621211_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ธรรมะคือเครื่องถ่วงดุลยุคทุนนิยมเคออส.docx
เนื้อหาในไฟล์
621211_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ธรรมะคือเครื่องถ่วงดุลยุคทุนนิยม chaos อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1FoXGXksUnGnsFDnXTOwAoxbsXS11vu_grGAXen3mwe๔/edit?usp=sharing
ดาวโหลดเสียงที่ https://drive.google.com/open?id=1u-mqakWkZvDYu9iZkKPp1qdcAQKgKzcE สมณะฟ้าไทว่า..วันนี้เป็นวันพุธที่ 11 ธันวาคม 2562 ที่บวรราชธานีอโศก วันนี้มีพระมาจากประเทศศรีลังกาประมาณ ๔0 รูป และผู้ติดตามรวมแล้วเป็น 90 มีรองสังฆราชของประเทศศรีลังกามาด้วย ท่านอายุ 61 ปี เป็นเพื่อนกับประธานาธิบดีคนใหม่ของศรีลังกา เขาบอกว่าชุมชนเราปฏิบัติตามมรรคมีองค์ 8 ของพระพุทธเจ้าเลยน่าอยู่มาก เขาชื่นชมมากอยากให้มีชุมชนเช่นนี้อยู่ที่ประเทศศรีลังกา ถามอาตมาว่าให้ทำอย่างไร ก็เลยบอกว่าให้มาศึกษาที่นี่ฟรี เขาก็จะไปบอกประธานาธิบดีให้ส่งคนมาศึกษาที่นี่ ต้องแปลภาษากัน 3 ท่อนจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษแล้วค่อยเป็นภาษาศรีลังกา ต้อมก็แปลภาษาไทยให้เป็นอังกฤษ แล้วคนศรีลังกาก็แปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาศรีลังกาอีกที ชุมชนเราตอนนี้มีคนมาชื่นชมเยอะและก็มีคนมาซื้อสินค้าเยอะเช่นกัน คนคิดเงินเหนื่อยเลย วันนี้พ่อครูจะมาแจกอาริยทรัพย์ให้พวกเรา
พ่อครูว่า…sms วันที่ 9 ธ.ค. 2562 (สำมะปี๋ ซี๋วิต พ่อครู : บ้านราช) _ฝ่าตะวัน ศรีคำแซง : ถึงผมจะไม่ค่อยมีเวลาเข้าบวรเนื่องด้วยภารกิจการงานแต่ก็ติดตามอยู่นะครับ เห็นน้อง ๆ สัมมาแล้วคิดถึงสมัยผมเป็น. นร.อยากกลับไปเป็น นร แล้วนั่งฟังธรรมครับ
สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามศัพท์) ตอน พ่อครูคือคนอภัพพะ _จักรพล พุทธพัฒนา : อภัพพหรืออาภัพ..อภัพพะน่าจะแปลว่าไม่อาภัพนะ..อ=ไม่..พ่อครูเป็นคนที่อาภัพแต่ไม่อาภัพครับ. พ่อครูว่า…ภัพพ แปลว่าควรมีควรเป็น อภัพพะ แปลว่าไม่ควรมีไม
อ่านต่อ
่ควรเป็น ส่วนอาภัพพะ นั้น แปลว่า เป็นก็ได้ไม่เป็นก็ได้ สับสนอยู่ กึ่งๆ อัพยากฤต ผู้ที่ยังไม่มีปัญญาจริงๆก็แน่นอนมันทนกันอยู่ รู้ครึ่งนึงไม่รู้ครึ่งนึง มันยังไม่เต็ม เอามาเป็นหลักเอามาเป็นตัวจริงไม่ได้ สภาวะของอาภัพคือคุณยังไม่สมบูรณ์ยังไม่เต็ม ทีนี้ อภัพพ คำว่า ภัพพ แปลว่าควรมีควรเป็น มี อ คือไม่ควรมีไม่ควรเป็นไม่น่าจะเป็นไม่น่าจะมี ทีนี้สิ่งที่พิเศษเกินสภาวะเป็นเรื่องเหลือเชื่อเกินความคิด เป็นโลกุตระ อย่างอาตมาเกิดมายุคนี้เขาถึงไม่เชื่อ เขาว่าไม่น่าเป็น ดีไม่ดีเขาว่าไม่ใช่ ก็เขายึดถือเอาของเก๊ ไม่น่าเชื่อไม่น่าใช่ แต่จริงๆมันใช่ คำนี้ถึงเป็นคำสิริมหามายา เป็นคำที่ใช่ แต่เมื่อคุณเองไม่รู้ก็มองไม่ออก มันเป็นสิริมหามายาเป็นมายาที่ดีที่จริงที่ยิ่งใหญ่ เหมือนกับแม่พระพุทธเจ้า ชื่อสิริมหามายา ชื่อมีทั้งสวยงามเยอะแยะ เอามายามาใช้ทำไม แต่ยุคนี้เป็นเรื่องไม่ลงตัวสมบูรณ์แบบ ก็เลยต้องมีอย่างนี้ครึ่งๆกึ่งๆ ต้องลงตัวกันอย่างนั้น ทุกอย่างต้องลงตัวกันต้องเป็นเช่นนั้นตามเหตุตามปัจจัยจนครบ มันเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นยุคนี้จึงเป็นยุคที่ยาก แต่ผู้มีภูมิปัญญาจะสามารถเข้าใจซึ่งความจริงที่อาตมาทำ อาตมาบอกได้เลยว่าอาตมาไม่เคยแสดงความไม่จริงเลย แม้จะเล่นมุขบ้างก็เป็นความจริง บางทีเล่นคำกลับไปกลับมาตลก แต่ต้องเป็นความจริงเนื้อแท้ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะคนทุกวันนี้มันซีเรียสมาก มันจึงต้องมีสนุกบ้างบันเทิงบ้าง ถึงจะคลายเครียด เพราะฉะนั้นคณะตลกเมืองไทย มีไม่รู้กี่คณะ รวยกันทั้งนั้นเลย จบดอกเตอร์ด้วยก็ยังมาเล่นตลก อย่างนี้เป็นต้น อาตมาเวลาแสดงธรรมต้องจริง แต่ก็มีแถมเป็นมุขตลกแซม ดีไม่ดีเล่านิทานประกอบ เขาก็เลยบอกว่าคนจริงเขาไม่มาเล่นหัวหรอกต้องเคร่ง เพราะว่าในคำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นคนจริงไม่ได้เหลาะแหละ แต่อันนี้เป็นเรื่องอนุโลมตามยุคสมัย มันก็เลยเข้าใจยาก ใช้สำนวนทางโลกว่าอาตมาเป็นคนอาภัพ แต่จริงๆแล้วอาตมาเป็นคนอภัพพ เป็นคนไม่น่าจะเป็นได้เลยในยุคนี้ คนที่ควรเป็นน่าจะเป็นคนอื่นไม่ใช่อาตมา แต่อาตมาเป็นคนในยุคนี้และเป็นจริงด้วย ถึงได้บอกว่ายาก ไม่รู้จะพูดอย่างไร อธิบายได้แค่นี้
สื่อธรรมะพ่อครู(ศิลปะโลกุตระ) ตอน เรื่องของปัญหาและศิลปะ _ ปัญหาต่างๆหรือวิบากดีร้ายย่อมมีได้..เพียงแต่ใจเราไม่สุขหรือทุกข์ได้เท่านั้น. พ่อครูว่า… ปัญหามีสภาพ 2 หากมีแต่ดีอย่างเดียวไม่มีอะไรแย้งเลยก็ไม่ต้องมีปัญหา เป็นธรรมดาธรรมชาติ แต่มันต้องมีมันห้ามไม่ได้หรอก พระพุทธเจ้าอยู่ทั้งองค์เก่งขนาดไหนก็ยังมีสิ่งที่เป็นคู่ต้องเป็นสภาพ 2 ถ้าไม่มีสภาพสองก็มีแต่ทรุดเสื่อม แต่ศาสนาพุทธเกิดมาเพื่อเจริญ พระพุทธเจ้าแต่ละองค์ศาสนาไปได้นานแต่พระพุทธเจ้าสมณโคดมมีศาสนาได้ถึง 5000 ปีเท่านั้น ถือว่าน้อยที่สุด เกือบจะไม่ได้ประกาศแล้วนะ อาตมามีหน้าที่เป็นส่วนเกี่ยวเนื่องต้องมาช่วยให้ศาสนายืนยาวไปถึง 5000 ปี อย่างที่มันเป็นจริงทุกวันนี้ 2,500 กว่าปีโลกุตระหายเกลี้ยงไปจากศาสนา อาตมาจึงจำเป็นต้องมาทำหน้าที่ และอาตมาก็ยังเป็นโพธิสัตว์ที่จะต้องมาฝึกฝนอบรมตามเหตุปัจจัยความจริงเพื่อสร้างบารมีเพิ่มแน่นอน ก็เหมาะสมกันด้วย มันก็เลยมา แล้วก็มาทำหน้าที่ ซึ่งยากจริงๆเพราะเป็นยุคที่ใกล้กลียุคจริงๆ แล้วก็สมเหมาะสมควรกับอาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ไม่ได้สบายหรอกนี่แหละเป็นอาภัพพบุคคล รูปไม่หล่อพ่อไม่รวยไม่มียศฐาบรรดาศักดิ์ปริญญาจัตวาก็ไม่ได้กับเขา อย่าว่าแต่ปริญญาตรีเลย ได้แต่แค่ปวส. สูงสุด อุตส่าห์ได้เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเขา จุฬาฯก็ไปเดินศึกษา ตอนนั้นไม่ได้บรรจุเข้าไปเป็นคณะ อาตมาก็เรียนดนตรีจากอาจารย์ อาตมาเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยTrinity จากอังกฤษ เรียนทางไปรษณีย์ ได้มาหลายเกรดเลยนะ ได้แค่เกรด ๔ ยังมีใบ certificate อยู่เลย เกรด ๔ นี้อยู่แค่ชั้นประถมนะ เกรด 12 ถึงจะขึ้นมัธยม แล้วถึงจะไปเป็นปริญญาตรี แต่ว่าอาตมาก็มีพรสวรรค์ทางดนตรีของตัวเอง การศึกษาทางศิลปะก็เหมือนกัน ศิลปะก็เรียนแค่ปวส.วิจิตรศิลป์ เทียบก็เป็นอนุปริญญาเท่านั้นเอง ก็ได้ใบรับรอง แต่อาตมาว่าอาตมามีความรู้เกินกว่าดอกเตอร์ปริญญาเอกทางศิลปะ อาตมาก็มั่นใจ ศิลปะ แต่ทุกวันนี้มันเป็นศิลป์เปรอะ ยิ่งเมืองนอกก็เละมาก อาตมายืนยันว่าศิลปะคือมงคลอันอุดมศิลปะ คือสิ่งที่พาไปสู่ความเจริญสูงสุด ถึงขั้นโลกุตระ ถ้ายังไม่ถึงศิลปะโลกุตระ มันก็ต้องมีขั้นตอนของมัน อาตมาจึงได้บัญญัติ ขั้นตอนของความเป็นศิลปะถึง 5 ขั้น ลามก ราคะ สาระ ธรรมะ และโลกุตระ ก็ได้ขยายความเอาไว้พอสมควร อาตมาก็เรียนวิชาการศิลปะมาตามฐานะพอสมควร จริงๆแล้วงานศิลปะจัดเป็นงานที่ต้องรู้ในศาสตร์ต่างๆ ต้องใช้ศาสาตร์ต่างๆอย่างมีศิลป์ร่วมกัน หากศาสตร์ไม่มีศิลปะร่วมกันเลยมันก็เป็นแค่สารคดี ศิลปะนั้นต้องมีสุนทรียศิลป์และสารศิลป์ สารศิลป์คือเนื้อแท้ สุนทรียศิลป์ เป็นองค์ประกอบร่วม ให้มีสิ่งที่ทำให้สาระมีรสชาติ เป็นกษัยมีเนื้อก็ต้องมีน้ำมีน้ำก็ต้องมีเนื้อ ไม่อย่างนั้นมันแข็งไม่สมบูรณ์ 2 สภาพนี้จะเป็นปฏิกิริยาทำให้พลังงานต่างๆเดินไปได้ ถ้าหนึ่งเดียวไม่มีพลังงานคู่ อะไรก็ไม่เกิด เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดดำเนินไปจะต้องมี 2 ขึ้นไป แล้วต้องกระทบสัมผัสมีปฏิกิริยา Action reaction ถ้าไม่เช่นนั้นไม่มีอะไรมาเพิ่มไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็มีแต่ตั้งอยู่แล้วก็จะเสื่อมไป สู่ 0 สุดท้ายก็สูญสลายไป นี่คือสัจจะสั้นๆ ศิลปะต้องมีศาสตร์และศิลป์ประกอบ ไม่อย่างนั้นมันไม่ลื่นมันฝืด มันแข็งไม่ชี้ชวนไม่มีผู้ช่วย
_อิสระบนยอดหญ้า : ยิ่งฟังยิ่งเข้าใจ ยิ่งฟังยิ่งรู้จักอาการลิงคนิมิตของกิเลส ทั้งอาการกามในจิตและอัตตาอาการติดยึดของจิต อาการที่เคลื่อนไหวในขันธ์ 5 ได้ดีชัดเจนยิ่งขึ้นๆครับน้อมหมอบกราบสาธุธรรม หมอบกราบคารวะความเมตตาพ่อท่านเมื่อ๔-5ปีก่อนตอนได้ฟังธรรมพ่อท่านครั้งแรกในงานตลาดอาริยะ เมื่อเดือน"เมษายน" 2558 เป็นครั้งแรกที่ลูกได้มีโอกาสได้พบเจอได้กราบพ่อท่าน ที่บวรราชธานีอโศก ลูกฟังธรรมพ่อท่าน ไม่รู้เรื่องเลย พอมาถึงวันนี้ลูกยิ่งฟังยิ่งเข้าใจ ยิ่งฟังก็ยิ่งเข้าใจนัยที่ลึกซึ้งยิ่งๆขึ้นครับ พ่อครูว่า…อาตมาก็จึงมีกำลังใจทำงานต่อ แค่อาการลิงคนิมิตอุเทส เป็นองค์ประกอบในการเรียนรู้นามรูป จะต้องมีการรู้ อาการลิงคนิมิตอุเทส จะอธิบายในพระไตรปิฎกเล่ม 10 อนุโมทนาสาธุติดตามให้ดีและปฏิบัติ ไม่อย่างนั้นจะฟังเพียงเผินๆไม่ปฏิบัติจะกลายเป็นวิปัสนูปกิเลสไป
_พิศมัย ชำนาญคิด : เห็นพ่อครูเป็นพระพุทธเจ้าตั้งแต่วันแรกที่ได้พบพ่อครูแล้วค่ะ แถวๆวันที่ 8 พย. จำปีพศ. ไม่ได้เพราะนานแล้วยังอุทานเลยว่า เหมือนพระพุทธเจ้าเลย กราบนมัสการมาด้วยความเคารพอย่างสูง สุดเศียรสุดเกล้าค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
_จิตรา อัศวิน : กราบ_/\_นมสก พ่อครู ที่เคารพยิ่งเพราะได้ฟังพ่อครูสาธยายธรรม จึงเข้าใจสัมมมาทิฎฐิในข้อพ่อมี-แม่มี' 'โลกนี้-โลกหน้า'ได้แจ่มชัด ดุจหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด จุดประทีปในที่มืด กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ พ่อครูว่า…หากเข้าใจแค่โลกนี้คือตอนนี้และโลกหน้าคือตายก่อนอย่างนี้คงพูดกันไม่รู้เรื่อง โลกนี้คือโลกโลกียะโลกหน้าคือโลกโลกุตระ เรียนรู้ได้ก็จะเข้าสู่โลกโลกุตระได้ตอนเป็นๆนี่แหละ หากเข้าใจว่าโลกหน้าคือต้องตายไปแล้วจึงเกิดโลกหน้าอย่างนี้จะไปรู้จักกันได้อย่างไร วิญญาณของใครของมันไม่เจอกันหรอก หากวิญญาณตายไปแล้วเจอกัน มันคงเละน่าดูเลย พลโลกแค่เพียงพันล้านยังวุ่นวายน่าดู เพราะวิญญาณผีวิญญาณเปรตวิญญาณตัวร้ายมีมากมายมหาศาลเลย คิดไม่ออกเลย โลกแห่งวิญญาณทั้งหลายมันคงหนักกว่าสงครามโลกครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ร้ายแรงรุนแรงยิ่งกว่าเจ็งกิสข่าน อเล็กซานเดอร์มหาราช
_อภัสนันท์ กิติอุ่นสวัสดิ์ : กราบนมัสการค่ะ..หลวงตา..วันนี่เป็นบุญของลูกเหลือเกินได้ดูไลน์สดของหลวงตาค่ะ....สาธุๆๆ _ประดิษฐ์ อินทหอม : อาภัพพระ ไม่อาภัพเณร อิอิอิ _มนูญ ณ นคร : กราบนมัสการพ่อครู, ท่านสมณะ, ท่านสิกขมาตุและชาวอโศกทุกคน รับชมรายการที่สันกำแพง เชียงใหม่ ที่นี่อากาศหนาวมากครับ /บ้านราชธานีอโศกก็คงหนาวรักษาสุขภาพด้วยครับ พ่อครูว่า…สมัยก่อนอาตมารับสอนเด็กหลายโรงเรียน ทำงานหนักเลย ได้ค่าชั่วโมงมากนะ 30 บาทต่อชั่วโมง ก็เลยมีแรงทำงานมากเลย ต้องเลี้ยงน้องหลายคน ออกมาเช่าบ้านเดือนละ 700 บาท อยู่สี่แยกวิชัย จบออกมาก็บรรจุทำงานเงินเดือน 750 แต่บ้านเช่า 700 บาทต่อเดือนเลี้ยงน้อง 6 คนก็ทำมาได้ เรื่องจริง ส่งน้องไปเรียนอเมริกาได้
สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน เจตนาแต่อย่าอยากคืออย่างไร _view6 view6 : บวชให้ได้ก้อน ตายเป็นชายแน่นอน ศึกษาธรรมให้เข้าใจจริงๆ รักษาพรหมจันทร์ ถ้ารักษาพรหมจันทร์ ไม่ได้ เป็นหญิงแน่ๆ พ่อครูว่า…คือให้บวชให้ดีจริงๆ เขาพูดถึงสิกขมาตุ หากกุศลถึงขีดเพียงพอจะได้ อย่าอยาก แต่ตั้งเจตนาได้ เจตนาเป็นผู้ชาย แต่อย่าอยาก เป็นคำพูดของอาตมาพูดไว้แต่ไปเข้าใจสภาวะให้ดี มีเจตนาคือมุ่งไปข้างหน้า ตั้งเป้าไว้ก็ได้เจตนาตั้งปณิธานไว้ แต่อย่าไปเสริมพลังงานในขณะทุกการกระทำกรรมต่างๆ อย่าไปใส่ความอยากในการกระทำ รู้ว่าเราควรทำสิ่งนี้ประกอบกรรมกายวาจาใจ ให้เต็มกรอบเต็มรอบพลังงานตามเหตุปัจจัย ไม่ต้องเติมความอยากได้อยากเป็น..ไม่ต้อง คุณทำให้เหตุปัจจัยมันครบ ถ้าคุณมี 3 ก็ต้องทำอีก 1 ให้เป็น ๔ จะต้องสร้างเหตุปัจจัยที่จะต้องได้มาอีกหนึ่งให้ได้ เมื่อได้เพิ่มมาอีก 1 มันก็จะได้ ดีไม่ดีเหตุปัจจัยที่ทำมามันเกินกว่า 1 คุณก็ได้เกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้ด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นคุณอยากได้ ๔ คุณมี 2 ก็ต้องสร้างให้ได้อีก 2 ต้องสร้าง 1 กับ 1 ให้เป็น 2 ถ้าสร้างได้ 1 กับ 1 ครบคุณก็ได้ ๔ หรือสามารถได้เกินกว่านั้นก็สามารถเป็น 5 ได้ อยู่ที่กรรมกิริยาปัจจุบันนี้ของคุณ สรุปแล้วมีเจตนาได้แต่อย่าอยาก ถ้าเป็นท่านเพาะพุทธก็จะบอกว่าคมบาดเลือดหยดเลย พยัญชนะมันยาก กว่าจะหาคำพยัญชนะมาสื่อสารให้ฟังได้ เราไปปฏิบัติก็จะเกิดผลเป็นจริงตามกรรมของเราที่ทำถูกต้อง
_ประดิษฐ์ อินทหอม: เด็ดเดี่ยว หนักแน่น เป็นผู้ชายได้ พ่อครูว่า…ใช่ เป็นสภาวะของปุริสภาวะ เด็ดเดี่ยวหนักแน่น อิตถีภาวะ ก็ไม่แน่นหรอกหลวมๆ ง่อนแง่น คู่กัน เด็ดเดี่ยวกับหนักแน่น มันก็มีตรงกันข้ามระหว่าง อิตถีภาวะกับปุริสภาวะ นี่ไม่ได้ว่าผู้หญิงนะ
_0015 ปฏิบัติอย่างไรไม่ให้เกิดความเคร่งเครียดเมื่อเราเคร่งครัดในการปฏิบัติธรรมครับ พ่อครูว่า…คุณก็พยายามดูอาการของความเครียด และเคร่งครัด เคร่งครัดคือคุณพยายาม ตรง ตามความตั้งใจที่จะให้ได้ตามนั้น แต่ใจคุณอย่าไปเร่งอย่าไปมุ่งแรงจนเกินเลยความพอเหมาะพอดี มันก็จะเครียด ถ้าคุณทำได้พอดี มันก็เคร่งครัดได้แต่ถ้าคุณหย่อนก็ไม่เคร่งครัด ให้มันได้พอดี แล้วจะไม่เกิดเครียด เคร่งครัดเต็มที่
จาก บ้านเล็กเมืองน้อย กราบนมัสการพ่อท่านผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชชาความรู้ให้ ด้วยความเคารพอย่างแรงกล้า Chaos ทั่วทุกมุมโลกที่เป็นข่าวอยู่ขณะนี้..... ทั้งโคลัมเบีย ชิลี ซีเรีย โบลิเวีย ฝรั่งเศส เลบานอน ลิเบีย สเปน เวเนซุเอลา อิรัก เอกวาดอร์และ ฮ่องกงล้วนเป็นผลมาจาก.....การแพร่กระจายของโรค “ ทุนกลิ ” ที่แฝงมากับ “ ประชาธิปไตยเทียม ” .....ทำให้ เสรีภาพ ที่ชนชาวโลกต่างแสวงหา ถูกแทนที่ด้วย ” เงิน ” ....ซึ่งไปกระตุ้นอาการที่ 33ให้กำเริบ จึงโหยหากันแต่เพียง “ เสรีภาพในการเสพสุข ” ................ เมื่อ “ โลภ ” ระบาด .....ชาวโลกต่างขมีขมันแย่งชิงกันสร้างฐานะเสียสติให้แก่ความโลภโจนลงสู่หลุมดำอันแล้งน้ำใจ เมื่อสิ้นสัมปชัญญะด้วยโมหันต์ จึงถีบจักรส่งส่วยอย่างบ้าคลั่ง เพื่อจ่ายค่าคงอัตภาพในสังคมทุนหวังเพียงที่จะชนะคงโลกียสุขไว้นิรันดร์.....โดยไม่รู้ว่า Game of “ ทุน ” ก็คือบ่อน casino ที่เจ้าของบ่อนชนะตลอดกาล....ด้วย propaganda ปล่อยให้ผู้มี connection เล่นชนะบ้าง ( 0.0001 %) เศรษฐีทุนใหม่อย่างธนาธรจึงเป็น presenter ชั้นดีให้ดูเหมือนเป็น Game of “ ธร ” ที่ธรสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาบนลำแข้งของตัวเอง จนหนูถีบจักรต่างพากันหวัง ที่จะมีอนาคตใหม่ได้อย่าง “ ธร ” ....... สังคมโลกจึงเคยชินกับการเอาเปรียบ ไม่รู้สึกผิดกับความรวยที่ไม่รู้จักพอ หนุนส่งความเหลื่อมล้ำจนสุดโต่ง.........เพียงไม่กี่วันในการทำงานของมหาเศรษฐี กลับมีรายได้เท่ากับค่าแรงทั้งชีวิตของคนงาน.........กฎหมาย 2 มาตรฐานถูกบังคับใช้จนความอยุติธรรมกลายเป็นเรื่องปกติ.......หากลุกฮือขึ้นเรียกร้อง ก็จะถูกยัดเยียดให้เป็นพวกหัวรุนแรงที่สร้างความวุ่นวาย......บ่อยครั้งจึงถูกปราบปราม แต่บ่อยครั้งยิ่งกว่า.....ที่ถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือกดดัน ต่อรองอำนาจและผลประโยชน์...... เหตุการณ์ประท้วงรุนแรงทั้งหลายที่เกิดขึ้น สะท้อนความพิการของสังคมโลกจากเชื้อทุนกลิ จนต้องพึ่งพาการขับเคลื่อนจากระบบเศรษฐกิจแต่เพียงอย่างเดียว ทำให้การเมืองถูกทุนสามานย์ครอบงำอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ความร่ำรวยเรื้อรัง จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้เติมแต่งความยากจนให้กลายเป็นปัญหาระดับชาติ ยิ่งแก้ไข ยิ่งเพิ่มความสูง - ต่ำของรายได้ส่งผลให้มหาเศรษฐีที่มีอยู่เพียง1 % ในโลก กลับมีทรัพย์สินมากกว่าคนที่เหลือทั้งโลกรวมกัน........... “ อภิชน ” เหล่านี้ ใหญ่ เกินกว่าจะล้ม โต เกินกว่าคุกจะขังจนกลายเป็น Deep State ที่อยู่เบื้องหลังความโกลาหลของโลก ย้อนไปสู่ ยุคหิน... หลังจากที่บรรพบุรุษของมนุษย์ ได้กำจัดเผ่าพันธุ์ อีเล็กตัส กับ นีแอนเดอร์ทัลพ้นไปจากห่วงโซ่อาหาร.....จนเมื่อประมาณ2หมื่นกว่าปีก่อน ความกลัวที่จะอดอยาก เป็นแรงกระตุ้นให้มนุษย์ เปลี่ยนจากหาของป่าล่าสัตว์ มาทำการเพาะปลูก จากชุมชนเล็กๆน้อยๆเริ่มรู้จักกักตุนสำรอง...เมื่อหมดภัยคุกคามจากสัตว์สายพันธุ์อื่น มนุษย์ก็เริ่มหันมาเอาเปรียบคุกคามกันเอง.......จนกลายเป็นสังคมเมืองใน ยุคสัมฤทธิ์ มีนวัตกรรมทุ่นแรงในการดำรงชีพมาเป็นลำดับ โดยมีแรงงานหลักคือมนุษย์และสัตว์เลี้ยง...และแล้ว...ชนชั้นพ่อค้าก็ถือกำเนิดขึ้น ท่ามกลางการดูหมิ่นเหยียดหยามต่อการดำรงชีพที่เอาเปรียบกันซึ่งๆหน้าแบบไม่ต้องลงแรง....การถูกปฏิเสธจนชาชินได้ เพาะสร้างจิตใจที่กระด้างเย็นชา เช่นเดียวกับที่ เด็กขายพวงมาลัยตามสี่แยก ได้รับด้วย ความสะกดข่ม เพื่ออยู่ให้รอดได้ พัฒนาเป็นความเฉกา จนทรัพย์สินเพิ่มพูนขึ้น ชนชั้นพ่อค้าจึงเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว สวนทางกับความรังเกียจเดียดฉันท์ที่ลดลง จนกระทั่งเมื่อ 260 ปีที่แล้ว...ก็สุกงอม ในช่วงปี ค.ศ.1760...... การปฏิวัติครั้งแรก ของนายทุน เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษ ด้วยฉากบังหน้าของการปฏิวัติอุตสาหกรรม..... “เครื่องจักรไอน้ำ”เข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ ถ่านหินถูกขุดขึ้นมาเป็นเชื้อเพลิง ความรวดเร็วของเครื่องจักรเพิ่มผลกำไรจนเจ้าของโรงงานกลายร่างเป็นนายทุนหน้าเลือด....แรงงานทอผ้ามากมายในอังกฤษจึงต้องหายไป พร้อมกับการสถาปนาชนชั้นอำมหิตที่เหยียบย่ำมนุษย์ด้วยกันขึ้นสวมหมวกทรงสูงได้สำเร็จ.......เหล็กกล้าได้ถูกถลุงมาใช้ ทำรางแก่รถจักรไอน้ำเพื่อย่นเวลาเดินทางไปเอาเปรียบผู้อ่อนด้อยที่ล้าหลัง......จนทรัพยากรทั้งโลกก็ไม่สามารถตอบสนองความต้องการแก่สาวกของ Adam Smith เพียงผู้เดียว ถัดมาในช่วงปี ค.ศ. 1870ที่สหรัฐอเมริกา..... การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่2 ก็เริ่มขึ้น หลังจากการแย่งชิงกันเป็นผู้กำหนดในสงครามกระแสไฟฟ้าที่ Thomas Edison พ่ายแพ้ให้แก่ George Westinghouse ทำให้โลกต้องใช้ไฟฟ้ากระแสสลับกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผลิตตามมา...ขบวนการบำเรอความสะดวกสบาย spoil มนุษย์ก็เริ่มขึ้น เมื่อไฟฟ้าถูกจ่ายมาตามบ้านเรือน....เครื่องยนต์สันดาปภายใน ทำให้มนุษย์เลิกอบไอน้ำ - ผลาญถ่านหิน แล้วหันมาสวาปามเชื้อเพลิง fossil ระบบสายพานการผลิต ได้ป้อนอาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งรถถังเครื่องบิน แก่มหาสงครามโลกทั้ง2ครั้ง ที่กินเวลารวมเพียง30ปีแต่นำมาซึ่งความสูญเสียกว่าร้อยล้านชีวิต....ทำให้เกิดนโยบาย Baby Boom( เพิ่มปุถุชน - วางยาอนาคต ) พร้อมกับแผนส่งเสริมการขาย “American Dream” ทำรถยนต์ให้เป็น mass products ....ตามด้วย “ ปฏิวัติเขียว ” จนป่าไม้วอดวายด้วยเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อเพิ่มผลผลิตป้อนประชากร ( ด้อยคุณภาพ ) ที่เพิ่มขึ้น.....สารเคมีเพื่อ ( ทำลาย ) การเกษตร จึงถูกผลักดันให้กลายเป็นนโยบายหลักของแทบทุกประเทศ ทำให้ประเทศเกษตรกรรมบางแห่งต้องล้มละลายด้วยหนี้สิน เกษตรกรรายย่อยต้องล่มสลาย สารพิษตกค้างในระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม... ตลอดจนปัญหาสุขภาพอนามัยของผู้บริโภคเป็นมรดกบาปที่ชนรุ่นหลังต้องทนรับ.... แต่นายธนาคารและกลุ่มบรรษัท ที่นอกจากจะร่ำรวยขึ้นจากสงครามแล้วยังยึดครองที่ดินเพิ่มขึ้นจากการ ตกเขียว ไปไม่น้อย .............นิมนต์พ่อท่านพักเสียง.......จิบน้ำ.......... ในค.ศ.1969....เครื่องไม้เครื่องมือซึ่งผู้ว่าจ้างระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ electronics ถูกต่อยอดเป็น เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ นำไปสู่ยุค digital ถือเป็น การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3 ..... เมื่อคอมพิวเตอร์เริ่มกระจายลงสู่บ้านผู้คนในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา พร้อมกับการเชื่อมโยงเครือข่ายถึงกันทางโทรศัพท์ได้พัฒนาไปเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศอินเตอร์เน็ต (IT ) สามารถซื้อของและทำธุรกรรมการเงิน online ได้ ด้วย smart phone ที่ผู้ใช้ไม่ smart enough กับข้อมูลข่าวสาร.....ทั้งจริงทั้งลวง สร้าง ความสับสนงมงาย ทั้งโฆษณาสินค้าและบริการ ที่ถูกกฎหมายและผิด ตั้งแต่ … พนันบอล .. เกม casino online… ภาพลามก … บริการจับคู่หนุ่มสาว … ทั้งหมดอยู่ใกล้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส....ทั้ง Fake ทั้ง Lie จนกลายเป็นสังคมก้มหน้า............. ในปัจจุบันที่ข้อมูลข่าวสารมีค่ามากกว่าทองคำ ร่องรอยที่ทิ้งไว้ในโลก online จะถูกนำมาวิเคราะห์ความคิดและพฤติกรรม “มันเป็นยุค ที่มีคนรู้ว่าเราคิดอะไร....ก่อนที่เราจะคิด และสามารถเปลี่ยนความคิดของเรา ให้เป็นไปตามที่เขาต้องการได้” สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของ evil marketing โดยผนวกเอาความรู้ด้านจิตวิทยามาเขียน algorithm แล้วใช้ A.I. ประมวลผล ด้วย Machine Learning จาก Big Data วิเคราะห์วิจัยพฤติกรรม แล้วโน้มน้าวให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ว่าจ้าง....... ขอต้อนรับสู่… การปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ ๔ ......ด้วยสังคมสูงวัยที่กระจายตัวไปทั่วโลก biotech และ genetic engineering จะทำให้เศรษฐีมีอายุยืนเกิน 100 ปี..... ในขณะที่แนวโน้มการเกิดลดลงการเติบโตทางเศรษฐกิจจะยิ่งถดถอย งานที่ทำซ้ำ แบบเป็น pattern จะถูกทดแทน ด้วย A.I แม้แต่งานที่ต้องใช้ “ความคิด” แบบซ้ำๆเช่น หมอ ทนาย นักบัญชี ก็จะถูกกวาดหายไป รวมถึงงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากอย่าง “ การเขียน” .....บทความที่ถูกเขียนด้วย algorithm อ่านแล้วแยกแทบไม่ออกว่าอันไหนคนเขียน หรืออันไหนคอมเขียน .....ทั้งระบบเงิน Cryptocurrency ที่จะใช้ในโลก online เช่น Libra ก็อาจจะส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเงินของทั้งโลก รวมถึงปัญหาด้านความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัว...ตลอดจนมิติทางศีลธรรมสิทธิมนุษยชนความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียมกันของการเข้าถึงเทคโนโลยี.....การว่างงานจากการถูกแทนที่ด้วย A.I. … ปัญหาคุณภาพชีวิต และความเห็นใจกันที่ลดลงจะก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ทางสังคมทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ.......อีกทั้ง Zombie และ Frankenstein ที่เกิดจากการตัดต่อ DNA ด้วยนาโนเทคโนโลยี.... Cloning…Stem Cells สร้างอวัยวะเทียมเป็นอะไหล่ชีวภาพ.....ถ้าเกิดการปนเปื้อนไปในสภาพแวดล้อมจะส่งผลกระทบอย่างไร ? .. ..... .เป็นอันตรายต่อโลกมากน้อยแค่ไหน........ก็ยากจะคาดเดา ! นิจจังที่แท้คือความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยเปลี่ยนไป หมุนวนผลัดกันชมสมบัติ ที่วนสุข วนทุกข์ มาด้วยเสมอ....แต่แมลงวันก็มิอาจไม่ตอมสิ่งเน่าเหม็น..... การปฏิวัติอุตสาหกรรมของนายทุน โดยนายทุน เพื่อนายทุน ได้ต้อน ผู้อ่อนแอให้ตกอยู่ในหล่มของความยากจนข้นแค้นมาอย่างยาวนาน.....จนกระทั่ง King Of Kings ผู้อุทิศพระองค์เป็นแบบอย่างแห่งความพอเพียง ได้กอบกู้ความดีงาม “ แบบคนจน ” กลับคืนมา เปลี่ยนแมลงวันให้กลายเป็นผึ้ง ...................พร้อมทั้งการเปิดเผยสัทธรรม ของ.......... The Great Whistle Blower ผู้มีสยังอภิญญา ที่เผยความจริงแท้ จนถูกสังคมทุนกลิถล่มยับ แต่ท่านก็ยังยืนหยัดกอบกู้พุทธศาสนาอย่างมุ่งมั่น ทำให้ผู้มุ่งมาจนกลุ่มหนึ่ง Upgrade เป็นคนวรรณะ9 ได้สำเร็จจริง ยังจิตให้อยู่ในอำนาจเหนือสุขเหนือทุกข์ได้แท้ ตามคำสอนพระศาสดา......ด้วย “ การปฏิวัติศีลธรรม ” ให้คืนมาสู่ใจตน โดยทำ “ กิเลสประหาร” ... สลายพลังสนามแม่เหล็กของกิเลสออกจากจิต ให้เป็นอิสระ จากอุปาทานขันธ์5 ( อิสระจากโลกของทุนกลิ ) ...จึงหมุนวนได้สูงขึ้นกว่าระนาบเดิมๆ.......จนเกิดเป็นชุมชน สาราณียธรรม6 พุทธพจน์7 เช่นเดียวกับที่พระศาสดาทรงอยู่ร่วมกับหมู่สงฆ์.....ด้วยการเฉลี่ยแบ่งปันกัน อันเรียกว่า “ สาธารณโภคี ” ......ผสานกับศาสตร์พระราชา จนมีเศรษฐกิจพอเพียงแบบบุญนิยมที่ “ ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ” .....ก่อเกิดเป็น แผ่นดินพุทธดินแดนสัปปายะริมน้ำมูน อันมีชื่อว่า “ ราชธานีอโศก ” ....ต้นแบบของ ชมพูทวีปแห่งใหม่ นี้ จะรับประกันความอมตะ ( อย่างสุขสำราญเบิกบานใจ ) ที่เป็นจริงได้ แก่ผู้มีอัญญาทั่วโลก ว่าจะ ไม่ถูกทำให้สูญสิ้นเผ่าพันธุ์ ไปอย่าง........ในยุคหิน เหนื่อยนัก....ก็เชิญมาพักได้.....ที่.......แดนเพลิน..... “Pleasant Land ... ....Please Rest” สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน… สมณะแสนดิน…
พ่อครูว่า….พระพุทธเจ้าสมณโคดมก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นเจ้าของศาสนาพุทธเป็นคนแรกหรอกแต่ได้รับมาจากพระพุทธเจ้าองค์อื่นก่อน เพียงว่า ท่านก็ตอบว่าเราไม่รู้ที่ต้น พระพุทธเจ้าองค์แรกเป็นอย่างไร ก็ไม่ทราบได้ เพราะว่าพระพุทธเจ้าเกิดมาแล้วมีจำนวนมากมายกว่าเม็ดทรายในมหานที หากมัวแต่นั่งหาองค์แรก ก็เหมือนกับคนถูกลูกศรยิงแล้วก็ไปหาว่าคนยิงอยู่ที่ไหนก่อน มันก็ตายก่อนสิ ไม่รู้ก็ไม่เป็นไร ส่วนพระพุทธเจ้า องค์ที่จะระลึกชาติได้ ไปถึงองค์แรกเลย มันเป็นอจินไตยที่เป็นพุทธวิสัยไม่ใช่เรื่องเล่น คิดไปหัวแตกเจ็ดเสี่ยง เป็นนามธรรม แบ่ง Anatomy ให้เป็น 7 เสี่ยงได้อย่างไร
มีมาจากคุณบ้านเล็กเมืองน้อย
พ่อครูว่า...ของคุณบ้านเล็กเมืองน้อย อ่านแล้วอิ่ม มีคนแทรกมา...กราบพ่อครูผู้เมตตาสูงสุด ที่เรียกแม่ครัว เสียงพ่อครูมีฤทธิ์ทางใจ คนไม่อาภัพ ได้พ่อครัวมา 2 คน คือนายภู และนายพอ(ร้อยรู้) จิตอาสาฯ เขาไม่ใช่ศิษย์เก่า คงเป็นศิษย์พ่อครู ทำอาหารได้ 2 วันแล้ว ลูกค้าชม อาหารมีหน้าตาสีสันดี ได้พ่อครัว 2 คนมีหน้าตาดี ขอบคุณมากๆ
พ่อครูว่า...ได้พ่อครัวหัวป่าก์หรือเปล่าก็ไม่รู้นะ หัวป่าก์ นะ มี ก.ไก่ การันต์นะ
อาตมาเหลือว่าเวลาอีก 7 นาที แบ่งให้องค์นี้
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive