สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน โยนิโสมนสิการให้ลึกถึงสังกัปปะ7.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน โยนิโสมนสิการให้ลึกถึงสังกัปปะ7 บวรของชาวอโศก อาตมาจึงมั่นใจว่ามันเป็นของจริงในยุคนี้ที่กำลังก้าวหน้า มันยากมากเลย จนอาตมาเอง ขออ่านตรงนี้หน่อยก็แล้วกัน บันทึกไว้เอง ...อาตมาทำงานมา รู้สึกสะดุดใจลึกลึกว่า ที่อาตมาเทศน์ธรรมะมานี่ หรือว่าบรรยายธรรมะของพระพุทธเจ้ามานานหลายสิบปีเกือบห้าสิบปีแล้ว ว่ากันจริงๆ ถึงห้าสิบปีแล้ว ตั้งแต่เป็นฆราวาสแต่มาบวชตอน ปี 2513 ทำงานเต็มสภาพเลยเมื่อมาบวช อาตมาบรรยายมานานขนาดนั้น คนฟังก็ไม่ค่อยกระเตื้อง คงจะเพราะไม่ค่อยรู้เรื่อง อาตมาก็พยายามไม่ได้หลงตัวเองนะ อาตมาก็ว่าอาตมาพยายามให้มันง่ายมันชัด มันดีที่สุด อย่างมั่นใจว่าไม่ผิดเลย ถูกต้อง แต่เขาก็ฟังไม่รู้เรื่อง หรือแม้รู้เรื่อง ไม่ซาบซึ้งเข้าไปถึงจิตใจจนสามารถแก้ไขพฤติกรรมที่ผิดพลาดของตนได้ ไม่ถึงขนาดนั้น อาตมาก็ว่าเพราะอะไร มันคงเพราะเหตุว่า ชาวพุทธหรือประชาชนคนไทย เชื่อถือความเป็นคณะสงฆ์ใหญ่ หรือว่าคณะเถรสมาคม มากกว่าเชื่อหลักฐานที่เป็นพระวจนะ คำสอนของพระพุทธเจ้าที่มีในพระไตรปิฎก แล้วอาตมาก็นำเอาคำสอนในพระไตรปิฎกมายืนยันอ้างอิงอธิบายให้ฟัง ท้าทายให้เอาไปยืนยันได้ พระไตรปิฎกฉบับเดียวกันนี้ เขาก็ฟังที่อาตมายืนยันนี้ยังไม่ได้เข้าใจจริงตามที่ว่านี้ ไม่ตรงกับที่พระพุทธเจ้าตรัส เขาก็ไม่สะดุ้งจนเอาไปแก้ไขตัวเองได้มันก็ไม่เกิด มันเกิดได้ แต่มีน้อย โดยเฉพาะคณะใหญ่คือเถรสมาคม ยังงุ่มงาม มะงุมมะงาหราอยู่ อาตมาก็เห็นผลอยู่ว่า ไม่กล้าเถียงอาตมาออกมาดังๆ จะไปพูดในหมู่กลุ่มตนเองก็ไม่รู้ล่ะ แต่ไม่กล้าออกมาทาง สื่อสาร แต่อย่างใด ไม่เห็นมีเลย ลับหลังอาจจะมีก็ไม่รู้ ยกตัวอย่างเช่นอาตมายืนยันหลักฐานในพระไตรปิฎกว่า สมาธิของพุทธศาสนาที่เรียกว่าสัมมาสมาธิไม่ได้เป็นผลมาจากกา
อ่านต่อ
รนั่งหลับตาสะกดจิต อาตมาก็ย้ำตอกหัวตะปู พูดเป็นแผ่นเสียงตกร่องมาเกือบห้าสิบปีแล้วว่า อย่างนั้นไม่ใช่สมาธิอย่างนั้นไม่ใช่สมาธิของพระพุทธเจ้า เป็นสมาธิที่เรียกตามภาษากลางๆทั่วไป ยุคพระพุทธเจ้าตอนออกบวช ท่านก็ไปหาวิธีการหาอาจารย์ ไปพบ อาฬารดาบส อุทกดาบส ฤาษีชีไพรก็นั่งหลับตาสะกดจิตทั้งนั้น ท่านก็พบว่าไม่ใช่ทาง แต่ว่า ท่านเองก็ต้องใช้วิธีนั่งหลับตาสะกดจิตเช่นกัน มันยากที่จะแย้งเขา ท่านก็ใช้ตามที่เขานำพา แม้แต่อาตมายุคนี้ก็ทำเช่นกัน อาตมาทำไม่น้อย ใช้ประโยชน์ได้แต่ได้นี้ มันเป็นของแท้ของอาตมา สมาธินี้ เป็นภาษากลางๆใช้กันมานาน สมาธิเป็นภาษาบาลี ก็ใช้กันมาแล้วเพี้ยนไปมา กลับไปกลับมา พระพุทธเจ้าถึงใช้คำว่าสัมมาต่อหัวไว้ เป็นสัมมาสมาธิ ท่านก็ไม่กระเตื้องอะไรอยู่อย่างนั้น อาตมาก็ว่า สมาธิที่อาตมาพยายามอธิบายตามตำราพระพุทธเจ้าตลอดมาเลยยืนยันให้เห็นว่า ที่พระพุทธเจ้าตีทิ้งสมาธิหลับตาเจโตสมาธิ เอาพลความมาอธิบายก็พอเข้าใจกัน แต่มันไม่ถึงขั้น ไปทำให้จิตเกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะไม่มีพลังงานพอ ยังไม่เชื่อ ยังไม่เห็นจริงว่า สมาธิที่ได้จากการปฏิบัติลืมตา มีสติปฏิบัติในขณะที่ทำงานอาชีพ ก็สร้างสมาธิ ในขณะทำการงานทุกอย่าง กัมมันตะ ก็สร้างพลังสมาธิใส่จิตใจ ในขณะที่พูด โดยเฉพาะการสังกัปปะก็แน่ๆเลย คือการทำใจในใจ มนสิการ หรือมนสิกโรติ ก็สามารถเข้าใจกระบวนการของสังกัปปะ 7 ที่มีบันทึกไว้ในพระไตรปิฎกชัดเจน กระบวนการ process ของ สังกัปปะ 7 ตักกะ วิตักกะ สังกัปปะ อัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา วจีสังขารา สามารถปฏิบัติสังกัปปะ 7 เป็นผลได้สำเร็จเป็นสัมมาสมาธิ โดยทำ กายในกาย ทำเวทนาในเวทนา ทำจิตในจิต ทำธรรมในธรรมนี่ ให้เกิดผลมีส่วนบุญ ต้องคมชัดแม่นว่าบุญไม่ได้เป็นกุศลนะ แต่ถ้าทำกุศลสูงสุด ก็คือข้ามขีดเป็นปุญญะคือตัดกิเลสได้ ก็คือบุญ กุศลต้องเป็นบุญแต่ถ้ากุศลในกุศลเองไม่ได้ตัดกิเลสเลย กุศลคือความฉลาดแบบโลกียะ เราต้องสร้าง มนสิการในใจ สร้างอย่างไรก็พยายามทำให้เกิดพลังงานทางกายวาจา ทางจิต จนกระทั่งเกิดขึ้นมา เป็นผลของบุญไปตามลำดับ คือชำระกิเลสได้เป็นส่วนๆ จนชำระกิเลสได้ครบ จนดับสิ้นอาสวะ หมดครบ อาตมาได้อธิบายอาสวะจนถึงอนุสัย แต่เอาแค่ถึงดับอาสวะก็จบแล้ว สำหรับคนทั่วไป ต่อจากการดำเนินการดับอนุสัยก็คือเรื่องของพระโพธิสัตว์ คนทั่วไป สิ้นอาสวะ ปัญญาวิมุติคืออรหันต์แล้ว ส่วนจะได้อุภโตภาควิมุติก็ได้เป็นพระโพธิสัตว์ ส่วนดับอาสวะเป็นพระอรหันต์ คือได้ใบไม้กำมือเดียว แต่พระโพธิสัตว์เป็นการศึกษาใบไม้ทั้งป่า กิเลสตนทำให้หมดได้เป็นเรื่องเล็กน้อย ส่วนกิเลสคนอื่นๆ มีมากมาย แตกต่างกันไปจนนับไม่ได้ จะเอาหนึ่งของเราไปเทียบกับกิเลสทั้งหมดของคนอื่นด้วยได้อย่างไร เป็นปุคลาธิษฐานที่ชัดเจน 600721_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ โยนิโสมนสิการให้ลึกถึงสังกัปปะ7