สื่อธรรมะพ่อครู(การตาย) ตอน เตือนสติอย่างไรเมื่อรู้ว่าตนกำลังจะตาย.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.91 KB
วันที่แก้ไข14 พฤศจิกายน 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การตาย) ตอน เตือนสติอย่างไรเมื่อรู้ว่าตนกำลังจะตาย _อาจารย์กฤษฎาว่า...ช่วงรายเดือนที่ผ่านมามีผู้หลักผู้ใหญ่ที่เสียชีวิตกันมาก สิ่งหนึ่งที่ผมได้เขียนเอาไว้ ว่าพวกเรานี้พร้อมที่จะสิ้นชีวิตได้ทุกเมื่อ แต่ผมเองก็ไม่บรรลุ แต่คำถามอยากจะถามก็คือ เราควรจะเตรียมสติไว้อย่างไรถ้ามันรู้ว่าเราจะหมดสภาวะแห่งกายนี้แล้ว พ่อครูว่า...ตอนที่อยู่เป็นยังไม่ถึงเวลาตายหรือตอนจะตายก็เหมือนกัน ต้องรู้เท่าทันสิ่งที่มาสัมผัสกับตัวเรา อะไรมาสัมผัสกับตัวเราก็ต้องเป็นผู้ที่ตื่นรู้ สิ่งที่มาสัมผัสกับตัวเราเสร็จแล้วก็ก่อให้เกิดกิเลสราคะโทสะโมหะคือสิ่งสับสนไม่รู้ แต่เอาที่กำหนดรู้ว่านี่เป็นโทสะหรือราคะ เราก็มีสติเพื่อรู้สิ่งนี้แล้วก็มีปัญญามีความรู้ว่า เราจะลดกิเลสอย่างไร สติทำให้เรารู้กิเลสไม่ว่าจะเป็นราคะโทสะ เราก็ต้องเรียนรู้ว่าจะลดได้อย่างไร การลดกิเลสมี 2 แบบพอรู้แล้วเราก็สะกดไว้ อันนี้เป็นธรรมดาธรรมชาติสะกดเป็นทุกคน กระทบแล้วเกิดกิเลสก็ไม่ให้กิเลสออกมาเต็มที่ไม่มีใครปล่อยออกมาเต็มที่หรอก เช่น กระทบอันนี้แล้วเกิดความโกรธก็จะแสดงความโกรธออกมาเต็มที่ก็ไม่ใช่หรอกจะต้องกดคอมไว้บ้าง ราคะก็ตามเมื่อเกิดกิเลสตัวนี้จะแสดงออกมาหมดก็ไม่ใช่ มันจะต้องกดไว้ เป็นธรรมชาติ ยิ่งเรียนรู้ว่าตัวเองเกิดกิเลสแล้ว ก็ต้องเรียนรู้ว่าราคะโทสะไม่ใช่ของจริงหรอก มันเป็นของคนโง่ เอ็งไม่ใช่ตัวจริงเอ็งไม่มีตัวตนอย่ามาหลอกข้าพระพุทธเจ้าบอกว่าอย่ามาหลอกเราเลย พระพุทธเจ้าตัดเรือนยอดของเอ็งได้หมดแล้ว พังทลายเรือนของเอ็งได้แล้ว อย่ามาทำเป็นแสดงออกมาเลย เอ็งไม่มีเรือนจะอยู่แล้ว จะต้องมีสติรู้เท่าทันกิเลสราคะโทสะพิจารณาให้มันเป็นไตรลักษณ์ มันไม่ใช่ตัวจริงมันไม่เที่ยงหรอกมันมาแค่ตอนนี้แหละ เดี๋ยวมันก็ไปเดี๋ยวมันก็มีต

อ่านต่อ

ัวใหม่มา เอกภพใหม่มีตัวใหม่มาตัวเก่าก็ผ่านไป ตัวใหม่มาแล้วก็ผ่านไปอีกเรื่อยๆ คนโง่ก็เจอมันตลอดเวลาแหละ คนฉลาดก็เจอตลอดเวลาเหมือนกันแล้วก็อย่าไปยึดมั่นถือมั่นมัน เห็นมันมีอาการอย่างนี้อย่าให้มันมีอาการ อย่าให้มันมีอำนาจในการที่ทำให้เราเกิดอาการจะต้องเอาต้องผลักต้องดูด ต้องไปกระทบสัมผัสกับคนอื่น ก็ให้เรียนรู้อย่าให้มันมีอาการเหล่านั้นให้ได้ ถ้าเราทำได้ก็จบ ทำยังไม่ได้ก็ต้องฝึกหัด ว่า อย่าให้มันมีอาการผลักหรือดูดในจิต จุดสำคัญก็อยู่ที่ตรงนั้น เพราะฉะนั้นจะเกิดความผลักและดูดนี่แหละให้เราเรียนรู้ความรักและความดูด ให้อยู่แต่กลางๆ เป็นแต่เพียงว่าเราสัมผัสแล้ว อันนี้เป็นสุจริตธรรมนะ สัมผัสแล้วน่าได้น่ามีแล้วเรามีสิทธิ์ไหมถ้าเรามีสิทธิ์ก็เอามาได้ตามควร อย่าไปตะกละตะกรามอย่าไปโลภมาก ถ้าเราอยู่ร่วมด้วยเราก็สร้างในสิ่งนี้ที่เราต้องกินใช้ต้องอาศัยเราก็ร่วมสร้าง ถ้าเราไม่สร้างเราก็ไปกินไปอาศัยสิ่งที่คนอื่นเขาสร้างเราก็เป็นหนี้ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องร่วมสร้างขึ้นมามันจึงจะไม่เป็นหนี้ แม้เราไม่ได้ไปสร้างโดยตรงโดยสร้างทางอ้อมก็สร้าง สร้างพืชพันธุ์ธัญญาหาร เอามากิน พอกินพอใช้แต่เรามีงานอื่นอีกเราก็ไปแบ่งมาทำ อันไหนควรทำตามหน้าที่ ที่เราจะใช้อาศัยในสังคมนี้ ก็ไม่ใช่อยู่แต่หน้าที่เดียว ทุกคนจะปลูกแต่ข้าวปลูกแต่พืชผักก็ไม่ใช่ มันต้องมีงานอื่นบ้างที่ต้องอาศัย ต้องแบ่งกันกินกันใช้ สังคมชาวอโศกเข้าใจสาระเหล่านี้ กำลังงานที่จะต้องไปเต้นไปดีดเอาชนะทางการกีฬาการละเล่นการแสดง อะไรต่างๆนานาที่โลกเขาหลงใหลกัน เราก็รู้แล้วว่าอย่างนั้นมันไม่มีสาระอะไร เราไม่ต้องมีก็ได้ เพราะฉะนั้นคนที่มาอยู่ในโลกนี้จะมี คนที่มีบารมีมาก เรื่องอบายมุขเรื่องการเต้นๆรำๆขัดแย้งแข่งขันแย่งชิงกันตามโลกนั้น จะเห็นได้ว่าพวกเราไม่ค่อยมี จึงเป็นสังคมที่สงบสบาย ยิ่งทุกวันนี้ยิ่งเข้าใจธรรมะที่อาตมาพาทำ ยิ่งจะสงบสร้างสรรอุดมสมบูรณ์มีอยู่มีกินเบิกบานสำราญใจ เพราะฉะนั้นเด็กๆหรือผู้ใหญ่เข้ามาในยุคนี้จึงจะเห็นว่าเป็นสังคมที่อุดมสมบูรณ์ สังคมอโศกสะดวกง่ายสบายดี เป็นแต่เพียงว่าเข้ามาในนี้เราเห็นเขาทำงานอย่าไปเกะกะกวนเขาก็จะโดนดีดออกเท่านั้นเอง แต่ถ้าเราทำกับเขาไป อยู่ด้วยมาด้วยทำด้วยก็จะมีกินมีใช้อยู่ร่วมกัน ทุกคนต่างช่วยกันทำก็จะแบ่งเบาแรงกันไม่หนักหนา จึงเป็นสังคมที่สูงสุดในการพัฒนาให้มีเศรษฐกิจที่ดีที่สุด ระบบสังคมก็ดีที่สุด แม้ที่สุดการเมืองก็ดีที่สุด ผู้บริหารประเทศทั้งหลายโปรดมามองดูชาวอโศก เป็นตัวอย่างอันมีทั้งเศรษฐกิจที่ดีที่สุด สังคมที่ดีที่สุดการเมืองที่ดีที่สุด ขอยืนยัน ไม่เชื่อก็แล้วแต่ 611015_รายการสำมะปี๋ซี่วิต ปฐมอโศก ครั้งที่ 19

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน