ศึกษาความผูกพัน-ความสัมพันธ์ กรณี บี-ประทับใจ2.docx
เนื้อหาในไฟล์
ศึกษาความผูกพัน-ความสัมพันธ์ กรณี บี-ประทับใจ2(รวม1+2+3) มาเข้าสู่พวกเราที่ยังมีทุกข์อันโง่ ยังมีทุกข์อันโหยหา ผูกพันกับบีเขา เขาตายก็คือตาย เลี้ยงลูกให้รู้จักโต เลี้ยงพ่อแม่ให้รู้จักตาย อาตมาเคยใช้โศลกนี้ ผู้ที่จะต้องตายก็ต้องตาย ผู้ที่จะต้องโตก็ต้องรู้ว่าเขาโตแล้วนะ อย่าทำเป็นเหมือนเขายังเล็กอยู่ เขาเป็นอธิบดีแล้วก็ยังบอกว่าลูกเอ๋ย ปัดโธ่ เขามีลูกน้องมีความเป็นผู้บริหารก็ยังเลี้ยงเขาเหมือนเป็นลูกแหง่ยังไม่รู้จักโต เขามีวุฒิภาวะ มีความรู้ความสามารถที่จะทำอะไรกับสังคมได้ยิ่งกว่าเราแล้ว เราเลี้ยงเขาแล้วโตขึ้นเราก็รู้จักวาระที่จะจบ เพราะฉะนั้นเลี้ยงลูกให้รู้จักโต เลี้ยงพ่อแม่ให้รู้จักตาย แม้ว่าบีเขาไม่ใช่พ่อแม่จริงแต่ก็เหมือนกับพ่อแม่ที่เลี้ยงดูเด็กๆมันผูกพัน นี่แหละมันทุกข์เพราะว่า ความผูกพันเรียกว่า สังโยชน์ สังโยชน์เป็นความผูกมันเป็นทุกข์ อย่างไรอย่างไรบีก็ไม่ฟื้นตายแน่ แล้วมะรืนนี้ก็จะเผาร่างเป็นเถ้าถ่านไป จิตวิญญาณของบีไม่ได้ตกต่ำ จิตวิญญาณของเขาได้รับการศึกษา ได้รับการเรียนรู้ปฏิบัติพัฒนา เจริญ เจริญไปเรื่อยๆ ไม่ได้ตกต่ำ ไม่มีทุคติ มีแต่สุคติ มีแต่ที่ไปที่เจริญสูงขึ้นไปหาที่สุดที่สูงไปเรื่อยๆ เขาเจริญในทางโลกก็เจริญ มาเป็นนักกสิกรรม เป็นกสิกรแข็งขันเป็นกระดูกสันหลังของชาติ มาช่วยพวกเราสอนพวกเด็กๆพวกเราหรือผู้ใหญ่ก็ตามพากันทำ ทำงานด้วย สร้างสรรค์ไปด้วย ศึกษาธรรมะไปด้วย ศึกษาทางโลกก็เรียนจนกระทั่งจะจบด็อกเตอร์ เราก็ไม่ได้ไปเห็นว่า อย่างดอกเตอร์เขา เป็นไปไม่ได้ เราก็เป็นได้ แต่แม้จะเป็นได้ พวกเราหลายคนจบด็อกเตอร์แล้วไม่เห็นจะไปเอาตำแหน่งดอกเตอร์ไปรับจ้างทำงาน รับสินบาทสินบนอะไรจากคนอื่นเขา เลี้ยงตัวเองไม่ต้อง อยู่ในนี้แหละมี ปริญญาใบประกาศใบรับรองเป็นดอกเตอร์ได
อ่านต่อ
้แล้วก็อยู่ในนี้ แต่ก็ทำงานอยู่กับพวกเรานี่แหละ มีงานหลายอย่างถนัดอะไรก็ทำกันไป งานที่จะเป็นประเภทคิด ประเภทเป็นงานด้านเอกสารด้านความรู้ด้านสังคมข้างนอก หรือสัมพันธ์กับข้างใน จนกระทั่งถึงอยู่กับดินหินปูน อยู่กับพืชพันธุ์ธัญญาหาร ก็อยู่นี่แหละก็ช่วยกันทำไป สร้างสรรค์ไป พิสูจน์ความจริงอันนี้กันในสังคม อาตมาจะพาพิสูจน์ว่า ผู้ที่เจริญควรยกย่องและมีค่ามีประโยชน์แก่โลกที่สุดคือกสิกร กสิกรเป็นผู้สร้างสิ่งอาศัย 1 ในโลก กสิกรคือผู้สร้างอาหารในโลก อาหารเป็นหนึ่งในโลก พระพุทธเจ้ายืนยันและก็จริงที่สุด เราเจริญคือสร้างอาหารให้ดี ให้อุดมสมบูรณ์ สร้างอาหารให้เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์คุณค่าแจกไปทั่วโลก เพราะว่าเราเรียนเศรษฐศาสตร์ เราเรียนทางที่จะเอาเปรียบหรือเสียสละ พวกเราเป็นชาวเสียสละไม่ใช่ชาวเอาเปรียบ ไม่ได้เห็นการได้เปรียบเป็นคุณค่า แต่เราเห็นการเสียสละเป็นคุณค่า เป็นความประเสริฐ ความเอาเปรียบเป็นความเลว การได้เปรียบเป็นหนี้ การเสียสละเป็นเจ้าหนี้ เราพยายามศึกษาและเห็นความจริงแล้วทำความจริงอันนี้ให้ได้เรื่อยๆเลย เพราะฉะนั้นสังคมพวกเราอาตมาพาทำตามที่อาตมาเข้าใจ เข้าใจตามที่ได้เรียนมากับพระพุทธเจ้ามาจนกระทั่งถึงปางนี้เป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ก็เอาความจริงมาเปิดเผย มาพาทำ มาพิสูจน์ให้พวกเราทำ จนกระทั่งพิสูจน์ความจริงนี้ เป็นความจริงที่เจริญ เป็นความจริงที่ประเสริฐ เป็นความจริงที่คนจะต้องมาเป็นมามีมาได้ แล้วจะมีประโยชน์คุณค่าต่อโลกเขาไปอีกเยอะเลย เพราะฉะนั้นผู้ใดฟังดีๆแล้วจะเห็นได้ว่าเราไม่อยากมาเป็นกสิกร เราไม่อยากลงมาเป็นนักปลูก นักคลุกกับดิน แล้วก็สร้างพืชพันธุ์ธัญญาหาร เรายังคิดไม่เจริญนะ เรายังไม่รู้จักความเจริญของมนุษยชาติที่แท้จริง ทำความเข้าใจดีๆ แล้วมาให้ได้มาเป็นให้ได้ อย่างสมณะไม่ได้ไปเป็น นี่นะ ถ้าเปิดไปเลย อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เกินคิด เพราะว่าสมณะ จะต้องไม่ไปคลุกแย่งฆราวาสปลูก มันจะยากมันจะไม่ดี มันซับซ้อนที่อธิบายยาก มาเป็นผู้ที่ให้ความรู้ที่ละเอียดละออ ปฏิบัติตนให้บรรลุสูงสุดแล้วก็ปฏิบัติตนให้รู้มีความรู้ความจริงเอามาบรรยายมาบอกมาสอนแบ่งหน้าที่กันเท่านั้นเอง ฆราวาสก็ทำอยู่กับกสิกรรมนั่นแหละ จะเก่งในเรื่องอุตสาหกรรม จะเก่งเรื่องเทคโนโลยีอื่นๆบ้าง ก็เก่งเถอะพอเป็นพอไปพออาศัย มันไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับกสิกรรมหรอก คุณจะสร้างอุตสาหกรรมหรือว่าสร้างเทคโนโลยี เก่งถึงขั้นสร้างปืนสร้างระเบิด แม้แต่สร้างเครื่องใช้อาศัยใช้สอยได้ลึกซึ้งมากมายก็ตาม ก็เป็นประโยชน์อยู่ แต่ถึงอย่างไรๆ คุณก็ต้องกินทุกคน คนพิสูจน์ได้เลยว่าไม่ต้องอาศัยปืน ไม่ต้องอาศัยระเบิดอยู่ได้ อยู่ได้อย่างสงบดีด้วย เพราะฉะนั้นสังคมใดที่ไม่จำเป็นจะต้องใช้อาวุธ ใช้ปืน ใช้สิ่งที่ต้องเข่นฆ่ากัน จะสงบดี สงบเลย ไม่ใช้ เห็นว่าสิ่งนี้เป็นพิษเป็นภัยมาก อย่าเอาเข้ามาวุ่นวายในสังคมเรา ไม่ต้องไปกลัวว่าใช้ปืนใช้ระเบิดไม่เป็นจะเป็นคนโง่ไม่ต้องกลัว โง่ที่ใช้ปืนฆ่าคนไม่เป็นนี่ให้มันโง่ตายไปเลย ใช้ระเบิดฆ่าคนไม่เป็นนี่โง่ไปเลย ไม่ต้องไปฉลาดเฉลียวที่จะไปใช้เงิน ไปใช้อาวุธ ใช้เครื่องฆ่าคน แล้วได้รับชมเชยว่าเก่งในการฆ่า เก่งในการใช้อาวุธ ไม่ต้อง ไม่ต้องไปหลงหนังจีน ไม่ต้องไปหลงหนังฝรั่ง หนังแขกเขาก็ไม่ส่งเสริมอาวุธการฆ่านะ ประหลาด หนังแขกไม่ส่งเสริมอาวุธการฆ่า มีแต่ใช้อาวุธใส่ไปแล้ว กลายเป็นดอกไม้ ซึ่งมันเป็นสุดยอดแห่งความรู้ สุดยอดแห่งปฏิภาณความรู้เลย ถ้าฟังธรรมเป็น ถ้ารู้จักสัจธรรมจะรู้จักแนวคิดของคนชั้นสูงกับแนวคิดของคนชั้นต่ำ ชั้นต่ำที่ยังโหดอยู่นี้มีเยอะ ตัวอย่างชั้นต่ำนี้มีเยอะ ตัวอย่างชั้นสูงดูจากอินเดียอย่างนี้เป็นต้น เข้าใจไม่ง่ายหรอก หรือแม้เมืองไทยก็ยังครึ่งๆกลางๆ ก็ดีแล้วไม่สร้างอาวุธดีแล้วไม่ต้องไปกระเหี้ี้ยนกระหือรือแบบโลกเขา ไม่ต้องไปแข่งกับทางโน้น แข่งทางด้านมาสงบ ขณะนี้เมืองจีนเขาเข้าใจสภาพพวกนี้ขึ้นมา แล้วอาศัยการสงบ สร้างสิ่งที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นสินค้าจะเป็นผลผลิตของจีนตอนนี้ ระวังเถอะจีนจะสร้างพืชพันธุ์ธัญญาหารแข่งกับคนไทย เพราะคนเขาเยอะ เขามีคนเป็นพันล้าน เขาทำขึ้นมาแล้วเมืองไทยไม่มีพื้นที่ที่จะแพร่พืชพันธุ์ธัญญาหารให้เขาซื้อขายเป็นสินค้าเป็นผลผลิต แล้วก็ต้องอาศัยบ้างก็ไม่มีปัญหาหรอก จริงๆแล้วเมืองไทยยังมีความรู้ที่ลึกซึ้งเข้าไปกว่านั้น ไม่ขาย ไม่ต้องได้รายได้แลกเปลี่ยนเป็นตั๋วเงิน หรือธนบัตร แลกเปลี่ยนเข้ามาไม่ต้อง เงินมันเป็นเศษกระดาษ เป็นกระดาษชำระธรรมดา แล้วเขากำกับว่าชำระหนี้ได้ตามกฎหมายเท่านั้นก็เราไม่เป็นหนี้จะไปห่วงทำไมกระดาษชำระหนี้ ก็เราไม่เป็นหนี้ก็ไม่จำเป็นจะต้องไปมีกระดาษชำระ พวกเราไม่เป็นหนี้ กระดาษชำระหนี้ได้ตามกฎหมายเราก็อยู่ตามกฎหมาย เราไม่เป็นหนี้ เราก็ไม่ต้องใช้กระดาษชำระ แต่เราใช้พืชพันธุ์ธัญญาหาร ใช้สิ่งอาศัยเครื่องอาศัยที่เราอาศัยใช้ เราก็ทำเป็นแล้วอาศัยแลกเปลี่ยนซื้อขาย ซื้อหามาใช้ก็พอใช้พอสอย เช่นตอนนี้ขอเบิกตังค์ไปซื้อจอ จอ LED จอใหญ่เอามาใช้ดูกัน เป็นจอสื่อให้พวกเราได้เห็นได้รู้ เราก็ซื้อเพราะว่าเราทำไม่เป็น เราก็พอมีเงิน แม้จะขายของราคาถูกแจกฟรีก็ยังพอมีเงินไปซื้อได้ ก็ซื้อมาอาศัยก็ไม่ได้ขาดแคลน ไม่ได้เดือดร้อน ไม่ได้วุ่นวายอะไรมากมายนัก อย่างนี้เป็นต้น เราไม่ได้เกิดลำบาก ไม่ได้เกิดความขลุกขลัก ไม่ได้เกิดความรันช็อต ไม่ได้เกิดเดือดร้อนอะไร นี่คือการทำให้สังคมการทำให้ชีวิต ไม่ลำบาก ก็วกเข้าหามาหาจิตวิญญาณที่เรายังมีความลำบาก ความโง่ มีความผูกพันเกินไป ยังผูกพันกับบี เขาตายไปแล้ว จิตเขาก็ไปสู่สุคติอยู่แล้วไม่ต้องห่วงเขาหรอก เรานั้นไปเป็นทุกข์ ทุกข์อย่างไรมันก็ไม่มีประโยชน์ มันโง่เปล่าๆ มีความทุกข์เพราะไปอาลัยอาวรณ์ ไปห่วงหาเขา มันตัดขาด เขาตาย เขาก็จิตวิญญาณเขาก็พาเป็นไปสู่สุคติ แล้วจะไปเกิดไปเป็นอะไรต่อ ซึ่งเรารู้ไม่ได้ตามกรรมวิบากๆ เขาก็จะมาเกิดอยู่ในแวดวงของพวกเรานี่แหละ แล้วก็จะช่วยกันไปดำเนินกันไปสัมพันธ์กันไปอีกในอนาคต มันไม่ใช่เรื่องที่แปลก ไม่ใช่เรื่องที่ไม่เข้าใจ อาตมาอธิบายสิ่งที่เข้าใจสิ่งที่รู้จริงให้ฟัง เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปงงไปสงสัย ฟังดีๆแล้วติดตามความจริงนี้ไปด้วยชีวิตของเรา ศึกษาชีวิตจริง เราเอาแต่พฤติกรรมความดีงาม บีเขามีความดีงามอะไร เรียนรู้แล้วทำแล้วฝึกตาม กายกรรมดีงาม วจีกรรมดีงามมโนกรรมดีงาม เรียนรู้ แล้วก็ปฏิบัติตนให้ได้ดีงาม อะไรไม่ดีของบีเขาเราก็รู้ว่าไม่ดี เราก็ไม่เอา เราจะตัดสินเองว่าไม่ดี เราก็ไม่เอา อะไรตัดสินว่าดีก็เอา เราก็จะยิ่งมีปฏิภาณปัญญาฉลาด รู้ดีที่ละเอียดละออ ดีที่สูงขึ้นสูงขึ้น แล้วเราก็มาเป็นคนสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ก็เป็นประโยชน์ เป็นประโยชน์แก่กันและกัน เป็นตัวอย่างแก่กันและกันให้เราได้เรียนรู้ความจริงจากพฤติกรรม จากการประพฤติการปฏิบัติ ไม่ใช่เรียนรู้โดยมีแต่ตัวหนังสือ มีแต่พยัญชนะ แต่นี่มีกรรมกิริยา มีคนจริง มีการประพฤติ มีการสัมพันธ์กัน มีผลต่อกันและกัน เรามีโรงเรียนของเรา ห้องเรียนของเรานี้มันสุดยอดเลย เป็นบวร เป็นบ้านวัดโรงเรียนที่มีการศึกษาที่มีอะไรครบ สมบูรณ์แบบ เป็นโรงเรียนหรือเป็นมหาวิทยาลัยที่ยิ่งใหญ่มาก แล้วเราจะได้รู้จักว่า อันนี้คือเหตุปัจจัยในการเรียน เหตุปัจจัยในการศึกษาจากพฤติกรรม จากทั้งตั้งแต่วัตถุ การใช้วัตถุ การเกี่ยวพัน การสัมพันธ์ การประพฤติ การคิด ความฉลาดเฉลียว เอามาใช้สร้างสรรค์ ชีวิตเราก็เจริญพัฒนาขึ้นไป นี่เป็นประโยชน์แก่กันและกัน ชีวิตของผู้ที่ยังไม่จบ จบในเรื่องหนึ่ง จบในกรอบหนึ่ง โสดาบัน สกิทาคามีจบ อนาคามีจบ อรหันต์จบ เป็นโพธิสัตว์ระดับ 5 6 7 จบไปเป็นขั้นๆ มันก็มีกรอบแห่งความจริงให้เราศึกษาไปตามลำดับ เพราะฉะนั้นทุกอย่างเป็นความจริงที่พวกเรามีตัวอย่าง มีตัวอย่างประพฤติให้เราเข้าใจ ให้เราเห็นความจริง เป็นตัวอย่างที่ศึกษา นี่แหละสุดยอดแล้ว เป็นโรงเรียนหรือเป็นมหาวิทยาลัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุด บวร บ้านวัดโรงเรียน ศึกษาดีๆเถอะ แล้วเราจะได้ แล้วเราจะลดความทุกข์ บรรเทาทุกข์ เข้าใจความจริงว่า อ๋อ.. เขาตายพรากไป อย่างไรเขาก็ไม่ฟื้นกลับมา แต่ที่จะเหลืออยู่ก็คือพฤติกรรมที่เราจำได้ ความเคยเกี่ยวพันสัมพันธ์กัน เราก็เอากรรมกิริยาอะไรที่เราเห็นดี อันนี้ควรทำอย่างนี้ นั่นต่างหากที่มันเป็นสิ่งที่จะได้ที่เราจะเอามาประพฤติตาม แล้วก็ทำให้เป็นตามดีตาม สิ่งดีๆอะไรของบีเขามีเยอะ เด็กๆทุกคนเคยอยู่ด้วยกันมาเข้าใจ เก็บเอาสิ่งดีๆของพี่บีเขา ของอาบีเขาหรือว่าของครูบี เอามา เรียนรู้ปฏิบัติประพฤติให้ได้ประโยชน์อันนั้น อย่าไปอาลัยอาวรณ์ อย่าไปผูกพันอะไรมากนัก มันไม่ฉลาด ไปผูกพันไปอาลัยอาวรณ์อยู่มากเกินไปก็เท่านั้นเอง อย่างไรมันก็ต้องพรากจากกัน ไม่มีอะไรจะไม่พรากจากกัน จะยิ่งใหญ่ จะดี เป็นผู้คนที่ดีงามมากเท่าไหร่ อย่าว่าแต่บีเลยขนาดพระพุทธเจ้าก็ยังต้องพรากจากไป จะดีอย่างไรก็ต้องตาย ถึงเวลาก็ต้องตาย ตายช้าตายเร็วก็แล้วแต่ อย่างพระพุทธเจ้าอายุ 80 ก็ตายแล้ว อาตมาอายุ 89 90 ยังไม่ตาย ยังพยายามกระเสือกกระสนให้นานพอสมควร แต่ก็ต้องตายในวันหนึ่ง แล้วก็บอกไว้ก่อนเลยว่าไม่ต้องอะไรอาวรณ์อะไรให้มากมาย เหมือนอย่างที่เรามีอาการอาวรณ์อาลัยแล้วมันเป็นทุกข์นะ การอาวรณ์อาลัยมันก็ทุกข์ จะทุกข์มากทุกข์น้อยอะไรก็แล้วแต่ ผู้ที่ผูกพันกันมากกับบี อย่างตี้ ก็ร้องห่มร้องไห้กับอาตมา อาตมาก็บอกให้รู้ความจริง ปล่อยวาง อย่างไรบีเขาก็ตายไปแล้ว เรายังอยู่ก็ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์อะไรที่ดีก็ทำ ถ้าไปร้องไห้มันก็เท่านั้นเอง อย่างไรก็ไม่ฟื้น อย่างไรก็ไม่กลับมาด้วย มันก็ได้แค่นั้น เราก็ต้องเข้าใจความจริงตามความเป็นจริงพวกนี้ให้ดี อย่างนี้เป็นต้น การที่จะเข้าใจนี้เป็นเรื่องจริงจากคนจริงๆ พฤติกรรมจริงๆ และกิเลสเราที่โง่ กิเลสเราที่มันติดยึดผูกพัน ไม่รู้จักปล่อยจักวางสิ่งที่เป็นอย่างนี้แล้วต้องปล่อยต้องวางต้องตัดต้องพรากก็ต้องรู้การพราก ไม่มีอะไรจะไม่พรากจากกัน นี่เป็นคำตรัสของพระพุทธเจ้า ไม่มีอะไรที่จะไม่พรากจากกัน เพราะฉะนั้นเราก็จะต้องมาเรียนรู้ความจริงพฤติกรรมของคนจริงๆพวกนี้ แล้วเราก็รู้จักปล่อยจักวาง รู้จักการสละปล่อย สละ วางปล่อย เลิก ไม่ผูกพันต่อ แต่เรามีความรู้ความจำได้เราก็เข้าใจ ระลึกได้จากความรู้ความจำเอามาเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่เอามาทุกข์ทับถมตน อย่าเอาทุกข์ทับถม อย่าเอามาระลึกทุกทับถมตน อย่าเอามาระลึกเพื่อสร้างกิเลสให้แก่ตน จงระลึกมาเป็นประโยชน์ในการที่จะเตือนสติเตือนปัญญาปณิธานปัญญาให้รู้ว่า เราอยากผูกพันมีแค่สัมพันธ์กันมีประโยชน์ร่วมกัน อย่าไปสร้างโทษมาให้แก่ตัวเองเรื่องโง่ๆ เพราะฉะนั้นเรารู้จักตัวอย่าง รู้จักพฤติการณ์ของคน แม้แต่พระพุทธเจ้าก็เป็นพฤติการณ์ที่ดีหรือที่เราควรเอามาศึกษาทำประโยชน์แต่ไม่ใช่เอามาผูกพันกับพระพุทธเจ้า ดีนะพวกเราไม่ได้อยู่กับพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าก็สิ้นพระชนม์ไปจากเรา เหมือนบีที่ตายไป ไม่งั้นเราจะผูกพันกับพระพุทธเจ้าหนักกระทั่งจะตายตามมันก็หนักสิ อย่างไรพูดเศร้า ท่านก็สิ้นไปของท่าน บี เขาก็ไปตามของเขา ส่วนเรายังอยู่เราก็ศึกษาเรียนรู้ ประพฤติในชีวิตที่ยังมี ก็ใช้กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม เรียนรู้ประพฤติให้มันเจริญ ให้มันพัฒนา ให้มันเป็นประโยชน์คุณค่า ให้มันเสียสละ อย่าให้มาเห็นแก่ตัว อย่าเห็นแก่พรรคพวกของตนเองเกินไป 660529 ศึกษาความผูกพัน-ความสัมพันธ์ กรณี บี-ประทับใจ รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #24 ราชธานีอโศก