ระบอบบริหารประเทศ 9 แบบในโลก.docx
เนื้อหาในไฟล์
ระบอบบริหารประเทศ 9 แบบในโลก พ่อครูว่า... มาเข้าสู่ เจาะใจคอมมูนิสต์ พิชิตประชาธิปไตย ผู้มี “ปัญญา” เท่านั้น จะเจาะกระเปาะไข่ของอวิชชาออกมาได้ หัวเจาะของปัญญาคือ สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ คอมมูนิสต์คือเปลือกไข่ ปัญญาคือหัวเจาะ ดังนั้น ผู้สามารถทำพุทธพจน์ 7 นั้นให้เกิดจริงเป็นจริงได้สำเร็จ ก็คือ ผู้มี “ปัญญา” เท่านั้น จะเจาะกระเปาะไข่ของอวิชชาออกมาได้ .... ระบบการบริหารประเทศในโลกไม่ได้มีแค่ 2 ระบอบ ระบอบที่หายไปไม่ได้หายไปหมดแต่มันแฝงอยู่ แอบมาตีท้ายครัว เช่น เผด็จการ มันแฝงอยู่ทั้งนั้น อย่างเช่น คอมมิวนิสต์ เป็นเผด็จการหมู่ เผด็จการแบบคณะ คณาธิปไตย แต่อย่างจีนแผ่นดินใหญ่ ทุกวันนี้เขายกให้สีจิ้นผิง สีจิ้นผิงก็เลยดูเหมือนเป็นเผด็จการหนึ่งเดียวเลย แต่ว่าเผด็จการต้องหมายเอาที่จิตประชาชน ถ้าจิตประชาชนเขายกให้ หนึ่งเดียวเลย เหมือนอย่างกับชาวพุทธยกให้พระพุทธเจ้า ซึ่งพระพุทธเจ้าไม่ใช่เผด็จการ การที่จิตประชาชนยกให้ ยอมรับนับถือ เชื่อเต็มรูป และมั่นใจในผู้นำที่จะพาไปให้สู่ดี เป็นที่ยอมรับ อันนี้เป็นสากลที่จะค่อยเข้าใจไปเรื่อยๆ อาตมาก็เลยมาทำรายละเอียดเข้าไปให้ครบ
ระบอบบริหารประเทศที่โลกมีกัน 1. สมบูรณาญาสิทธิราช เต็มรูปคือเผด็จการ 2. ประชาธิปไตยทุนนิยมสามานย์ ขาเดียว เช่น อเมริกา 3. คอมมูนิสต์ สืบสันตติวงศ์ เช่น เกาหลีเหนือ 4. ประชาธิปไตย ที่เริ่มมีปัญญา แต่ยังขาเดียว 5. ประชาธิปไตย มีปัญญาเริ่มเข้าข่ายโลกุตระและเข้าใจ ประชาธิปไตย 2 ขา 6. คอมมูนิสต์ ที่กำลังผนวกประชาธิปไตย แต่ยังขาเดียว 7. ประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เจริญโลกุตระตามลำดับ 8. คอมมูนิสต์ ที่มีการเลือกตั้ง ปรับตัวเป็น “ประชาธิปไตยคอมมูน”
อ่านต่อ
(คือมีทั้งประชาธิปไตย + คอมมูน) ข้อดียังไม่มีในสังคมโลก แต่ต่อไปเขาจะมี 9. ประชาธิปไตยที่เป็นคอมมูน พร้อม “ภาวะ 2” คือ “ราชประชาสมาสัย” ที่สัมบูรณ์ เป็น “สาราณียธรรม 6” ชัดเจนถึงที่สุดแห่ง “บุญนิยม” นั่นคือ เป็น “สังคมสาธารณโภคี” ที่มี “กายปาคุญญตา” และ “จิตปาคุญญตา” เจริญทั้ง “กาย” และ “จิต” สัมบูรณ์ กายปาคุญญตา กับ จิตปาคุญญตา แตกต่างกันอย่างไร ผู้ที่มิจฉาทิฏฐิ กายปาคุญญตา อย่างเขาดูสมณะโพธิรักษ์ แสดงการเคลื่อนไหวของกายวิญญัติ ของนัจจะ คีตะ วาทิตะ เคลื่อนไหวรวดเร็ว ไม่สุภาพนุ่มนิ่มอย่างที่เขาเข้าใจ แต่เร็วไว (ปาคุญญตา แปลว่า ความคล่องแคล่วว่องไว ) เพราะฉะนั้น กาย ก็คล่องแคล่วว่องไว จิตก็ เป็นจิตปาคุญญตา จิตคล่องแคล่วว่องไว ถ้าหาก กาย คล่องแคล่ว จิตยังไม่คล่องแคล่วก็ได้ ถ้าหากจิตคล่องแคล่ว กายก็ยิ่งคล่องแคล่ว เป็นการเจริญทั้งกายและจิตสมบูรณ์ 640825_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เจาะใจคอมมิวนิสต์ พิชิตประชาธิปไตย