ตั้งตนอยู่ในความลำบาก กุศลธรรมเจริญยิ่ง ปรัชญาพุทธธรรม โดย พ่อครูสมณะโพธิรักษ์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์2.51 MB
วันที่แก้ไข4 กรกฎาคม 2569

เนื้อหาในไฟล์

ตั้งตนอยู่ในความลำบาก กุศลธรรมเจริญยิ่ง ปรัชญาพุทธธรรม โดย พ่อครูสมณะโพธิรักษ์

💫ผู้ปฏิบัติธรรมที่ยังไม่บรรลุสุดยอดถึงวิมุตติ จนจิตเป็นอรหัตผลนั้น เราก็จะต้องสังวร ระวัง พยายามละ ล้าง รักษา ประคอง กระทำแก่อารมณ์ของเราอยู่เสมอๆ ในขณะที่เราจะต้องละล้างกิเลสอยู่ เมื่อเราจะต้องสังวรระวังอยู่นั้น เราก็ต้องชื่อว่า "ตั้งตนอยู่ในความลำบาก" เป็นทุกขายะ อัตตานัง ปะทะหะติ ไม่ใช่ว่าเราจะปล่อยตัวปล่อยใจตามสบายๆ

✨️ผู้ที่ปฏิบัติธรรมผิดทาง โดยยึดเป้าหมายว่า จิตว่างๆสบายๆใจ แล้วก็ทำอะไรตามที่ใจตนเองพอใจ อยากอยู่อย่างไร ก็อยู่อย่างพอใจ อยากไปไหน ก็ไปอย่างพอใจ อยากมา ก็มาอย่างพอใจ อยากกิน ก็กินอย่างพอใจ อยากนอน ก็นอนอย่างพอใจ อะไรๆก็ทำตามสบายๆง่ายๆ เห็นว่าง่ายเห็นว่า สบายตามความพอใจ เป็นสุขาๆเป็นสุขเป็นยถาสุขัง เป็นสุขตามอำเภอใจ เป็นยถาสุขัง ยถาสุขัง โข เม วิหรโต ถ้าอยู่อย่างนั้นก็หมายความว่า อกุศลธรรมจะเจริญยิ่ง เป็นยถาสุขัง เป็นสุขตามอำเภอใจ เป็นยถาสุขัง ยถาสุขัง โข เม วิหรโต ถ้าอยู่อย่างนั้นก็หมายความว่า อกุศลธรรมจะเจริญยิ่ง กุศลธรรมเสื่อม 🪷ตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ ดังนั้นผู้ที่มีผลทางใจบ้างแล้วฐานหนึ่ง คือเป็นผู้ที่ไม่หนักในกาม ไม่หนักในพยาบาทบ้างแล้ว อาจจะยังมีถีนมิทธะก็ไม่น้อยนัก มีฟุ้งซ่านอยู่ก็ไม่น้อยนัก ซึ่งเป็นตัณหาในภพ เราอาจจะไม่รู้เท่าทัน หรือยิ่งตัณหาในภพก็ยิ่งเบาบางลงไปบ้างแล้ว แยบคายละเอียดไปบ้างแล้ว เราจึงไม่เห็นอิริยาบถหยาบของเรา เพราะเราได้ละ ลดอิริยาบถหยาบมาพอสมควรแล้ว แต่คนผู้นั้นจะหลงผิดว่า ตนไม่มีกิเลสแล้ว กามเราก็ไม่เสพเพราะว่าภายนอกหยาบๆเราไม่ทำ ง่วงเหงาหาวนอนหรือฟุ้งซ่าน วุ่นวายอะไรหยาบๆ เราก็ไม่มี แล้ว

อ่านต่อ

ก็อยู่อย่างลอยชายตามสบายร่องแร่งร่องแร่งตามที่เราชอบ อยากไปก็ไป อยากมาก็มา อยากอยู่ก็อยู่ อยากกินก็กิน ซึ่งก็ไม่กินมากกินมายอะไรนัก ไม่โลภมากโลภมายอะไรนัก แต่เราก็ยังตามใจตนเองอยู่สบายๆง่ายๆ แม้ดูว่าไม่เปลืองไม่ผลาญไม่พร่าอะไรนักก็ตาม นั่นก็คือ ยถาสุขัง โข เม วิหรโตด้วย คือปล่อยตนตามสบาย นั่นแหละคือ อกุศลธรรมย่อมเจริญ กุศลธรรมย่อมเสื่อมเช่นเดียวกัน เพราะทำตามใจตนให้แก่อัตตามันพอใจเสพ การทำอะไรตามความพอใจ เสวยรสตามความพอใจของตนนั้น จึงไม่ใช่ "การบรรลุธรรม"

✨️ยิ่งผู้ยังไม่บรรลุเป็นอรหันต์ เป็นอรหัตผล ยิ่งจะไม่รู้จริงเลยว่า จิตที่บริสุทธิ์สะอาดนั้นจะต้องเป็นจิตที่มีใจ มีปัญญา ใจว่างเบาจากกิเลสต่างๆได้ โดยไม่ต้องฝืนไม่ต้องอดทนแม้สัมผัสอยู่ เราก็วางก็ปล่อยได้ ไม่ทุกข์ไม่ลำบาก พ้นความทุกข์ พ้นความลำบากสนิท และเป็นผู้มีบุญ คือมีความขวนขวาย อุตสาหะ วิริยะเพื่อประโยชน์ท่านได้ เพราะหมดอัตตาแล้ว หมดความเสพแล้ว หมดความทำอะไรตามใจตนเองชอบแล้ว มีแต่เห็นแก่ผู้อื่น เพราะหมดความเห็นแก่ตัวสนิท

🌻พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ปรัชญาพุทธธรรม

Cr.พบมิตรดีมีธรรมยามเช้า 29 มิถุนายน 2569

ฟังคลิปเสียงได้ที่⬇️ https://youtu.be/s3cnUdVMR_Y Cr: สมณะดินไท ธานิโย

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน