พ่อครูพาชาวอโศกลงสนามรบทางการเมืองเป็นมาอย่างไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข27 พฤษภาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

พ่อครูพาชาวอโศกลงสนามรบทางการเมืองเป็นมาอย่างไร _สว่างแสง ขวัญดาว · น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ ลูกได้ฟังว่า พ่อครูเคยพาชาวอโศกลงสนามรบในทางการเมือง แล้วลูกรู้สึกว่า ชาวอโศกน่ากราบเป็นที่พึ่งให้ประเทศไทยได้ ในยุคนั้นลูกยังจมอยู่ในหลุมถ่านเพลิงค่ะ ขอกราบเรียนถามพ่อครูว่า พ่อครูเป็นพุทธแท้ การพาชาวอโศกลงสนามรบทางการเมืองนั้นทำอย่างไรคะ น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ พ่อครูว่า... อาตมาเองก็อยู่ในสังคมเมืองไทยในสังคมประเทศไทย อาตมาไม่ได้หลบลี้ ไม่ได้หนีหาย ไม่ได้ปิดหูปิดตา เปิดเผยรับรู้ทุกอย่างของสังคม มีพฤติการณ์ของสังคมอย่างไร มีบทบาท มีลีลา มีเรื่องมีราว มีการกระทบผลสะท้อนอย่างไรเกิดขึ้นในสังคม อาตมาก็เห็นด้วย ซึ่งไม่ใช่เห็นด้วยแบบเห็นดีด้วยนะ แต่เห็นเหมือนอย่างที่ทุกคนเห็นเหมือนกัน แล้วอาตมาก็คิดว่าอาตมาเป็นพลเมืองหน่วยนึงของสังคม อาตมาก็ไม่ได้ดูดาย อาตมาก็อยู่ในฐานะของอาตมาก็ทำในสมควรฐานะของอาตมา แสดงออกร่วมด้วย ในภาวะในขณะในโอกาสที่ควรจะทำ ทำได้ประมาณที่อาตมาก็ประมาณตัวเองตามสมณสารูปตามฐานะของอาตมา ตั้งแต่เริ่มแสดงบทบาทในทางการเมืองในประเทศไทย ตั้งแต่ พ.ศ.2549 อาตมาเริ่มต้นตัดสินใจแสดงตัวออกมาตั้งแต่วันนั้น ที่อาตมาไม่แสดงตัวก่อนเพราะอาตมาบวชแล้ว ทำงานทางด้านศาสนามาแล้วตั้งแต่ พ.ศ. 2513 จนถึง พ.ศ.2519 อาตมาจึงแสดงตัวเต็มตัวออกมาเลย เพราะอาตมาก็ต้องสาธยายและพยายามทำให้คนเข้าใจยิ่งกว่านั้นขึ้นมาก่อน จนถึง 2549 จึงตัดสินใจออกมาแล้ว คนก็ยังเข้าใจไม่ได้ว่าธรรมะกับการเมืองไม่ควรจะยุ่งกัน ควรจะอยู่กันคนละโลก อันนี้อาตมาเห็นว่าเป็นความเห็นผิด คนที่ยิ่งเป็นนักธรรมะ ยิ่งเป็นคนมีธรรมะ เป็นโลกุตรธรรมด้วยจริงๆแล้ว ซึ่งเป็นคุณวิเศษ เป็นคุณธร

อ่านต่อ

รมที่ดีที่ถูกต้องด้วย ยิ่งควรจะเข้าไปร่วม ผู้ที่จะเข้าไปร่วมได้ก็ต้องดูในฐานะตัวเองว่า ตนเองมีบารมีพอ มีคุณธรรมพอที่จะไปร่วมไปรวมแล้วไม่ถูกเขายำเละ ไม่เสียธรรม ถ้าเข้าไปแล้วเสียธรรมะ ถูกเขายำเละก็ไม่ควร ต้องประมาณ แต่อาตมาประมาณตนแล้วว่าเป็นโอกาสอันควรก็เลยออกไปตั้งแต่ 2549 อาตมาว่าไม่ได้ทำให้การเมืองของไทยเสียไปหรือเสื่อมลงเลย แต่ทำให้การเมืองของไทยเจริญขึ้น ก้าวหน้าขึ้นๆ เป็นการเมืองที่มีคุณธรรมอันเป็นโลกุตระยิ่งขึ้นๆๆ ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้อาตมาเห็นความจริงอย่างนั้น ซึ่งเป็นเรื่องลึกซึ้งไม่ใช่คุณจะมองอะไรอย่างตื้นๆ และเป็นตัวอย่างของโลกเลย บางคนหลายคนขณะนี้ก็ยังมองว่า มันเสื่อมเลย อาตมาว่าไม่เสื่อมหรอก มันทำให้เห็นตัวคู่ต่อสู้ พูดให้ชัดๆเลย ตอนนี้มีคุณพิธาขึ้นมาเป็นตัวแทน ตัวละคร แสดงบทบาท เป็นคู่ต่อสู้ของสัจธรรม เป็นคู่ต่อสู้ของธรรมะโลกุตรธรรมจริงๆ โลกุตรธรรมไม่ได้ระบุอยู่ที่ตัวตนคนเดียวอย่างเช่นอาตมาเป็นต้นมีโลกุตรธรรม ผู้ที่ทำสอดคล้อง กับอาตมา ขออภัยต้องกล่าวถึงบ้าง เช่น ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นต้น หรือแม้แต่พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา เป็นต้น ได้ปฏิบัติประพฤติมาล้วนเป็นธรรมะโลกุตรธรรมที่ทำให้สังคมประเทศชาติเจริญในเรื่องของคำว่า การเมือง ภาษาอื่นจะเรียกอะไรก็แล้วแต่ แต่ภาษาไทยเรียกว่า การเมือง นี้มันเจริญขึ้น คำว่า เจริญ เขาก็มองไปคนละแง่ บางคนเห็นว่ามันเสื่อม แต่อาตมาขอยืนยันว่า มันเจริญ เจริญขึ้นอย่างสวยงามด้วย ก็ต้องค่อยๆดูไปเถอะเพราะอะไร เพราะว่าความรู้ความเห็นคำว่า การเมือง คุณลักษณะ คุณธรรมการประพฤติของนักการเมือง แล้วก็มีผลทางการเมืองออกมา มันยังยากที่จะตัดสิน ที่จะสรุปผลออกมาเป็นคำตอบที่จะเข้าใจกันได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้นจึงควรติดตามให้ดีๆ ในชีวิต เหมือนได้ดูความจริงเรื่องของการเมือง ดูฟรีด้วยนะ ไม่ต้องจ่ายตังค์ เวทีโลก เวทีของแต่ละประเทศหรือในประเทศไทยก็ตาม ดูฟรี ศึกษาดีๆแล้วจะได้รับความรู้ ประโยชน์ จะให้ดีคุณต้องศึกษาดีๆ แล้วเอาไปปฏิบัติจริงให้ได้ และคุณจะเห็นได้ว่า มันมีพฤติกรรม 2 อย่างเปรียบเทียบกันแล้วจะตัดสินได้ ขณะนี้ตั้งแต่อาตมาแสดงตัวขึ้นมาก็มีผู้รู้ผู้เข้าใจ ตอนนี้มีเหตุการณ์อย่างนี้ ก็มีคนถึงขั้นบอกว่า พวกเรานี้พูดอยู่ข้างหลังฉาก ที่พูดอยู่ขณะนี้ถือว่าเป็นหลังฉากเรายังไม่ได้เข้าไปในสภาหรือไปอยู่ในวงแวดวงตามหลักเกณฑ์ เข้าเป็นตัวละครหรือตัวนักการเมืองที่อยู่ในกฎเกณฑ์ของสังคม ไปเป็น สส. ไปเป็นนักปฏิบัติประพฤติที่อยู่ในเกณฑ์ตามหลักเกณฑ์ของเขาเลยก็ไม่ อย่างเราอยู่ในฐานะของราษฎรของประชาชนที่เข้าร่วมอยู่ด้วยพฤติกรรม การพูดและการกระทำแสดงออก ซึ่งการแสดงออกหรือการกระทำยังไม่ได้เข้าไปในเขต ที่เขาระบุไว้ตามหลักเกณฑ์ เช่นยังไม่ได้ไปเป็น สส. ไม่ได้เป็นคนทำงานในสภา เรามีพรรคของชาวอโศกคือสัมมาธิปไตย แต่ก็ยังห่างยังไม่ได้ไปคลุก ยังไม่ได้มีบทบาท มีเรี่ยวมีแรงอะไร สิ่งเหล่านี้ซับซ้อนทั้ง 1. เป็นรูปธรรม 2. นามธรรม ตอนนี้เราเป็นเพียงเริ่มรูปธรรมเข้าไป ส่วนนามธรรมของเรานั้นคือโลกุตรธรรมทั้งหลาย ซึ่งคนยังมองไม่ออก จึงเอามาพูดยาก เราต้องใช้รูปธรรม ตามสมมุติธรรม ตามหลักเกณฑ์ แล้วต่อไปยังจะต้องลองสมัคร สส. หรือไม่ได้เป็น สส.แต่มีความประพฤติมีบทบาทอยู่ เช่น อย่างพลเอกประยุทธ์ ถึงขั้นอย่าว่าเป็น สส. เลย ไม่ได้เป็นสส. แต่เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็เป็นถึงขั้นรัฐมนตรีกลาโหม อะไรอย่างนี้เป็นต้น เป็นหลักเกณฑ์ แต่ไม่ได้อยู่ในหลักเกณฑ์ว่าเป็น สส.แต่ก่อนนี้เป็นนายกฯก็ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองด้วยซ้ำ แต่ก็เป็นนายกมาได้ตั้ง 8 ปี ทำประโยชน์การงานที่เรียกว่าการเมืองมาตั้ง 8 ปี มีผลทางสังคมทำให้เจริญ ความซับซ้อนของมันมีหลายชั้น เพราะฉะนั้น กฎเกณฑ์ก็อย่างหนึ่ง ประพฤติจริงก็อีกอย่างหนึ่ง ความรู้ก็อีกอย่างหนึ่ง การกระทำที่มีผลออกมาเกิดผลจริงๆก็อีกอย่างหนึ่ง รายละเอียดพวกนี้อาตมาได้เริ่มสาธยายแล้วก็พูดอธิบายแล้วก็ชี้บ่งให้ดู ไอ้ที่พูดเฉยๆยังไม่มีผล เป็นยังไง คนที่พูดแล้วทำจริงมีผลได้ผลจริงๆเลยซึ่งเป็นประโยชน์ ในสังคมด้ว ไม่ใช่โทษด้วย แต่คนที่เป็นโทษเราก็ชี้บอก เช่น ทักษิณเป็นโทษ เราก็ชี้บอก พิธา ยังไม่ถึงขั้นกายกรรม เป็นแต่เพียงวจีกรรม เราก็กำลังคิดโทษของพิธาก็สรุปลงไปซึ่งมาจากความคิดมาจากประธานคือจิตวิญญาณเป็นประธาน ด้วยเจตนารมณ์ทำให้เกิดวจีทำให้เกิดกายกรรมจนกระทั่งกลายเป็นโลกธรรม เป็นธรรมะที่เกิดขึ้นมาในสังคม ก็ติดตามกันไป ที่พูดไปนี้เป็นธรรมาธรรมะสงคราม เป็นการเมือง เป็นการรบเป็นสนามรบของการเมือง คนที่หนีเข้าป่าเข้าถ้ำ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้นั่นเขาไม่ได้อยู่ในสนามรบเข้าในสนามรบเขาเป็นพวกขี้กลัวการรบ เป็นคนที่ไม่ใช่นักรบ เป็นคนขี้กลัวการรบ เป็นคนขี้กลัวตาย กลัวเจ็บ กลัวแพ้ กลัวอะไรก็แล้วแต่ คนขี้กลัวทั้งนั้น ไม่ใช่คนกล้า ไม่ใช่คนมีปัญญาหรือเป็นคนมีกำลังใจที่แข็งแรง เป็นคนอ่อนแอ เป็นคนหนี เป็นคนหลบ ค่อยๆศึกษาแล้วจะเข้าใจถึงสภาพละเอียดละออพวกนี้ 660526 คนดีต้องเมตตาคนเลวและต้องไปด้วยกันได้ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน