ราชธานีอโศกพาให้ประเทศไทยเจริญ.docx
เนื้อหาในไฟล์
ราชธานีอโศกพาให้ประเทศไทยเจริญ _Gu Dong Zaa (กู ด็อง ซ่า) : ราชธานีอโศกทำประเทศฉิบหายมาจนทุกวันนี้ พ่อครูว่า...ราชธานีอโศกก็เป็นสถานที่มีบุคคล มีอาหาร มีธรรมะ มีสถานที่มีสัปปายะ 4 ประพฤติตนมีวัฒนธรรมมีการดำเนินชีวิต แล้วคุณคนนี้บอกว่า ราชธานีอโศก ทำประเทศฉิบหาย อาตมาว่า คุณนี่ ควรจะศึกษา ศึกษาความรู้ทางโลกก็ตาม พาประเทศชิบหายคือใครแล้วคำว่าพาให้ประเทศฉิบหายคือทำอย่างไร ถ้าไม่รู้จะบอกตัวอย่าง อย่างนายทักษิณ ชินวัตร เป็นต้น เป็นคนทำให้ประเทศไทยชิบหาย หรือยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นต้น และอีกหลายคนที่เป็นนักการเมืองบริหารประเทศที่ผ่านมา มีอำนาจมีตำแหน่งหน้าที่ แล้วทำให้ประเทศฉิบหาย อาตมาเป็นประชาชน เป็นผู้นำของชาวอโศก พาชาวอโศกศึกษาประพฤติธรรมให้ได้มีกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า แล้วก็ประพฤติตนอยู่ในประเทศ ไม่ได้ไปบริหารประเทศ ไม่ได้ไปปกครองประเทศ ชาวอโศกส่วนใหญ่ แม้แต่ชาวอโศกรับราชการก็ลาออกจากราชการมาเป็นชาวอโศกเต็มตัว อยู่กับหมู่กลุ่มสาธารณโภคี ไม่มีเงินเดือน ไม่มีรายได้ แล้วก็ทำอย่างที่เข้าใจ แล้วก็ดำเนินชีวิตอยู่ในประเทศ คือ ขอยืนยันว่าชาวอโศกไม่ได้พาประเทศฉิบหาย แต่ชาวอโศกพาประเทศ ให้เจริญทางเศรษฐกิจ เจริญทางรัฐศาสตร์ เจริญทางการเมือง เจริญทางสังคม เจริญอย่างไร เศรษฐกิจเจริญ อันนี้แหละไม่ง่าย ด็อกเตอร์ทางเศรษฐศาสตร์ก็ยังเข้าใจยาก เศรษฐกิจ เขานิยามกันสั้นๆอย่างสังเขปว่า เศรษฐกิจเจริญเศรษฐกิจดีคือ ผู้ที่รู้จักทรัพยากรที่มีกินมีใช้อยู่ในสังคม แล้วก็จัดการกับทรัพยากรที่มีกินมีใช้ในสังคมให้เฉลี่ยกันให้ทั่วถึง ให้อยู่เย็นเป็นสุขกัน แม้แต่ผู้ที่ด้อยทางสมรรถภาพ ด้อยทั้งความรู้ ขอให้มีกินมีใช้ตามฐานานุฐานะ ผู้ที่มีความรู้ความสามารถฐานะดีหน่อยก็ดีหน่อย แต่อย่าเอา
อ่านต่อ
เปรียบเอารัดกันเกินไปอย่าข่มเบ่งอย่าทำร้ายกันเกินไป นี่คือการนิยามเศรษฐกิจดีที่ยาวไปหน่อยแต่ก็คงพอจะเข้าใจ ทีนี้ ชาวอโศกเข้าใจความเป็นเศรษฐกิจดี ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านตรัสบอกว่า ถ้าจะปกครองบริหารประเทศ หลักเศรษฐกิจ จะทำเศรษฐกิจแบบไหน ท่านก็ตรัสว่า “แบบคนจน” นักเศรษฐศาสตร์ได้ยินแล้วท่านก็ตรัส ใช่ไหม พระราชดํารัสเอามาเปิดอยู่ทุกวัน พวกนักเศรษฐกิจได้ยินแล้วก็จะบอกว่า ไม่ใช่ พูดอย่างนั้นอะไรไม่ถูกหรอก แต่มันก็เป็นอย่างนั้นท่านก็ว่า ต้องเอาแบบคนจน... ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องเล่นลิ้นไม่ใช่เรื่องพูดปากเปล่า ไม่ใช่เรื่องพูดเท่ๆโก้ๆ มันเป็นเรื่องจริงต้องเอาแบบคนจน คนจนคืออะไร คนจนคือคนมักน้อย มีปฏิภาณปัญญา สมัครใจมาเป็นคนจนตั้งใจมาเป็นคนจน ไม่ได้มาเป็นคนจนเพราะเสียรู้หรือไม่สามารถที่จะไปรวยได้จึงต้องจน ไม่ใช่ จะรวยก็ได้จะมีมากก็ได้ แต่สมัครใจจะเป็นคนมีน้อย น้อย จนกระทั่งถึงอยู่ในสังคมนี้ ตัวเองอยู่ในฐานสูง ไม่ต้องไปสะสมสมบัติส่วนตัวแล้ว มีพออาศัย มีพอมีใช้อาศัย มีบริขาร ที่ตัวเองจะต้องใช้นอกนั้นก็แบ่งแจกไปไม่ยึดถือเป็นเราเป็นของเรชซึ่งอาตมาพูดแล้วก็ภูมิใจที่ชาวอโศกปฏิบัติประพฤติได้ตามคำสอนพระพุทธเจ้า อย่างนี้เรียกว่าเศรษฐศาสตร์เจริญสูงสุด พูดได้ว่าอย่างชาวอโศกนี้แหละเป็นคนจน สำเร็จแล้วด้วยเป็นคนจนสำเร็จ ซึ่งเป็นเศรษฐศานสตร์เศรษฐกิจที่ดีที่สุดเพราะไม่เบียดเบียนสังคม ไม่เป็นภาระรัฐบาลไม่เป็นภาระสังคมไม่เบียดเบียนมีแต่ช่วยสังคม เกื้อกูลสังคม มีส่วนเหลือส่วนเกินให้แก่สังคมตัวเราก็กินพอเพียงใช้พอเพียงพอกินพอใช้อยู่ในชีวิต สบาย มีเท่านี้กินเท่านี้ เหลือกินด้วย อุดมสมบูรณ์กินจนท้องจะแตกในแต่ละวัน หากใครตะกละตะกลามกลัวจะไม่พอกิน ทุกคนมาก็เลยกินเยอะ พอเอาไปเอามา ก็จะรู้ว่าไม่ต้องไปเห็นไปกินอะไรมากมายมันเต็มท้องแล้ว ต่อมาก็จะกินลดลง ที่นี่ไม่อดอยากหรอก มันเหลือเฟือ นี่คือการมีเศรษฐศาสตร์หรือมีเศรษฐกิจเจริญสมบูรณ์แบบ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์หรือนักบริหารปกครอง ก็ยังไปหลงทฤษฎีของทุนนิยม ของนักล่าลาภยศสรรเสริญโลกียสุข อย่างไม่รู้จักจบสิ้นไม่เสร็จ กำไรต้องสูงสุด Maximize profit ซึ่งเป็นคนใจไม่พอ เพราะฉะนั้นในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงให้มาพอแค่นี้รู้จักเพียงรู้จักพอ อย่าไปไม่มีขีดคั่นมันเป็นความทุกข์แล้วมันก็อยู่ในสังคมไม่เจริญ ต้องเอาอันนี้ก็ยากที่จะเข้าใจแม้แต่นักเศรษฐศาสตร์นักบริหารนักปกครอง ก็ยากที่จะเข้าใจความเป็นจริงอันนี้ เพราะอะไร ที่ต้องมาพูดนี้ เพราะตัวเองก็ไม่ได้ทำตนเป็นคนพอเพียงหรือมาสู่ความเป็นคนจนอย่างที่ในหลวงตรัส เป็นผู้บริหารบ้านเมือง ตัวเองก่อนจะไปบริหารก็รวย พอไปบริหารแล้วชัดเจนในคำตอบของพระพุทธเจ้า แล้วขอพูดน่าจะทำตามคำสอนพ่อ เรียกในหลวงเป็นพ่ออย่างสนิทสนม แต่ไม่ได้ทำตามก็รวยกันอยู่อย่างนั้น ต้องจนลงมาจนให้เห็นชัดๆเลย มาเป็นคนจนเท่าเทียมกับชาวอโศกที่เป็นนี้ คนคนนั้นจะประเสริฐจะวิเศษเลย จะอยู่ในสังคมอย่างดี มีนายกรัฐมนตรีประธานาธิบดีอุรุกวัย ทำตัวเองเป็นคนจน มีอะไรใช้สอยตามที่รัฐบาลให้ ใช้รถโฟล์คเต่าเก่าๆ บ้านช่องที่อยู่ที่พักเขาก็มีให้ตามตำแหน่งประธานาธิบดี แล้วเขาก็อยู่อย่างมักน้อยสันโดษ ได้รับความนิยมชมชอบทั่วโลกเลยนะ ก็พอจะมีปฏิภาณรู้กันทั่วโลกแต่ไม่ทำ ถ้าจะบอกว่าทำเป็นดราม่า จะมาทำเป็นคนได้รับค่านิยม เป็นคนจนแล้วทำทีเป็นคนจนก็ช่างมันเถอะ ใครจะว่าอย่างไรก็ช่างมันเถอะถ้าเรายิ่งจริงใจแล้วก็มาทำอย่างนี้จริงๆใครจะว่าก็ช่างปะไร แล้วเราก็ทำงานรับใช้ประเทศชาติ อย่างชาวอโศกเราอาตมาภาคภูมิใจ ไม่ไปแย่งชิงกับสังคมเขาพออยู่พอกินอะไรลดได้ก็ลดไป ใครลดยังไม่ได้ก็พยายามลดลงไปไม่ต้องไปตะกละมากมายอะไร คนเรามันมีวาสนาบารมีมีวิบาก เพราะฉะนั้นบางคนก็เอา ต้องไปทรมานใช้วิบากคือจะต้องไปรวย พวกเรารู้แล้วล่ะแต่ยังจนไม่ลง มันมีวิบากต้องไปทรมานทรกรรมต้องรวย รู้นะรู้แล้ว เดี๋ยวก็ถูกว่าเดี๋ยวก็ถูกกระแนะกระแหน พวกเราพูด บางทีก็มองด้วยสายตา รู้สึก เขาจะรู้สึก คนจะรู้สึกได้เพราะเป็นคนมีหิริโอตตัปปะเป็นคนมีสัทธรรม 7 คนที่มีศรัทธา หิริ โอตตัปปะ พหูสูต แล้วก็มีวิริยะ สติ ปัญญา แล้วก็มีความเพียรมีสติสัมปชัญญะปรับตัวเอง ให้เข้าสู่ความเป็นพื้นฐานของคนที่เป็นพื้นฐานเสมอสมานกันอย่างชาวอโศก ชาวมนุษย์ที่เขามีพฤติกรรมอยู่อย่างนี้ ตัวเองยังจะมีความรวยมีมากมีหรูหราอยู่ พอเข้ามาในกลุ่มนี้จะมีหิริ นี่คือคนมีสัทธรรม7 ในจรณะ 15 แต่ถ้าคนที่ไม่มีคุณธรรมพวกนี้จะไม่รู้สึกรู้สาอะไร เข้ามาในนี้ ดีไม่ดี ไม่ใช่ละอาย แต่จะรู้สึกข่ม พวกนี้ไม่มีกินมีใช้น่าสงสารนะ เชิงข่ม ดีไม่ดี เอาให้ไปใช้หน่อยให้คนนั้นคนนี้ทำทีเป็นใจดี ทำทีเป็นเกื้อกูลช่วยเหลือ แต่ก็ดีนะ ที่จริงก็ดี แต่ยังไม่รู้สึกเป็นหิริโอตตัปปะว่า ที่จริง เราไปลดเถอะแล้วให้เท่าๆกับเขาไม่ใช่ให้เขาพออาศัยพอกิน ใครที่อยากได้ก็เจ็บใครเจ็บมันแต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยอยากได้อะไรหรอก พูดมานี้ก็ให้ตัวเองว่าใครอยู่ในฐานในอย่างที่ตัวเองเป็น อาตมาอธิบายธรรมะนะตามหลัก ทฤษฎีจรณะ 15 ของพระพุทธเจ้า คุณ Gu dong sa ที่บอกว่าราชธานีทำให้ประเทศคุณฉิบหายนั้น คุณให้ลืมตามาดูธรรมะความจริงมาศึกษาความจริง ที่บอกว่าราชธานีอโศกทำให้ประเทศฉิบหายมันผิดคนละขั้ว ที่จริงแล้วทำให้ประเทศเจริญ ถ้าเอาตามราชธานีอโศก ประเทศชาติจะเจริญ คุณยังงมงายอยู่อีกมากต่อมาก ขออภัยต้องพูดความจริงตรงคุณยังงมงายอยู่อีกเยอะ ไม่เข้าใจหรอกว่าราชธานีอโศกเป็นอริยะประเทศเป็นประเทศเจริญแล้ว ขออภัย เป็นอะไรวะสังคมเป็นอริยะชุมชนแล้วเจริญ ไม่ได้เป็นภาระแก่สังคมประเทศชาติแม้แต่อยู่ในจังหวัดนี้ จังหวัดอุบลไม่ต้องห่วงราชธานีเลย มีแต่ราชธานีจะให้ช่วยเหลืออะไรก็บอกมา สังคม จังหวัด อำเภอ หรือหมู่บ้านเท่าที่พอเป็นไปได้ ก็ไม่ได้ไปอวดดีอวดใหญ่ไปอ้าขาผวาปีกจะไปช่วยคนนั้นคนนี้เกินไป เราก็พร้อมอุดมสมบูรณ์ มีพอเป็นไปเพื่อกูลกันได้ ไม่ใช่เป็นเศรษฐีที่จะมานั่งแจกทีเดียวหรอก (จาก...631026_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 14)