การเมืองยุคนี้ คือสงครามระหว่างความรู้กับการกระทำ.docx
เนื้อหาในไฟล์
การเมืองยุคนี้ คือสงครามระหว่างความรู้กับการกระทำ สรุปสั้นๆว่า เราเป็นคนเกิดมาแล้ว พระพุทธเจ้าท่านสอนให้เรารู้ ตรัสรู้ว่าเราเกิดมาทำไม เกิดมาแล้วเราไปเป็นทาสหรือเราไปตกอยู่ในวังวนของอะไร งมงายวนๆวังวนหลงอยู่กับลาภ ยิ่งกว่านั้นไปงมงายอยู่กับอบายมุข งมงายอยู่กับสิ่งไร้สาระ จะมีปฏิภาณรู้ว่าเราโง่หลงมานาน อยู่กับอบายมุข มันมัวเมาอยู่กับอบายมุข เช่น จะแย่งอำนาจอย่างที่เขาไม่รู้ อย่างเทวนิยมหรือฝ่ายโลกที่ไม่ใช่ศาสนาพุทธ เขาแย่งอำนาจกัน หรือแม้แต่คนในพุทธศาสนาก็ตาม ยังมัวเมาการแย่งอำนาจอยู่ แสดงว่าเขาไม่รู้ ผู้ที่แย่งอำนาจคือผู้แย่ง ผู้ไม่แย่งก็คือผู้ไม่แย่ง ผู้ไม่แย่งที่อยู่ในสังคมที่ดี คนดีจะเอาอำนาจให้เองให้แก่คนดี แต่ถ้าเผื่อว่าเกิดสังคมมีพลังงานแบบสมัยนี้ พลังงานไอโอพลังงาน AI ที่จะเป็นพลังงานที่มอมเมาคน ที่จะหลอกคน ครอบงำให้คนจะต้องมาเห็นดีเห็นงามอะไรก็แล้วแต่ จนกระทั่งได้ผล สั้นๆก็คือครอบงำคนให้มาเชื่อเรา โดยวิธีการโดยการทำ 1. ทำวิธีการเพื่อให้คนมาเชื่อเรา 2. คนที่ไม่ทำเลย แต่คนนี้ทำงานให้แก่สังคมมนุษยชาติ เพราะฉะนั้นคนที่ทำงานให้แก่สังคมมนุษยชาติกับคนที่ทำอะไรก็แล้วแต่ จะเป็น AI หรือ IO ก็แล้วแต่ หรือเครื่องไม้เครื่องมืออะไรก็ตามที่จะสร้าง ที่จะครอบงำให้คนมาเชื่อเราให้เราได้ใช้อำนาจได้ มันมีอยู่ 2 ลักษณะใหญ่ๆอย่างนี้ ยกตัวอย่างคนสองคนเป็นตัวอย่างชัดๆเลย พลเอกประยุทธ์ กับพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ขออภัยที่ต้องระบุบุคคลเลย เพื่อที่จะให้เข้าใจได้ง่ายๆเพราะเป็นตัวอย่างแท้ เป็นตัวอย่างจริง เป็นคนจริง มีพฤติกรรมจริงมีพฤติการณ์จริงทำงาน ที่คนทุกวันนี้เห็นอยู่ ก็เอามาให้ศึกษา พลเอกประยุทธ์ทำงาน แต่คุณพิธานั้นทำเครื่องมือ ทำวิธีการ ทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้คนมาให้อำนาจ แต่พลเ
อ่านต่อ
อกประยุทธ์ไม่ต้องการอำนาจ ทำงานตรงๆเลย แล้วประชาชนก็ให้เอง อาตมาพูดความจริงสู่ฟัง วิเคราะห์วิจัยให้ออก ในกิริยาการ พฤติกรรม กาย วาจา ใจ ของคน 2 คนนี้ เห็นชัดที่สุด จะเห็นชัดที่สุดเลย เพราะฉะนั้นในสัจจะที่คนทำงานแล้วก็รู้จักงาน งานที่เป็นสาระ ขณะนี้ว่าไปแล้ว เรายังไม่รู้เลยว่าคุณพิธาจะทำงานเป็นแค่ไหน แต่แน่นอน ลิงตกต้นไม้ไปหลายตัวแล้ว พูดจนลิงหลับ ลิงตกต้นไม้ครอบงำ กล่อมเสียจนเชื่องเลย แล้วก็ให้คะแนนเขา เขาก็ขึ้นมาได้ อาตมามองเห็นอย่างนี้นะ ขออภัยอาตมาวิจารณ์ตรงๆ ขออภัยคุณพิธาด้วย เพราะอาตมาวิจารณ์ด้วยสัจจะ ด้วยใจจริง ถ้าหากเห็นว่ามันเป็นไปอย่างที่อาตมาว่าดีหรือไม่ดี คุณก็ฟังแล้วคุณก็จะแก้ไขก็แก้ไข ถ้าคุณเห็นว่าไม่แก้ไขแล้วอาตมาเข้าใจผิด แต่คุณเข้าใจและเชื่ออย่างที่คุณทำนั่นแหละถูก แน่นอนคุณก็ทำของคุณไป คุณก็ไม่ฟังอาตมา แต่ฟังเขาคงไม่ฟังหรอกเพราะอาตมามันยิ่งกว่าปากหอยปากปู ไม่ได้มีน้ำหนักน้ำเนื้ออะไร คนอื่นๆใดๆพูดอย่างมีน้ำหนักมาก อาตมาพูดไปทุกวันนี้ยากที่คนจะมาฟังอาตมาว่าที่อาตมาพูดนี้เป็นเนื้อหาเป็นน้ำหนักที่น่าฟัง มันมีน้อยที่คนจะรู้จัก คุณค่าที่อาตมาแสดงธรรมหรือแสดงวาทะ แสดงคำพูด แสดงสิ่งที่สื่อออกไปสู่สัจธรรม น้อยที่จะเข้าใจที่อาตมาเสนออยู่ ส่วนคนที่จะไปฟังสิ่งที่คุณพิธาเสนอ เขาจะเข้าใจง่ายเพราะมันเป็นโลกียะ มันเป็นเรื่อง ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข ส่วนอาตมานั้นไปคนละเรื่องเลย มันเป็นเรื่องของการขัดเกลา อันนี้เป็นโลกุตระเลยอันนั้นมันเป็นโลกียะ มันก็เลยยากที่จะเข้าใจ แต่ยิ่งเขาไม่เข้าใจจึงจำเป็นต้องยิ่งพูดกัน อธิบายกันให้เข้าใจ เราดูได้จากพฤติกรรมของคนคือความจริง ที่ชี้บ่งการกระทำนั้นๆว่า สิ่งที่จะใช้ตัดสินคือ เป็นการเสียสละหรือเป็นการเห็นแก่ตัว ใช้ 2 สิ่งนี้ การเสียสละกับการเห็นแก่ตัว ทำเพื่อให้ตัวได้ เห็นแก่ตัวหรือเห็นแก่พรรคพวกของตัว แสดงให้เห็นชัดๆเจนๆว่า ลักษณะของพลเอกประยุทธ์กับคุณพิธา แสดง. พลเอกประยุทธ์พูดแล้วต้องการพวก ต้องการคะแนน หรือคุณพิธาต้องการคะแนนหรือไม่ต้องการคะแนน มันต่างกันอย่างเห็นๆเลย เพราะฉะนั้นผู้ที่พูดเพื่อที่จะให้ได้คะแนนมาเพื่อให้แก่ตัว แก่พรรคพวกของตัว เพราะฉะนั้นเขาจะเก่งพูด พูดเพื่อจะได้คะแนน คะแนนมันยังไม่ใช่ความจริง เป็นคะแนนของคำพูดเท่านั้น ความจริงกว่านั้นของคน มันต้องเอาที่การกระทำครบ ทั้งกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ทำแล้วครบมีผลออกมา จะไปว่าคุณพิธาก่อนก็ไม่ได้ เพราะว่าเขายังไม่ได้มีโอกาสทำเหมือนพลเอกประยุทธ์ อันนี้ก็ต้องเข้าใจเห็นใจเขาอยู่ แล้วตามวิสัยทัศน์ของเขาที่เขาพูดออกมามีนโยบาย มีสิ่งที่เขาจะทำอะไรต่างๆนานา เราฟังแล้วมันต่างกันหมดเลยกับพลเอกประยุทธ์ทำมา พลเอกประยุทธ์ไม่ได้พูดก่อนแต่ทำมาตลอด 8ปีแล้ว แต่คุณพิธา ยังไม่ได้ทำสักปี ก็เอามาเทียบกันยังไม่ได้ แต่เราก็พอมองเห็นทิฏฐิ ความเห็นความเข้าใจ หรือแม้แต่จะมองลึกลงไปถึง ศีลสามัญญตากับศีลสัมปาทา คุณพิธา จับร่องรอยได้มีการโกหก ก็เห็นได้แล้ว มันเทียบกันไม่ได้ แม้ ทุกวันนี้ลุงตู่ก็ไม่ได้ดึงดัน ไม่ได้ไปแก่งแย่ง มีแต่พิธาดิ้นรนแย่งอำนาจนายกมาให้ได้ แต่ลุงตู่ก็ไม่มีปัญหา ก็กลางๆ แต่ตอนนี้รักษาการ ตามหน้าที่ที่ยังไม่หมด ก็อย่างน้อยรักษาการนายกฯ แต่ทีนี้อยู่ในวาระที่รักษาการ จะบอกเป็นนายกฯเต็มก็ยังไม่ได้ เพราะมันลดลงมาถึงขั้นรักษาการณ์อยู่ นี่มันเป็นพฤติการณ์สังคมที่เราต้องศึกษาดีๆ อ่านดีๆแล้วจะรู้ คนที่วิจัยวิจารณ์ว่า เป็นพระมาพูดอะไรเรื่องการเมือง อาตมาก็สงสารที่เขามีความเข้าใจ มีความรู้ มีวิสัยทัศน์ตื้นๆ อาตมาพูดก็ต้องได้รับผลสะท้อนต้องรับผิดชอบเอง เพราะ อาตมามีใจบริสุทธ์ไม่ได้ปรารถนาร้าย เป็นความปรารถนาดีที่ต้องการให้ความเข้าใจที่ถูกต้อง แก่มวลประชาชน ส่วนผู้ปฏิเสธก็แน่นอนอาตมาไม่สามารถไปบังคับอะไรได้ แล้วแต่ แต่ผู้ไม่ได้ปิดประตูก็มารับ แม้เขาจะเห็นแย้งก็เป็นธรรมชาติ ก็ตัดสินเอา เป็นสิทธิส่วนตัว สิทธิคือสิ่งที่จบ สิ่งที่ สำเร็จในตัว ของใครของมัน ไม่มีใครบังคับได้ เราตัดสินของเราเอง คนที่จะสามารถหวังดีและแยกแยะสิ่งที่มันต่างกัน วิเคราะห์วิจัย ยืนยัน อ้างอิง นำเสนอให้เห็นว่าอะไรควร อะไรไม่ควร อะไรผิด อะไรถูก เพื่อจะได้เข้าใจ ตัดสินได้ถูกดีกว่า ไม่เช่นนั้นยึดอยู่ ไม่มีอะไรกระทุ้งกระเทือน ไม่มีอะไรมากระตุ้น ให้รู้ว่าที่เรายืนอยู่มันผิดไม่เข้าท่า ควรเปลี่ยนที่ใหม่ ผสมหน่อย เปลี่ยนแปลงไป มันก็จะได้เจริญขึ้น _ป๋อง...วันนี้ครบ 9 ปีที่มี พล.อ.ประยุทธ์ยึดอำนาจ พ่อครูว่า... พูดถึงเรื่อง ประยุทธยึดอำนาจเป็นเรื่องเข้าใจยาก อาตมาพูดแล้วคนเข้าใจไม่ได้สักที ที่บอกว่าพลเอกประยุทธ์เป็นเผด็จการ มายึดอำนาจ เป็นการขว้างงูไม่พ้นคอของพลเอกประยุทธ์ โดยใช้คำว่า พล.อ.ประยุทธ์ยึดอำนาจ มาบริหาร ซึ่งอาตมาพูดบอกไม่รู้เท่าไหร่ เพราะอาตมาอยู่ในเหตุการณ์เป็นตัวจริงร่วมกับประชาชน เข้าไปยึดอำนาจประเทศไทย ยึดอำนาจอะไร? ยึดอำนาจรัฐบาล ที่เห็นว่ารัฐบาลใช้ไม่ได้ ตั้งแต่ รัฐบาลทักษิณ รัฐบาลสมัครเป็นของประชาชนประชาชนมีสิทธิ์ตามที่ประชาชนควรสมชาย ยิ่งลักษณ์ อาตมาไปร่วมยึดอำนาจ คำว่ายึดอำนาจเป็นภาษาที่ไม่ดี แต่โดยความเป็นประชาธิปไตยอำนาจเป็นของประชาชน ประชาชนมีสิทธิ์เต็ม ที่จะยึดอำนาจ ตามประชาชนส่วนใหญ่เห็นควร เพราะออกมาแสดงตัวเป็น 10 ล้าน จนกระทั่ง กกปส. รวมกัน ชัตดาวน์แบงค็อก ปิดเมืองหลวงได้เลย นี่คือปรากฏการณ์ที่แท้จริงว่าประชาชนยึดอำนาจ คนไม่เคยพบเคยเห็น ประชาชนไม่มีมีดอาวุธ มีแต่มือเปล่ากับใจจริงและความสงบ เอาความจริงเป็นเครื่องมือไปยึดอำนาจแล้วยึดได้สำเร็จ สวยงาม เป็นตัวอย่างของโลก ที่ตายไปไม่ใช่ฝีมือของประชาชน สวยงามแล้วฉันมีพฤติการณ์ดูคุ้มครองประชาชนประชาชน แต่เป็นฝีมือของรัฐบาลเลว ประชาชนถูกอำนาจของรัฐบาลเลวที่ประชาชนไปยึดอำนาจ แล้วประหารอำนาจรัฐบาลลงได้จริง นี่คือการเมืองรัฐศาสตร์บทสำคัญของโลก ประเทศไทยได้ทำสำเร็จสวยงาม แต่คนไปเชื่อ AI IO ที่มันโฆษณา โซเชียลหลอก เป็นเรื่องที่ ดร.ทางรัฐศาสตร์ไม่เข้าใจ ลุงตู่ก็ยังมีกำลังใจทำต่อแต่ก็มีวิบากที่ไม่ให้ทำ นายกประยุทธ์ไม่ได้แสดงอาการอะไร ก็ให้เสียงประชาชนหรือผู้ที่เห็นด้วยออกมา แม้แต่ลีน่าจังก็ออกมาใส่ตูมๆๆ.. คนดูมีเท่าไรลีน่าจังใส่ให้เห็นเลย ทำให้เห็นเลยว่าใครเล่นไฮโลเป็น คนไหนตาต่ำ คนไหนตาสูงจะเห็นคนเล่น นี่เป็นบทบาทของมนุษยชาติในสังคม ที่เมืองไทยมีบทบาทของประชาธิปไตยซับซ้อนลึกซึ้งขึ้นไป เป็นเรื่องจริงไม่ใช่เป็นเรื่องที่มันเกิดขึ้นอย่างวางแผนวางผัง ไม่ มันเกิดตามสัจจะของมัน มีจิตวิญญาณเป็นตัวประธานของแต่ละคนออกมาแสดงตัว ดูไป แล้วจะได้เห็นว่า ลึกๆแล้วมันมีพลังงานเหมือนกัน เหมือนกับมีพลังงานคลื่นปะทะแต่เบามาก ในประเทศไทย แตกต่างจากนอกประเทศไทยซึ่งน่าสงสาร เมืองไทยดูนุ่มนิ่มเหมือนหนังอินเดีย ไม่เหมือนหนังจีนเลย เหมือนหนังอินเดีย รบกัน เหมือนโขน แหม ฟันกัน นุ่มนิ่มนุ่มนวลสวยงามหวานจ๋อย เรียกว่า Soft Power สุดเลย มันดูดีจังเลย นี่คือสิ่งจริง ไม่ได้มีใครสร้างได้ ไม่ได้มีใครเขียนบท มันเป็นสัจธรรมที่ออกมาให้โลกได้ดูได้รู้ ถ้าคนมีปฏิภาณปัญญามีดวงตาจะเห็นได้ว่า ประเทศไทยแสดงละครเรื่องประชาธิปไตยได้เยี่ยมจริงๆ _สู่แดนธรรม... พ่อท่านเคยพูดไว้นานแล้วว่าพลังแห่งจิตใจพลังงานแห่งความสำนึกดีของคนในชาติรวมกันแล้วจึงเรียกว่า พลังของพระสยามเทวาธิราช พ่อครูว่า... ถูกต้อง ใช้ศัพท์อย่างนั้นเลยก็ได้ มันเป็นความจริงของคนของสังคมมนุษยชาติ คนที่เป็นกลุ่มสังคมแล้ว มีพฤติกรรมหรือพฤติการณ์ที่เกิดจริงเป็นจริงออกมายืนยัน ยืนยันความเป็นเอกภาพ ที่มีทิฏฐิสามัญญตา คนไทยเราทั้งประเทศ มีทิฏฐิส่วนรวมส่วนใหญ่มีศีลสามัญญตา มีหลักมีเกณฑ์ รวมไปถึงกฎเกณฑ์กฎหมาย วัฒนธรรม แม้แต่ที่สุดถึงขั้นเมืองไทยนี้ พระเจ้าแผ่นดินก็อยู่ในกฎมณเฑียรบาล อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งก็ปฏิบัติประพฤติกันจริงกันอยู่ เป็นตัวอย่างให้โลกได้สัมผัสได้เห็นอยู่ มันเป็นความจริงของโลก ที่อาตมาดูตามภูมิของอาตมาเอง โอ้..เมืองไทยยังจะมีอะไรสวยๆ น่าดู ซึ่งคนดูแล้วไม่ใช่เรื่องน่ากลัวแต่เป็นเรื่องน่าดู คุณเอาสตางค์เป็นล้านๆๆๆไปจ้างพิธาทำก็ไม่ได้ อย่างนี้เป็นต้น เขาไม่รับจ้างหรอกเขาก็ทำตามที่เขาทำ หรือแม้แต่ทักษิณเองก็เถอะ ที่เขามีทรัพย์สินมากๆ หรือความโกงเอาไปมากๆเป็นเรื่องความโกงของเขาแต่ไม่มีใครเอาเงินไปจ้างเขาหรอกเขาโกงไปเอง เขาก็เป็นตัวละครที่ทำจริง เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นตัวอย่างของโลก เป็นตัวละครในกระดานของการเมืองประเทศไทย เดี๋ยวนี้เขาก็ยังไม่ได้ออกไปจากกระดานนะ ยังแหลมหน้ามาอยู่ในกระดานตลอดเวลาเลย แล้วก็ทำทีเป็นอยู่ข้างๆเคียงๆกับพิธา ต้องเอาเพลงหน้าเหลี่ยมมาให้ฟัง สี่เหลี่ยมก็มี 4 ด้าน ... มันเห็นแล้วสุดสวยสุดงามสุดยอดเยี่ยมเลย _สู่แดนธรรม... ฟังธรรมพ่อครูวันนี้แล้ว พวกเราที่เป็นห่วงว่าพระสยามเทวาธิราชจะไปไหนหรือไม่ ยังอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ก็ไม่ต้องเป็นห่วงแล้ว เพราะว่าจิตสำนึกดีของคนไทยที่เป็นพลังรวมของคนทั้งประเทศ อย่างไรก็ประคับประคองกันได้อยู่ พ่อครูว่า... มันเป็นสงครามของความรู้ กับสงครามของการ กระทำ ตอนนี้ แยกให้ออก ฉะนั้นสงครามความรู้เขาก็ทำ คนที่กระจายแต่ความรู้มาเป็นพลังให้น่าเชื่อถือ กับคนที่กระทำแล้วเป็นพลังที่น่าเชื่อถือ คนที่มีปฏิภาณปัญญา มีดวงตา ก็แยกแยะให้ออกก็แล้วกันว่า คนทำจริงกับคนที่เอาแต่ความรู้แล้วมีพลังความรู้ อย่างคุณพิธาเขายังไม่ได้ทำงานมา ก็เอาเบื้องหลังที่เขาทำงานมาเหมือนกัน เอาผลงานจาก ย้อนจากนี้ไปถอยหลังไปจากที่เขาประพฤติอยู่ในสังคมประเทศ 5 ปี 10 ปี 20 ปี ก็เอาพฤติกรรมของเขามาใช้เป็นเครื่องตัดสินก็พอได้ เพราะฉะนั้นเรื่องความรู้พอสรุปแล้ว มันจะมีแต่ความรู้ ความขี้โม้ ความขี้คุย หรือมีทั้งแสดงความรู้ ขี้โม้ขี้คุย แล้วก็ทั้งทำด้วย อย่างทักษิณนี้ทั้งรู้ ขี้คุยด้วย แล้วทำด้วย 8 ปีด้วย กับพลเอกประยุทธ์ พลเอกประยุทธ์อาจจะรู้สู้ทักษิณ สู้พิธาไม่ได้ แต่ทำงานมีผลงาน เอาอันนั้น เอาเนื้อๆมาตัดสินสิ เอาล่ะ ตัดสินกับพิธายากเพราะเขายังไม่ได้ทำเท่าไหร่ ตัดสินกับทักษิณพลเอกประยุทธ์กับทักษิณ ดูซิว่าอะไรคืออะไรแท้ ถ้าเราไม่ลำเอียงไม่อคติจริงๆ ก็จะเห็นสิ่งเหล่านี้เป็นเนื้อแท้ของความรู้กับงานผลงานหรือการทำงาน เป็นสิ่งตัดสิน สรุปจบ 660522 การเมืองไทยวันนี้คือ สงครามความรู้กับการกระทำ รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #23 ราชธานีอโศก