รากฐานของประเทศไทยคือโลกุตระอันทำลายไม่ได้ง่ายๆ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข27 ตุลาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

รากฐานของประเทศไทยคือโลกุตระอันทำลายไม่ได้ง่ายๆ _สันติอโศก..คุณแซมดิน เลิศบุศย์...อยากจะกราบเรียนถามพ่อท่านว่า เท่าที่สังเกตมา ดูเหมือนพ่อท่านจะไม่ค่อยให้ค่าให้ราคา กับกลุ่มราษฎร เนื่องจากเหตุใดครับ เหตุเพราะว่า เขากระทำแบบหยาบ กระทำแบบหมิ่น หรือทั้งคำ หรือโปสเตอร์ที่หยาบคาย หรือกิริยาวาจาไม่สุภาพดูหมิ่นดูแคลนผู้อื่น หรือว่า เป็นเพราะสถาบันกษัตริย์ ได้มีคุณงามความดีได้ทำมานาน นานมาก จนกระทั่งเห็นว่า กลุ่มคนที่มีอยู่แค่นี้ ไม่สามารถที่จะทำอะไรให้กระเทือนได้เลยเนื่องจากว่า ประชาชนส่วนใหญ่นี้ อย่างไรก็ยังเห็นดีเห็นงามกับการที่จะปกป้องหรือคุ้มครองหรือว่าดูแลหรือว่าเห็นว่า พระมหากษัตริย์นี้ยังมีคุณค่าอย่างมหาศาล สำหรับการปกครองในประเทศไทย หรือเป็นเพราะเหตุใดครับพ่อท่าน พ่อครูว่า...อันแรก ประเด็นแรกคือทำไมอาตมาไม่ให้ค่าพวกนี้ ที่เขาเย้วๆ อาตมาให้ค่าเขา แต่ให้ค่า -99 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ไม่ให้ค่า เพราะอะไร เพราะว่าเขาไม่รู้จัก ไม่รู้จักหลายประการ 1.ไม่รู้จักว่าประเทศที่เขาอยู่นี่คือประเทศไทย 2. ประเทศไทยมีรากของประเทศคืออะไร เขาไม่รู้จักเลย นอกจากไม่รู้จักแล้ว 3. เขาจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยถอนรากถอนโคนความเป็นประเทศไทยไปเป็นแบบที่เขาเองเขาศรัทธาเลื่อมใส เอาแค่ 3 ประเด็นนี้ 3 เหตุผลนี้ ก็ -99% ยังน้อยไป แล้วเขาก็ทำจริงๆด้วย ตามที่เขาเข้าใจก็เห็นว่าเป็นอย่างนั้น มันจึงเป็นคนเข้ามาไม่ควรจะเป็นคนไทย ถือว่าเป็นขบถยิ่งกว่าขบถ อยู่ในเมืองไทย เพราะฉะนั้นเขาไม่ใช่คนไทยไม่ใช่สัญชาติไทย แต่มาเกิดเป็นคนไทยมันก็มีเชื้อชาติที่ปฏิเสธไม่ได้เท่านั้นแหละ จะถือว่าเป็นคน ภาษาที่สวยที่สุดเรียกว่าเป็นคนนอกคอก เป็นลูกนอกไส้ มันเป็นเรื่องที่ไม่สมเหมาะสมควรเลย คุณบอกว่าไม่ให้ค่า อาตมาให้ค่าติดลบอย่างที่ว่

อ่านต่อ

านี้ เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้อยากจะให้เกิดในพฤติกรรมใดๆที่มีอยู่ในปัจจุบันที่เขาปฏิบัติ แล้วยังมีหางเลข และเขาก็พยายาม พยายามจะ โปรประกันด้า พยายามหาเสียงที่จะสร้างทุกอย่างเลยทั้งลงทุนลงแรงโฆษณาต่างๆครอบงำทุกอย่างเลย ใช้กระแสทางเครื่องมือเครื่องไม้สมัยใหม่ ขยันทำ พยายามเสียสละทั้งทุนร้อนแรงงานทั้งกินทั้งอยู่ เวลา ทำ เพื่อจะเปลี่ยนแปลงถอนรากถอนโคน ทางวัฒนธรรมทางรากเหง้าของชาติประเทศไทยเปลี่ยนไปเป็นตามที่เขาต้องการ ซึ่งอาตมาบอกว่า คนที่ไม่มีความรู้แบบนี้ อยู่ที่ไหนก็ลำบากที่นั่น ประเทศไทยนี่เกิดก่อนประเทศอเมริกา ส่วนฝรั่งเศสเท่าไหร่ อเมริกานี้แน่นอน 300 กว่าปี เพราะฉะนั้นการลงหลักปักเชื้อชาติลงไปนั้นอเมริกานี้ยังน้อยกว่า ไทยเก่าแก่กว่าอเมริกามาก และก็ยังดำเนินชีวิตอยู่ แม้แต่เขาจะเรียกว่าประชาธิปไตยอย่างอเมริกา และคนเขาเข้าใจว่า ประชาธิปไตยขาเดียว เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงกว่า ซึ่งอาตมาบอกว่าเป็นประชาธิปไตยขาหักขาเป๋ มีแต่การเลือกตั้ง มีแต่ประธานาธิบดีมันเป็นเรื่องมุกเป็นเรื่องอุปโลกน์ มุกของโลกนะ จับใครเชิดขึ้นมาเป็นตัวนำประเทศ เป็นครั้งคราวมา ซึ่งมันไม่มีรากเหง้าไม่มีกฎมณเฑียรบาลไม่มีการสืบสันตติวงศ์ จะว่าไปแล้วเกาหลีเหนือยังดีกว่า เพราะว่าเกาหลีเหนือยังมีการสืบสันตติวงศ์แม้จะยังไม่ยาวนานก็ตาม แต่อันนี้ไม่มีที่มาที่ไปเลยพยายามสร้างให้คนมาเตรียมตัวสร้างค่ายกลมาเพื่อที่จะมาเลือกตั้งเพื่อให้ได้เป็นใหญ่เป็นประธานาธิบดี ไม่รู้จักหัวนอนปลายตีนมาจากไหน ไม่รู้ ซึ่งมันไม่มีที่ไปที่มาไม่มีรากเหง้าไม่มี Root มันเป็นของมักง่ายฉาบฉวย ใช้แทคติกอำนาจบาตรใหญ่โครงสร้างค่ายกลต่างๆนานา แล้วก็ได้ บางคนก็ทำมานานอย่างเช่น จอร์จ บุช มีทั้งพ่อทั้งลูกเป็นประธานาธิบดีก็สร้างรากฐานมา ซึ่งเป็นการลอกเลียนสันตติวงศ์ แต่จริงๆแล้วเขาต้องรู้จักว่าอย่างนั้นแหละมันมีรากฐานกว่า แต่เข้าใจแค่นี้ไม่ได้ ไม่มีที่ไปที่มาไม่มีหลักฐาน ที่นี้ของศาสนาพุทธเมืองไทยเป็นศาสนาพุทธ รากฐานของผู้ที่เป็นกษัตริย์ ข้ามชาตินะ อย่างราชวงศ์จักรี มา 200กว่าปีเกือบ 300 ปี อายุยาวกว่าอเมริกา แล้วยังมีราชวงศ์ก่อนหน้านั้นอีกหลายราชวงศ์ตั้งแต่สร้างประเทศไทยมา เกือบ 1,000 ปี ก็มีการสืบสันตติวงศ์มาทั้งนั้น แม้จะเป็นแต่ละวงศ์ เหมือนหนังจีนไม่รู้กี่วงศ์ต่อกี่วงศ์ อย่างจีนเขามีฮ่องเต้ไม่รู้กี่วงศ์ แต่จีนมันหลายพันปีมีประวัติศาสตร์นานกว่า เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องของประวัติศาสตร์จริงๆ แล้วก็เป็นประวัติศาสตร์ข้ามชาติไปเลย อย่างผู้ที่ศึกษาพุทธศาสนาอย่างอาตมา อาตมารู้ประวัติศาสตร์ข้ามชาติ แต่อาตมาไม่มาพูดมากเพราะพูดแล้วมันไม่มีใครรู้ด้วย พูดไปเหมือนคนบ้าก็ไม่เข้าท่า ต้องพูดความจริงออกไปที่พูดได้ เอาอย่างนี้ก็ได้ อย่างอาตมา บริหารมนุษย์ชาติบริหารสังคมเหมือนกัน โดยภูมิธรรม เปิดความรู้ของอาตมาไม่มีใครแต่งตั้งแต่บริหารโดยธรรมชาติ บริหารโดยมีทฤษฎี เพราะฉะนั้นเกิดผู้ที่เข้าใจเหมือนพระพุทธเจ้าบริหารสังคมของพระองค์ ในยุคของพระองค์ พระพุทธเจ้าบริหารกลุ่มของพระองค์ มีทฤษฎีมีศีลมีหลักเกณฑ์มีข้อปฏิบัติประพฤติ มีธรรมนูญ จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล หรือธรรมวินัยเป็นธรรมนูญของพระพุทธเจ้า เสร็จแล้วใครจะมาเข้ารีต มาปฏิบัติตาม ธรรมนูญของพระพุทธเจ้า ยุคนั้น เป็นยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นยุคทาส ในทวีปอินเดียพระพุทธเจ้าไปไหน พระเจ้าแผ่นดินของแต่ละแคว้นแต่ละรัฐของอินเดีย แคว้นใหญ่ที่สุดคือแคว้นโกศล แคว้นมคธ 2 แคว้นใหญ่ของยุค ยกให้พระพุทธเจ้าหมดเลย ถึงขั้นบอกว่าให้พระพุทธเจ้าบริหารอยู่ด้วยกันเนี่ยแหละ เราจะแบ่งแผ่นดินให้ครึ่งหนึ่งพระเจ้ามคธบอกเลย พระพุทธเจ้าบอกเลยว่าไม่เอา ไม่ยึดมั่นถือมั่นจับจองเป็นเจ้าของแผ่นดินไปของท่านเป็นรัฐอิสระ ที่พระเจ้าแผ่นดินในแว่นแคว้นตอนนั้นให้สิทธิท่านทั้งหมด ใครจะมาเข้ารีตยกให้เลย อย่างที่มีพระพุทธเจ้าทรงถามพระเจ้าอชาตศัตรู ว่าถ้าเผื่อว่าคนของพระองค์จะมาอยู่กับเรา เป็นคนที่รับใช้ท่านอย่างดีอย่างคล่องแคล่วเลยตื่นก่อนนอนทีหลัง แต่สมัครใจจะมาบวชมาอยู่กับเรา พระองค์จะมาเอาคืนไปไหม พระเจ้าอชาตศัตรูก็เลยบอกว่าไม่หรอกพระเจ้าข้ามีแต่จะสนับสนุนส่งเสริม ยกย่องว่าเป็นคนที่ต้องกราบไหว้ด้วย นี่มันเป็นสัจจะที่ซับซ้อนที่สุดยอดเลย อาตมาเอาธรรมะตามที่พระพุทธเจ้าสอนไว้เอามาให้พวกเราฟังเข้าใจแล้วปฏิบัติตาม จนได้มาได้มรรคผล มาเข้ารีตอโศก ตามที่โพธิรักษ์เชื่อว่าของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างนี้เอามาอธิบายแล้วพวกนี้ก็มาเข้ารีตเป็นชาวอโศกตามที่อาตมาอธิบาย อยู่เป็นชาวอโศกที่มีพฤติกรรมมีธรรมนูญมีธรรมวินัยมีข้อปฏิบัติหลักเกณฑ์ปฏิบัติวิถีดำเนินชีวิต ตามที่พระพุทธเจ้าพาเป็นสำเร็จและด้วย จนทุกวันนี้อาตมาถึงบอกว่า จะหาว่าอาตมาหลงก็แล้วแต่ แต่อาตมาว่าไม่หลง มีแต่เห็นจริงว่า ชาวอโศกเป็นผู้ที่บรรลุผลสำเร็จของชีวิตแล้ว 1. มาเป็นคนจน หลายคนก็ตั้งใจมาจนแต่มันจนยังไม่สำเร็จไม่หมดเนื้อหมดตัวก็รู้ แต่ก็ได้ขนาดนี้ก็ดีก็สมัครใจอยู่แล้วหลายคนก็จะมาอย่างนี้จะเจริญให้ได้อย่างนี้จนหมดเนื้อหมดตัว ไม่หมดเนื้อหมดตัวตายไปก่อนก็ตายในนี้ในชาวอโศก หลายผู้หลายคนเข้าใจอย่างนั้นเลย ไม่ใช่พูดเล่นแต่พูดจริงๆเป็นอย่างนี้ มีใครเป็นอย่างที่อาตมาว่าอาตมาโมเมหรือไม่ ...ยกมือ ไม่เหมือนอย่างที่ชาวโลกเขาคิดจึงไม่ปฏิปักษ์ไม่เป็นคู่แข่งกับชาวโลกเขา นี่คือคนที่อาตมามาช่วยสอนมาแนะนำช่วยให้มามีวิถีชีวิตอย่างนี้ดำเนินชีวิตอย่างนี้ ก็ไม่เป็นภาระต่อสังคม ไม่เป็นคู่ต่อสู้ของสังคมแล้ว แม้แต่ทางด้านเศรษฐกิจ ก็มีแต่จะช่วยเศรษฐกิจให้สังคมมีมากมีเกินมีเหลือเกื้อกูลผู้อื่นไป หลักเกณฑ์ ไม่เป็นหนี้ ขยันหมั่นเพียรช่วยตัวเองรอด สร้างสรรค์ให้เหลือเกิน แล้วแบ่งแจกผู้อื่น พูดมาไม่รู้กี่ทีแล้ว 4 หลักนี้ ชาวอโศกเราทำสำเร็จจึงไม่เป็นภาระประเทศไม่เป็นภาระสังคม มีแต่เป็นประโยชน์ต่อสังคม มีคนที่บอกหาว่าราชธานีอโศกทำประเทศฉิบหาย ให้คุณศึกษาให้ดี ว่า ถ้ามีพฤติกรรมมีวัฒนธรรมมีการดำเนินชีวิตอย่างชาวอโศกแล้ว ไม่ใช่จะทำให้ประเทศฉิบหาย มีแต่จะทำให้ประเทศเจริญเศรษฐกิจเจริญ ทีนี้มาลงลึกอีกที ว่า เศรษฐกิจเจริญคืออย่างไร มาเป็นคนจน ทีนี้ ชาวอโศกภูมิใจมาเป็นคนจนอย่างนี้ก็สำเร็จผลขั้นหนึ่งแล้ว ชาวชุมชนคนไทยกลุ่มหนึ่งคือชาวอโศก มีกระจายอยู่ทั่วประเทศ มาดำเนินชีวิตเป็นคนจนสำเร็จได้ขั้นนี้ ตามที่ในหลวงตรัสตามแบบของพระพุทธเจ้า _สู่แดนธรรม...เป็นคนจนที่ไม่ธรรมดา เป็นคนจนอันมหัศจรรย์ พ่อครูว่า...เป็นเรื่องที่มหัศจรรย์เป็นเรื่องทวนกระแสเข้าใจยาก คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม ๙ ข้อ ๓๔) มันเป็นเรื่องตามได้ยาก มันเป็นเรื่องที่ไม่คิดได้ง่ายๆ (จาก...631026_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 14)

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน