ผู้หลงคือผู้ที่ไม่รู้จักลดละกิเลส ปรัชญาพุทธธรรม โดย พ่อครูสมณะโพธิรักษ์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์2.50 MB
วันที่แก้ไข4 กรกฎาคม 2569

เนื้อหาในไฟล์

ผู้หลงคือผู้ที่ไม่รู้จักลดละกิเลส ปรัชญาพุทธธรรม โดย พ่อครูสมณะโพธิรักษ์

✨️ผู้ปฏิบัติธรรมที่ได้ศึกษาอย่างดี มีความรู้ในสัมมาทิฏฐิ เห็นสิ่งที่จะต้องกระทำให้แก่ตนถูกต้อง "ไม่หลง"ทั้งๆที่ตนมีสิ่งที่เรียกว่า"กิเลส ตัณหา อุปาทาน"อยู่ ก็ไม่รู้ว่าตนมี"กิเลส ตัณหา อุปาทาน"อยู่ นั้นเรียกว่า "หลง" 💫ผู้ที่รู้แท้รู้ชัดว่าตนเองมี เช่นนี้เองเรียกว่า"กิเลส" เช่นนี้เองเรียกว่า"ตัณหา" เช่นนี้เองเรียกว่า"อุปาทาน" แล้วเราก็หาวิธีการสังวร ระวัง ตัดกิเลส ลดกิเลส กระทำทุกเมื่อ หยาบ กลาง ละเอียด 🍂เมื่อรู้ว่ามันลดหยาบได้ ก็ยังมีจิตแยบคายรู้ว่า ยังเหลือขนาดกลาง ลดขนาดกลางได้ ก็ยังรู้แยบคายขึ้นไปอีกว่า ยังเหลือละเอียด กระทำอย่างแยบคายอยู่อย่างจริง ผู้กระทำถูกต้องเห็นแท้ เรียกว่าเป็นผู้มี"สัจจญาณ" มีปัญญารู้สัจจะความจริงและได้กระทำถูกตัวลดได้ เป็นหน้าที่ เป็นการกระทำที่เราจะต้องทำ และรู้ตนว่าได้ทำอยู่เสมอๆเรียกว่า"กิจจญาณ" รู้จริงๆว่าตนทำอยู่ และตนก็ได้อยู่ ทำอยู่และไม่ได้ยังสู้กิเลสไม่ได้ กิเลสมันยังชนะเราบ้าง หรือเราชนะกิเลสบ้าง หรือเราชนะกิเลสแล้วเด็ดขาด เด็ดขาดแล้วก็ยังมีจร หรือยังไม่มีจร ยังเหลือละเอียด หรือยังไม่มี หรือยังมี ก็รู้แท้รู้ชัด กระทำอยู่อย่างจริง สอดส่องตัวเอง มีศีล สมาธิ ปัญญาโดยแท้ มีหลักปฏิบัติ ปฏิบัติทั้งกาย วจี จนกระทั่งละเอียดถึงจิต และมีปัญญาสอดส่องรู้ว่า ถูกต้อง ทำได้แล้วมีรสแห่งวิมุตติ มีรสแห่งธรรมะเป็นธรรมรส เป็นวิมุตติรสอย่างไรๆ และมีผลดีแก่ตนอย่างไร แก่ผู้อื่นอย่างไร เป็น"กิจจญาณ" ทำแล้ว เสร็จแล้ว จบแล้ว ครบแล้ว ก็ต้องให้รู้เป็น"กตญาณ"ให้ได้ แล้วเราก็ต้องทำอื่นอีก เราต้องทำประมาณตนเท่าที่เราเองสามารถ อย่าตะกละตะกลามทำทุกอย่าง เ

อ่านต่อ

ราไม่มีแรงทำได้ทุกอย่าง อย่างใดที่เหลือบ่ากว่าแรง เราจะต้องพักไว้ อย่างใดที่เป็นตัวสำคัญ เป็นตัวหลักของเรา เราตั้งหน้าตั้งตาทำจริงๆให้ได้เป็น"กิจจญาณ"จนเสร็จแล้วเป็น"กตญาณ" ก็ให้ทราบชัดอย่าซ้ำแซะ อย่าติดแป้น

🌼เมื่อได้แล้วมีการตั้งมั่นก็มีอุฏฐานะ มีการเพิก มีการถอน มีการปล่อย ไม่ต้องไปจดจ่อจดจ้อง แต่มันจะรู้โดยตน และมันจะเป็นอัตโนมัติ และมันจะได้โดยที่ไม่ต้องประพฤติไปเกี่ยว แม้มันเกี่ยวเอง มันสัมผัสสัมพันธ์เอง เราก็จะไม่ต้องไปเพียรระมัดระวัง แต่เป็นได้จริง นั่นเรียกว่า เป็นผู้ถึงขั้น"เพิกฌาน" ขั้นเพิกฌานหรือว่าไม่ต้องเอาใจใส่นั้น ไม่ใช่เรื่องพูดเล่น ไม่ใช่เรื่องจะอวดดี แต่เป็นเรื่องที่ต้องจริง ว่าคุณพบฐีติ พบความตั้งมั่น พบความแข็งแรงของตนแล้วจริง แน่นอนว่ากระทบสัมผัสแล้วอย่างไรๆ อย่างแรง คุณก็มั่นคงได้ มั่นใจจริงๆ ในขณะที่มีสติสัมปชัญญะระมัดระวังสังวร แล้วกระทบอย่างแรงอย่างไร คุณก็แข็งแรงได้จริงๆ เมื่อนั้นเราจะเพิกฌาน หรือคุณจะไม่ต้องระมัดระวังนัก แล้วก็สังเกตตนเองระมัดระวังตนเอง อยู่กันโดยธรรมชาติ เป็นไปเอง มันก็จะสัมผัสสัมพันธ์กระทบ แล้วเราก็จะรู้ว่า เราเป็นอัตโนมัติแล้ว เฉยได้เป็นปกติธรรมดาได้ ดังนี้

🪷การปฏิบัติธรรมนั้นต้องลึกซึ้งแยบคาย มิใช่ว่าทำสุขเอาเผากินเผินๆง่ายๆ ผู้ยิ่งตรวจตราละเอียดก็ยิ่งมีความละเอียด ผู้ไม่ตรวจตราละเอียดก็มีแต่ความตื้นเขิน ปัญญาความรู้สามารถรู้อะไรก็ได้ทั้งสิ้น แต่การทำได้จริง ปฏิบัติได้จริง มีผลจริงนั้น ไม่ใช่ความง่ายดาย ผู้มักง่ายนั้นจะไม่มีทางสำเร็จในการประพฤติปฏิบัติเข้าถึงบรรลุแท้เป็นการจบบริบูรณ์ได้ โดยง่ายเลย

🌻พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ปรัชญาพุทธธรรม Cr. พบมิตรดีมีธรรมยามเช้า ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๙

ฟังคลิปเสียงได้ที่⬇️ https://youtu.be/O9mO5ihrunU Cr. สมณะดินไท ธานิโย

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน