อิทธิบาท พฤติกรรมอันมีฤทธิ์ ปรัชญาพุทธธรรม โดย พ่อครูสมณะโพธิรักษ์.docx
เนื้อหาในไฟล์
อิทธิบาท พฤติกรรมอันมีฤทธิ์ ปรัชญาพุทธธรรม โดย พ่อครูสมณะโพธิรักษ์
💫อิทธิบาทหมายความว่า พฤติกรรมอันมีฤทธิ์ เพราะฉะนั้นผู้ใดที่มีลักษณะ "องค์ ๔" ก็จะมีพฤติกรรมอันมีฤทธิ์คือ เรามีฉันทะ เรามีความพอใจมีความยินดีในสิ่งไรสิ่งไร แล้วเราก็มีความเพียร มีวิริยะอุตสาหะ แม้มันจะยากเย็นเข็ญใจ จะลำบากแต่เราพอใจ เป็นเนื้อแล้วเราก็ใช้แรง อุตสาหะวิริยะพากเพียรกับเนื้อนั้น ด้วยความพอใจยินดีเชิงไปในทางชอบ มันจะไม่รู้สึกทุกข์ มันจะลำบากยากเย็นหนักหนาแค่ไหน มันก็จะไม่รู้สึกทุกข์
เรามีใจเท่าไหร่ มีจิตตะ เรายิ่งเอาใจเข้าใส่เต็ม มีเพียรอุตสาหะ เร่งเครื่องเพียรเข้าไปมากๆ มีจิตใจเท่าไหร่ก็เอาใจใส่ให้เต็มๆ แล้วก็พยายามหมั่นวิเคราะห์วิจัยไตร่ตรองหาแก่น หาเนื้อ หาสารัตถะ หาเป้าหมายที่ถูกตรงกับงานนั้น เข้าทำแก่นสารของสิ่งนั้น จะเกิดความเจริญ เจริญต่อไปทุกเมื่อ และโดยเฉพาะคำว่า"ฉันทะ" เป็น"ความยินดี" เป็นความพอใจ ชอบใจ มันจะทำให้เราไม่ทุกข์ดังกล่าวแล้ว แล้วจะมีฤทธิ์มาก พฤติกรรมมีฤทธิ์มาก แรงมาก แม้แต่เราจะใฝ่กาม อยากในกาม ใคร่ในกาม พอใจในกาม ชอบใจในกามนำต้นขึ้นมา
✨️อิทธิบาทมันก็จะเกิด มันจะเพียร เพื่อที่จะได้มาซึ่งกาม มีใจเท่าไหร่จะโถมเข้าไปหากาม แล้วก็จะไปเอาเนื้อแก่นของกาม ตามที่ตัวเองต้องการเสพรสกาม แล้วเราก็จะไปได้รสกามเสพ แล้วก็ไปหลงว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งสุดยอดอย่างนี้ เป็นต้น เราก็ยิ่งจะไปติดสิ่งนั้น
#️⃣แต่ถ้าเราธรรมะกาโม ถ้าเราใคร่ธรรม แล้วเราก็มีกามฉันทะในธรรม ธรรมกาโมฉันทะ เรายินดีในการใคร่ธรรม อยากธรรมะ ใฝ่ธรรมะ แล้วเราก็ฝึกเพียรธรรมะ มีอิทธิบาทถึงขั้น "อิทธิบาทองค์ ๔" เราจะมีพฤติกรรมมีฤทธิ์ในเรื่องของธรรมะ ผู้ที่ยังเป็นเสขบุคคลอยู่ มีอิทธ
อ่านต่อ
ิบาทดังนี้ จึงเป็นผู้ที่จะปฏิบัติธรรมด้วยความไม่เบื่อหน่าย ไม่ระอา ไม่เหนื่อยหน่าย แต่เป็นคนที่จะปฏิบัติธรรมมีฤทธิ์ มีผลดี ผลได้อยู่เสมอ เพราะมันเป็นความจริงว่า เราเป็นผู้ที่พอใจ ชอบใจในธรรม แล้วเราก็ใฝ่ถ้ายิ่งมันแรงถึงขั้นเรียกว่า "กาม" เป็นความใคร่ ความอยากในธรรม เป็นธรรมกามธรรมกาโมด้วย เราก็จะเป็นผู้ที่มีวิริยะดี แล้วเราก็เติม เราเข้าใจอาการของ"วิริยะ" พากเพียรเป็นอย่างไร เติมความเอาใจใส่ที่เรียกว่า "จิตตะ"เป็นอย่างไร เติมเข้าไปอีก ความเจริญจะเกิดขึ้น เติม"วิมังสา"ความไตร่ตรองใคร่ครวญ เพ่งแทงเข้าหาจุด หาเป้าเสมอๆ คือมีธรรมวิจัยเข้าให้มากๆ มีความเห็นจริง
🌼จุดดีที่เป็นเนื้อเป็นแก่นจริง จุดธรรมะที่เป็นปรมัตถธรรม หรือเป็นเป้าหมายสำคัญของสิ่งนั้นสิ่งนั้นให้จริง เราก็จะเป็นผู้เจริญ และเป็นผู้ปฏิบัติธรรมอย่างร่าเริงเบิกบาน แม้มันจะยาก แม้มันจะไม่ได้ง่ายๆ แม้มันจะต้องทนไปนานๆ มันก็ไม่เป็นการทนทุกข์ แต่มันเป็นการทนอย่างยินดี มันเป็นการมีธรรมะ มีขันติที่พอใจ นี่คือเป็นผู้มีสัจธรรมในส่วนที่มีความพอใจในธรรม มีฉันทะในธรรม
✨️เพราะฉะนั้น ขอให้พวกเราได้รู้ว่า อาการของตนนั้น มี"ฉันทะแรง"หรือไม่ในธรรม ซึ่งเป็น"ตัวสำคัญ"ของ"อิทธิบาท" อิทธิบาทจึงจะมี "พฤติกรรมอันมีฤทธิ์ที่แท้จริง"ในการปฏิบัติธรรม ยิ่งเมื่อเราปฏิบัติในจุดที่เป็นอเสขะได้แล้ว แม้แต่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแต่ละเหตุ แต่ละปัจจัย เราก็จะพิสูจน์ได้ว่า เมื่อยังไม่บรรลุ เราก็จะต้องลำบากยากเย็น
🪷แต่เมื่อบรรลุแล้วความลำบากยากเย็นหายไป แต่อิทธิบาทก็จะยังคงอยู่ คือเราก็พอใจในสิ่งที่เราได้บรรลุหลุดพ้นนั้นแล้ว ไม่หนัก เป็นปกติ ไม่ต้องทนเบาสบาย และเราก็จะมีวิริยะ เป็นคนมีความเพียร เป็นคนมีกะจิตกะใจ หรือเป็นคนมีจิตใจ ใจก็ยังใส่อยู่ในสิ่งที่เราเป็น เรามี เราได้นั้น และเราก็ยังเป็นคนที่ยิ่งแยบคายไตร่ตรองอยู่ในแก่น อยู่ในเนื้อเป็นวิมังสานั้นอยู่ตลอด แต่มันได้คลายความทน มันได้คลายความทุกข์ มันได้หมดความต้องทนต้องยากต้องลำบาก มันได้หมดความทุกข์ แต่ความขยันหมั่นเพียร หรือความพอใจยินดี ความมีกะจิตกะใจ ความเป็นผู้ไตร่เป็นผู้ตรอง ผู้มีจิตปัญญาอันแยบคายลึกซึ้ง เป็นผู้รู้เนื้อ รู้แก่น รู้สารัตถะอันเป็นเป้าหมายอยู่ มันจะยังอยู่ แม้จะเป็นสภาพ"อเสขะ"แล้วก็ดีดังนี้ เพราะฉะนั้น ผู้ที่เข้าใจลักษณะ"อิทธิบาท เป็นองค์ธรรม"หรือเป็นลักษณะธรรม เป็นหัวข้อธรรมอันเลิศด้วยนัยยะที่กระจายความให้ฟังนี้ จงพยายามกระทำตนเอง ให้มีสภาวะของอิทธิบาท หรือพฤติกรรมอันมีฤทธิ์ให้แก่ตนแก่ตนเถิด
💫เราถ้าตั้งเป้าดีแล้ว ไปในทางกุศลแล้ว หวังความเจริญสู่นิพพานแต่ถ่ายเดียว
🌻พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ปรัชญาพุทธธรรม Cr: พบมิตรดีมีธรรมยามเช้า ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๙
by:สร้างซึ้ง
ฟังคลิปเสียงได้ที่⬇️ https://youtu.be/rhWc05Dc5YA Cr: สมณะดินไท ธานิโย