สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7) ตอน ทิฏฐิสามัญตา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข2 ตุลาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7) ตอน ทิฏฐิสามัญตา วันนี้มาถึงที่นี่รู้สึกว่าที่นี่จะมีพลเมืองที่สนใจศึกษามากกว่าราชธานีอโศก อาตมาก็ไม่ได้ริษยาไม่ได้งงอะไร เพราะว่าที่นี่คือหัว ราชธานีไม่ใช่หัวนะ ศีรษะแปลว่าหัวแล้ว หัวต้องทำไปก่อน ผู้ฉลาดเอาหัวไปก่อน โทษที่เอาตีนเดินนำและหัวไปข้างหลังเป็นพวกที่ไม่เข้าท่า ถูกลากไป พวกที่เอาหัวไปนำก่อนคือพวกนำ พวกลากเอาตีนนำไปก่อน มันเป็นสัจจะที่อธิบายขยายความได้ เราศึกษาให้ดีจะรู้รูปธรรมนามธรรม มันอยู่ด้วยกันซับซ้อนใช้ร่วมงานกันไปตลอดเวลา ที่อาตมาพาทำ เป็นสัจธรรมที่มันใจว่าต้องให้มนุษย์ในโลก ในยุคที่อาตมาจะต้องวนเวียนเกิดอีก เป็นโพธิสัตว์จะต้องทำให้จบ ยังไม่ท้อ อาตมายัง เป็นนิยต มหาโพธิสัตว์ จะเลิกเมื่อไหร่ก็ได้สลายอัตตาตัวเองให้เป็นอุตุนิยามไม่ต้องจับตัวไปอีกก็ได้ อาตมาทำได้แล้วแต่ยังไม่ยอมทำตัวเองให้ 0 ยังจะศึกษาทำประโยชน์จนเป็นสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง ไม่ใช่แค่ปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้า เจตนาจะเป็นถึงสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง ขึ้นทำเนียบไว้ในโลกเลย จะได้ชื่ออะไรตอนนั้นก็ไม่รู้ล่ะ ตอนนี้ได้ชื่อว่าโพธิรักษ์ ตอนนั้นองค์ใดองค์หนึ่งขึ้นทำเนียบไปเลย อัตภาพของอาตมาเป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งในโลก ไม่เอาแค่ปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้สัพพัญญูแล้ว แต่ไม่ประกาศศาสนา ปรินิพพาน 0 ไปอย่างนั้นไม่เอา จะประกาศจะขึ้นทำเนียบ จะไปตอนโน้นก็ยังไม่แน่นะอาตมาอาจจะรีไทร์ไปตอนเป็นสัมมาสัมพุทธะ จะประกาศศาสนาอีกก็อาจจะไม่ทำ ก็เป็นไปได้เป็นเรื่องอนิจจตา ในลักษณะ 4 ตัวสุดท้าย อนิจจตา ตัดสินด้วยตัวปัจจุบัน ปัจจุบันจะเป็นตัวที่ชัดเจนที่สุดเพื่อตัดสิน เมื่อถึงอนิจจตาแล้วจะต่อหรือไม่ต่อไปที่สันตติ สามเส้า สันตติ ชรตา อนิจจตา หรือสามเส้าของอุปจยะ

อ่านต่อ

สันตติหรือ ชรตา จะเอาชรตาหรืออนิจจตาก็ตัดสินเอาเอง สมณะฟ้าไทว่า...ถึงตอนนั้นพ่อครูสั่งสมไปมากได้แล้วก็คงจะไม่เปลี่ยนแปลง จิตตั้งไว้แรง พ่อครูว่า..ตอนนั้นก็สามารถตัดได้ ตั้งไว้แล้วแต่จะตัดก็ได้ เป็นเรื่องของท่าน อย่าไปเสือใส่รองเท้า สุดยอดจริงๆธรรมะพุทธเจ้าเป็นเรื่องอิสระเสรีภาพ เรื่องอย่างนี้ไม่น่าโง่ก็โง่ได้ที่นี้จำไว้อย่าไปโง่ทีหลังอีกเอาให้ทัน รู้ให้ทัน เป็นโพธิสัตว์สนุก เรียนรู้ไปได้ อาตมาเป็นตัวจริงที่จะมาสืบทอดศาสนาพระพุทธเจ้าสมณโคดมให้ถึง 5000 ปีให้ได้ ถ้าไม่ถึง 5,000 ไม่เอา ไม่ยอม ถ้ายังไม่ถึง 5,000 ปีจะตายแล้วก็ต้องเกิดมาอีก เพราะอาตมาไม่ทำชั่วแล้วไม่สร้างวิบากชั่วแล้วมีแต่สร้างวิบากดี ๆๆๆ แล้วจะไปกลัวอะไรเกิดมาชาติหน้าก็หล่อกว่าดีกว่าเก่าๆดีกว่าเก่าง่ายกว่าเก่าและพวกคุณก็จะมาช่วยมากขึ้นกว่าเก่าแข็งแรงขึ้นกว่าเก่าและมันจะเสื่อมก็ไม่รับรองด้วย ตัวใครตัวมัน มันตกไปโดยสัจจะมันมาไม่ได้ อยากมาก็มาไม่ได้เพราะว่าวิบากของคุณทำให้ตกนรกไป อย่าไปทำอุตริไม่ดีก็แล้วกัน

สาราณียธรรม เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม ลาภธัมมิกา ศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา ชาวอโศกเรามีสาราณียธรรมจริง เมตตากายกรรม ใครเจ็บป่วยก็ช่วยเลยถึงช่วยกันดูแลอย่างพอเหมาะพอสม ผู้ที่มีกายกรรมที่เมตตา ชาวอโศกก็มีอย่างเห็นได้ชัด ไม่ทะเลาะวิวาทมีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน องค์รวมสงบได้ดี พูดก็เมตตากันมโนก็มีใจเมตตาจริง เมตตา ทางมโน เห็นคนอื่นเป็นทุกข์ก็อยากให้เขาพ้นทุกข์ เห็นคนอื่นเป็นสุขก็ไม่อยากให้เขาติดในสุข ช่วยให้เขาออกจากความสุขขี้หลอก ให้มาเป็นสุขอย่างวูปสโมสุข สุขอย่างโลกุตระจนกระทั่งสูงสุดไม่สุขไม่ทุกข์เลย ก็ทำไปตามฐานะบารมีว่าจะช่วยแค่ไหนอย่างไร หากว่ามันเกินกว่าจะลากจูงก็พอก่อน มันมีคนให้ช่วยทุกระดับงานมีให้ทำทุกเวลา ผู้ที่อยู่กับหมู่กลุ่มมีสาธารณโภคีในข้อที่ 4 ของสาราณียธรรม 6 มีอยู่ร่วมกันกินร่วมกันใช้ของกลางและมีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบกองกลาง แม้แต่ที่สุดบริหารและรับใช้ และก็รับใช้กันอย่างอภิบาล ไม่รับใช้อย่างอธิปไตย ที่จะไปใช้อำนาจบาตรใหญ่ อธิบายสามเส้าใหม่ อธิปไตย อภิบาล บริหาร บริหารคือเป็นเจ้าหน้าที่ต้องรับผิดชอบ แล้วบริหารอยากให้เป็นอธิปไตยหรืออภิบาล อภิบาลหมายถึงว่าดูแลปกครองช่วยเหลืออย่างดีมากเลย

มี sms เขียนมา sms ของพวกเราที่ยาวยืดมีสองเจ้า แต่ยังไม่อยากเอามาแทรก ของพวกเราเอง อาตมาก็เลยยังไม่อยากจะเอามาแทรกตรงนี้เพราะว่าบรรยายสภาวะของตัวเองลึก อาตมากำลังบรรยายอย่างเบื้องต้นมาหากลาง ก็ยังไม่อยากลงไปลึกถึง 2 คนนี้มันจะกินเวลา ก็มีใบทวงมา ว่าทำไมไม่พูดถึงก็ตอบเจตนาของอาตมาอย่างนี้

ผู้ที่สามารถทำสาราณียธรรม 6 สาธารณโภคีเราจะต้องกินอยู่อย่างบริหารร่วมกันร่วมกันกินร่วมกันใช้แล้วอาศัยสิ่งเหล่านี้พัฒนาตนเองขัดเกลาตนเอง ทำประโยชน์ให้แก่ตัวเองให้เป็นผู้ที่เจริญ โดยมี ศีลสามัญตา ทำทิฏฐิสามัญตา ในส่วนตัวเรา สามัญญตา ไม่-ว่าศีลของเราเสมอสมานกับเพื่อน ศีล 5 เสมอสมานกับศีล 5 ศีล 10 เสมอกับศีล 10 แต่เราก็ต้องรู้ว่าศีล 5 นี้มีศีล 8 สูงกว่า ศีล 10 สูงกว่า มีศีลโอวาทปาฏิโมกข์สูงกว่า ศีลถึงขั้นธรรมมนูญ จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีลสูงกว่าเรา เราก็ต้องรู้ฐานะบุคคล อยู่กับท่านให้ได้เคารพกัน อยู่กันอย่าง คุรุกรณะ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันตามฐานะ แบบอย่างไรก็ไม่สับสน ผู้ใหญ่จะช่วยผู้น้อยอย่างนี้ผู้น้อยจะช่วยผู้ใหญ่อย่างนี้อย่างไร ผู้น้อยควรจะยกเก้าอี้ให้ผู้ใหญ่นั่งเป็นต้นชัดเจนมันต้องรู้หน้าที่ เข้าใจกันแล้วจะไม่มีปัญหาอะไรคืออะไรอะไรควรอะไรไม่ควร จบสุดท้ายพระพุทธเจ้าจึงสอนที่เราอยู่ที่ว่าควรหรือไม่ควร ในปัจจุบันนั้น มหาปเทส 4 เอาปัจจุบันนั้น ไม่อาศัยพุทธเจ้าก็ต้องอาศัยตัวเองรับผิดชอบเอา ผิดก็เป็นวิบากของตัวเอง ถูกก็เป็นวิบากของตัวเอง อันนี้สุดท้ายและเป็นอิสระเสรีภาพตัวใครตัวมันแล้ว อย่างนี้เป็นต้น

ศีลสามัญตา เป็นหลักเกณฑ์ที่พระเจ้าท่านตรัสไว้แล้ว หรือจะมีในแต่ละลำดับแต่ละยุคสมัย มีตราขึ้นมาใช้อย่างเหมาะควรถูกต้องก็ต้องอาศัยในแต่ละยุคสมัย อาจจะมีเหตุปัจจัยที่มีความยึดถือต่างกันในแต่ละยุคสมัย อย่างของพวกเรานี้ยึดถือว่าอย่าไปแก้ของพุทธเจ้าเด็ดขาด ส่วนของมหายานนั้นถือว่าแก้ได้ เถรวาทถือว่าอย่าแก้เลย พวกเราอยู่ในฝ่ายเถรวาทยึดถือเอาไว้ พวกมหายานไม่มีที่สิ้นสุด แต่พวกเถรวาทนั้นมีแก่นแท้ มีที่สิ้นสุดได้ มหายานเขาก็เข้าใจและยอมรับ แต่ว่าเขาไม่เอาแบบนี้เขาจะเอาแบบมหายาน เขาต้องการแบบมาก แต่เถรวาทนั้นไม่ต้องการแบบมากต้องการของแท้ของจริง แม้น้อยเราก็ไม่มีปัญหาเราจะเอาหมูน้อยที่เป็นแก่น เราเข้าใจในหมู่มากนั้นเราจะมากอีกเท่าไหร่ก็ได้ แต่หนักไม่เอามันเสียเวลายาวนานจบเร็วเป็นพระอรหันต์เลยดีกว่าอย่าว่าแต่จะเสียเวลาให้ไปเสวยเสพอยู่ในสุทธาวาส 5 ก็ไม่เอา ไม่ไปเสียเวลาพระสมณโคดมเป็นหลักสูตรที่ลัดคัดสั้นที่สุด concise ที่สุด ศีลที่ซับซ้อนลึกซึ้ง ศีลแต่ละลำดับมีส่วนที่จะอนุโลมปฏิโลมส่วนที่ได้แท้ๆแล้วไม่ต้องทำอีกมีแต่สั่งสมให้แข็งแรงมั่นคง ตั้งมั่นมันก็มีเป็นสัจธรรมเป็นสภาวะธรรมที่เชื่อมโยงเพราะฉะนั้นความมีศีล เป็นลำดับมีสภาวะมีผลสำเร็จเป็นลำดับอย่างน่าอัศจรรย์จึงไม่ใช่เรื่องเล่น อาตมาพยายามอธิบายย้อนไปย้อนมาศีลข้อที่ 1 2 3 จนเดี๋ยวนี้ก็ยังเอามาอธิบายอีก ศีลข้อที่ 1 เกี่ยวกับสัตว์เกี่ยวกับคน ดิ้นด๊อกแด๊กได้ ศีลข้อที่ 2 เกี่ยวกับข้าวของวัตถุไม่ดิ้นด๊อกแด๊ก ศีลข้อที่ 3 เกี่ยวกับตาหูจมูกลิ้นกายใจ เกี่ยวกับสัตว์มันก็ต้องมีวิบากมากกว่า เกี่ยวกับของที่เป็นพืชนั้นไม่มีวิบากอะไร ยิ่งเป็นวัตถุยิ่งจะไม่มีวิบากเลย เพราะฉะนั้นเราจะเลือกเอาอันไหนถ้าคุณอยากต่อวิบากก็ต่อไปสิแต่ถ้าคุณไม่อยากมีวิบากเกี่ยวกับสัตว์ก็ปล่อยเขาไปอาตมาจึงไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับสัตว์ใดๆมันจะยุ่งก็เป็นวิบากของมัน เราก็ยุ่งเกี่ยวกับแค่ของมันไม่มีวิบากแค่นี้ก็เหลือแหล่แล้ว ชีวิตมีทั้งสองนะมีทั้งอุตุนิยามและพีชนิยาม ส่วนสัตว์ด้านในมีตัวเดียวแต่มันยุ่งยาก อาตมาว่าอาตมาไม่โง่ไปยุ่งวุ่นวายเกี่ยวกับ 3 ยิ่งเป็นสัตว์เซลล์เดียวสัตว์เดรัจฉานมันผูกพยาบาทมันรักมันไม่รู้เรื่องนะ มันหนักนะมันรักก็รักหนักมันผูกพยาบาทก็ผูกแน่นนะ เพราะมันยังไม่รู้เรื่องการปลดปล่อยอะไรเลย มันเกิดมาเป็นชีวแล้วมันไม่รู้ตัวหรอก ว่ามันจะถูกมันมีแต่จะเอาตัวเองให้หนาขึ้นแน่นขึ้นใหญ่ขึ้น ชอบใจอย่างนี้ก็มากขึ้นมากขึ้น กว่าจะเป็นเวไนยสัตว์ กว่าจะเป็นสัตว์ที่สอนได้นี้ นาน เป็นเวไนยสัตว์แล้วซ้อนได้แล้วก็ยังมีลำดับขั้นอีกเยอะแยะซับซ้อน เพราะฉะนั้นศึกษาให้ดีและเราจะรู้ลำดับ จนถึงขั้นทำได้อย่างถูกสัดส่วน ได้มีข้อกำหนด ศีลกับทิฏฐิ ทิฏฐิเป็นความรู้เป็นหลักเกณฑ์เป็นผู้ที่เอาตัวนามธรรม ศีลสามัญญตาเป็นการเอาวัตถุเป็นหลัก ทิฏฐิสามัญญตาเป็นเอานามธรรมเป็นหลัก แล้วจัดสรรกับนามธรรมตัวนี้ทิฏฐิสามัญญตา ทิฏฐิสามัญญตาจึงเป็นตัวซับซ้อนทิฏฐิสามัญญตานี้อยู่ในอุปาทาน 4 เรียกว่าทิฏฐุปาทาน 1. กามุปาทาน (ถือมั่นติดยึดในกามภพ บำเรอรูปรสฯ) . 2. ทิฏฐุปาทาน (ถือมั่นติดยึดในทิฏฐิ เช่น เห็นว่าผีมีตัวตน) 3. สีลัพพตุปาทาน (ถือมั่นติดยึดในศีลและวัตรปฏิบัติธรรม) 4. อัตตวาทุปาทาน (ถือมั่นเข้าใจในอัตตาหรืออาตมันได้แค่ วาทะ แต่ไม่เคยรู้เห็นอัตตาตัวปรมาตมันจริงๆนั้นเลย) . . . (พตปฎ. เล่ม 11 ข้อ 262) การยึดถือในเรื่องกามก็เป็นความโง่ถ้าเลิกก็พ้นกามุปาทาน มีศีลมีหลักเกณฑ์ให้เป็นไปได้ตามทิฐิที่ชัดเจนและคุณก็ทำ แล้วก็อย่าไปหลงติดแต่บัญญัติอัตตวาทุปาทาน ไม่เข้าหาแก่นในเลย ทิฏฐิแปลว่าความเชื่อ ลัทธิก็ได้ แต่ยังไม่มีสภาวะเปลี่ยนแปลงจริง จึงต้องเข้าถึงสภาวะที่เปลี่ยนแปลงได้แท้จริงจึงเรียกว่าพ้นอัตตวาทุปาทาน ยึดอัตตาได้แค่คำพูดภาษาบัญญัติตัวเองยังปฏิบัติไม่ถึงสภาวะแท้ได้สักที หรือว่าจะทำก็ได้รู้แล้วนะ ว่าจะต้องจัดการกับตัวกิเลสตัวนี้ ยังไม่มีความลังเลสงสัยว่าต้องจัดการแน่แท้ แต่ยอมไม่ทำเองเรียกว่าสีลพตปรามาส ทำอย่างเหยาะแหยะเล่นหัว ตัวนี้มันน่าเอ็นดู ดีไม่ดีมันทำประโยชน์ให้เรา ก็เอาไว้ก่อนใช้มันก่อน เลี้ยงไว้ก่อน สักวันหนึ่งมันจะกบฏ คุณจะตายเพราะมัน เลี้ยงไว้จนมันอ้วนพีสักวันมันก็จะมาฆ่าตัวเรา เอามาอยู่เลย อย่าประมาทเป็นอันขาดจัดการเสียให้มันเสร็จ กว่าจะพ้นสีลพตปรามาส จึงไม่ใช่เรื่องเล่น ไปเล่นหัวใหญ่ลูบคลำ สีลพตปรามาสจึงเป็นหนึ่งในอุปทาน 4 แม้แต่พระพุทธเจ้าอธิบายสอนว่าไปอย่าไปยึดถือความเนิ่นช้าปปัญจธรรมอัตตา อารามะคือความยินดี ยินดีในความเนิ่นช้าเรียกว่า ปปัญจรามตา เลี้ยงมันไว้เดี๋ยวมันอ้วนนะมันมีกำลัง ประมาทไม่ได้ สรุปแล้วมันก็เข้าไปหาธรรมะคำว่าอย่าประมาทเพราะว่าตัวประมาทนี้เป็นตัวที่ร้ายกาจมากนี่คือสัจจะซ้อน อาตมามีภูมิเท่านี้ อาตมามีภูมิที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆเท่านี้คือแกน 7 อาตมาต้องเข้าไปหา 8 เรื่อยๆ แต่ยังไม่ตัดสิน ได้เท่าไหร่ก็เท่านั้นเมื่อรู้ตัวแล้วก็สูงเสียแล้วดีกว่า ได้สภาวะจริงไปเรื่อยๆยังไม่ให้คะแนนตัวเองยังไม่บวกลบคูณหารของตัวเองเท่าไหร่ก็ไม่เป็นไรเพราะว่าประโยชน์มันได้แล้วเป็นแต่เพียงเราเสียเวลาแรงงานเท่านั้นเอง ช่วยคนอื่นรับใช้คนอื่น คนอื่นก็ได้ประโยชน์ไม่มีปัญหา ถือว่าอันนั้นเราเสียสละก็ได้ เราได้แล้วเสียเวลาช่วยคนอื่นไปตั้งนานตั้งล้านกว่าปี อย่านึกว่าล้านกว่าปีนี้มันนานนะ มันไม่นานหรอก คุณไม่รู้ตัวว่าคุณเกิดมากี่ล้านปีแล้ว ก็ยอมเป็นผู้แพ้ก็ได้ เราไม่มีตัวตนเราก็อยู่กับศูนย์ได้ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ทำเท่าที่ควรเท่าที่ได้ 610930_วิถีอาริยธรรม ศีรษะอโศก วรรณะ 9 และ อวรรณะ 9 อันสุดลึกซึ้ง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน