ฌาน ของพุทธเกิดจาก จรณะทั้ง 11 ในชีวิตประจำวัน.docx
เนื้อหาในไฟล์
ฌาน ของพุทธเกิดจาก จรณะทั้ง 11 ในชีวิตประจำวัน _ซึ้งซื่อ วิเชียร : กราบนมัสการ พ่อท่านด้วยสุดเศียรเกล้าครับ ในวันที่ ๑๙-๒๑ พ.ค ๖๖ ที่ผ่านมาผมได้ไปเข้าค่าย ศีล ๘ ที่สันติอโศก ได้รับหน้าที่ ล้างห้องน้ำและ ไปร่วมยกมือ vote เลือก คณะกรรมการประจำเขตภาคกลาง ของ กทม.ของพรรคสัมมาธิปไตย และได้รับหน้าที่ร่วมแจกอาหารแก่ผู้คนทั้งชาวอโศก และคนนอกนี้ ได้เจอผัสสะที่เป็นประสบการณ์ได้อ่านจิตที่ตัวเองและได้ลดกิเลสดีมากสุดวิเศษเลยครับ กราบนมัสการขอบพระคุณพ่อท่านเป็นอย่างสูงยิ่งครับ พ่อครูว่า... แสดงว่าฟังธรรมะพระพุทธเจ้าเข้าใจ ว่าการปฏิบัติอย่างที่พูดมานี้มีการปฏิบัติธรรมขณะที่ไปทำการงานต่างๆ ไปล้างห้องน้ำ ไปร่วมยกมือ ไปร่วมแจกอาหาร ก็อ่านจิตใจตัวเอง แล้วก็รู้จักกิเลส อ่านกิเลส ลดกิเลสได้ นี่แหละคือการปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้า ไม่ใช่ไปนั่งหลับตาออกป่าหาสถานที่ปฏิบัติ ไม่ใช่ นี่คือจรณะ 15 วิชชา 8 เป็นพุทธคุณของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ เรียกว่าวิชชาจรณะสัมปันโน ต้องบรรลุด้วยวิชาจรณะสมบัติ เป็นพุทธสมบัติแท้ๆ ทุกวันนี้มันเสื่อมมาก ออกนอกพระพุทธเจ้าไปมาก ปฏิบัติศีลก็เข้าใจกันไม่ได้ ศีลแต่ละข้อจะเริ่มปฏิบัติด้วย อปัณณกปฏิปทา 3 ศีลข้อที่ 1 2 3 เป็นหัวข้อหลักๆ เมื่อปฏิบัติ อปัณณกปฏิปทา 3 แล้วคุณก็จะเกิดประสบการณ์และคุณก็จะจัดการจิต ให้เกิด สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ เกิดอินทรีย์ 5 พละ 5 ซึ่งภายในองค์ประกอบของจิตที่กำลังจัดการ กำลังเรียนรู้ เป็นองค์ประกอบของจิตเจตสิกต่างๆ เราก็จะเกิดศรัทธา หิริ โอตตัปปะ หิริ เพราะเราจะมีประสบการณ์ สัมผัสแล้วรู้สึก อันนี้แต่ก่อนเราไม่รู้ แต่ก่อนเราไม่เข้าใจ เราไม่มีปัญญาไปเชื่อผิด ศรัทธาผิดๆว่าดี ไปหลงนึกว่ามันดี ตอนนี้เราสัมผัสแล้วมันก็เคยผ่านมา ก็ได้รู้สึก แต่ก่อนเ
อ่านต่อ
รานี้โง่นะ ก็รู้สึกละอายตัวเอง ละอายต่อบาปที่ตนเองโง่ เคยผ่านมาเคยทำมา ยิ่งโอตตัปปะ นั่นยิ่งมีสำนึก การปฏิบัติธรรมแล้วมีหิริโอตตัปปะ จึงจะได้ชื่อว่ามีเทวธรรม เป็นธรรมอันเจริญ รู้สึกแต่เก่าที่ผ่านมาเราเสื่อม เราไม่เจริญ ก็สำนึก เมื่อสำนึกแล้วมันจะเกิด การสำนึกถึงความชั่ว ความไม่ดี ความไม่สมควร นั่นคือปฏิภาณปัญญา จิตจริงๆมันรู้สึกจะสำนึกจริงๆ มันก็จะไม่เอาอีกแล้ว ต้องสังวรระวัง เกิดปฏิบัติจนเป็นพหูสูตเป็นผลสำเร็จขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วคุณก็จึงจะเห็นผลของพหูสูตก็จะยิ่งมี วิริยะ สติ ปัญญา นี่เป็นสัทธรรมทั้ง 7 ข้อ มันจะเกิดปฏิสัมพันธ์แบบนี้ นี่คือสภาพจิตที่ปฏิบัติธรรมถึงขั้น จรณะทั้ง 11 เป็นอาการของ ฌาน ฌานวิสัย ของพุทธเจ้าไม่ใช่ไปนั่งหลับตาเลย นี่แหละ ต้องปฏิบัติจรณะทั้ง 11 จึงจะเกิดฌาน 1 2 3 4 เป็นจรณะ 12-15 ฌาน ที่ไปนั่งหลับตาเป็นของ เดียรถีย์ ฌานของพระพุทธเจ้าเป็นอจินไตย คิดเอาไม่ได้ เป็นชีวิตธรรมดาสามัญนี่แหละ แต่เข้าใจปฏิบัติอย่างมีอนุสาสนี ปฏิบัติในขณะที่มี สังกัปปะ วาจา กัมมันตะ อาชีวะ ฌาน ก็ทำให้กิเลสลด นี่แหละคือการปฏิบัติของพระพุทธเจ้า พวกเราจะได้เข้าใจว่าปฏิบัติถูกต้องตามอนุสาสนีย์ของพระพุทธเจ้าหรือ เขาออกนอกรีตไปไกล เพี้ยนผิดไปจนกระทั่งเป็นเดียรถีย์ 100% เลย ปฏิบัติธรรมอย่างนั้นมันน่าสงสารน่าเห็นใจซึ่งมันไม่ง่าย ก็จะทำอย่างไรเขาก็มีผู้รู้พยายามดึงออกไปให้ผิดเพี้ยนจากศาสนาพระพุทธเจ้า ก็น่าเห็นใจ พูดไปคนที่ฟังเข้าใจก็ได้ปัญญา คนที่ฟังแล้วไม่ได้เข้าใจก็จะบอกว่าพูดอะไร มาตำหนิอาจารย์ฉันอีก ก็ต้องขออภัย ก็ต้องตำหนิคนที่ควรตำหนิ อาตมาก็เลี่ยงไม่ออก 660524 ประกาศสิทธิสำเร็จสูงสุดคือสิทธัตถะ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก