560906_บทสกู๊ปสรุป Neoprotest ที่สวนลุมฯ ตอนที่ ๗ โรงครัวกู้ชาติแบบคนจนที่ชุมชนดูไป ๒- ๗ ก.ย. ๕๖.docx
เนื้อหาในไฟล์
560906_บทสกู๊ปสรุป Neoprotest ที่สวนลุมฯ ตอนที่ ๗ โรงครัวกู้ชาติแบบคนจนที่ชุมชนดูไป ๒- ๗ ก.ย. ๕๖
ตลอด ๑๐ กว่า ปีที่ผ่านมา ระบอบทักษิณได้ครอบงำและกัดกินประเทศไทย ด้วยวาทะกรรม “จะพาคนไปรวยหมดทั้งประเทศ” แต่ปัจจุบันคนไทยกลับมีแต่หนี้สินล้นพ้นตัว หนี้สาธารณะพุ่งสูงเป็น ๗๐% ของ GDP พวกที่รำ่รวยกลับเป็นไพร่ที่กลายตัวเป็นอำมาตย์แบบ “สู้แล้วรวย” ใช้อำนาจรัฐแสวงผลประโยชน์ แก่ตนและพวกพ้อง บนความเดือดร้อนยากเข็นของประชาชนไทย (คั่นด้วยวาทะกรรมยิ่งลักษณ์หาเสียงกระชากค่าครองชีพ)
ย่างเข้าเดือนที่สองแล้วที่ชาวอโศกและกองทัพธรรม ได้เข้าร่วมกับกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ ชุมนุมปักหลักพักค้างที่สวนลุมฯชุมชนดูไป ในใจกลางกรุงเทพมหานคร เป็นส่ิงมหัศจรรย์ที่คนจนๆ ซึ่งไม่มีอำนาจรัฐ ไม่มีนายทุนหนุนหลัง จะสามารถจัดการการชุมนุมอย่างสงบเรียบร้อยมาได้กว่า ๑ เดือนแล้ว แถมยังคงมีอัตราการก้าวหน้ารายทางเพ่ิมขึ้นอยู่ตลอดเวลา การชุมนุมชุมชนดูไปเป็นไปอย่างเรียบร้อย เพราะเป็นการชุมนุมที่เกิดจากการมาเสียสละของผู้ร่วมชุมนุมเป็นพื้นฐานสำคัญ ไม่ได้มีผลประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง อันคือการทำงานการเมืองที่แท้จริง เพราะการเมืองเป็นเรื่องเสียสละเพื่อบ้านเพื่อเมือง ไม่ใช่เรื่องนำมาหาผลประโยชน์ส่วนตน ทุกคนที่มาร่วมชุมนุมทำงานฟรีไม่ได้สินจ้างรางวัลแต่อย่างใด
กองทัพต้องเดินด้วยท้อง การชุมนุมจะเป็นไปไม่ได้หากผู้ร่วมชุมนุมไม่มีอาหารกิน ในที่ชุมนุมมีคนอยู่ปักหลักพักค้างวันละหลายร้อยคน และที่มาหมุนเวียนทุกวันตั้งแต่หลักพันไปถึงหลักหมื่นคนในแต่ละวัน ทั้งหมดนี้ล้วนต้องกินต้องอยู่ ต้องมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น แต่คนจนๆที่รักชาติเหล่านี้เขาทำได้อย่างไรกันในการอยู่ร่วมกันมากว่า ๑ เดือน คำตอบคืออยู่ได้ด้วยระบบ “สาธารณโภคี”
อ่านต่อ
ที่ทุกคนอยู่รวมอย่างญาติพี่น้อง ร่วมกันกินร่วมกันใช้ของส่วนกลาง ทำงานฟรีเสียภาษี ๑๐๐ %ให้ส่วนกลาง ประชาชนที่เห็นด้วยก็มาร่วมบริจาคเข้ากองกลาง เมื่อชุมนุมไปแล้วประมาณ ๑ เดือน มีประชาชนบริจาคข้าวสารมาประมาณ ๘ ตัน ใช้ไปแล้ว ๖ ตัน พืชผักรวมๆแล้วประมาณ ๓๕ ตัน รับบริจาคมาจากเครือแหชาวอโศก และพี่น้องประชาชนผู้รักชาติ แม้พี่น้องที่มาออกกำลังกายที่สวนลุมฯ ก็มาบริจาคเงินและวัตถุดิบสำหรับทำอาหาร ทั้งหมดที่อยู่ได้ เพราะเราทำ แบบคนจน ที่เสียสละ ทำแบบที่ในหลวงสอนไว้ “ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา” จึงมีคนเห็นดีและมาร่วมเสียสละด้วย
โรงครัวกลางของการชุมนุมนั้นให้บริการเป็นสามจุดหลัก คือที่ กองทัพธรรม ที่ีเฮียบุ๊ง และที่เจ๊วรรณและเจ๊พร เป็นสามจุดหลักที่รับใช้บริการอาหารให้พี่น้องทุกวันๆ ซึ่งบริการอาหารมังสวิรัติเป็นหลัก (สัมภาษณ์อาต้อย_เฮียบุ๊ง_เจ๊วรรณหรือเจ๊พร สัมภาษณ์ว่า มีแรงบันดาลใจอย่างไร จึงมาเสียสละทำอาหารแจกประชาชน และเห็นการพัฒนาการของการชุมนุมครั้งนี้จากครั้งก่อนๆไหม?)
นอกจากโรงครัวกลางแล้วในวันหยุดสุดสัปดาห์ จะมีพี่น้องจากหลายกลุ่มมาแจกอาหารเพิ่มเติมทุกสัปดาห์ ในตอนเช้าตรู่ของทุกวันจะมีกลุ่มพันธมิตรฯจากภาคใต้ เสียสละทำปาท่องโก๋ออกแจกจ่ายแก่ผู้ร่วมชุมนุม ในแต่ละวันใช้แป้งทำปาท่องโก๋ทั้งหมดถึงวันละ ๘๐ กิโลกรัม (สัมภาษณ์คนทำปาท่องโก๋ ว่ารู้สึกอย่างไรทำไมมาเสียสละทำปาท่องโก๋แจก มีขั้นตอนอย่างไร ต้องตื่นแต่ตีไหน?)
แต่ละโรงบุญยังได้มีการพัฒนาการเก็บล้างภาชนะ โดยแต่ละโรงบุญได้จัดสถานที่สำหรับล้างภาชนะ ให้ผู้มารับบริการได้ล้างภาชนะเอง ตามแบบวัฒนธรรม ล้างจานล้างใจ ไม่ล้างตามใจ ล้างตามขั้นตอนอีกด้วย นับเป็นพัฒนาการของผู้มาร่วมจัดทำโรงบุญ ผู้มาชุมนุมก็ได้มาฝึกเป็นคนจน มากินใช้ร่วมกันกับส่วนกลาง ไม่สะดวกสบายเหมือนอยู่ที่บ้าน เป็นการฝึกปฏิบัติ “ รู้จักประมาณในการบริโภค” หรือ “ โภชเนมัตตัญญุตา” ได้ฝึกเอาชนะอกุศลคือความอยากเสพสุขสบายส่วนตัว มาเสียสละอยู่ชุมนุมประท้วง มาอยู่แบบคนจนมหัศจรรย์จึงจะกู้ชาติได้ ดังที่พ่อครัวแม่ครัวในที่ชุมนุมนี้ได้ทำเป็นตัวอย่าง เงินทองและความรำ่รวยไม่ได้ช่วยกู้ชาติ แต่การมาเป็นคนจนมหัศจรรย์ แม้มีน้อยแต่เสียสละได้ต่างหาก จึงจะกู้ชาติได้อย่างแท้จริง...จบ