ประชาธิปไตยกับคอมมิวนิสต์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข23 สิงหาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

ประชาธิปไตยกับคอมมิวนิสต์ ประชาธิปไตยกับคอมมิวนิสต์ อเมริกากับเกาหลีเหนือ หรือจะมีอีกคู่หนึ่งก็คืออังกฤษกับไทย หรือไทยกับภูฏาน 2 อันหลังนี้ยังไม่เอา มาเอาสหรัฐอเมริกากับเกาหลีเหนือก่อน สหรัฐ แน่นอนเขายืนยันว่าเขาเป็นประชาธิปไตย 100% เป็นมหาอำนาจของโลกใหญ่ยิ่ง จริงจัง ชัดเจนตามความคิดของเขา ซึ่งในความคิดของคำว่าประชาธิปไตยนี้ เขาก็แยกไปเป็นประชาธิปไตยขาเดียวแล้ว ซึ่งมันผิดธรรมชาติของมนุษย์ มนุษย์ไม่ใช่สภาวะหนึ่งเดียว มนุษย์ต้องเป็นสภาวะ 2 เพราะต้องมีรูปนาม ต้องมีกายมีจิต มนุษย์เป็นเทวะหรือมนุสโส คือมนุษย์ผู้เจริญก็มีเทวะ จะต้องมี 2 เป็นหนึ่งเดียวไม่ได้ ไม่เป็นหนึ่งก็ไม่ใช่ประชาธิปไตยด้วย เอาง่ายๆว่า อเมริกานี้บอกว่าเป็นประชาธิปไตยขาเดียวมันก็ไม่ใช่ประชาธิปไตยแล้ว เพราะฉะนั้นความพยายามของประชาธิปไตยขาเดียว ในทุกประเทศ สหรัฐอเมริกาเป็นต้น จริง ที่มีบัญญัติว่าเขามีฝ่ายค้าน แต่คุณก็พยายามสร้างค่ายกลอำนาจตำแหน่งหรืออะไรต่างๆเป็นค่ายกลเหมือนหนังจีน เพื่อที่จะให้ตัวเองมีอำนาจบาตรใหญ่ จิตลึกๆของประธานาธิบดีอเมริกา ลึกๆ ของผู้อวิชชา 100% เช่น โดนัลด์ทรัมป์ เป็นต้น ที่เป็นตัวอย่างในยุคนี้ นั่นแหละคือหนึ่งเดียวๆๆๆ ถ้าแกใหญ่หนึ่งเดียวได้ โดยไม่คำนึงว่าเขาจะว่าฉันเป็นเผด็จการ แกก็กลัวตรงนี้เท่านั้น แต่ด้วยความต้องการลึกๆของโดนัลด์ทรัมป์ แกต้องการเป็นเผด็จการหนึ่งเดียว เหมือนสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ให้ทุกคนเป็นทาสเลย แกต้องการอย่างนั้น แต่ความรู้ของรัฐศาสตร์ประชาธิปไตย มันจะต้องมีฝ่ายค้านจะต้องเห็นแก่ส่วนรวม เขาก็เลยจำนนเท่านั้นเอง แต่จิตลึกๆนั้นถ้าเกิดสามารถเผด็จการสุดยอดได้ แกจะเป็นเผด็จการสุดยอดยิ่งกว่าฮิตเลอร์ หรือมุสโสลินี แกจะยิ่งใหญ่อย่างนั้น เทียบคอมมิวนิสต์เป็นหนึ่งเดียวย

อ่านต่อ

ิ่งใหญ่ด้วยสั่งฆ่าใครก็ได้ เป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แล้วก็สืบทอดตระกูล ทั้งๆที่ตระกูลก็ไม่ยืนยาว มีไม่กี่เจนเนอเรชั่น คิมจองอึนเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 3 ก็เห็นรูปรอยแล้วว่าเป็นเผด็จการสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แล้วเขาจะต้องเป็นอย่างนั้น ให้จัดจ้านที่สุด เพราะฉะนั้นในโลกจึงเหลือหย่อมเดียวที่เป็นคอมมิวนิสต์ 100% ตรงนี้ ทีนี้มาคอมมิวนิสต์แปลง อาตมาจะไม่ลงรายละเอียดแม้ที่สุดจีนก็เป็นคอมมิวนิสต์แปลง คอมมิวนิสต์แก้ แก้มาหา ประชาธิปไตย แต่เขาก็ไม่วายจะมีทุนนิยมอยู่ในจีนอยู่นั่นเอง เพราะเขาจะไม่เข้าใจ เขาอาจจะมีความเข้าใจบ้างแต่เข้าใจไม่สุด สีจิ้นผิงยังไม่ถึงขนาดในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มีความเข้าใจ ว่าต้องมาจน คอมมิวนิสต์จะไม่กล้าพูด แต่ทุกวันนี้ดีที่คอมมิวนิสต์เขาทำให้เกิดความเข้าใจในการใช้มวลพลังงานของประชากร ทั้งประเทศ ให้มีความขยัน ให้มีความรู้มีความสามารถมีวิชาการ สร้างสรรค์ขึ้นมาได้ ผลผลิตต่างๆจึงเหลือ จึงเก่ง ช่วยตัวเองรอดไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น คนมากเขาก็ควบคุมได้สามารถทำให้คนเข้าใจได้ เพราะบทเรียนของเขาเป็นประเทศเก่าแก่ สะสมองค์ความรู้เป็นทางรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ มานานมาก เหมือนอินเดีย แต่อินเดียยังไม่ค่อยกระเตื้องเข้ามาหาโลกนอกเท่าไร จึงอยู่อย่างนั้น เมื่อเปรียบเทียบอินเดียกับจีนจึงเห็นได้ง่าย แทบทุกด้าน เพราะมวลมันโต พฤติกรรมมันชัด ลองมาเปรียบเทียบจีนกับไทย ไทย อาตมาบอกแล้วว่าไม่ว่า รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ ไทยมีคุณสมบัติเป็นโลกุตรธรรม ซึ่งโลกุตรธรรม คือเป็นลัทธิ เป็นศาสนา เป็นธรรมะ ที่เรียนรู้เข้าไปถึงจิต เจตสิกรูป นิพพาน เรียนรู้เข้าไปถึงจิตละเอียดมากจนละเอียดสมบูรณ์สัมบูรณ์ ทุกวันนี้ก็อยู่ในฐานสัมบูรณ์ สัมบูรณ์คือ อย่างน้อยเป็นอรหันต์ ทำปรินิพพานเป็นปริโยสานให้แก่ตัวเองได้ หมดตัวตนได้รับใช้ผู้อื่นได้ นี่คือ 3 ประเด็นหลักของประชาธิปไตย หมดตัวตน รับใช้ผู้อื่น พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) สรุปอีกทีว่า คอมมิวนิสต์ ยังไม่ใช่ความสมบูรณ์ในระบอบการบริหาร ประชาธิปไตยจึงจะสมบูรณ์ในการบริหาร การอภิบาลปกครอง และคงจะไม่ลืมนะว่า ต้องประชาธิปไตยสองขา ต้องมีทั้งรูปและนาม มีกายและจิต ต้องมีกษัตริย์และประชาชน เป็นราชประชาสมาสัยอย่างได้สัดส่วน เพราะฉะนั้นคุณสมบัติคุณธรรมต่างๆที่ได้กล่าวไปนี้ เรียกได้ว่าเป็นคุณวิเศษ ไทยมีแล้ว ในทางรัฐศาสตร์ เป็นประชาธิปไตยที่เป็นโลกุตระ ที่ถึงขั้น สาธารณโภคี สาธารณโภคีคืออะไร ก็คือคอมมูน คือคอมมิวนิสต์ ที่ประเทศคอมมิวนิสต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคาร์ลมาร์กซ์ เลนิน เหมา ก็ตาม พยายามที่จะทำ ความเป็นคอมมิวนิสต์ แต่ คอมมิวนิสต์มีภาวะของการข่ม command บังคับ ไม่อิสรเสรีภาพแท้ แต่ประชาธิปไตยมีอิสรเสรีภาพสมบูรณ์ แม้แต่ทางธรรมะ เทวนิยมก็ไม่ใช่อิสระ สมบูรณ์ เทวนิยมก็เป็นทาสของพระเจ้า พระเจ้าเป็นนาย ประชาชนที่เป็นบริวารของพระเจ้าคือ ทาสผู้ปล่อยไม่ไป ลึกลับอยู่อย่างนั้นแต่เขาก็ไม่รู้ตัว เพราะมันเป็นโลกียธรรมไม่ใช่โลกุตรธรรม นั้นแตกต่างกัน โลกียธรรมนั้นไม่รู้เรื่องของตัวตน อัตตา เอามาตีแตกแยกแยะก็ไม่ได้ไม่รู้เรื่อง แม้แต่ในตัวของตัวเอง ของศาสดาทางเทวนิยม ทุกประเทศ ในทุกลัทธิของเทวนิยม ก็ไม่รู้จักตัวเอง ไม่รู้จักจิต เจตสิก รูป นิพพานของตัวเอง เพราะฉะนั้นจะให้แยกเป็นเวทนา 108 นั้นเมินเสียเถิดไม่มีทางรู้เรื่อง ไม่มีทางรู้กิเลส ไม่มีวิธีกำจัดกิเลส กิเลสหมดไม่ได้ แม้แต่ในชาวพุทธเองที่เป็นโลกุตระ หลายประเทศไม่มีสัมมาทิฏฐิ เดี๋ยวนี้ก็ยังหาสัมมาทิฏฐิยากในประเทศที่เป็นพุทธ รอบๆเมืองไทย ก็ยังยาก ก็เริ่มๆมีบ้าง เขาจะมาเอาจาก ประเทศไทย จากผู้ที่มีโลกุตรธรรมแท้จึงจะมีประชาธิปไตยที่ถึงขั้นสาธารณโภคี ประชาธิปไตยสุดยอดนั้น ไม่ได้แบ่งแยกคอมมิวนิสต์หรือประชาธิปไตย แต่เอาคอมมิวนิสต์มาด้วย แล้วก็มีพฤติกรรมของคอมมิวนิสต์ สมบูรณ์แบบกว่าชาวคอมมิวนิสต์เอง ถึงขั้นสาธารณโภคี สาธารณโภคีนั้นบอกแล้วว่ามันเป็นแบบคอมมิวนิสต์ เป็นองค์รวม ทรัพย์สมบัติทุกอย่างรวมเป็นกองกลาง ทุกคนมีสิทธิ์ในอันนี้ กินใช้ และทุกคนกินใช้อย่างจิตสูง ไม่ได้ตะกละตะกลาม ไม่มีกิเลสโลภโมโทสัน มันจะมีกิเลสบำเรอตัวเองจะโลภโมโทสันก็ลดให้ได้จนเป็นพระอรหันต์ เป็นพระอรหันต์แล้วไม่ต้องบำเรอตัวเองไม่ต้องโลภโมโทสันไม่ต้องเห็นแก่ได้ มีแต่สร้างสรรค์เอามาใส่กองกลาง กองกลางอุดมสมบูรณ์มีเหลือ เพราะพลังงานของคนหนึ่งคนมีการทำงานและเกิดผลผลิตทางความคิด ทางวัตถุมากพอ รู้ด้วยว่าจะไม่ผลิตสิ่งที่เลวร้าย ผลิตแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ไม่เป็นโทษ ให้เหลือเฟือเอาไปเกื้อกูลผู้อื่นจึงเป็นประโยชน์ต่อคนทั้งโลก พูดได้ถึงอย่างนั้น เพราะฉะนั้นประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นประชาธิปไตย 2 ขาครบ โดยเฉพาะประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์ กษัตริย์คือตัวแทนของจิตวิญญาณ กษัตริย์คือจิตประชาชนคือกาย ต้องไปฟังเพลง ประเทศคือชีวิต ที่อาตมาแต่ง

ที่แต่งเพลงประเทศคือชีวิต แต่งตอนที่เขาจัดประกวดเพลงมาร์ชของกรมประชาสัมพันธ์ ตอนนั้นยังอายุไม่ถึง 20 ปีดี จำไม่ได้แล้ว แต่งตอนพ.ศ.ไหน แต่ยังจำได้ว่า เพลงนี้ให้วงดนตรีประสานมิตรเล่นบรรเลง อัดประกวดแข่ง ก็ต้องแพ้เขา เพราะเราโนเนมเป็นเด็กด้วย คนชนะคือมนัส รามโยธิน ของคนในกรมประชาสัมพันธ์เองชนะ

เพราะฉะนั้น เรื่องของประชาธิปไตยกับคอมมิวนิสต์ที่กำลังแปลงกายก็คือจีน แปลงกายมาเป็นประชาธิปไตยแต่ไม่กล้าพูดว่าตัวเองเป็นประชาธิปไตย 100% แต่พฤติการณ์ก็พยายามทำให้เป็นประชาธิปไตย ลึกๆเขาจะรู้หรือไม่รู้ อาตมาไม่แน่ใจว่า สีจิ้นผิงจะรู้หรือไม่รู้ แต่เขาก็พอเข้าใจแล้วด้วยหลักว่า นัยยะสำคัญของความเป็นมวลมนุษยชาติสังคม แม้จะเป็นตัวอย่างของแต่ละประเทศ ประเทศไทยเขาก็ต้องศึกษา แต่คำสอนคำอธิบายประชาธิปไตยโลกุตระของอาตมายังไม่ตีพิมพ์ ยังไม่ได้แปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาจีน เลย สีจิ้นผิงอาจจะเข้าใจบ้าง แปลอยู่ใน Google YouTube ก็ไปลงไว้บ้างไม่รู้จะอ่านหรือไม่อ่านก็ไม่รู้ ถ้าอ่านตามศึกษาบ้างก็ได้เข้าใจตามสำนวน google ไป ยังไม่แพร่หลาย เพราะคนยังไม่เห็นความสำคัญในความสำคัญ อาตมาไม่ได้พูดต่อรองหรือหลงตัวเองว่าดีจะต้องเอาแต่ของฉันในเชิงเดียว แต่รู้กาละเทศะของมัน ว่ามันค่อยๆเดินทางไป ยังไม่เร็วไวได้ง่ายหรอก หากว่าเร็วไวมันก็จะหลวมฟ่าม อาตมาก็ไม่ต้องการแบบจำบ่ม สุกก่อนห่าม ไม่อยากให้เป็นหรอก ดอกไม้มันจะบานก็บานของมันเอง จะไปจับให้มันบานมันก็เหี่ยวเฉาหมด ผลไม้มันต้องค่อยๆสุกไม่ต้องไปจำบ่ม ไม่ต้องรีบให้มันสุกด้วยวิธีการอย่างนั้นมันไม่สมบูรณ์ พวกนี้ค่อยๆเป็นไปของสังคมแต่ละประเทศ สรุปอีกทีตรงนี้ว่า คอมมิวนิสต์ ยังมีลักษณะการ ข่ม บังคับ ส่วนประชาธิปไตยนั้นอิสระ แน่นอนยังไม่สมบูรณ์ แต่ประชาธิปไตยโลกุตรธรรมนั้นสมบูรณ์ ที่สมบูรณ์แบบได้เพราะจิตเป็นประธาน มีจิตที่ล้างตัวตน ล้างความเห็นแก่ตัวตน เห็นแก่พวกหมู่ แก่คณะ แม้แต่เห็นแก่ประเทศ ก็ไม่ได้เห็นแก่แม้แต่ประเทศของตน แต่ก็รู้ขนาดว่า ควรจะอะไรก่อนหลัง ต้องสละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ ต้องสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต สละชีวิตเพื่อรักษาธรรม มันมีขั้นตอน ชัดเจนทั้งหมดคำสอนของพระพุทธเจ้า ทำตรงตามคำสอนพระพุทธเจ้าทุกอย่างเลย เป็นการพูดนำเพื่อให้เข้าใจและตามพิสูจน์ อาตมาไม่ตกใจหรอกว่า พวกเราชาวอโศกนี้จะทำให้อาตมาหน้าแตก อาตมาไม่ตกใจ เพราะว่าอาตมาพาทำตามคำสอนพระพุทธเจ้า แล้วก็เกิดจิตเป็นประธาน มาเรื่อยๆ จนเกิดสภาพพวกนี้ โดยเฉพาะไม่ใช่อาตมาเก่ง แต่เนื้อแท้ของชาวไทย เป็นเช่นนี้มาตั้งแต่เกิดประเทศไทย คือมีอนุสัยของโลกุตรธรรมมาแล้ว มีเชื้อโลกุตรธรรมมาแต่ก่อน 640823_รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 6

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน