620731_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ หมู่บ้านศีล 5 สาธารณโภคีมีที่ชาวอโศก.docx
เนื้อหาในไฟล์
620731_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ หมู่บ้านศีล 5 สาธารณโภคีมีที่ชาวอโศก อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/11Uvy6DMCzWQq3z_8nW9XbH2lN98ajUBzAtj50m_BMMc/edit?usp=sharing
ดาวโหลดเสียงที่ https://drive.google.com/open?id=1oEir-jZOZap9c9O4dpfAQd2arX4yLynH สมณะเดินดินว่า…วันนี้วันพุธที่ 31 กรกฎาคม 2562 ที่บวรราชธานีอโศกเป็นวันพระใหญ่ สมณะก็มีการลงปาติโมกข์กัน ช่วงนี้มีข่าวแกนนำนปช. ที่ต้องคดีบุกบ้านป๋าเปรมก็จะถูกพิพากษาในวันนี้แต่ก็เลื่อนไปเพราะว่ามีแกนนำบางท่านที่อายุยาวป่วยเข้าโรงพยาบาล มีแกนนำบางคนบอกว่าไม่ยุติธรรม พวกเสื้อเหลืองไปบุกทำเนียบอยู่เป็นเดือนทำไมติดคุกแค่แปดเดือน พวก นปก.ไปบุกบ้านป๋าเปรมแค่ไม่กี่ชั่วโมง ทำไมถูกตัดสินจำคุกหลายปี พ่อครูว่า..ก็คนไม่ดีทำนั้นก็ควรจะติดคุก ส่วนพวกคนดีทำนั้น ที่จริงไม่ควรจะได้รับการติดคุกด้วยซ้ำไป ทำเหมือนกันแต่เนื้อหาสภาวะเป็นการทำชั่วหรือทำดี
พ่อครูว่า..SMS วันที่ 29-30 ก.ค. 2562
_6601น้อมกราบนมัสการพ่อครูค่ะ ลูกกราบขอบพระคุณพ่อครูค่ะที่ตอบคำถามและข้อแนะนำแก่ลูกในการดูแลแม่ อย่างให้อดทนและทำจิตให้เป็นกุศล ไม่ให้เป็นอกุศล ลูกเองจะตั้งใจปฏิบัติธรรมตรงนี้ให้ดีที่สุดค่ะ ก็ยังดีที่มีแม่ให้กตัญญูค่ะ
สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน ธาตุแท้แห่งคนย่อมปรากฏตามกรรม 7630กราบนมัสการพ่อท่านครับ ทำไมพล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ เขาจึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ขอพ่อท่านช่วยวิเคราะห์ให้ฟังชัดๆด้วยครับ? ผมว่าทำให้หลายๆคนผิดหวังนะครับ พ่อท่านว่าไหมครับผม? ขอบคุณครับ พ่อครูว่า..เขาไม่ได้เปลี่ยนหรอก เขาทำให้คนเห็นธาตุแท้ที่เป็นจริงมากขึ้น คนแต่ละคนตัวตนไม่เหมือนกัน พยายามศึกษา ตัวตนของแต่ละคนถ้าจะศึกษา อาตมาก็
อ่านต่อ
คงไม่แสดงอะไรมากมายกว่านี้หรอก เพราะว่า ตัวตนแต่ละคนก็ย่อมแสดงตัวตนอย่างที่กล่าวแล้ว จะผิดจะถูกจะดีจะชั่วมันก็เป็นวิบากทั้งดีและชั่วเป็นวิบากของตนเป็นกรรม คุณจะทำอะไรกันคิดนิดนึงก็บันทึกเป็นกรรมวิบาก คิดมากก็เป็นวิบากมาก ยิ่งพูดออกมาก็ทำออกมาครบทั้งกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมเลย ก็ยิ่งเป็นตัวกรรมที่สมบูรณ์แบบ มันก็บันทึกลงไปมีน้ำหนัก ในตัวคนแต่ละคน เรื่องกรรมนี่แหละ เป็นตัวตั้งของอัตภาพของแต่ละคน เริ่มต้น สัตว์โลกเป็นจิตนิยามจุติขึ้นมาเป็นเซลล์ของจิตนิยาม สัตว์เซลล์เดียว เริ่มต้น จากนั้นไป ก็จะบันทึกวิบากของเซลล์ที่เป็นอัตภาพนั้นเริ่มต้น แต่ละคนมาอย่างนั้นทั้งนั้น ส่วน พีชะมันไม่เป็นจิตนิยามก็ไม่บันทึกอะไร ไม่มีวิบากที่ต้องเวียนวน เป็นความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าที่แยกแยะอุตุนิยาม พีชนิยามได้ นักวิทยาศาสตร์ใดในโลกก็ยังไม่สามารถเข้าใจพลังงานนี้ได้ พลังงานที่แตกเป็นอุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยามได้ ไม่มีใครสามารถรู้อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ได้เลย ก็มีกรรมนิยาม ธรรมนิยาม ที่จะเป็นตัวคัดสรรในแต่ละสัตว์ ตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียวจนถึงสัตว์มนุษย์ ที่ยังไม่หมดความเป็นสัตว์ ศาสนาพระพุทธเจ้าท่านค้นพบจนกระทั่งสามารถทำลายอัตภาพที่มันเป็นสัตว์ แยกธาตุเป็นอุตุนิยาม พีชนิยาม แยกถึงขนาดทำลายจิตนิยามอัตภาพของตนเองแตกสลายเป็นดินน้ำไฟลม เลิกความเป็นอัตภาพได้ เลิกความเป็นจิตวิญญาณได้ ซึ่งสายเทวนิยม ทุกศาสนาไม่มีศาสนาไหนสามารถที่จะทำลายจิตวิญญาณได้ จำนนต้องบอกว่า จิตวิญญาณเป็นนิรันดร มีแต่ศาสนาพุทธศาสนาเดียวที่สามารถทำลายจิตวิญญาณของตนเองได้ ทางด้านศาสนาเทวนิยมจึงจำนนไม่รู้อะไรมากกว่าที่ตัวเองรู้แต่ละชาติ ชาติเดียวเสร็จแล้วก็บอกว่าไปอยู่กับพระเจ้าจบ ไม่มีใครที่จะรู้ความวนเวียนสัจจะต่างๆแห่งกรรมแห่งวิบากต่างๆ ไม่มีสิทธิ์จะรู้ได้เพราะไม่มีทฤษฎีที่จะสอน อันนี้เป็นความต่าง ศาสนาเทวนิยมจึงจบอยู่ที่พระเจ้าแล้วก็ไม่รู้เรื่องพระเจ้าคืออะไรก็ไม่รู้ ซึ่งจริงๆก็คือวิบากกรรมของแต่ละอัตภาพ แต่ศาสนาเทวนิยมไม่รู้จักวิบากของแต่ละอัตภาพ ซึ่งสะสมแล้วก็วนเวียน และไม่สามารถที่จะตีแตกอัตภาพได้จึงจำนนต่อจิตวิญญาณอยู่อย่างนั้นนิรันดร ศาสนาพุทธนั้นไม่นิรันดร และเข้าใจว่าพระเจ้าไม่มี พระเจ้าไม่ได้มาเป็นตัวชี้ตัวบงการนอกจากตัวเอง อัตตาหิอัตโนนาโถ โกหินาโถปโรสิยา ตนนี้แหละเป็นที่พึ่งแห่งตนไม่มีใครให้พึ่งพาได้ นี่สุดยอดแห่งศาสนาพุทธมันเป็นเช่นนั้น
สื่อธรรมะพ่อครู(อวดอุตริมนุสธรรม) ตอน ธัมมชโยหายตัวได้หรือไม่ _7630พ่อท่านครับเป็นไปได้ไหมครับธัมมชโยท่านหายตัวได้? พ่อครูว่า..ไม่เกิน 100 ปีหายตัวไปแน่ แต่ถ้าจะหมายถึงว่าทำตัวให้เป็น invisible Man ไม่มีใครเห็นตัวได้ ไม่มีใครเห็นรูปร่างของตัวเอง มันเป็นไปไม่ได้ การหายตัวนี้อาตมารู้ว่าวิธีจะหายตัวนี้คืออะไร วิธีหายตัวคือวิธีสะกดจิตคนอื่น ให้คนอื่นไม่เห็นตัวเรา อันนี้พิสูจน์ได้ วิชาสะกดจิตนี้สะกดจิตเสร็จแล้ว สามารถสั่งให้ผู้ที่ถูกสะกดจิตไม่เห็นสิ่งใดเขาก็จะไม่เห็น เพราะฉะนั้นทางพุทธศาสนาโดยทางไสยศาสตร์ พวกไสยศาสตร์ก็ถือว่าเป็นฤทธิ์เดช แต่ว่าทางพุทธศาสตร์นี้เข้าใจแบบวิทยาศาสตร์ ก็เป็นการสะกดจิตเขาอย่างเช่นนักมายากลที่เล่นบนเวทีก็จะมีความสามารถในการสะกดจิตให้คนฟัง ตามเขาได้เลย เขาก็จะจูงนำไปได้อะไรทุกอย่าง เหมือนกับเขาสั่งได้จะเห็นตามเขาเพี้ยนตามเขา เชื่อตามเขาหมด นี่คือวิธีจูงใจสะกดจิตแล้วก็กำหนดให้เขาเป็นไปตามที่เราสั่ง จึงไม่มีการหายตัวได้อะไรหรอก ไม่มีแต่คนก็มาเห็นตัวนี้ก็บอกว่าสะกดจิต แต่ธัมมชโยสะกดจิตอย่างนี้ไม่เป็น แต่หมกหมักอยู่ นี่สงสัยเน่าหรือยัง ปีสองปีแล้ว หมักเงียบเลย (โยมว่า เขาบอกว่าเป็นพระหายาก) ราคาคงสูงนะ เราก็พูดไปเหมือนสนุกๆ ที่จริงก็สนุกๆ เอามาพูดสนุกๆเล่นๆได้เพราะไม่เป็นที่เคารพ คนก็ไม่ค่อยเกรงใจก็พูดกันไปตามประสา
สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน อิทัปจยตาของศาสนาเทวนิยม 8768กราบนมัสการพ่อท่านค่ะ.อยากทราบรายละเอียดสภาวะธรรม ที่ว่าอิทัปปัจจยตา ค่ะ คืออะไรและจะเกิดตอนไหนและจะเกิดได้อย่างไรค่ะ กราบนมัสการและกราบขอบพระคุณค่ะ พ่อครูว่า..อิทัปปัจจยตา พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ทุกอย่างเกิดมาแต่เหตุ จากสิ่งนี้จึงเป็นสิ่งนี้จากสิ่งนี้จึงเป็นสิ่งนี้ต่อไปเรื่อยๆเป็นสาย นี่เป็นความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นอิทัปปัจจยตา คำนี้จึงแปลว่าสิ่งนี้เพราะสิ่งนี้จึงเป็นสิ่งนี้ เพราะสิ่งนี้จึงเป็นสิ่งนี้ นั่นเอง ก็คือสภาวะที่อันนี้เกิดแล้วก็เป็นเหตุปัจจัยต่อเนื่องไปเกิดสิ่งต่อไป ถามว่าเกิดได้อย่างไร เกิดได้เมื่อจิตของคุณเริ่มเป็นจิตนิยามขึ้นมา สภาวะคุณเป็นอัตภาพเกิดจิตนิยามขึ้นมาก็จะเป็นกรรมบันทึกอยู่ในอัตภาพ แล้วก็เกิดเป็นสัตว์ตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียวก็เป็นอวิชชาอย่างไม่รู้จักกรรมวิบาก ไม่รู้จักอาการของกรรมวิบากไม่สามารถที่จะจัดการเรื่องกรรมวิบากของตัวเองได้ เพราะฉะนั้นสัตว์เดรัจฉานยิ่งเป็นสัตว์เซลล์เดียวหรือสัตว์ที่มีจำนวนเซลล์น้อยๆมันก็ไม่รู้เรื่องทำไปตามอวิชชาของเขา ที่มีสิ่งแวดล้อมที่มีเจตนามีตัวตนเป็นตัวหลัก เจตนาตัวตนจะเป็นอย่างไรก็ทำไปตามประสาอวิชชา ก็เกิดวิบากสะสมมา จนกลายเป็นวิบากมากขึ้นเกิดแล้วเกิดอีกอัตภาพนั้นก็ต่อเนื่องมาจนกระทั่งจนกว่าจะมาพบศาสนาพุทธ เริ่มจุติเป็นเซลล์เดียวพัฒนาจากเป็นสัตว์โลกเซลล์แรกเป็นจิตวิญญาณ จากนั้นก็จะเกาะตัวไม่มีสูญหายไปไหนได้เลย จนกระทั่งเป็นอเทวนิยมสามารถทำลายจิตวิญญาณได้ เลิกเลยได้ สิ่งที่เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปพระพุทธเจ้าจึงศึกษาจนครบรู้แจ้งว่า สิ่งที่เกิดมาจะเป็นจิตนิยามก็สามารถที่จะตีแตกจิตนิยามสลายได้ แต่เทวนิยมตีไม่แตกก็เลยคิดว่าเป็นนิรันดร ศาสนาเทวนิยมอเทวนิยมก็ต้องเวียนตายเวียนเกิดเหมือนกันทั้งนั้นแหละแต่เขาไม่รู้เขารู้จบเพียงสั้นๆ คำสอนของศาสนาเทวนิยม เขาบรรยายได้แค่ชาติเดียวไม่สามารถบรรยายข้ามชาติได้ ก็ทำให้ดีก็แล้วกันถึงสอนแต่เรื่องดี ไม่มีความรู้เรื่องความสุขความทุกข์ไม่มีความรู้เรื่องนิพพานรูปแต่ความดีความชั่ว ก็จึงเป็นศาสนาที่สอนให้คนทำดีและความชั่วเป็นโลกียะมันก็ดี ก็ได้ช่วยมนุษยชาติช่วยโลกเอาไว้ เพื่อที่จะเป็นหลักยึดและเป็นหลักคำสอนให้คนต้องทำดีมีบาปมีบุญ แต่ว่าบาปบุญนั้นยังไม่ถึงขั้นเป็นตัวแท้เป็นบุญแท้ อเทวนิยมสามารถล้างกิเลสเป็นศูนย์ได้ แปลว่าเทวนิยมนั้นไม่สามารถทำให้กิเลสเป็นศูนย์ได้อย่างมากก็กดข่มไว้ ข่มไม่ได้ก็ไปทำชั่วมากขึ้นก็เท่านั้นเอง อิทัปปัจจยตาเกิดตั้งแต่เป็นสัตว์เซลล์เดียวแล้วทำปฏิกิริยาต่อมา เกิดได้อย่างไรเพราะอวิชชา เพราะไม่รู้ก็ต้องเกิดอย่างนั้นไป ประสาเทวนิยมก็จบความรู้แค่นั้น จบความรู้แต่จริงๆแล้วอัตภาพไม่เป็นจะต้องไปวนเวียนเป็นเทวนิยมอีกนานเท่านาน กว่าจะได้พบศาสนาพุทธกว่าจะมาศึกษาทำดีได้อย่างนิรันดร ศาสนาเทวนิยมทำดีไม่ได้นิรันดรหรอก เดี๋ยวก็ตกต่ำเดี๋ยวก็วนเวียนอยู่เป็นล้านชาติ ชาติที่เกิดเทวนิยมยิ่งไม่รู้ใหญ่เลย ตัวเองเกิดมาก็ทุกข์ทรมานในแต่ละชาติเป็นนิยายในแต่ละชาติ นิยายชาติปัจจุบันตายแล้วก็ยังไม่รู้เรื่องตายแล้วก็ไม่รู้ว่าจะต้องเกิดแล้วเกิดอีก rebirth ซึ่งมันเป็นความรู้ที่แคบสั้นมาก โลกุตรธรรมสามารถทำให้พ้นจากการวนเวียนได้ แต่สัตว์โลกจำนวนน้อยเท่านั้นที่จะรู้ได้ในทุกยุคทุกสมัย ถึงมีคนที่มีภูมิโลกียะมากกว่าภูมิโลกุตระเสมอ จะหลุดมาเป็นศาสนาพุทธเป็นโลกุตระได้ไม่ง่าย จะหลุดพ้นได้ช่วยโลกได้ ศาสนาพุทธจึงมีเสื่อม ในยุคที่เป็นอจินไตย ยุคที่พระพุทธเจ้าสอนคนได้เยอะได้เป็นล้านคนหลายล้านคน อยู่นานเป็นหลายหมื่นปี มันก็เป็นในแต่ละยุคกัป คนก็คิดยากคนจะเกิดมาแล้วมีอายุเป็นหมื่นปีนั้นมันจะเป็นจริงหรือ คนฟังแล้วมันก็ยากจะเชื่อ นึกว่าเป็นนิทานคิดไม่ออกหรอกว่าจะเป็นจริงอย่างไร เพราะว่าโดยนิสัยของเราเองมีความรู้ว่าเกิดมาอายุ 100 ปีก็สูงสุดแล้ว คนจะสามารถไปอยู่เป็นพันปีได้อย่างไรจะลากไปได้อย่างไรมันสุดที่จะคิด สุดที่จะเชื่อ แต่ไม่กล้าแย้ง (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สมณะเดินดิน...ในบางยุคสมัยมีคนเกิดมาเป็นผู้ชายแล้วไม่บรรลุธรรมก็จะถูกคนประนามว่าได้ร่างมาเป็นผู้ชายแล้วทำไมไม่บรรลุธรรม มีสิ่งที่พ่อครูพูด ทำให้นึกถึงคำพูดไอน์สไตน์เคยบอกว่า ศาสนาในยุคต่อไปจะเป็นศาสนาสากล ศาสนาที่เป็นเทวนิยม คนก็จะไม่เคารพนับถือ แล้วมาหาศาสนาสากลที่เน้นเรื่องของจิตวิญญาณและธรรมชาติ ศาสนาที่จะเป็นได้นั่นก็คือศาสนาพุทธไอสไตน์บอกไว้เช่นนั้น มนุษย์ก็จะเข้าหาสัจจะความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ เรื่องของพระเจ้า ทุกวันนี้คนกล้าพูดหรือว่า GODหรือพระเจ้าตายแล้ว ขนาดทุกวันนี้อินเดียยังส่งจรวดไปที่ดวงจันทร์ได้แล้วแล้วราคาถูกกว่าประเทศอื่นด้วย ต่อไปดาวเทียมจะเต็มท้องฟ้าเลย จะส่งคลื่น 5g กันในอากาศไม่ต้องมีเสาแล้ว พระเจ้าของคนรุ่นใหม่คือ 5g 5 GOD มนุษย์ก็จะเข้าหาเหตุผลมากขึ้น สิ่งที่พ่อครูพูดไว้คนก็จะเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
พ่อครูว่า..มันเป็นความรู้ที่ก้าวหน้าซึ่งจะต้องค่อยๆตามเข้าใจอีกนานกว่าจะเข้าใจโลกุตระ แต่ก็มีคนเริ่มเข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว พระพุทธเจ้าตรัสรู้มา 2 พันกว่าปีแล้วมันก็เสื่อมในตอนปัจจุบัน อาตมาต้องมากอบกู้โลกกุตระทำขึ้นมาใหม่ มาได้ขนาดนี้แล้วมันก็จะเจริญขึ้นอีก สภาพสังคมมนุษย์โลกใฝ่หาสิ่งที่สูงที่เจริญแท้ Civilization ที่แท้จริง คนที่เขามีภูมิปัญญาก็จะเข้ามาเรื่อยๆ แม้แต่ศาสนาเทวนิยมก็จะมา เขาก็จะมาอย่างเทวนิยมนั่นแหละ ส่วนอเทวนิยมเก่านั้นจะเสื่อมไปในตัวเอง ตัวเองกลายเป็นไม่ค่อยรู้โลกุตระ แต่ผู้ที่แสวงหานั้นก็จะมาตัวเอง เคยได้แล้วแต่ก็เสื่อมไปเอง คนอื่นก็จะเข้ามาแทน อนาคตจะเป็นเช่นนั้น
_1182เคยมีคนสงสัยว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 อาจจะไม่ใช้วิธีการรบกันด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างเดียว แต่เพิ่มสงครามโลกธ.ด้วยสินค้ามหาอำนาจทุนนิยม ใช้วัตถุทรอนิคเคลื่อนที่ไร้จำกัด ความเร็วมาในรูปแบบนวัตกรรมใหม่ เป็นอาวุธไร้ผู้สังหารโดยไม่ต้องรับผิดชอบทุกเหยื่อไม่เสี่ยงคดีอาชญากรสงคราม! สินค้านั้นนอกจากปุ๋ยเคมี ยา สารพิษ อาหารปนเปื้อนสารพัด รวมถึงรถบิ๊ก ยมฑูตไบค์มรณะด้วยฤาเปล่า?สณ.สม.อ.ดร.กู้ชาติ พ่อครูว่า..ก็เป็นแต่เพียงพูดมาจะเป็นจริงหรือเป็นจริงก็ไม่รู้ มีได้หรือไม่มีได้ก็ไม่รู้ แต่อันที่มีแล้วก็มีปุ๋ยเคมียาสารพัดพิษ การปนเปื้อน รถบิ๊กไบค์มรณะ ก็จะเป็นสงครามของธรรมชาติไม่ต้องรบกันด้วยอาวุธเหมือนเดิม ก็เป็นไป เกิดมาในโลกนี้ก็เรียนรู้ คนที่เรียนรู้โลกเรียนรู้สังคม โดยเฉพาะเรียนรู้ด้วยตนเอง แล้วก็จัดการกับตนเองนี่แหละ ให้กรรมคือการกระทำของตนเองเป็นกรรมที่สุดยอด ตัวเองเป็นเจ้าของกรรม ไม่มีพระเจ้าที่ไหนมาเป็นเจ้าของกรรมของเรา อันนี้เป็นความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าอาตมาก็เห็นสิ่งเอามาย้ำยืนยันจนทุกวันนี้ จะบอกว่าพูดข่มศาสนาเทวนิยม มันก็จริงเพราะศาสนาพุทธรู้จริงถ้าจะเข้าใจอย่างนั้นก็ไม่ว่า ใครจะหาว่าไปข่มก็ต้องยอมรับ เพราะว่าความถูกต้องมันต้องข่มความไม่ถูกต้อง จะให้เรียกความจริงอันนี้อาตมาทำไม่ได้ก็ต้องพูดความจริงอันนี้เท่านั้นเอง พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วถึงสัจจะความจริงของสังคม ที่อาตมาบอกแล้ว พระพุทธเจ้าไม่ได้ศึกษาอะไรในแต่ละชาติของท่าน ท่านก็บำเพ็ญเพียรศึกษาเรื่องของมนุษย์ความเป็นมนุษย์กับความเป็นสังคม แล้วก็ช่วยมนุษย์ช่วยสังคม เป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดแล้ว ช่วยมนุษย์ช่วยสังคมมนุษยชาติ ประเสริฐที่สุดแล้ว การช่วยมนุษย์นี้ไม่มีใครมาจ้างวาน ไม่มีใครมาให้ค่า ไม่มีใครมาให้รางวัล ดีไม่ดีจะได้รับการต่อว่า ถูกถล่มทลายด้วยซ้ำไป อย่างเช่นอาตมา ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่อาตมารู้ตัวเองอาตมาโดนก็รับได้ เป็นอย่างนี้เพราะว่าสังคมมันแย่แล้ว กระทบนิดหน่อยเขาก็มีอัตตามากมีกิเลสแรง เขาก็สะท้อนตอบเป็นธรรมดา อยู่ในยุคนี้อาตมาก็จำนนว่าจะต้องพูดแรงด้วย ก็กระทบเป็นเหตุปัจจัยกันที่แท้จริง ต้องแรงถ้าไม่แรงไม่รู้สึก หากว่าอาตมาพูดไปเรื่อยๆ คนจะเต็มห้องนี้ไหม พวกคุณก็ฟังไม่ชัดเจน มันเป็นยุคสมัย แม้แต่จะร้องเพลงก็ต้องร้องดังๆจะต้องร้องแบบฮาร์ดร็อค หรือว่าจะต้องทำอะไรอย่างจัดๆ รูปก็จัดเสียงก็จัดขึ้นรสก็ต้องจัดไปหมด อาตมาจะมาทำไม่สมยุคสมัย มันเสียเวลา มันไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควรในยุคนี้ทำอย่างไรเขาก็รับไม่ติดไม่สมกับ กาลัญญุตา ใช้สัปปุริสธรรม 7 อาตมาก็ยังสบายใจที่พวกเรา มาฟังธรรมะ อาตมาบรรยายธรรมะวันเว้นวันก็ตาม พวกเราก็ช่วยบรรยายสลับกับอาตมามา มีผู้นั่งฟังสนใจเห็นหน้าเห็นตาไม่มีใครบังคับพวกคุณ พวกคุณก็มากันเองก็เต็มห้อง ไม่ได้ลดหย่อน ตอนเริ่มบรรยายคนไม่มากนักแต่เมื่อบรรยายต่อไปคนก็มามากขึ้นมากขึ้นเป็นธรรมดาผู้ให้และผู้รับก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ ผู้รับก็เต็มใจมาเพิ่มมาเรื่อยๆแสดงถึงภาวะจริง คนที่บรรยายธรรมะโฆษณากันมากคนก็มากันมากแต่บรรยายไปคนก็หายไปเรื่อยๆจนตอนจบเหลือคนนิดเดียวอันนี้มันคนละลักษณะ แม้แค่นี้ลักษณะนี้ก็เอามายืนยันเนื้อแท้เนื้อหาสาระของสัจจะธรรมพวกนี้ได้
สื่อธรรมะพ่อครู(พระวินัย) ตอน พระไม่ใช้เงินแล้วจะเดินทางไกลอย่างไร _วารุชาย วิหก เหินฟ้าลอยดิน • 1 วันที่ผ่านมา ห้ามให้พระถือเงิน เเล้วหลวงปู่เดินทางได้อย่างรัยคัฟ !หลวงปู่เสกเงินได้ งงคัฟ พ่อครูว่า..การเดินทางต้องใช้เงินเช่นค่าเครื่องบินเป็นต้นหรือค่าน้ำมันค่ารถค่าอะไรต่างๆนานา แล้วเดินทางได้อย่างไร เรื่องการเงินของนักบวชนั้น มีวินัยเรียบร้อย มีกองกลางสงฆ์ มีไวยาวัจกรมีผู้ดูแล มีผู้ที่จัดสรรผู้ถือเงินผู้ช่วย เพราะฉนั้นไม่ใช่เรื่องยากลึกลับที่จะต้องไปผิดพระธรรมวินัยเป็นเรื่องง่ายมากเลย คุณอาจจะเคยบวชแต่ไม่เคยรู้ว่าความถูกต้องของพระธรรมวินัยเป็นอย่างไร มันก็คงยาก แต่ถ้าเคยมาบวชแล้วก็จะรู้ บวชอย่างไรก็พอจะรู้ว่า ในวงการการบวชเป็นอย่างไร ส่วนผู้ที่จะละเมิดวินัยเป็นการจ่ายเงินเองซื้อขายเองผิดวินัยมันก็มีเยอะ ผู้ที่จะสะอาดในเรื่องเงินทองนั้นมีอยู่ มาศึกษาให้ดีไม่ยากหรอก แม้ทุกวันนี้มีคนบอกว่าพระไม่ใช้เงินไม่ใช้ทองอยู่ไม่ได้ อาตมาขอยืนยันว่าอยู่ได้ อย่าว่าแต่สมณะชาวอโศกเลยแม้แต่สิกขมาตุชาวอโศกก็ไม่ใช้เงินได้บวชมา 30 40 ปี อาตมาบวชมา 50 ปี ก็ไม่เดือดร้อนอะไร คุณเดือดร้อนไหม? สมณะเดินดินบอกว่า จะเดือดร้อนก็ตอนจะมีเงินนี่แหละ พ่อครูว่า..มีแล้วทุกข์จะไปสะสมทำไม ในยุคของพระพุทธเจ้าใช้น้อยในยุคนี้ใช้มาก ถ้าหากจิตใจถึงแล้วก็ไม่เดือดร้อนอะไรสบาย อาตมาไม่เห็นต้องเดือดร้อนวุ่นวายอะไร
_ประไพ ออกผล • 2 วันที่ผ่านมา ความเป็นโพธิสัตว์หรือปารถนาพุทธภูมิ การเวียนว่ายตายเกิดเยอะมาก เกิดเป็นทุกอย่าง นรกสวรรค์พรหมอินทร์มารสรรพสัตว์ เป็นช่างเป็นม้าสัตว์ทุกชนิดเกิดหมด เป็นพราหมณ์เป็นดาบส เป็นกษัตริย์ เป็นคนยากจน เป็นคนพิการ เกิดหมดทุกอย่างจ้ะ พอชาติสุดท้าย ตีรวมเลยค่ะ ปฏิบัติแป๊บเดียวบรรลุ การบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณหรือพุทธภูมิ เป็นได้ทุกคน เป็นได้ทุกคน ทุกยุคทุกสมัย แต่ไม่ประกาศศาสนาเท่านั้นเอง อีกหน่อยนึง เขาเรียกว่า ต้นต้องผ่านให้หมด ชาติสุดท้าย พระโสณะอนาคามีสกทาคามีพระอรหันต์และโพธิญาณ ไม่งั้นจะสอนคนได้อย่างไร คุณรู้หรือไม่ว่ายังมีคนที่บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นพระก็มีเป็นฆราวาสก็มี ปฏิบัติถึงสูงสุด ก็กลับคืนสู่สามัญชน เป็นคนธรรมดาธรรมดา ปกติชนคนธรรมดา แม้กระทั่งพระอรหันต์ ยังดูท่านไม่ออกเลยค่ะ เพราะฉะนั้นอย่าเที่ยวไปปรามาสคนนู้นคนนี้คนนั้น จริงๆแล้วการปฏิบัติไม่มีอะไรมากง่ายมากๆ มันก็อยู่ที่ปัญญาของคน หรือบุญบารมีใครสะสมมามาก แล้วคนนั้นก็จะไปได้เร็ว บางคนก็สะสมมาน้อย เริ่มต้นยังไม่ได้เลยค่ะ แต่ก็ยังมีบุญ ที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ไม่มีอะไรที่มนุษย์ทำไม่ได้ การบรรลุธรรมขั้นสูงสุดไม่ได้อยู่ที่ลักษณะหรือกิริยาต้องเรียบร้อย บางคนดูเหมือนคน เกรี้ยวกราด พูดจาไม่เพราะ ดูเหมือนยังมีกิเลส แต่จริงๆแล้ว ท่านกำจัดกิเลสออกหมดแล้ว จึงไม่มีใครสามารถที่จะหยั่งรู้ได้ ยิ่งบางคน บ้าบุญมากๆ หรือหลงบุญมากๆ อันนี้เอาแต่ตำหนิผู้อื่นคนนั้นก็ไม่ดีคนนี้ก็ไม่ใช่ พระอรหันต์ต้องเป็นอย่างนั้นต้องเป็นอย่างนี้ จริงๆแล้วการบรรลุอรหันต์หรือบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ ปฏิบัติสูงสุดคืนสู่สามัญ ทุกอย่างจะเป็นอัตโนมัติหมด ไม่ต้องทำอะไรให้กับตัวเองอีกแล้ว ถ้าเป็นฆราวาส ก็อยู่ในสังคมได้ไม่ปกไม่ปิด ทำอะไรอะไร ก็ได้เหมือนคนปกติสามัญชนคนทั่วไป ถ้าคุณไม่เข้าใจตรงนี้คุณลองไปถาม พระโพธิรักษ์เองสิจ๊ะ แล้วแต่ว่า ถ้าคนไหน เป็นพระภิกษุไม่สึกออกมา ก็จะเป็นผู้ชี้แนะแนวทางให้สรรพสัตว์หลุดพ้น แล้วแต่ใครจะปฏิบัติแบบไหนตามที่ท่านถนัด ตามฐานะฐานะของแต่ละองค์ การบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณหรือพุทธภูมิ ชาติสุดท้ายตีรวมหมดค่ะ ต้องรู้ให้หมด การเข้าพุทธภูมิชาติสุดท้าย ต้องมีคู่บุญบารมี จิตเสมอกัน เคยปฏิบัติด้วยกันมาตั้งแต่อดีตชาติจนถึงชาติ สุดท้าย แต่ไม่ประกาศศาสนาก็มี ดิฉันไม่เคยอ่านในพระไตรปิฎก ไม่เคยดูในตำรา และไม่เคยฟังไอ้ที่เขาว่ามา เรียนรู้ด้วยตัวเองเห็นเองรู้เอง หรือเรียกง่ายๆว่าทั้งรู้ทั้งเห็นต้องเข้าใจ ถ้าไม่เชื่อลองเอาคลิปนี้ไปให้โพธิรักษ์อ่านดูสิคะ ใครบอกว่าท่านเป็นพระอรหันต์ปลอม ดิฉันว่าของจริง จริงแท้แน่นอน อย่าไปด่าท่านอย่าไปว่าท่านอย่าไปปรามาสท่าน ที่ท่านพูด ไม่เพราะ หรือกิริยาท่าทางท่าน มันเป็นธรรมชาติของท่าน ไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำเป็นดี พระ ทางสมมุติ ก็โกนหัวห่มเหลืองโกนคิ้ว แต่พระทางวิมุติ ที่หลุดพ้นแล้ว มันอยู่ข้างในจิต จิตที่ไม่เกิดแล้ว นั่นแหละเขาเรียกว่าพระของจริง ปุถุชนคนธรรมดา ไม่สามารถจะเข้าใจได้ พ่อครูว่า...ฟังดูสำนวนโวหารแล้วก็พอเข้าใจว่าคนคนนี้เป็นผู้เข้าใจในธรรมะดีไม่ใช่น้อย แล้วก็พูดออกมาตามประสาของตัวเองอิสระเสรี ก็เท่านี้ก็แล้วกัน อาตมารับฟังแล้วก็ขอแสดงความเห็นแค่นี้ก่อนนะ
_Thailand in. Chinese • 3 วันที่ผ่านมา ท่านสารีบุตรถึงที่สุดแห่งปณิธานของท่านที่ตั้งไว้ยุคพระปทุมมุตรพุทธะเจ้าแล้วครับ ไม่ตกต่ำอีกแล้วความดีอะไรที่จะดีเกินกว่าเป็นพระอัครสาวกผู้เลิศด้วยปัญญาช่วยพระศาสดานำสัตว์ข้ามโอฆสงสารนับจำนวนไม่ได้..ท่านคงไม่มาเกิดในมดลูกของส่ำสัตว์อีกแล้ว.. สอนชาวโลกก็ต้องใช้โวหารโลกสิครับ..ถ้าบุญไม่ดีแล้วบาปดีหรือ..อสังขตธรรมมันไม่มีโวหารโลกมาอธิบายได้บางทีพระพุทธเจ้าก็ใช้โวหารโลกเทียบเคียงที่พอจะไปกันได้เพื่อประโยชน์แก่ผู้ฟัง.. พ่อครูว่า...คงฟังอาตมาแล้วที่อาตมาไปวิจัยวิจารณ์คำว่าบุญในมิติหนึ่ง แต่ฟังยังไม่รอบถ้วน ใช้ตรรกะคิดก็ไม่เข้าใจอย่างรอบถ้วน ที่อาตมาบอกว่าบุญไม่ดีคือมันเป็นอาวุธอะไรมันต้องฆ่าแต่มันต้องฆ่าสิ่งที่เป็นตัวร้ายคือค่ากิเลสอย่างเดียว เพราะฉะนั้นอาวุธไปฆ่าอะไรมันไม่ดีทั้งนั้น เรื่องฆ่ากันมันไม่ดีทั้งนั้นแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร มันต้องมีสิ่งนี้เกิดมาฆ่ากิเลสเป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ สร้างพลังงานที่ชื่อว่าบุญแล้วฆ่ากิเลส แต่มันก็คือนักฆ่า แล้วมันไม่มีอะไรอื่นอีกด้วย บุญไม่ทำหน้าที่อย่างอื่นเลยนอกจากฆ่ากิเลสฆ่ากิเลสเสร็จจบก็เลิกหรือแม้แต่ฆ่าไม่ได้มันก็เลิกในปัจจุบันทุกปัจจุบัน ซึ่งนิยามได้ยากมีคนอย่างพระพุทธเจ้าเท่านั้นที่จะตรัสรู้เรื่องที่มนุษย์สามารถสร้างพลังงานบุญในจิตใจตนเองสามารถมีประสิทธิภาพฆ่ากิเลสได้ มีแต่ศาสนาพุทธศาสนาเดียวในโลกที่ทำวันนี้ได้ ฟังให้ดีๆเถิด บุญเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ คนไม่เข้าใจเรื่องบุญกันได้ง่ายๆ เขาว่า บุญไม่ดีแล้วบาปจะดีหรือ คุณก็พูดวนเวียนอยู่อย่างนี้
_Thailand in. Chinese • 3 วันที่ผ่านมา ศีลกับวินัยก็อันเดียวกันครับ ศีลของพระมีสี่อย่าง ปาฏิโมกขสังวรณ์ศีลคือสิกขาบทที่มาในพระปาฏิโมขหรือพระวินัยที่สวดกันนิยมว่ามี227ข้อ..อาชีวปาริสุทธิศีล ศีลคือการเลี้ยงชีพให้บริสุทธิ..อืนทรียสังวรณศีล ศีลคือการสำรวมกายวาจาใจ..ปัจจยสันนิสิตศีล ศีลคือความพอใจในปัจจัยที่หาเลี้ยงชีพตามมีตามได้ เช่นพระไปบิณฑบาตต้องยินดีในอาหารที่เขาใส่บาตไม่ปรุงแต่งรสอาหารตามกิเลสหรือข้าวของเครื่องใช้ก็ยินดีตามพุทธานุญาต พ่อครูว่า...เข้าใจเรื่องศีลและวินัยต่างกันก็ไม่ได้ วินัยนั้นเป็นเรื่องของข้อห้าม เป็นสิ่งที่ละเมิดแล้วมีบทลงโทษส่วนศีลนั้นเป็นข้อปฏิบัติ มีข้อห้ามเหมือนกันว่าไม่ให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้แต่เป็นข้อปฏิบัติที่ไม่มีการลงโทษไม่มีอาบัติอะไร ใครปฏิบัติก็ได้ส่วนตัว แต่วินัยหากละเมิดก็มีการลงโทษ ซึ่งเป็นเรื่องของสัจจะที่พระพุทธเจ้าแยกไว้ชัดเจนอยู่แล้ว ถ้าบอกว่าศีลและวินัยมองเผินๆก็เป็นอย่างเดียวกัน แต่มันมีนัยยะลึกซึ้ง ก็ดีนะคุณคนนี้ สื่อธรรมะพ่อครู(อวดอุตริมนุสธรรม) ตอน หยั่งรู้ใจตนง่ายกว่าหยั่งรู้ใจคน _Thailand in. Chinese • 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา ยกตนแล้วข่มผู้อื่น ถือเขาถือเรานี่หรือคือผู้เป็นโลกุตตร..พระอรหันต์ต้องมีเมตตาจิตแผ่ไปเป็นอัปมัญญาคือไม่มีกำหนด.แต่นี่อะไรกัน..ยึดติดว่าแต่ตัวเองดี เพิ่งรู้ว่าอาริยชน พูดถึงปุถุชนแบบนี้เอง..สาเถยยะ.สารัมภะ.มานะ..อติมานะ..มาเต็ม พ่อครูว่า...อาตมาฟังเข้าใจคุณตำหนิ แต่คุณเข้าใจอาตมาได้อย่างที่คุณเข้าใจแต่มันต่างกันกับที่อาตมาได้ผลอย่างที่เป็นสัดส่วนพอเหมาะพอดีอย่างที่อาตมาทำ คุณก็เห็นอีกอย่างอาตมาก็ไม่แย้งกับคุณ คุณไม่เคารพนับถืออาตมาก็ขออภัยไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็มีคนไม่เคารพนับถือได้เป็นธรรมดา อาตมาไม่ได้ทำงานเพื่อที่จะให้คนมาเคารพนับถือ อาตมาไม่ได้คิดอย่างนี้เลย ที่จะทำงานเพื่อให้เคารพนับถืออาตมาไม่มีจริงๆอาตมาจิตใจมุ่งอย่างเดียว คือ พยายามทำความจริงให้ปรากฏให้คนฟังให้คนรู้ให้คนเข้าใจได้และได้ประโยชน์จากความจริงนี้ แล้วเอาไปประพฤติปฏิบัติให้ได้ผลกันเรื่องเป้าหมายหลักของอาตมา อาตมาก็ใช้การประมาณในการวินิจฉัยว่าอย่างนี้เหมาะสมแน่นอนว่าไม่เหมือนกับคุณประมาณ คุณเข้าใจของคุณก็ประมาณของคุณก็แล้วกันของอาตมาก็ประมาณอย่างอาตมา อาตมาก็ได้คนอย่างอาตมา อาตมาก็พอใจอาจจะบกพร่องไม่ตรงทีเดียวอาจจะผิดพลาด มันเป็นอกุศลอาตมาก็ต้องรับวิบากของตนเอง อาตมาก็ไม่อยากให้เกิดอาตมามีภูมิธรรมเท่านี้ มีความรู้ความฉลาดเท่านี้ขอบคุณที่คุณแนะนำ ที่คุณบอกว่าอาริยชนต้องพูดถึงปุถุชนแบบนี้คุณคิดเองหรือเปล่า คุณก็ให้อาตมาเลยยกอุปกิเลสให้อาตมาหมด สาเถยยะ คือโอ้อวดตนเอง สารัมภะหยิ่งผยอง มานะ อติมานะก็ยึดตัวตนเข้าไปเต็มที่อีก เอาอุปกิเลส 16 ใส่อาตมาเต็มๆ แต่อาตมาก็ไม่มี อย่างที่คุณว่า ทำไมอาตมาว่าอาตมาไม่มีเพราะอาตมาอ่านอาการจิตตัวเองออกอาการในใจตัวเองว่าอาการของ สาเฐยยะเป็นอย่างไรอาการโอ้อวดเป็นอย่างไร อาตมาก็รู้จิตใจตัวเองว่าไม่มี แต่คุณอ่านจากอาการภายนอกของอาตมาเท่านั้น แล้วคุณก็มาหยั่งรู้ใจอาตมาได้ คุณหยั่งรู้ใจอาตมาไม่จริงคุณหยั่งรู้ใจไม่ได้ อาตมาบอกได้เพราะอาตมาเป็นเจ้าของใจแล้วอาตมาอ่า
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive