สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประชาธิปไตยไทยพัฒนามา 70 ปีแล้ว.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประชาธิปไตยไทยพัฒนามา 70 ปีแล้ว _0015ระบบบุญนิยมมีความสอดคล้องกับไทยแลนด์ 4.0 บ้างหรือไม่ครับ พ่อครูว่า..ถ้าระบบของ ไทยแลนด์ 4.0 ที่สมมุติกัน พูดจริงๆเลย อาตมาขอรับสารภาพว่าไม่เข้าใจ ไทยแลนด์ 4.0 ไปเอาความหมาย 4.0 จากอะไรมาอธิบาย หรือมาบัญญัติ ยืนยัน แต่เท่าที่ดู การบริหารของยุคปัจจุบันนี้ สรุปแล้วว่ามีการเจริญ ประชาธิปไตย ระบอบการบริหาร จากอดีตถึงปัจจุบันมีความเจริญ เจริญในความหมายของอาตมา หมายถึงว่าจะเดินไปสู่ระดับ ที่น่าพอใจ ก้าวเข้าขั้นโลกุตระอยู่ในเนื้อหา ก็ขอสำทับตรงนี้ว่าโลกุตระคืออะไร โลกุตระคือเนื้อกิเลสมันไม่เก่งเท่ามวลชน มวลชนเก่งกว่ากิเลสในการบริหาร แต่มวลชนส่วนใหญ่ ก็ถูกกำราบไว้ในการบริหาร คำว่า กำราบ เป็นภาษาโลกีย์คือข่มไว้บ้าง แต่ก็มีโลกุตระเป็นอิสระเสรีภาพ โลกุตระนี้ไม่ได้ข่มเบ่ง แต่มีพลังปัญญา พลังความเข้าใจของประชาชนเองเป็นอิสระเสรีภาพ ยอมรับนับถือเอง ยอมยกให้เอง ผู้นำที่เป็นหลักมาตลอดในระบอบประชาธิปไตย 85 ปีของเมืองไทย ผู้นำที่นำมาตลอด 70 ปีนี้คือในหลวง รัชกาลที่ 9 ท่านทรงงานประชาธิปไตยที่เป็นโลกุตระ ต้องพูดชัดๆเลย ที่เป็นประชาธิปไตยที่เป็นโลกุตระ เป็นประชาธิปไตยที่อาตมาก็เข้าใจอันเดียวกันว่า เป็นไปตามระบอบของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อาตมาก็ไม่ได้พูดเล่น พูดจริงว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 คือพระโพธิสัตว์องค์หนึ่ง แนะนำธรรมะพระพุทธเจ้ามาบริหารปกครอง หลักใหญ่ตรงๆเลย บอกว่าเอาแบบคนจน ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ท่านก็ตรัสว่า นักเศรษฐศาสตร์ฟังแล้วเรื่องขาดทุนคือการได้ขาดทุนคือกำไรมันจะเป็นอย่างไร ท่านก็บอกว่ามันเป็นเช่นนั้น ท่านก็ตรัสตามที่ท่านมีพระปรีชาญาณ ท่านไม่ค่อยยืดยาดเหมือนอาตมา ท่านก็ตรัสตรง และท่านก็ทรงมั่นพระทัยของท่าน
อ่านต่อ
ซึ่งมันมีความจริงที่สุดยอด ที่ประชาชนต้องศึกษา ยิ่งยุคนี้ขอบอกว่า เป็นยุคพุ่งเข้าหาปัญญา ปัญญาของพุทธนะ ไม่ใช่เฉกา เฉโก สมณะเดินดินว่า...พระปฐมบรมราชโองการที่บอกว่าเราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม พ่อครูว่า…ในหลวงทรงพิสูจน์มา 70 กว่าปีแล้ว ท่านตรัสตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ผ่านมา 70 กว่าปี สมณะเดินดินว่า...เหมือนพ่อครูเน้นว่า พระพุทธเจ้ามีประชาธิปไตยคือ พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) พ่อครูว่า เรื่องนี้ มีองค์ประกอบหลายนัยยะ มีอจินไตยหลายอย่างที่พูดเป็นภาษาออกมาให้ฟังกันไม่ได้ ทั้งที่รู้ แต่ไม่ควรจะพูด ก็ต้องขอไว้ ไม่รู้จะทำอย่างไร มันไม่เป็นประโยชน์ พระพุทธเจ้าก็บอกว่าไม่ควรพูดสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ เป็นโทษ ก็ขออธิบายแต่เฉพาะระบบบุญนิยม บุญหรือปุญญะ มาจากรากศัพท์ของพระพุทธเจ้า คำว่าบุญเป็นคำของโลกุตระโดยตรง เป็นการกำจัดกิเลส ถ้าเผื่อว่าผู้ใดสร้างพลังงานในตัวเอง ให้มีฤทธิ์มีอำนาจ เป็นพลังงานที่ไปฆ่าพลังงาน ราคะ โทสะ โมหะ ซึ่งก็เป็นพลังงานเช่นกัน ที่เรียกด้วยภาษาว่า ไฟ เป็นอุณหธาตุ เป็นพลังงานความร้อน แล้วอันนี้คือบุญ สามารถจัดการพลังงานไฟ ราคะ โทสะ โมหะ ได้ ผู้ที่ได้สร้างพลังงานนี้จึงทำได้ผลจริงอย่างที่พวกเราทำได้ ในหลวงทรงงานมา 70 พรรษามีคนได้มาไม่น้อย จนเป็นประชาธิปไตยในประเทศไทย อาตมาขอรับรองว่า ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย นักรัฐศาสตร์ทางตะวันตก เทวนิยมที่สอนๆกันมาเป็นของเทวนิยม ไม่ได้เอาของพระพุทธเจ้าเป็นหลัก เอาของพระพุทธเจ้าไปประกอบนิดหน่อย ตามประสาที่เขารู้ว่าทิ้งไม่ได้ ก็เลยเอาไปประสมบ้าง แต่ไม่ชัดเจน อาตมาไม่มีความรู้ในตำราเมืองนอก แต่ก็มั่นใจ อาตมาก็ขอพูด อย่าหาว่าอวดตัว แต่อาตมามั่นใจในทฤษฎีความรู้ของพระพุทธเจ้า ซึ่งอาตมาว่าอาตมามีพอสมควรที่จะยืนยันพิสูจน์ได้ เอามาปฏิบัติที่เป็นประโยชน์จริงได้ในยุคนี้
600721_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ โยนิโสมนสิการให้ลึกถึงสังกัปปะ7