วิเคราะห์การรับรู้และการปฏิบัติตนในเศรษฐกิจชุมชน ตามหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงและหลักคิดเศรษฐกิจบุญนิยม.pdf
เนื้อหาในไฟล์
วิเคราะห์การรับรู้และการปฏิบัติตนในเศรษฐกิจชุมชน ตามหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงและหลักคิดเศรษฐกิจบุญนิยม: กรณีศึกษาชุมชนราชธานีอโศก จังหวัดอุบลราชธานี แก้วบุญเกื้อ ศรีลิขิตตานนท์ วิทยานิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร การจัดการภาครัฐและภาคเอกชนมหาบัณฑิต คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 2560 A / v 2., ta q,,a 6t 4?ra:l;14n1::u:tlaynl:ilfl u9tfl u Iulfl :ug fiotutu ntilHo.=n6ore:ug6o-. c-- - t', o ,o 4r<?t0lytu{lraufi anafl tfl :uqnou6uuuil: n:6ufi nH tlilTu: ly5 tfr olfl nAIo{?t?o0ua:ts5tuY44taallln?u6Ltno fl :atlfl ntuullvtl:9u53fl tGruflt(rgrs:olg'rdn:rlr:ri. ) ;il;0101: uYtld-!: nut?l1uluYlutfian. 4v ?a v(n5.'t'tfluto 09l0lnt )n y n r : ! n r r d o u ivr u r fi ri u # kiu' o r : or r u d.: rfi u a r n r : o q :rG 1#rflnr:dnurn rlrahdn: nt: d'onr: ntnigrrnvntnrontur,ty rt-rufi sru'd1lJt4lJ{10n.q/.)*?L1n:.ri olird rnuqr: :ru;:vttun::rnr:fl:: ! nl:fl:: u nlt9lrJY ruflldnrM5U(o :.iiani"i'o o-n o rn : )(o:.luI: ori n-vr:u:rQa)a*r\rt t-9l4n?uflldn:1n1:u,1rr:.lvi I: rrf n-vr:u:rnayflluuor l-:olflran:trr:d ) ; fl-l',a,.gran:rnr:d บทคัดย่อ ชื่อวิทยานิพนธ์ วิเคราะห์การรับรู้และการปฏิบัติตนในเศรษฐกิจชุมชน ตามหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงและหลักคิดเศรษฐกิจบุญนิยม: กรณีศึกษาชุมชน ราชธานีอโศก จังหวัดอุบลราชธานี ชื่อผู้เขียน นางสาวแก้วบุญเกื้อ ศรีลิขิตตานนท์ ชื่อปริญญา การจัดการภาครัฐและภาคเอกชนมหาบัณฑิต ปีการศึกษา 2560 การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ วิเคราะห์การรับรู้หลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงและหลักคิดเศรษฐกิจบุญนิยมของชาวอโศก พร้อมทั้งศึกษาการปฏิบัติตนในเศรษฐกิจชุมชน ตามหลั
อ่านต่อ
กคิดเศรษฐกิจพอเพียงและหลักคิดเศรษฐกิจบุญนิยมที่ราชธานีอโศก นอกจากนี้ยังเสนอแนะการประยุกต์ต่อธุรกิจชุมชนและต่อนโยบายสาธารณะที่มีผลต่อประชาชนทั้งสังคมไทย เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) ระหว่างงานวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research)และเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงจ านวน 7 คน ในการวิจัยเชิงคุณภาพ ส าหรับการวิจัยเชิงปริมาณนั้น ด าเนินการวิจัยโดยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่างเป็นสมาชิกชุมชนราชธานีอโศก จังหวัดอุบลราชธานี ที่มีสถานะเป็นฆราวาส และไม่ใช่นักเรียน จ านวน 166 คน จากจ านวนประชากร 284 คน (ส ารวจล่าสุด ณ วันที่ 15 กรกฎาคม 2559) ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง อายุมากที่สุดอยู่ในช่วง 56 ถึง 65 ปี จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี อาศัยอยู่ในชุมชนราชธานีอโศก เป็นสมาชิกชุมชนราชธานีอโศก 1 ถึง 5 ปี สมาชิกส่วนใหญ่ไม่ได้รับค่าตอบแทน จึงไม่มีเงินเหลือเพื่อเก็บออม ถึงแม้ว่าสมาชิกส่วนใหญ่จะไม่ได้รับค่าตอบแทน แต่ได้รับผลตอบแทนในรูปแบบอื่น ๆ เช่น ที่พักอาศัย อาหาร ค่ารักษาพยาบาล ทุนการศึกษาในระดับปริญญา และสมาชิกส่วนใหญ่ไม่มีหนี้สินเลย จากการวิจัยพบว่า 1) ส าหรับการรับรู้หลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงและหลักคิดเศรษฐกิจบุญนิยมนั้น ผู้ตอบแบบสอบถามมีระดับการรับรู้หลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงในระดับมากที่สุด และ เห็นว่าคนไทยโดยทั่วไปยังมีความเข้าใจและปฏิบัติตนตามหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงในระดับน้อยอยู่ นอกจากนี้พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีระดับการรับรู้หลักคิดเศรษฐกิจบุญนิยมในระดับมากที่สุด สอดคล้อง (4) กับผลการวิจัยเชิงคุณภาพระบุว่า ชาวราชธานีอโศกมีการรับรู้หลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงและหลักคิดเศรษฐกิจบุญนิยมในระดับมาก โดยทั้ง 2 หลักคิดมีความสอดคล้องกันที่เป้าหมาย แนวคิด และหลักการปฏิบัติ 2) ส่วนด้านการปฏิบัติตนในเศรษฐกิจชุมชนพบว่า สมาชิกราชธานีอโศกมีการปฏิบัติตน ในเศรษฐกิจชุมชนตามหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงและเศรษฐกิจบุญนิยมซึ่งยึดมั่นในศีลธรรมตามแนวทางพุทธศาสนาในระดับมากที่สุด เช่นเดียวกับผลการวิจัยเชิงคุณภาพระบุว่า ชาวราชธานีอโศกมีการปฏิบัติตนตามหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงและหลักคิดเศรษฐกิจบุญนิยมอย่างชัดเจน 3) ในส่วนของความคิดเห็นต่อรัฐบาลนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีความรู้สึกว่ารัฐบาลปัจจุบันได้มีการน าหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงประยุกต์ใช้ในการน านโยบายไปปฏิบัติน้อยมาก แม้จะกล่าวถึงหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงอย่างต่อเนื่อง แต่รัฐบาลก็ไม่ได้ให้ความส าคัญกับหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงอย่างจริงจัง ซึ่งมีสาเหตุหลายประการ เช่น ขาดความเข้าใจในหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงอย่างถ่องแท้ ความเชื่อที่ว่ามีหลักคิดอื่นที่สามารถประยุกต์ใช้กับสังคมไทยได้ดีกว่าหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งผลการวิจัยเชิงคุณภาพระบุว่า หลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงสามารถเป็นหลักในการพัฒนาประเทศได้อย่างแน่นอน โดยหลักคิดนี้ยึดแนวทางการบริหารแบบคนจนที่สามารถบริหารภายใต้ความขาดแคลน ซึ่งสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย ด้วยเป้าหมายการท าให้คนอยู่ดีมีสุขและลดปัญหาความเหลื่อมล ้า และมุ่งพัฒนาคนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ข้อเสนอแนะจากการวิจัยครั้งนี้ส าหรับการประยุกต์หลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงต่อธุรกิจชุมชนและต่อนโยบายสาธารณะดังนี้ ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องตระหนักและเร่งศึกษาเกี่ยวกับการน าหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยสามารถอาศัยตัวแบบของชุมชนราชธานีอโศกที่ใช้หลักคิดบุญนิยมซึ่งสอดคล้องกับหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาด าเนินชีวิตจนสามารถพึ่งพาตนเองได้ อีกทั้งชุมชนราชธานีอโศกยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีการปฏิบัติจริง ผู้สนใจสามารถเข้าไปศึกษาเรียนรู้ทดลองปฏิบัติได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นชุมชนที่ยึดหลักพุทธเศรษฐศาสตร์ที่รัฐบาลควรให้การส่งเสริม และสามารถน าไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจชุมชนโดยเฉพาะเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมทั้งด้านธุรกิจ ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านคุณธรรมจริยธรรม ABSTRACT Title of Thesis Analyzing Perception and Practice in Community Economy in Accordance with the Concepts of Sufficiency Economy and Boon Niyom (Merit-based) Economy: A Case Study of Ratchathani Asoke Community, Ubon Ratchathani Province Author Miss Kaewbunkua Sreelikittanont Degree Master of Public and Private Management Year 2017 This study aimed to analyze the perception and practice of concepts of Sufficiency Economy and Boon Niyom (merit-based) Economy in community economy of Ratchathani Asoke community and to recommend how to apply both concepts for community economies and public policies. The study used a mixed methods design using interview and survey. The qualitative phase involved 7 key informants who played an important role in applying the concept of sufficiency economy. As for the quantitative phase, data were collected from a sample of 166 Asokans (Asoke people) in Ratchathani Asoke commonly, Ubon Ratchathani province. The findings revealed that the respondents were primarily female, aged 56 to 65 years old. Most respondents had a bachelor's degree and lived in Rachathani Asoke Community during 1 to 5 years. Most of them worked for their organization (the Santi Asoke Buddhist group) without getting paid (not accept a salary) but got all services in return, including products, food, shelter and curative. Although most of them did not have savings, they did not have any debt. The results were as follows; 1) The respondents had a highest-level perception of both Concepts, there is concordance between 2 concepts. They thought that Thai people generally had a low-level perception and practice of the Sufficiency Economy concept. This is congruent with qualitative (6) 2) Results indicating that Asoke people has a high-level perception of both concepts. Congruence between the two concepts was shown in goals, basic concepts, and practices. 2) Asokans had applied the concepts of Sufficiency Economy and Boon Niyom Economy in their community economic practices at the highest-level. This was congruent with qualitative results indicating that Asokans performed their actions in accordance with both concepts. 3) For most respondents, the current government under Prime Minister Prayut Chan-o-cha had a low-level of applying the concept of Sufficiency Economy for public policy implementation.Although the government mentioned the Sufficiency Economy concept continually, it had not given adequate importance to the Sufficiency Economy concept. This was due to many reasons, such as a lack of genuine understanding of the Sufficiency Economy concept and belief that other development concepts were more applicable to the Thai society. However, qualitative data revealed that the concept of Sufficiency Economy could help the current development because it could be applied to the context of Thailand characterized by a scarcity of some resources. The goals of the Sufficiency Economy concepts were happiness of the people and inequality eradication. The concept also aimed to build people capabilities so that they could rely on themselves. Recommendations from this study were that related sectors need to realize and learn how to apply the concept of Sufficiency Economy for economic development. Ratchathani Asoke community can be a role model since it successfully applied both Sufficiency Economy and Boon Niyom Economy concepts for developing their own self-reliant community. The government should provide more support to Ratchathani Asoke community which is a Buddhist community. In addition, community businesses can apply both concepts to their business practices, particularly Corporate Social Responsibility (CSR) in various aspects including business, environment and ethics. กิตติกรรมประกาศ วิทยานิพนธ์เรื่อง วิเคราะห์การรับรู้และการปฏิบัติตนในเศรษฐกิจชุมชน ตามหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงและหลักคิดเศรษฐกิจบุญนิยม: กรณีศึกษาชุมชนราชธานีอโศก จังหวัดอุบลราชธานี สําเร็จลุล่วงได้จากความช่วยเหลือด้านข้อมูล ด้านคําแนะนํา ความคิดเห็นและกําลังใจอันสําคัญจากบุคคลหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นสมณะโพธิรักษ์ ที่อนุญาตให้ผู้วิจัยสัมภาษณ์ จนเกิดความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับหลักคิดเศรษฐกิจบุญนิยม ชาวชุมชนราชธานีอโศกที่เอื้อเฟื้อสถานที่พักและให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามเป็นอย่างดี ผู้ทรงคุณวุฒิที่พร้อมสละเวลาและให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการสัมภาษณ์ โดยเฉพาะ รองศาสตราจารย์ ดร.วิวัฒน์ชัย อัตถากร อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ผู้ซึ่งสละเวลาทุ่มเทให้คําปรึกษา แนะนํา แก้ไขส่วนที่บกพร่องต่าง ๆ ด้วยความเมตตาและมอบกําลังใจในการทําวิทยานิพนธ์เล่มนี้ตลอดมา อีกทั้ง ดร.อรพันธ์ อัตถากร ผู้ที่ช่วยเติมเต็มความคิดของผู้วิจัยให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น จึงใคร่ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ขอกราบขอบพระคุณ ศาสตราจารย์ ดร.เรืองวิทย์ เกษสุวรรณ ประธานกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไพโรจน์ ภัทรนรากุล กรรมการสอบวิทยานิพนธ์ ที่กรุณาผู้วิจัยเป็นอย่างยิ่งในเรื่องเวลาการนัดหมาย ตรวจสอบแก้ไขข้อบกพร่อง และให้ข้อเสนอแนะ ในการทําวิทยานิพนธ์อย่างเต็มที่เพื่อให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ขอกราบขอบพระคุณคณาจารย์ทุกท่านแห่งสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และ อาจารย์ ดร.ปนันดา จันทร์สุกรี ที่เข้าใจ มีเมตตา และช่วยเหลือผู้วิจัยบริหารเวลาในการทําวิทยานิพนธ์เล่มนี้จนสําเร็จ ขอขอบคุณเจ้าของผลงานทางวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่คณะรัฐประศาสนศาสตร์ที่ช่วยเหลือ ผลักดัน ให้คําแนะนําข้าพเจ้าเสมอมา สุดท้ายนี้ผู้วิจัยขอกราบขอบคุณและมอบความสําเร็จจากการทําวิทยานิพนธ์นี้ให้แก่ นายนิคม รัตนจันทร์ นางกรองทอง รัตนจันทร์ และนางสาวแก้วบัวเกื้อ รัตนจันทร์ ผู้ซึ่งเป็นพ่อ แม่ และพี่สาวของผู้วิจัย ที่พร้อมสนับสนุน ตักเตือน เสริมกําลังใจอย่างไม่ลดละ และเป็นแรงใจอันสําคัญที่สุดของผู้วิจัยเสมอมา จนทําให้วิทยานิพนธ์นี้สําเร็จตามที่มุ่งหวังไว้ แก้วบุญเกื้อ ศรีลิขิตตานนท์ กรกฎาคม 2561 สารบัญ หน้า บทคัดย่อ (3) ABSTRACT (5) กิตติกรรมประกาศ (7) สารบัญ (8) สารบัญตาราง (12) สารบัญภาพ (15) บทที่ 1 บทนํา 1 1.1 ความสําคัญของปัญหาและคําถามการวิจัย 1 1.2 วัตถุประสงค์ในการวิจัย 7 1.3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 7 1.4 นิยามศัพท์ 7 1.5 ขอบเขตการวิจัย 8 1.5.1 ด้านเนื้อหา 9 1.5.2 ด้านพื้นที่ 9 1.5.3 ด้านกลุ่มตัวอย่าง 9 1.5.4 ด้านผู้ให้ข้อมูล 9 บทที่ 2 ทบทวนวรรณกรรมและกรอบแนวคิด 10 2.1 การรับรู้หลักคิดเศรษฐกิจพอเพียง 11 2.1.1 ความหมายของการรับรู้ 11 2.1.2 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้ 15 2.1.3 หลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงกับความเป็นมา 19 2.1.4 ความหมายและองค์ประกอบของเศรษฐกิจพอเพียง 22 2.1.5 แนวคิดทฤษฎีใหม่ (New Theory) 30 (9) 2.1.6 บทวิเคราะห์ของนักวิชาการเกี่ยวกับหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียง 37 2.2 ชุมชนอโศกและหลักคิดเศรษฐกิจบุญนิยม 43 2.2.1 ชุมชนอโศกและความเป็นมา 43 2.2.2 หลักคิดเศรษฐกิจบุญนิยมกับความเป็นมา 49 2.3 หลักศาสนาพุทธกับหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงและหลักคิดเศรษฐกิจบุญนิยม 63 2.3.1 เศรษฐศาสตร์แนวพุทธในทัศนะของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ 65 (ป.อ. ปยุตฺโต) 2.3.2 เศรษฐศาสตร์แนวพุทธในทัศนของพระธรรมโกศาจารย์ 69 (เงื่อม อินทป�ฺโญ) หรือรู้จักในนาม พุทธทาสภิกขุ 2.3.3 หลักคิดเศรษฐกิจบุญนิยมในทัศนะของสุนัย เศรษฐบุญสร้าง 72 2.4 เศรษฐกิจชุมชน 75 2.4.1 แนวคิดเศรษฐกิจชุมชนและความหมาย 75 2.4.2 ลักษณะสําคัญของเศรษฐกิจชุมชน 81 2.4.3 แนวทางปฏิบัติตามเศรษฐกิจชุมชน 85 2.5 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 89 2.6 กรอบแนวคิดในการศึกษา 95 บทที่ 3 วิธีดําเนินการวิจัย 97 3.1 ขั้นตอนในการวิจัย 97 3.2 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 98 3.2.1 ประชากร 98 3.2.2 กลุ่มตัวอย่างเชิงปริมาณ 99 3.3 การเลือกผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 99 และนําไปปฏิบัติในชีวิตประจําวัน 3.4 การสร้างเครื่องมือ 101 3.4.1 แบบสอบถาม (Questionnaire) 101 3.4.2 แนวคําถามสําหรับการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิระดับลึก (In-Depth 102 Interview Guideline) 3.5 การหาประสิทธิภาพของเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 102 3.6 การเก็บรวบรวมข้อมูล 103 3.7 การวิเคราะห์ข้อมูล 103 (10) บทที่ 4 ผลการวิจัย 104 4.1 การวิจัยเชิงปริมาณ 105 4.1.1 สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม 105 4.1.2 วิเคราะห์การรับรู้หลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงและหลักคิดเศรษฐกิจบุญนิยม 115 และการปฏิบัติตนในเศรษฐกิจชุมชนของชาวอโศกต่อคุณลักษณะ การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน 4.1.3 ความคิดเห็นของชาวราชธานีอโศกเกี่ยวกับการรับรู้หลักคิดเศรษฐกิจ 135 พอเพียงและการปฏิบัติตนของคนไทยโดยทั่วไป 4.1.4 ความคิดเห็นของชาวราชธานีอโศกต่อรัฐบาลนายกรัฐมนตรี 147 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการส่งเสริมสนับสนุนให้คนไทย ได้เรียนรู้ ได้ปฏิบัติตามหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชา ในรูปแบบของนโยบาย/โครงการต่าง ๆ 4.2 การวิจัยเชิงคุณภาพ 153 4.2.1 หลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องใกล้ตัวท่านเพียงใด 153 และท่านได้นําหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการทํางาน และการใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง 4.2.2 ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร ในการนําหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียง 156 มาเป็นหลักในการพัฒนาประเทศ 4.2.3 ท่านคิดว่าสิ่งที่ชาวสันติอโศกยึดถือในการรวมตัวกันสอดคล้องกับ 159 หลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงหรือไม่ ถ้ามีความสอดคล้องกิจกรรมใด ของชาวสันติอโศกที่แสดงออกตามหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียง 4.2.4 ชาวสันติอโศกมองว่ากลุ่มของตนเองปฏิบัติตนในเศรษฐกิจชุมชน 161 ตามหลักคิดเศรษฐกิจบุญนิยมซึ่งสอดคล้องกับหลักคิดเศรษฐกิจ พอเพียง ท่านมีความเห็นว่าอย่างไร 4.2.5 ท่านคิดว่ากลุ่มสันติอโศกได้ทําประโยชน์แก่สังคมไทยหรือไม่ อย่างไร 164 4.2.6 ท่านมีคําแนะนําใดแก่ชาวสันติอโศกในเรื่องการปฏิบัติตนในเศรษฐกิจ 165 ชุมชนตามหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียง 4.2.7 หลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องใกล้สําหรับชาวอโศกเพียงใด 166 ท่านได้นําหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการทํางานและ การใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง (11) 4.2.8 ในฐานะที่เป็นนักวิชาการของชาวอโศกท่านเห็นด้วยหรือไม่ 167 ในการนําหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักในการพัฒนาประเทศ 4.2.9 ตามทัศนคติของท่านหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงและหลักคิดเศรษฐกิจ 168 บุญนิยมสอดคล้องกันหรือไม่ อย่างไรมากน้อยเพียงใด 4.2.10 หลักคิดเศรษฐกิจบุญนิยมมีจุดอ่อนในเชิงปฏิบัติหรือไม่ อย่างไร 170 4.2.11 ตามทัศนคติของท่าน เศรษฐกิจบุญนิยมจะสามารถทําให้เศรษฐกิจ 171 ชุมชนพัฒนาไปได้หรือไม่ อย่างไร บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 173 5.1 ข้อจํากัดในการวิจัย 174 5.2 สรุปผลการวิจัย 174 5.2.1 การรับรู้หลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงและหลักคิดเศรษฐกิจบุญนิยม 175 ของชาวราชธานีอโศก 5.2.2 การปฏิบัติตนในเศรษฐกิจชุมชนตามหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียง 176 และหลักคิดเศรษฐกิจบุญนิยม 5.2.3 ข้อเสนอแนะการประยุกต์หลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงและ 181 หลักคิดเศรษฐกิจบุญนิยมต่อธุรกิจชุมชนและต่อนโยบายสาธารณะ 5.3 อภิปรายผล 183 5.4 ข้อเสนอแนะ 186 5.4.1 ข้อเสนอแนะสําคัญจากการวิจัย 186 5.4.2 ข้อเสนอแนะจากผู้วิจัย 187 5.4.3 ข้อเสนอแนะเพื่องานวิจัยครั้งต่อไป 188 บรรณานุกรม 189 ภาคผนวก 197 ภาคผนวก ก ตัวอย่างหนังสือราชการขอความอนุเคราะห์ข้อมูลและสัมภาษณ์ 198 ภาคผนวก ข คําถามเชิงคุณภาพสําหรับผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกกลุ่มอโศก 199 ภาคผนวก ค คําถามเชิงคุณภาพสําหรับผู้ทรงคุณวุฒิของชาวอโศก 200 ภาคผนวก ง แบบสอบถามเพื่อการวิจัย 201 ประวัติผู้เขียน 216 สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า 2.1 ข้อควรทําและไม่ควรทําสําหรับทฤษฎีใหม่ขั้นต้น 34 2.2 เปรียบเทียบประเด็นการพัฒนาระหว่างเศรษฐกิจพอเพียงกับเศรษฐกิจ 42 การค้าเสรีนิยม 2.3 เปรียบเทียบโครงสร้างของหลักคิดทุนนิยมและหลักคิดบุญนิยม 51 2.4 บุญนิยมและทุนนิยมในกลุ่มสันติอโศก 53 2.5 เปรียบเทียบเศรษฐศาสตร์ทุนนิยมกับเศรษฐศาสตร์แนวพุทธตามแนวคิดของ 66 ป. อ. ปยุตฺโต 2.6 ความสอดคล้องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับเศรษฐกิจแนวพุทธของ 68 ป. อ. ปยุตฺโต 2.7 เศรษฐกิจเชิงพุทธตามทัศนคติของท่านพุทธทาสภิกขุ 71 4.1 ข้อมูลทั่วไปกลุ่มตัวอย่าง 108 4.2 ความคิดเห็นของชาวราชธานีอโศกเกี่ยวกับการรับรู้หลักคิดเศรษฐกิจพอเพียง 116 เศรษฐกิจบุญนิยม และการปฏิบัติตนในเศรษฐกิจชุมชนของชาวอโศก ตามคุณลักษณะการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนในด้านคุณธรรมจริยธรรม 4.3 ความคิดเห็นของชาวราชธานีอโศกเกี่ยวกับการรับรู้หลักคิดเศรษฐกิจพอเพียง 119 เศรษฐกิจบุญนิยม และการปฏิบัติตนในเศรษฐกิจชุมชนของชาวอโศก ตามคุณลักษณะการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนในด้านการพึ่งตนเอง 4.4 ความคิดเห็นของชาวราชธานีอโศกเกี่ยวกับการรับรู้หลักคิดเศรษฐกิจพอเพียง 121 เศรษฐกิจบุญนิยม และการปฏิบัติตนในเศรษฐกิจชุมชนของชาวอโศก ตามคุณลักษณะการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนในด้านการสํานึกสาธารณะ และการเสียสละ 4.5 ความคิดเห็นของชาวราชธานีอโศกเกี่ยวกับการรับรู้หลักคิดเศรษฐกิจพอเพียง 126 เศรษฐกิจบุญนิยม และการปฏิบัติตนในเศรษฐกิจชุมชนของชาวอโศก ตามคุณลักษณะการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนในด้านการแบ่งปัน 4.6 ความคิดเห็นของชาวราชธานีอโศกเกี่ยวกับการรับรู้หลักคิดเศรษฐกิจพอเพียง 130 (13) เศรษฐกิจบุญนิยม และการปฏิบัติตนในเศรษฐกิจชุมชนของชาวอโศก ตามคุณลักษณะการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนในด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม 4.7 ความคิดเห็นของชาวราชธานีอโศกเกี่ยวกับการรับรู้หลักคิดเศรษฐกิจพอเพียง 133 เศรษฐกิจบุญนิยม และการปฏิบัติตนในเศรษฐกิจชุมชนของชาวอโศก ตามคุณลักษณะการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนในด้านความยินดี ความสุข 4.8 ความคิดเห็นของชาวชุมชนราชธานีอโศก เกี่ยวกับการรับรู้และการปฏิบัติตน 135 ตามหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงของคนไทยโดยทั่วไป 4.9 ระดับความคิดเห็นของชาวราชธานีอโศกที่มีต่อคนไทยโดยทั่วไป 136 ในการรับรู้ มีความเข้าใจ เกี่ยวกับหลักคิดเศรษฐกิจบุญนิยมและการปฏิบัติตน ของญาติธรรมชาวอโศก 4.10 ความคิดเห็นของชาวราชธานีอโศก ที่คิดว่าคนไทยโดยทั่วไป 137 มีการรับรู้ และเข้าใจญาติธรรมชาวอโศกในการการปฏิบัติตน ตามหลักคิดเศรษฐกิจบุญนิยมในระดับมาก โดยผ่านช่องทางต่าง ๆ 4.11 ข้อเสนอแนะของชาวราชธานีอโศกต่อคนไทยโดยทั่วไป 138 ในการเพิ่มการรับรู้ ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับหลักคิดเศรษฐกิจบุญนิยม และการนําไปพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนของตนเองตามแนวทางบุญนิยม 4.12 ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ของชาวราชธานีอโศก ต่อคนไทยโดยทั่วไป 140 ในการเพิ่มการรับรู้ ความรู้ ความเข้าใจตามแนวทางบุญนิยม ในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนของตนตามแนวทางบุญนิยม 4.13 ความคิดเห็นของชาวชาวราชธานีอโศกเกี่ยวกับการรับรู้ มีความรู้ มีความเข้าใจ 142 เกี่ยวกับหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียง 4.14 ความคิดเห็นของชาวชุมชนราชธานีอโศกที่คิดว่าคนไทยโดยทั่วไป 143 มีการรับรู้ มีความรู้ และเข้าใจเกี่ยวกับหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียง ในระดับมากโดยผ่านช่องทางต่าง ๆ 4.15 ความคิดเห็นของชาวราชธานีอโศกที่มีต่อคนไทยโดยทั่วไป 144 ที่มีการปฏิบัติตนตามหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียง (14) 4.16 ความคิดเห็นของชาวชุมชนราชธานีอโศกกลุ่มตัวอย่างที่คิดว่าคนไทย 145 โดยทั่วไปมีการปฏิบัติตนตามหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงในระดับมาก ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ 4.17 ความคิดเห็นของชาวราชธานีอโศกเกี่ยวกับสาเหตุที่คนไทยโดยทั่วไป 146 ที่ไม่สามารถปฏิบัติตน (หรือปฏิบัติตนบ้างเล็กน้อย) ตามหลักคิดเศรษฐกิจ พอเพียง 4.18 ความคิดเห็นของสมาชิกชุมชนราชธานีอโศกต่อการนําหลักคิดเศรษฐกิจ 147 พอเพียงไปปฏิบัติของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา 4.19 ความคิดเห็นของชาวราชธานีอโศกที่คิดว่ารัฐบาลนายกรัฐมนตรี 148 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้นําหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียง ไปปฏิบัติในระดับมาก จากกิจกรรม/นโยบาย/โครงการ 4.20 ความคิดเห็นของชาวราชธานีอโศกเกี่ยวกับสาเหตุที่รัฐบาลนายกรัฐมนตรี 150 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาไม่นําหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงหรือ มาปฏิบัติอย่างจริงจัง 4.21 ความคิดเห็นของชาวราชธานีอโศกผู้ที่คิดว่ารัฐบาลนายกรัฐมนตรี 151 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาไม่ได้ทําตามหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงและ ทําน้อยมาก 4.22 ตารางแสดงความสอดคล้องและความแตกต่างระหว่างหลักคิดเศรษฐกิจ 170 พอเพียงกับหลักคิดเศรษฐกิจบุญนิยม ของผู้ทรงคุณวุฒิชาวอโศก 5.1 ตารางแสดงความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกกลุ่มอโศกต่อ 176 ความสอดคล้องของการปฏิบัติตนในเศรษฐกิจชุมชนของชาวอโศกกับ หลักคิดเศรษฐกิจพอเพียง 5.2 ตารางแสดงทัศนะของผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกอโศกต่อความสอดคล้อง 178 ของหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงกับหลักคิดเศรษฐกิจบุญนิยม (15) สารบัญภาพ ภาพที่ หน้า 2.1 โครงสร้างของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 23 2.2 ทฤษฎีใหม่ 36 2.3 ลําดับการพัฒนาของหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงและหลักคิดเศรษฐกิจบุญนิยม 55 2.4 หลักอาริยทรัพย์ 2.5 ลักษณะของสังคมที่ครอบคลุมโครงสร้างส่วนล่าง และโครงสร้างส่วนบน 61 และโครงสร้างส่วนลึกทางสังคม 73 2.6 แนวคิดและความหมายของเศรษฐกิจชุมชน 78 2.7 กรอบแนวคิดในการศึกษา 96 บทที่ 1 บทนํา 1.1 ความสําคัญของปัญหาและคําถามการวิจัย รัฐบาลไทยบริหารประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ยึดการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยดูผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) เป็นตัวตั้งในการพัฒนาประเทศ และหวังว่าความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจะเกิดการไหลรินกระจายไปสู่ชนชั้นล่าง (Trickle-Down Effect) ให้ลืมตาอ้าปากได้ นับตั้งแต่แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 1 เรื่อยมาจนถึงแผนพัฒนาฯ 7 (พ.ศ. 2504-2539) สะท้อนให้เห็นแผนพัฒนาของรัฐเปิดประเทศเต็มที่ เน้นการพ