรอกมันเสื่อม คนมาจนนี่ต่างหากมันเจริญ คนไปขี้โลภได้ ได้มาได้มา มันเสื่อม แต่คนเสียสละเสียสละให้ไปนี่ต่างหาก เจริญ อาตมาพยายามพาพิสูจน์ความจริงพวกนี้ แล้วคนมาทำได้นี่มันสุดยอดเลย เอาคนมาจนนี่มันเจริญกว่าคนรวย คนมาเสียสละนี้มันดีกว่าคนไปเอาเปรียบ เด็กๆฟังไว้เข้าใจไหม เด็กๆก็เข้าใจได้ ผู้ใหญ่เข้าใจไม่ได้ก็โง่ซะ ไป! ผู้ใหญ่ก็เข้าใจได้ แต่เวลาจริงๆทำกลับกัน พูดแล้วเข้าใจไหมผู้ใหญ่ มาได้เปรียบที่มันเสื่อม มาเสียเปรียบนี่มันเจริญ ผู้ใหญ่เขาก็เข้าใจแต่เวลาไปทำจริงๆเขาจะไปเอาเปรียบหรือไปเสียสละ เขาก็ไปเอาเปรียบ มันจะตลบตะแลงตอแหลไปถึงไหนกันวะ รู้ก็รู้ว่าเจริญคืออะไร แต่ไม่มาทำความเจริญ เช่นคนเจริญไปทำน้ำเมามอมเมาคนทั้งโลกและได้เงินเยอะๆ มันโง่หรือฉลาดกันแน่ โง่ คุณตอบนะ อย่าไปตอบดังนักเดี๋ยวมันจะสะเทือน เห็นไหม เพราะฉะนั้น สัจจะที่กำลังอธิบายแล้วแยกแยะแบ่งเปรียบเทียบให้รู้ทีละคู่ทีละคู่ไปง่ายๆ เราจะเข้าใจว่าเราหลุดพ้นในสิ่งที่เข้าใจผิด แต่ก่อนเราก็เป็นคนอยากได้อยากได้เปรียบอยากไปรวย เมื่อเรามาเข้าใจแล้วเรานึกว่าความเสียสละความเสียเปรียบพูดให้ชัด เสียสละเมื่อเปรียบเทียบแล้วเราได้เสีย เราไม่ได้เป็นผู้ได้ อย่างที่ในหลวงท่านตรัส เราเสียนี่แหละคือเราได้ อ๋อ..อย่างนี้คือความเจริญยิ่งกว่าไปได้ เสียสละนี่คือมันได้ มันดีกว่าไปได้ ไปเอา มาเป็นผู้ให้มันดีกว่าไปเป็นผู้รับ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นมาศึกษาดีๆชีวิตเราเกิดมาเป็นคนในชาตินี้ อาตมาพูดไม่รู้กี่ทีแล้ว มันสงสารคนที่เขาไม่เข้าใจชีวิตอย่างพวกเรา ดีไม่ดีมาด่าพวกเราด้วย มันน่าสงสารคนพวกนั้น เขาตามืดตาบอด เขาไม่รู้เลยว่า นี่แหละคนดี นี่แหละคือคนพากันมาประเสริฐ เป็นคนที่จะมี เป็นคุณค่าเป็นประโยชน์แก่มนุษยชาติแก่โลก แก่ตนนั้นก็ได้ แล้วก็จะเป็นแก่ผู้อื่น แก่มวลมนุษย์ชาติต่อไปอีกอย่างนี้ต่างหากเล่า ไอ้อย่างที่พวกคุณไปได้แย่งกันกินสูบดื่มเสพ เอาเปรียบเอารัด ดีไม่ดีฆ่ากัน โกงกัน หลอกลวงกัน จะมีชีวิตอย่างนั้นกันอยู่ทำไม แข่งดีแข่งเด่นกันอีก แล้วไปแข่งดีแข่งเด่นกันทำไม ทำดีแล้วก็จบในตัวแล้วมันจบแล้ว อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นการศึกษาที่จะมาศึกษาธรรมะโลกุตรธรรมเป็นธรรมะที่ฟังแล้วมันทวนกระแสกับแนวคิดของโลกีย์เขา มันคนละเรื่องกัน มันทวนกระแสกัน อันนี้แหละมาพากเพียรในเรื่องนี้มาพยายามในเรื่องนี้เถอะ แล้วเราจะเจริญประเสริฐกันอย่างแท้จริง สำหรับมนุษย์อาตมาก็ว่ามันไม่มีทางอื่นที่จะเจริญที่จะดี จะผิดไปจากนี้ อันนี้มันถูกต้องที่สุดแล้ว อาตมาบังคับความเชื่อคนไม่ได้หรอกอาตมาได้แต่พูดความจริง เพราะฉะนั้นคนจะเข้าใจ คนจะเห็นดีเห็นงามตามด้วย ถ้าผู้ใดเข้าใจแล้วก็อย่าช้า อย่าช้าเลยมาเถอะ มานี่ก็ไม่ได้ปะเหลาะหรอก ไม่ได้อ้อนวอนร้องขอหรอก แต่บอกชี้ความจริงให้ฟังเท่านั้น มาทางนี้เราจะไม่เสียเวลา เราจะลัดไม่เสียเวลาไปกับทางโลกมาทางนี้มีแต่ความจริง มาพบทางนี้ ทางนี้จะพาเป็นกลุ่มมิตรดีสหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี ที่จะพาพวกเรา พากันเจริญถ่ายเดียวเพราะ หมู่มิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดีนี้ จะพาพวกเรามายินดี ฉันทะในทิศทางที่ควรจะเป็น แล้วจะพาพวกเรามีศีล แล้วจะพาพวกเราเรียนรู้อัตตา เรียนรู้ตัวตน แล้วจะพาพวกเรามีทิฏฐิที่ตรง ทิฏฐิที่สัมมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วจะพาพวกเราปฏิบัติ ทำใจในใจ ประเสริฐ ทำใจในใจถูกต้องถ่องแท้แยบคาย โยนิโสมนสิการขึ้นเรื่อยๆ นี่ มิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี ได้พบแล้วจะพาเจริญ พาเกิดทิฐิที่สมบูรณ์ พาปฏิบัติธรรมใจในใจให้เจริญด้วยการเริ่มมีศีล จนกระทั่งขัดเกลากิเลสไปเป็นพหูสูตรแล้วเราก็จะรู้ว่า โอ้ ความเจริญแบบนี้มันดีจริงๆ คุณก็จะวิริยะพากเพียรทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งเป็นพหูสูตรยิ่งเจริญพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายจบเป็นบัณฑิตเป็นปัญญาข้อที่ 7 เป็นบัณฑิตเลยแล้วก็จะอยู่กันอย่างมีภูมิปัญญาอยู่กันอย่างสังคมบัณฑิต อะไรควรหยุด หยุด อะไรควรพูด พูด อะไรควรทำๆอะไรพากันทำควรสอนก็สอน รู้จบเป็นปัญญาข้อที่ 8 เลย นี่คือสิ่งที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้อาตมานำหลักฐานมาอ้างอิงยืนยันว่า อาตมาพาพวกเราทำไม่ตรงตามที่พระพุทธเจ้าพา ที่ตรัสไว้พาเป็นพาไปมาตลอดสาย ยิ่งยืนยันความจริงเลยว่าพวกเราปฏิบัติตามแล้วมีความเป็นจริงตรงตามคำสอนพระพุทธเจ้าเป็นอนุสาสนีปาฏิหาริย์ เป็นปาฏิหาริย์ได้ตามคำสอนพระพุทธเจ้า มาเป็นสาธารณะโภคีก็ได้ มาเป็นสังคมคนมีศีลเป็นสังคมที่อยู่กันอย่างเมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรมก็ได้ เป็นสังคมสาธารณโภคีก็ได้ เมืองจีนเขาอยากได้นะ ประเทศจีนอยากได้สาธารณโภคี สังคมนิยมคอมมิวนิสต์เขาอยากได้อย่างนี้นะแต่เขาทำไม่ได้. อโศกทำได้แล้ว เป็นของส่วนกลางไม่จำเป็นจะต้องแบ่งแยกไป เป็นกงสี คนจีนมีกงสีแบบแต่เก่ามาซึ่งปัจจุบันนี้มันเสื่อม แต่ตอนนี้เขาก็เริ่มทำขึ้นมาดีขึ้น เพราะทุกวันนี้จีนเป็นตัวอย่างของโลกที่ดีพอใช้ทีเดียว ก็เป็นมวลใหญ่ แต่ยิ่งไทยแล้วมันซ้อนมีอโศกเป็นแก่นแกน เจริญขั้นสุดยอดเป็นสารานียธรรม 6 มีพุทธพจน์ 7 มีวรรณะ 9 เกิดจริงเป็นจริงขึ้นมาได้ นี่แหละสุดยอดจริงๆ เรียกว่ามนุษยชาติ เพราะฉะนั้นก็ตั้งใจทำให้เจริญขึ้นไป 660529 ศึกษาความผูกพัน-ความสัมพันธ์ กรณี บี-ประทับใจ รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #24 ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน