รูปธรรมอย่างลัดคัดสั้นของโลกุตระที่พ่อครูพาทำ.docx
เนื้อหาในไฟล์
รูปธรรมอย่างลัดคัดสั้นของโลกุตระที่พ่อครูพาทำ พ่อครูว่า...แล้วเอาธรรมะพระพุทธเจ้ามายืนยันได้เช่นยืนยันสาราณียธรรม ชาวอโศกปฏิบัติธรรมได้ตรงตามสาราณียธรรม 6 พอมีศีล สมาธิ ปัญญาวิมุติกันแล้ว อยู่กันอย่างนี้นะ สาราณียธรรม 6 เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม ลาภธัมมิกา ศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา ที่ได้อย่างนี้เพราะว่าแต่ละคนมีการเจริญด้วยวรรณะ 9 หรือจิตมี พุทธพจน์ 7 สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคคียะ เอกีภาวะ ส่วน วรรณะ 9 นั้น เป็นคุณสมบัติองค์รวมเป็นหลักใหญ่ ว่าผู้ที่ปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้านั้นจะเป็นคนที่คลาสสิค วรรณะคือ Classic เป็นโลกุตระชน ไม่ใช่แบบปุถุชนคนทั่วไป Masses นี่เป็น Classes เป็นคนมีชั้นมีวรรณะ ไม่ใช่แบบวรรณะ 4 ของพระพุทธเจ้าที่แบบยึดถือ แต่นี่เป็นสัจจะความจริงคุณวิเศษ เป็นคุณสมบัติพิเศษที่เป็นคุณวิเศษของคน ที่มีคุณลักษณะที่แท้จริงคือ เลี้ยงง่าย (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ9 ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) มันเสียชาติที่มีจิตใจคิดแบบนี้ได้มันมีด้วยหรือ ชีวิตเราทั้งที่จะรวยก็ได้แต่ก็ไม่เอาจะพยายามพักฟื้นมาเป็นคนจนให้ได้ ซึ่งคนอื่นเขาเรียกว่าแบบนี้วิปริตบ้าบอ แต่เราได้มากกว่านี้ก็ได้แต่ไม่เอา มีความสันโดษ จะมีมากกว่านี้ก็ได้ จะไปฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยแบบโลกเขาก็ได้ จะไปฟรุ้งฟริ้งแบบโลกก็ได้ แต่พอแล้ว เข้าใจแล้ว ไร้สาระ แต่ก่อนเราเคยโง่เคยบ้าบอ เหมือนเด็กๆไม่เดียงสาไม่รู้เรื่องแต่ตอนนี้เป็นผู้ที่มีวุฒิภาวะก็รู้จักพอ และเข้าใจวิถ
อ่านต่อ
ีชีวิตว่าจะต้องมี สัลเลขธรรม มีธูตะ ต้องมีการขัดเกลาเป็นแก่นสารของชีวิตขัดเกลากายวาจาโดยเฉพาะใจ ชำระกิเลสออกจากจิต ชำระอกุศล ออกจากกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ตามหลักเกณฑ์ ธูตะ ข้อปฏิบัติที่พาให้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ จึงเกิด ปาสาทิกะ มีอาการกายกรรมที่น่าเลื่อมใส วจีกรรมก็น่าเลื่อมใส สำหรับคนมีปัญญานะ คนไม่มีปัญญาก็จะเห็นว่าบ้า มีปาสาทิกะ แล้วเป็นคนไม่สะสมไม่มีตัวไม่มีตนก็อยู่ได้ ไม่ต้องผสมอะไรไม่มีอะไรเป็นเราเป็นของเรา แล้วเป็นคนขยัน วิริยารัมภะ แต่ก่อนนี้ขี้เกียจ เดี๋ยวนี้รู้ตัวว่าแต่ก่อนเราเคยชั่ว ขี้เกียจนี้มันชั่ว เราก็เคยชั่วนะ ใครไม่เคยชั่วบ้างยกมือขึ้น ...ไม่มี ใครเคยชั่วมาบ้างยกมือขึ้น ยกมือกันหมด บางคนก็ขี้เกียจขี้เกียจน้อยขี้เกียจมากรู้จักความขี้เกียจรู้จักความขยัน เดี๋ยวนี้ขยันขึ้นแต่ยังขยันไม่มากนัก จริง แต่ก็รู้ตัวว่าเราขี้เกียจจะอยู่กับคนอื่นขยันเราก็มาเบียดเบียนมาแฝงมันก็น่าอายละอายจะต้องมีหิริโอตตัปปะจริงๆ ตรงตามพระพุทธเจ้าสอนหมดมีหิริโอตตัปปะเป็น เทวธรรม มันจะเข้าใจจะมีปัญญามีศรัทธารู้ชัดเจนว่าแต่ก่อนนี้ทำสิ่งที่น่าละอายหน้าตาเฉยเลยนะ ทำแล้วยังหลงว่าดีว่าเท่ห์ด้วย ทั้งที่น่าละอาย แต่เราเหมือนเฉย แต่เดี๋ยวนี้มาทำอย่างนี้ คนเขาว่าอย่างนี้น่าอาย มันกลับกันไปหมดแล้ว แต่ของเราก็บอกว่าเราก็เคยทำเหมือนที่คุณทำเคยน่าอายมาก่อน เดี๋ยวนี้เรามีวุฒิภาวะแล้ว แต่ก่อนก็ได้ระดับ เดี๋ยวนี้เราออกจากสมาชิกโง่ได้ระดับมาแล้ว แต่ก่อนเราก็เป็นสมาชิกคนหนึ่งอยู่ในพวกโง่ได้ระดับ เขาก็จบอยู่ในลาภยศสรรเสริญ โลกียสุขทั้งนั้นไม่ว่าจะในระดับไหน แต่ก็จะทำได้อย่างไรมันพูดเรื่องความจริงไม่ได้ มันก็ต้องพูดไปตามจริงนะ จริงๆแล้วคนเราเกิดมามันไม่มีอะไรเลิศประเสริฐเท่าโลกุตรธรรม อาตมาพูดอย่างนี้อธิบายย้ำไปหลายทีแล้วว่าคน พระพุทธเจ้าก็เป็นคนเหมือนเรา เกิดมาชาติสุดท้าย ชื่อว่าเจ้าชายสิทธัตถะ ท่านก็มีพร้อมถ้าจะเอาอะไรแบบโลก เป็นลาภยศสรรเสริญโลกียสุขต่างๆมีพร้อมหมด แต่เดินหันหลังให้ไม่แยแสเลยออกบวชเฉย โอ้โห อาตมาว่า มันไม่ใช่เรื่องเล็กเรื่องตื้นเรื่องง่ายเลยนะ พวกคุณมีเท่าพระพุทธเจ้าไหม ส่วนคนทั้งโลกนั้นไม่ต้องไปถามเขาเลยเขายังหน้ามืดจมดิ่งหลับไหลอยู่ มันเหมือนหญ้าปากคอก พูดก็รู้ก็เข้าใจแต่จริงๆคุณยังไม่เชื่อ คุณยังไม่เห็นถึง ถ้าผู้ใดเห็นจริงและเกิดความรู้ความฉลาดที่มีประสิทธิภาพที่บอกว่าเราจะจมอยู่ทำไม ทั้งๆที่เราเดินทางโน้นได้ ได้และเห็นทางว่าเราจะอยู่กับลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข ไม่ทุจริตด้วย อยู่อย่างสง่าเลย แต่ก็ไม่เอา มาอยู่อย่างนี้ จะมาทางนี้แล้วก็มาจริงๆ โดยเฉพาะมาแล้วมีหมู่กลุ่ม ของโลกุตระบุคคลเป็นเมืองอาริยะ เป็นอาริยกชน ส่วนคนไม่ใช่อาริยกชน ก็คือมิลักขชน มิลักขชน คือ ชน ยังไม่เจริญ แต่นี่แหละคือคนเจริญเป็นอาริยกะ คือผู้เจริญ อาริยธรรม อาตมาเรียก อาริยกะ เอามาจากคำว่า ศรีอา ริยเมตไตรย เพราะคำว่า อริยะ มันได้เข้าใจผิดเพี้ยนกลายเป็นเดียรถีย์ ออกป่าเขาถ้ำไปหมด ตามพระสูตรต่างๆ อาณิสูตร เป็นต้น ก็ค่อยเอามาขยายความไป อาตมากลายเป็นว่า ชาตินี้เป็นคนปากจัด ด่าคนนั้นด่าคนนี้ จะชมก็ชมแต่พวกตัวเอง อาตมาจึงซวยจริงๆ ไปไหนไม่รอด จะพูดคำนี้ก็ไปด่าเขาส่วนใหญ่ จะพูดชมก็ชมพวกตัวเองอีกซึ่งมีส่วนน้อย ซึ่งมันก็เป็นความจริงที่อาตมาเลี่ยงไม่ออก คนที่ฟังธรรมะด้วยดี สุสสูสังลภเตปัญญังง จะเห็นได้ว่าอาตมาพูดจริงไม่ได้มีความหลอกแฝงเลย มีแต่สัจจะปังๆ ตีหัวเข้าบ้านๆ คือมันเป็นยุคที่เสียเวลาไม่ไหวแล้ว ก็เลยต้องลัดคัดสั้น พูดอย่างให้กระชับ ลัด คัด สั้น ไปมัวยืดยาดๆอยู่ไม่เอา ทำงานมา 50 ปีนี้ ที่จริงอาตมาฝืนตาย ฝืนชีวิตไปเรื่อยๆ วันนี้ก็แทบตาย คนเห็นก็โอ้โห ลองพูดความรู้สึกซิ...มันรอดมาได้วันนี้ มันจะขาดใจเลยนะ มันหายใจไม่ออกเลย
_ในน้ำคำ มาจน... เห็นแล้วก็.. เคยเห็นครั้งหนึ่งที่ผาธรรม แต่ครั้งนี้หนักกว่านานกว่า พ่อท่านมีเสมหะติดลำคอข้นมากแล้วพยายามเอาออก แต่หายใจไม่เข้า ตอนนั้นก็พยายามทำอย่างไรกัน เห็นอาการแล้วรู้สึกว่า ชีวิตนี้ดูสั้นจังเลย ไม่อยากเห็นภาพนี้ ภาพที่พ่อครูหายใจไม่ได้ สิ่งที่เห็นคือเห็นพ่อครูมีพลังขับเสมหะออกมา หากขับไม่ได้ก็แย่ ถ้าขับไม่ออกก็หายใจไม่ได้ช่วงนั้นลุ้น พ่อครูว่า... ก็อยู่กันหลายคน มันต้องใช้พลังงานสุดๆถ้าไม่ใช้ตาย เขาถ่ายภาพเอาไว้แต่มันไม่น่าดูหรอก อาการมันน่าเกลียด ถ้าจะว่าน่าสังเวชก็กลายเป็นทุเรศะไป ในน้ำคำ...ก็มีการให้ออกซิเจนเพิ่มให้ แต่พ่อครูเป็น supra standard พ่อครูว่า... อาตมาเร็ว คือพูดชัดๆก็คือ ถ้าจะตายก็ตายง่ายๆ ตายง่ายเกิดง่าย ไว เป็นมุทุภูเต ไว ไวจนกระทั่งเป็นสิริมหามายา ซึ่งเป็นสัจจะเป็นธรรมะที่ไว เหมือนเป็นคนตลบตะแลงประเดี๋ยวดีประเดี๋ยวร้าย มันลักษณะจะตายก็ร้ายแน่นอน แต่จะไปร้ายแบบหลอกอีกเอา อาตมาว่าอาตมาไม่แล้ว ดูอย่างที่พวกเขาแสดง นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ สมณะฟ้าไท... คนตายก็มีที่จากเสลดอุดตัน แต่พ่อครูเป็นโพธิสัตว์ก็พยายามสู้ ถ้าเป็นเราคงไม่รอด เป็นเขาคิดว่าเราต้องพยายามพากเพียรทำให้ดีมากยิ่งขึ้น พ่อครูว่า... การตอบแทนบุญคุณอาตมาเต็มที่คือทำอย่างไร ...ลดกิเลส พวกเราตอบถูกต้องชัดเจนคะแนนเต็ม 640818_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ พ่อครูผู้เป็นอรรถกถาจารย์ เปิดเผยโลกุตระในยุคนี้