วิมุติรสในเรื่องเนื้อสัตว์เป็นเช่นไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
วิมุติรสในเรื่องเนื้อสัตว์เป็นเช่นไร _ป้ารัตน์ หนึ่งในธรรม : กราบนมัสการพ่อครูค่ะ การจะเลิกทานเนื้อสัตว์นั้นเป็นของยากมากผู้ที่เลิกแล้วเป็นสุดยอด ลูกเลิกมามาเกือบ 30 กว่าปีแล้ว ถือว่าเป็นวิมุตติหรือไม่ค่ะ จะพยายามทำให้ได้ตลอดชีวิตค่ะกราบสาธุคะ พ่อครูว่า… ก็ตัวเองพูดออกมาเองว่าเลิกทานเนื้อสัตว์เป็นของยากมาก ผู้ที่จะเลิกได้เป็นสุดยอดก็ดูที่ความรู้สึกตัวเองดูที่เวทนา เมื่อเห็นเนื้อสัตว์เราก็สัมผัสตลอด เขาจะต้มแกงผัดปรุงแต่งมาสารพัด เอาเนื้อชนิดต่างๆมาทำเป็นอาหารต่างๆ ปรุงแต่งสารพัดชื่อ เช่น ลาบหมูลาบวัว ลาบไก่ ลาบเป็ด ลาบปลา อย่างอื่นๆอีกสารพัด เรียกไปเยอะชื่อ แต่เมื่ออาหารนั้นมาสัมผัส เอาตรงที่เราสัมผัสด้วยตาหูจมูกลิ้นกาย สัมผัสรูป รส กลิ่นเสียง สัมผัส แม้จะไม่ได้สัมผัสด้วยลิ้น สัมผัสภายนอกแตะต้อง หรือจะสัมผัสด้วยลิ้นก็ตาม มันก็รู้สึกเฉยๆ ก็รู้ว่าเป็นรสแท้คืออะไร รสเนื้อ รสหมู รสไก่ รสเป็ด เราก็รู้เพราะอาจจะเคยรับประทานมา ถ้าจะลองชิมก็พอจำได้ แต่ก็อ่านเวทนา อ่านใจในใจ อ่านความรู้สึก มันไม่มีเวทนาเทียม ไม่มีเวทนาเก๊ มีแต่เวทนาที่รู้ความจริงตามความเป็นจริง ว่ามันเป็นรสเป็นกลิ่น เป็นความเหนียวความกรอบอย่างไร มีรายละเอียดของมันไป แต่ละคนก็จะต้องมีการกำหนดรู้เอง ถ้าเราไม่มีเวทนาเวทนาปลอม เวทนาเทียม ที่เป็นเวทนาตัวที่ 2 มันมีแต่เวทนาตัวที่ 1 เท่านั้นตามของจริง มันจะเป็นสภาวะแท้ๆของมัน ส่วนจะเรียกด้วยภาษาก็ยังจะต่างกันไป คนไทยสัมผัสเรียกอย่างนี้ว่าเหนียวๆ ฝรั่งเจ๊กแขกก็เรียกต่างกันไป อันนี้มันยุ่ยไม่เหนียว หรือบางอันก็เหนียว บางอันก็กรอบ บางอันก็นุ่ม ก็แล้วแต่ หรือมันจะมีกลิ่นแตกต่างกัน บางอันมีกลิ่นคาวน้อยบางอันมีกลิ่นคาวมาก เนื้อมันก็ไม่เหมือนกันในแต่ละชนิด แม้แต่เนื้อปลาช
อ่านต่อ
นิดต่างๆ พวกที่เลี้ยงสัตว์เขาพยายามปรุงแต่งให้เนื้อเป็นอย่างนั้นอย่างนี้เลย เคยได้ยินเนื้อโกเบไหม มันชื่อดังราคาแพง ก็ให้มีลักษณะนุ่มนิ่มหรืออะไรตามที่เขานิยม หรือเนื้อแกะเนื้อแพะก็ว่ากันไป เพราะฉะนั้นผู้ที่แยกเวทนาในเวทนา เป็นเวทนาแท้เวทนาเทียมออกจากกันได้ ก็จะรู้จักว่าเรามีพิรุธหรือไม่มีพิรุธ สำคัญ ถ้าเรียนรู้ไม่เข้าใจวิธีแยกแยะสภาวะพวกนี้ให้ชัดเจน (พ่อครูไอตัดออกด้วย) ถ้าไม่รู้ชัดๆ คุณก็ไม่มีสิทธิ์ ไม่มีทางที่จะบรรลุธรรม อย่างมหาบัว ติดรสหมากประจำปากเลย ไม่ค่อยได้ว่างเว้น ก็ไม่รู้ว่าตัวเองติดในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสอยู่ในนั้น มันเป็นสิ่งเสพติดแท้ๆ ก็ไม่รู้พวกนี้จึงยังอีกนาน ถ้ามหาบัวรู้ว่าอันนี้เป็นสิ่งเสพติดแต่ยังหลอกคนอื่นซ้อนซ้ำ เพราะมันติดแต่ตนเองเลิกไม่ได้ อาตมาเคยได้ยินว่าท่านพยายามเลิก แต่ปรากฏว่ามันเลิกไม่ได้ก็เลยโมเมกินไป ก็เป็นจริงเท็จอย่างไรก็ยังไม่รู้ ถ้าเป็นเท็จก็ขออภัย ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องลึกลับอะไรว่ามันเป็นสิ่งเสพติด ตื้นๆ รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส เป็นถึงขั้นระดับนี้ไม่น่าจะไม่รู้ ถึงแม้ว่าจะรู้หรือไม่รู้ก็ไม่เป็นปัญหาสำคัญคือ ท่านเสพติดจริงๆ ของเสพติดมันเป็นอบายมุข ขนาดนี้ยังละไม่ได้ 640825_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เจาะใจคอมมิวนิสต์ พิชิตประชาธิปไตย